Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 305 :โครงการใหม่ฟังดูดีมาก!

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 305 :โครงการใหม่ฟังดูดีมาก!
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 305 :โครงการใหม่ฟังดูดีมาก!

    

    ในช่วงบ่าย ครอบครัวของหลินเจียเหวยมาถึงก่อน

    

    “คุณย่า ! ”

    

    “คุณย่า ! ”

    

    หลังจากที่หลินจื้อเสียนและหลินจื้อหลินเดินเข้ามา พวกเขาก็ทักทายทุกคนอย่างสุภาพ หลินเจียเหวยและหานหยุนอิงก็ทักทายหลิวอี้ถิงเช่นกัน หลินเจียเหวยชี้ไปที่ห้องครัวแล้วพูดว่า “น้องเขยทำอาหารอีกแล้วหรือครับ ? ”

    

    หลิวอี้ถิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ดูเสี่ยวไป๋สิ เขามาเยี่ยมแม่แล้วยังรู้จักเป็นห่วงแม่ ไม่อยากให้แม่เหนื่อย แถมยังยืนกรานไม่ให้แม่ทำอาหารเองด้วย แต่ทุกครั้งที่แกมา แกก็แค่นั่งกินข้าว เช็ดปาก แล้วก็ออกไป”

    

    หลินเจียเหวยหัวเราะเบา ๆ “นั่นเป็นเพราะมีหยุนอิงคอยช่วยแม่อยู่ไม่ใช่หรือ ลูกชายอย่างผมเลยไม่ต้องทำอะไร เป็นยังไงล่ะ ผมเลือกลูกสะใภ้ให้แม่ดีมากเลยใช่ไหม ! ”

    

    หลิวอี้ถิงสะบัดหน้าหนีลูกชาย “แกช่างกล้าพูด”

    

    หลินเจียเหวยยิ้มและเดินไปที่โซฟาพร้อมกับลูกทั้งสองคนของเขา

    

    “สวัสดีค่ะคุณลุง ! ”

    

    “สวัสดีค่ะคุณป้า ! ”

    

    เจียงชานทักทายอย่างสุภาพ จากนั้นเธอก็ทักทายหลินจื้อเสียนและหลินจื้อหลินอย่างสดใส “สวัสดีค่ะพี่ชาย พี่สาว ! ”

    

    เด็กทั้งสามเล่นด้วยกันอย่างรวดเร็ว

    

    หานหยุนอิงจะไปช่วยในครัว แต่หลินเจียเหวยพูดว่า “ห้องครัวค่อนข้างเล็ก อีกอย่างสองคนนั้นเขาอยู่ในครัวแล้ว ลูกไม่ต้องไปหรอก”

    

    หานหยุนอิงคิดแล้วก็จริงอย่างที่แม่สามีว่า เธอจึงพยักหน้ารับ

    

    หลังจากนั้นไม่นาน หลินต้าเหว่ยก็กลับมาเช่นกัน

    

    หลินเจียเหวยที่กำลังเอนตัวลงบนโซฟาอย่างเกียจคร้านรีบนั่งตัวตรงแล้วทักทายเขา “พ่อ”

    

    หลินต้าเหว่ยเพียงพยักหน้าและเข้าไปกอดเจียงชาน

    

    

    “คุณตา ! ”

    

    “ฮึ่บ ! ”

    

    หลินต้าเหว่ยอุ้มเธอขึ้น แล้วถามว่า “ชานชาน หนูคิดถึงคุณตาไหม ? ”

    

    “คิดถึงค่ะ ! ”

    

    เด็กน้อยตอบเสียงหวาน ทำให้หลินต้าเหว่ยยิ้มกว้างด้วยความอิ่มเอมใจ

    

    หลินจื้อหลินมองด้วยความอิจฉา และรู้สึกว่าปู่ของเขาลำเอียง

    

    ในเวลานี้ หลินเจียอินได้วางอาหารส่วนใหญ่ไว้บนโต๊ะแล้ว สุดท้ายเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ที่ยกหม้อไฟออกมาจากห้องครัวและเรียกทุกคนกินข้าว “กินข้าวกันเถอะครับ ! ”

    

