Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 32 :ถ้าไม่รังเกียจก็กินเถอะ

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 32 :ถ้าไม่รังเกียจก็กินเถอะ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 32 :ถ้าไม่รังเกียจก็กินเถอะ

    

    เมื่อครอบครัวของเจียงไห่หนานมาถึงโต๊ะอาหาร ดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้างเมื่อเห็นบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยของกิน

    

    โอ้ พระเจ้า

    

    มีแต่เมนูเนื้อทั้งนั้นเลยหรือ

    

    อาหารมื้อนี้ใช้เนื้อเยอะกว่าตอนที่พวกเขาฉลองตรุษจีนกันเสียอีก แค่หมูผัดเปรี้ยวหวานสไตล์กวางตุ้งจานใหญ่จานนี้ต้องใช้สามชั้นไปอย่างน้อยสองเส้น เพราะหั่นเป็นชิ้นหนามาก เคลือบน้ำมันเงางาม

    

    นอกจากนี้ยังมี ‘ตุ๋นฟักเขียวสไลด์แบบหมูสามชั้น’ ที่เคลือบด้วยซอสข้น ๆ และโรยผงยี่หร่าที่บดเองหอม ๆ

    

    เมื่อมีเนื้อสัตว์และผักมากมายหลากหลายเมนู อาหารมื้อนี้จึงดูน่ากินเป็นพิเศษ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หยิบ ‘เหล้าข้าวโพด’ ที่เขาซื้อมาก่อนหน้านี้ออกมา ยกรินให้เจียงไห่หนานและเจียงเสี่ยวเฟิงคนละแก้ว เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้า จากนั้นคนในครอบครัวก็เริ่มรับประทานอาหารร่วมกันอย่างมีชีวิตชีวา

    

    ทันทีที่พวกเขาคีบอาหารเข้าปาก ก็มีเสียงชื่นชมมากมายดังขึ้นมาบนโต๊ะอาหาร

    

     “ไอ้หยา นี่คือผัดมันฝรั่งที่แกบอกพวกเราว่าไปขายมาใช่ไหม มันอร่อยจริง ๆ ไม่แปลกใจเลยที่มันจะขายดี”

    

    ”ไม่ใช่หมูสามชั้น แต่มีอะไรดีกว่าหมูสามชั้น”

    

    ”หมูผัดเปรี้ยวหวานชิ้นโต ๆ พอฉันกัดเข้าไปน้ำมันก็พุ่งออกมาเต็มปาก ทั้งนุ่มทั้งกลมกล่อม เจริญอาหารมาก ๆ ”

    

    ”เกี๊ยว คีบเกี๊ยวมาให้ฉันที ไส้แน่น ๆ แบบนี้ฉันชอบมาก ๆ ”

    

     “หม่าม๊า หนูยังอยากกินผัดมันฝรั่งอยู่เลย”

    

    “……”

    

    ในระหว่างนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ เจียงไห่หนาน และเจียงเสี่ยวเฟิงก็ได้กิน ๆ ดื่ม ๆ พร้อมทั้งเอาบุหรี่จงฮั๋วที่เหลือครึ่งซองขึ้นมาสูบไปด้วย ทั้งสามพูดคุยกันอย่างสนิทสนม จนความสัมพันธ์ระหว่างสามพ่อลูกกลมเกลียวกันมากขึ้น

    

    นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่เจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยูได้กินอาหารที่อร่อยแบบนี้ จึงทำให้พวกเขาหยุดกินไม่ได้เลย

    

    แม้แต่เจียงถิงที่พูดก่อนหน้านี้ว่า “ฉันจะไม่ไปกินอะไรที่บ้านของลุงนิสัยไม่ดีอีก” ก็กินจนอิ่มพุงป่อง

    

    เมื่อเห็นทั้งครอบครัวรับประทานอาหารอย่างมีความสุข หลินเจียอินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีความสุขไปด้วย ใบหน้าของเธอยิ้มแย้มเหมือนดอกท้อในสายลมฤดูใบไม้ผลิ

    

     “เจียอิน คุณก็กินให้เยอะ ๆ ”

    