    กลิ่นหอมเย้ายวนลอยมาในอากาศ ทุกคนต่างลุกขึ้นมารวมตัวกันที่โต๊ะอาหารอย่างกระตือรือร้น

    

    ในหม้อไฟ น้ำซุปสีแดงสดกำลังเดือด มองดูแล้วคล้ายกับปากปลากำลังพ่นน้ำออกมา เป็นภาพที่สวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ และเมื่อรวมกับกลิ่นหอมเข้มข้นของเครื่องเทศที่ชวนให้น้ำย่อยในกระเพาะทำงาน ทุกคนก็อดน้ำลายไหลไม่ได้

    

    “พ่อคะ นี่คือเมนูอะไร น่ากินจังเลย ? ”

    

    หลินจื้อหลินจ้องไปที่หม้อไฟแล้วถามหลินเจียเหวย

    

    หลินเจียเหวยไม่รู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ทำเมนูอะไร เขาจึงพูดว่า “อาหารจานนี้เป็นฝีมือคุณอาของลูก พ่อไม่รู้ชื่อเมนู”

    

    เจียงชานรีบแย่งพูดขึ้นมาทันที “หนูรู้ มันคือหัวปลาหม้อไฟแน่นอน ! ”

    

    หลินจื้อหลินพูดอย่างอิจฉา “น้องชานชานช่างรอบรู้จริง ๆ ”

    

    เจียงชานยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ป่าป๊าบอกหนูก่อนหน้านี้ ซึ่งหนูก็ยังไม่เคยกินเหมือนกัน”

    

    หลังจากพูดคุยกันอย่างมีความสุขไปสักพัก ทุกคนก็นั่งลง เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียเหวยก็ร่วมดื่มกับหลินต้าเหว่ย

    

    ขณะที่หลินเจียเหวยกำลังรินเหล้า หลินต้าเหว่ยแทบรอไม่ไหวที่จะพูดว่า “นี่คือหัวปลาหม้อไฟอะไรนั่นใช่ไหม พ่อขอลองหน่อย”

    

    ขณะที่เขาพูด เขาก็คีบปากปลาจากหม้อไฟใส่ลงในชาม แล้วกินอย่างรวดเร็ว

    

    หลายคนไม่ชอบกินหัวปลา เพราะหัวปลามีเนื้อน้อยและมีกระดูกมากกว่า แต่คนที่รู้วิธีกินปลาจริง ๆ จะรู้ว่าหัวปลาคือสุดยอดความอร่อยของปลา และเนื้อบริเวณปากปลาเป็นส่วนที่นุ่มและรสชาติดีที่สุดของหัวปลาแล้ว

    

    หลังจากกินเข้าไปแล้ว หลินต้าเหว่ยก็รับรู้ได้ถึงรสสัมผัสเนื้อปากปลาที่สดใหม่ นุ่มชุ่มฉ่ำและอร่อย จนเขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมว่า “มันอร่อยมาก ! ”

    

    เมื่อเห็นว่าคุณปู่เริ่มกินแล้ว หลินจื้อหลินก็ตะโกนออกมาว่า “หนูก็อยากกินปากปลาเหมือนกัน ! ”

    

    หลินเจียอินคีบปากปลาให้เธอ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ได้จ้ะ ปากปลาชิ้นนี้ให้หลินหลินนะ”

    

    “ขอบคุณค่ะคุณอา ! ”

    

    หลินจื้อหลินเอ่ยขอบคุณแล้วรีบตักปากปลาเข้าไปในปาก แต่ทันทีที่เธอกัดเข้าไป เธอก็อดไม่ได้ที่จะแลบลิ้นแล้วทำหน้าหยี “ร้อนและเผ็ดมาก ! ”

    

    หานหยุนอิงเห็นแบบนั้นจึงตำหนิลูกสาว “ใครบอกให้ลูกกินเร็วขนาดนี้ ไม่มีใครแย่งลูกกินหรอก”

    

    แต่หลินต้าเหว่ยกลับพูดว่า “หลินหลิน ค่อย ๆ กิน ความเผ็ดช่วยเพิ่มรสชาติของอาหารนะ ! ”

    

    “ค่ะ ! ”

    