     “อา ลุงเจียงก็อยู่ที่นี่ด้วย”

    

    ในตอนที่ครอบครัวกำลังรับประทานอาหารกันอย่างคึกคัก จางชางหมิงซึ่งอาศัยอยู่ข้างบ้านของเจียงไห่โป ก็เดินเข้ามาที่ลานหน้าบ้าน และกล่าวทักทายทุกคน

    

    ในขณะที่พูด ตาและจมูกของเขาถูกดึงดูดด้วยกลิ่นหอมของอาหารบนโต๊ะตัวใหญ่

    

    อาหารเยอะแยะขนาดนี้ฉลองอะไรกัน เนื่องในวันตรุษจีนหรือวันหยุดอย่างนั้นหรือ ?

    

    อาหารมื้อดึกวันนี้ของบ้านเจียงเสี่ยวไป๋นั้นอุดมสมบูรณ์มาก แม้แต่งานเลี้ยงหรืองานแต่งงานที่จัดขึ้นโดยครอบครัวที่มีฐานะ ก็ไม่มีเนื้อสัตว์มากมายขนาดนี้ ?

    

    จางชางหมิงเห็นอาหารบนโต๊ะ ก็ถึงกับกลืนน้ำลาย

    

    ”พี่ชางหมิง อยากกินอะไรไหม มานั่งก่อนสิ ถ้าไม่รังเกียจก็มากินด้วยกันก่อน”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋นั่งหันหลังให้เขาตลอด ดังนั้นจางชางหมิงจึงไม่เห็นว่าเขาอยู่ด้วย

    

    เมื่อได้ยินเสียง เขาก็หันกลับไปเพื่อดูว่าใครเดินเข้ามา เมื่อเห็นว่าเป็นจางชางหมิง เขาจึงลุกขึ้นและทักทายอย่างสุภาพ

    

    ตามชนบทนั้น เวลาที่กำลังนั่งล้อมวงกินข้าวกันอยู่ เห็นใครเดินผ่านไปมาก็จะเรียกมากินข้าวด้วยกันเป็นธรรมดา

    

     “กินเถอะ กินเถอะ ไม่ต้องห่วง ฉันกินมาอิ่มแล้ว”

    

    อาหารบนโต๊ะนั้นชวนให้หิวไม่น้อย แต่จางชางหมิงจะเอาความกล้าที่ไหนไปนั่งกินอาหารของคนอื่นโดยไม่มีเหตุผลได้

    

     “อย่าเกรงใจไปเลย หากว่ากินข้าวมาอิ่มแล้วก็มาชนแก้วกันสักหน่อยก็ยังดี มามา”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ดึงจางชางหมิงให้มานั่งร่วมโต๊ะ มานั่งแทนที่ของเขา ก่อนจะใช้เจียงเสี่ยวเหลยให้ไปเอาเก้าอี้อีกตัวออกมาจากข้างในบ้าน หลินเจียอินที่เห็นแบบนั้นก็ไปที่ห้องครัวเพื่อหยิบชามและตะเกียบมาเพิ่ม

    

    ส่วนผู้ชายก็ส่งบุหรี่และเทเหล้าให้

    

     “พี่ชางหมิง มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ ? ”

    

    หลังจากนั่งลงข้าง ๆ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ถามขึ้นมา

    

    ”ก่อนหน้านี้ฉันเห็นน้องเจียอินมาที่บ้านของลุงไห่โป และได้ยินมาว่าเธอรับซื้อมันฝรั่งจากไร่ของเขาทั้งหมด ฉันเลยจะมาถามว่ายังรับซื้อมันฝรั่งเพิ่มอีกหรือเปล่า” จางชางหมิงถามด้วยความระมัดระวัง

    

    ”ซื้อสิครับ กิโลกรัมละ 5 เฟิน พี่ชางหมิงหากมีอีกก็เอามาขายได้เลยนะ เอามาขายที่เจียอินและรับเงินที่เธอได้เลย”

    

    ”ก็ดี แต่ที่ฉันเก็บมายังมีไม่มากเท่าไหร่”

    

     “ครับ พรุ่งนี้ก็เอามาขายได้ มากินข้าวก่อนเถอะ”

    

    หลังจากเจรจากันไม่กี่คำ ข้อตกลงทางธุรกิจก็จบลง และทุกคนก็เริ่มกินและดื่มกันอีกครั้ง

    

    ในตอนแรก จางชางหมิงยังพยายามยับยั้งชั่งใจตัวเองอยู่เล็กน้อยเพราะความเกรงใจ แต่หลังจากที่ดื่มไปแล้วสักพัก เขาก็ค่อย ๆ คีบนู้นเข้าปาก นี่เข้าปาก

    

    ไม่อดใจไม่ไหวจริงๆ เพราะฝีมือทำอาหารของเจียงเสี่ยวไป๋นั้นอร่อยมาก ราวกับผีจับมือทำ เขาจึงอดใจไม่ไหวที่จะคีบมันขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำอีก

    

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็กินอาหารจนอิ่ม

    

    จางชางหมิงยังคงเรอออกมาไม่หยุดเมื่อกลับถึงบ้าน และเอาแต่พูดว่านี่เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดที่เขาเคยกินมา

    

    โดยเฉพาะผัดมันฝรั่งที่เจียงเสี่ยวไป๋ทำนั้น มีรสชาติที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง

    

    หากลองเปรียบเทียบผัดมันฝรั่งที่เจียงเสี่ยวไป๋ทำ กับที่ภรรยาของเขาทำให้ทานเมื่อไม่นานมานี้ ของภรรยานั้นรสชาติเหมือนกับอาหารหมู

    

    ลี่ผิงได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาว่า “ไอ้แก่ บังอาจมากนะที่มาพูดแบบนี้ ดื่มไปแค่ไม่กี่แก้วทำมาเป็นคุย ฉันดูแลแกมาตั้งหลายสิบปี มีลูกให้แกมาตั้งกี่คนแล้ว กล้าดียังไงมาบอกว่ากับข้าวที่ฉันทำรสชาติเหมือนอาหารหมู”

    

    จางชางหมิงไม่กล้าแม้แต่จะปริปากหลังจากที่ถูกตำหนิออกมา

    

    แต่เขายังคงไม่พอใจอยู่ในใจ เห็นได้ชัดว่าผัดมันฝรั่งที่เจียงเสี่ยวไป๋ทำนั้นอร่อยกว่าจริง ๆ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่บ้านของจางชางหมิง

    

    คืนนี้มีคนมากินข้าวที่บ้านหลายคน เขาจึงทนไม่ได้ที่จะให้ภรรยาเป็นคนเก็บกวาดและล้างจาน เขาจึงรับทำแทนเธอทั้งหมด

    

    หลังจากทำงานเสร็จ เขาก็มาทำซอสลับหม้อใหญ่ และหัวไชเท้าหั่นฝอยดองอีก 1 ไห

    

    กว่าจะทำของพวกนี้เสร็จก็เป็นเวลาดึกดื่นแล้ว

    

    จากนั้นเจียงเสี่ยวไป๋ก็ไปดูพ่อแม่ของเขา ก็เห็นว่าพวกเขากำลังนั่งเหลาไม้ไผ่กันอย่างขะมักเขม้นและก็ทำได้เยอะแล้ว เมื่อตรวจสอบดูก็พบว่าพวกเขาเหลาไม้ไผ่ได้ไม่เลว ดังนั้นเขาจึงพูดว่า “หวังว่าคืนนี้จะทำได้เยอะนะครับ พรุ่งนี้ผมต้องการสักห้าถึงหกร้อยไม้ ส่วนพรุ่งนี้ก็ทำต่อไปเรื่อย ๆ ยิ่งเยอะเท่าไหร่ยิ่งดี”

    

     “ฉันรู้แล้วน่า แกก็รีบกลับไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องเข้าเมืองแต่เช้า”

    

    หวังซิ่วจวี๋ไม่ลืมที่จะกล่าวเตือนลูกชาย

    