    หลินจื้อหลินพยักหน้ารับและเริ่มกินอีกครั้ง

    

    คนอื่น ๆ ก็คีบปากปลามากินอย่างเอร็ดอร่อยและพากันชมว่า ‘อร่อย’ ไม่ขาดปาก

    

    หลังจากที่หลินเจียเหวยกินหัวปลาหม้อไฟเสร็จแล้ว เขาก็หยิบแก้วเหล้าขึ้นมาแล้วพูดว่า “น้องเขย ฉันอาจไม่ยอมนายในเรื่องอื่น แต่เรื่องทำอาหารคงต้องซูฮกนายเข้าแล้ว มา ฉันจะดื่มให้หนึ่งแก้ว”

    

    “พี่ใหญ่เป็นพี่ ผมต่างหากที่ต้องดื่มให้พี่ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยกแก้วขึ้นชน ก่อนจะดื่มหมดแก้ว

    

    หลังจากดื่มเสร็จแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดว่า “พี่ ผมอยากถามพี่เกี่ยวกับสถานการณ์ที่โรงเบียร์หน่อยได้ไหม”

    

    หลินเจียเหวยพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก “อยากรู้อะไรก็ถามได้เลย”

    

    “เฮ้ ๆ เดี๋ยวก่อน รอก่อน ! ” หลินต้าเหว่ยได้ยินบทสนทนาของพวกเขาก็รีบขัดจังหวะทันที และพูดว่า “เรื่องโรงเบียร์ไว้คุยกันทีหลัง เสี่ยวไป๋ บอกพ่อเกี่ยวกับโครงการใหม่ก่อนเถอะ”

    

    ตลอดทั้งบ่าย เขาเอาแต่คิดถึงสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดเกี่ยวกับโครงการใหม่มาโดยตลอด ดังนั้นเขาจะต้องคุยเรื่องนี้ให้รู้เรื่องตอนมื้อเย็น

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ และต้องพักเรื่องโรงเบียร์ไว้ชั่วคราว เขาพูดว่า “พ่อครับ เจี้ยนหยางเป็นแหล่งปลูกกีวี่และลูกพีชสีเหลือง ผมอยากจะตั้งโรงงานผลิตอาหารกระป๋องในเจี้ยนหยาง”

    

    ตั้งแต่ปลายปี 1980 ถึงปี 1990 เนื่องจากปัญหาในการเก็บรักษาและการขนส่งผลไม้ ทำให้อาหารกระป๋องกลายเป็นกระแสนิยมขึ้นมา

    

    นอกจากนี้ อาหารกระป๋องนั้นง่ายมาก ทั้งยังมีผลไม้หลายชนิดที่สามารถบรรจุกระป๋องได้ สิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือลูกพีช ลูกแพร์ และกีวี่

    

    แม้ว่าจนกระทั่งศตวรรษที่ 21 อาหารกระป๋องจะไม่ได้รับความนิยมขนาดนั้นอีกแล้ว

    

    แต่ระหว่างนั้นยังมีช่วงการพัฒนาอีกสิบหรือยี่สิบปี และเจียงเสี่ยวไป๋ยังคงต้องการใช้ประโยชน์จากช่วงเวลานี้

    

    ดวงตาของหลินต้าเหว่ยเป็นประกาย โครงการนี้เหมือนกับเมล็ดแตงโมที่สามารถช่วยให้เกษตรกรร่ำรวยได้ หากพวกเขาก่อตั้งโรงงานผลิตอาหารกระป๋อง เกษตรกรก็สามารถปลูกไม้ผลในปริมาณมากได้เช่นกัน

    

    “ลูกทำอาหารกระป๋องเป็นด้วยหรือ ? ”

    

    หลินต้าเหว่ยถามด้วยความตื่นเต้น

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม หากเขาอยากเริ่มต้นทำธุรกิจในช่วงทศวรรษ 1980 การทำอาหารกระป๋องจะเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด

    

    “พ่อครับ ในหน้าผลไม้ โรงงานผลิตอาหารกระป๋องจะสามารถผลิตผลไม้กระป๋องได้ และในช่วงเวลาอื่นยังสามารถผลิตอาหารกระป๋องจากวัตถุดิบจำพวกเนื้อสัตว์ได้ด้วย”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ชี้ไปที่หม้อไฟและพูดต่อว่า “วันนี้ผมซื้อปลามาหลายสิบตัว แต่ในมื้อเย็นเราใช้แค่หัวปลาเท่านั้น ส่วนตัวปลาที่เหลือผมได้หมักไว้แล้ว เดี๋ยวผมจะทำให้มันเป็นนักเก็ตปลารสเผ็ดในกระป๋อง ให้พ่อไว้แกล้มเหล้า”

    

    หลินต้าเหว่ยพยักหน้าอย่างมีความสุข ลูกเขยคนนี้ก็ไม่เลว เขายังเตรียมของว่างไว้ให้เขากินแกล้มเหล้าอีกด้วย

    

    หลังจากชนแก้วกับเจียงเสี่ยวไป๋และดื่มแล้ว เขาก็ถามว่า “แล้วเนื้ออะไรบ้างที่สามารถนำมาทำอาหารกระป๋องได้ ? ”

    

    “ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเนื้อปลา เนื้อวัว และเนื้อไก่ครับ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบ

    

    หลินต้าเหว่ยพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า โรงงานผลิตอาหารกระป๋องถือเป็นโครงการที่ดีจริง ๆ มันไม่เพียงแต่ส่งเสริมการปลูกไม้ผลของเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ ปศุสัตว์ และการประมงอีกด้วย

    

    ทันใดนั้น พ่อตาและลูกเขยก็เริ่มพูดคุยกันถึงขั้นตอนการก่อตั้งโรงงานผลิตอาหารกระป๋อง โดยปล่อยให้หลินเจียเหวยนั่งฟังตาปริบ ๆ อยู่ด้านข้าง

    

    หลินเจียเหวยรู้สึกเหมือนตัวเองถูกทิ้ง จึงคีบปากปลาให้หานหยุนอิงอย่างไม่เต็มใจ และพูดว่า “หยุนอิง คุณกินปากปลาเยอะ ๆ หน่อยนะ เราปล่อยให้พวกเขาคุยกันไปเถอะ”

    

    หานหยุนอิงหัวเราะเบา ๆ และรู้ว่าสามีของเธอกำลังน้อยใจ

    

    เมื่อเห็นเช่นนี้ เจียงชานก็เหลือบมองที่เจียงเสี่ยวไป๋ จากนั้นก็มองไปที่หลินเจียเหวย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “คุณลุง หนูคิดว่าคุณลุงน่าจะได้เป็นผู้จัดการโรงงานผลิตอาหารกระป๋องที่ป่าป๊ากำลังจะสร้าง ! ”

    

    หลินเจียเหวยหัวเราะและถามว่า “ชานชาน ทำไมหนูถึงบอกว่าลุงจะได้เป็นผู้จัดการโรงงานล่ะ ? ”

    

    เจียงชานทำหน้าครุ่นคิด แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ดูสิคะ ลุงเขยของหนูเป็นผู้จัดการโรงงานไปแล้ว อาเสี่ยวเฟิงของหนูก็เป็นผู้จัดการโรงงาน ในบรรดาครอบครัวของหนู มีแค่พวกอาเสี่ยวชิง อาเสี่ยวเหลย อาเสี่ยวหยูที่ยังเรียนหนังสืออยู่เท่านั้นที่ไม่ได้เป็นผู้จัดการโรงงาน เหลือก็แต่ลุงใหญ่คนเดียวที่ยังไม่ได้เป็นผู้จัดการโรงงาน ! ”

    

    ประโยคนี้ของหนูน้อยทำให้หลินเจียเหวยถึงกับไปไม่เป็น ในขณะที่คนอื่นก็พากันหัวเราะออกมา

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 305 :โครงการใหม่ฟังดูดีมาก!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

NGWhY
คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า
23/04/2025
61f2447eQHKxQIgL
เก็บตกนักฆ่า มาเป็นหนุ่มบ้านนา
17/06/2022
ef001c104ec4
คุณหนูใบ้หัวใจแกร่ง
14/09/2024
61dbab1aVw5UqpWl
เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค
14/09/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.