    ลูกชายคนนี้ไม่ได้ออกไปเตร็ดเตร่เหมือนแต่ก่อน ดูเป็นการเป็นการขึ้น อีกอย่างผัดมันฝรั่งที่เขาขายก็อร่อย ทำเงินได้ดี เธอที่เป็นแม่ย่อมดีใจ แต่ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้เหมือนกัน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดอะไรต่อ วันนี้เขาเหนื่อยมามากหลังจากที่ต้องเตรียมของต่าง ๆ

    

    หลังจากกลับบ้าน เขาก็ไปอาบน้ำและเข้านอน

    

    ก่อนรุ่งสางในวันรุ่งขึ้น เจียงเสี่ยวไป๋ตื่นขึ้นแต่เข้า

    

    วันนี้เขาต้องขนมันฝรั่งเข้าเมืองไปเยอะกว่าเดิม ทว่าจักรยานก็สามารถรับน้ำหนักได้จำกัด ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะเดินทางสองครั้ง

    

    ในตัวเมืองอยู่ห่างจากที่นี่ออกไปกว่า 20 ไมล์ และต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับนานกว่าหนึ่งชั่วโมง

    

    ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋จึงแบกกระสอบมัน 2 กระสอบวางไว้บนเบาะจักรยานแล้วขี่เข้าไปในเมืองก่อน หลังจากกลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาหกโมงเช้าแล้ว

    

     “คุณไปในเมืองมาแล้วหรือ”

    

    หลังจากที่หลินเจียอินลุกขึ้น เธอพบว่ามีมันเทศสองถุงที่บ้านหายไป และเห็นเจียงเสี่ยวไป๋กลับมาด้วยเหงื่อที่ชุ่มตัว เธอจึงถาม

    

    มันฝรั่งสี่กระสอบที่ซื้อจากเจียงไห่หยางมาวันก่อน เมื่อวานนี้เจียงเสี่ยวไป๋ก็ลากเข้าเมืองไป 2 กระสอบแล้ว จึงเหลืออยู่ที่บ้านอีกสองกระสอบ และเมื่อวานหลินเจียอินก็ซื้อจากเจียงไห่โบมาอีก 235 จิน พอเอาใส่กระสอบก็ได้อีก 3 กระสอบ

    

    มันฝรั่ง 5 กระสอบถูกวางซ้อนกันอยู่ในบ้าน จึงสังเกตได้ไม่ยากว่ามันหายไป 2 กระสอบ

    

     “เมื่อวานผมไม่พอขาย ดังนั้นวันนี้ผมต้องเอาไปเยอะกว่าเดิม” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม

    

    หลินเจียอินได้ฟังก็ผงะเล็กน้อย

    

    ผู้ชายคนนี้ต่างจากเมื่อก่อนจริง ๆ เขาดูมีความมั่นใจในตัวเอง และสิ่งที่หายากยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เขาทำงานหนัก ทำตัวดีกับเธอและชานชาน

    

    ผู้ชายแบบนี้คือผู้ชายที่เธอต้องการมาตลอด

    

    ”เอาไปน้อยก็ขายได้เงินไม่มาก แต่มันก็ลำบากมากที่คุณต้องเข้าเมืองถึงสองครั้ง”

    

    เมื่อหลินเจียอินพูดจบ เธอก็นำอ่างน้ำมาให้เจียงเสี่ยวไป๋ล้างหน้าล้างตา

    

    ”มันก็ไม่ได้ลำบากอะไรขนาดนั้น”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หยิบอ่างล้างหน้าที่หลินเจียอินนำมาให้อย่างมีความสุข

    

    ฮ่าฮ่า… ภรรยาของเขาบอกว่าเขาทำงานหนักและยังหาน้ำมาให้เขาล้างหน้าด้วย

    

    เธอกำลังเป็นห่วงเขาอยู่ใช่ไหม

    

    ในตอนนี้เขารู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาไม่น้อย และรู้สึกว่าไม่ว่าจะหนักหรือเหนื่อยแค่ไหน แต่มันก็คุ้มค่า

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 32 :ถ้าไม่รังเกียจก็กินเถอะ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6311cee2FNEFaBp0
ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร
05/03/2023
6173a2e6fw1THzNH
ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
19/05/2023
novelpds959a
เกิดใหม่ยุค 80: มีสามีคลั่งรักและลูกแฝดสามก็ไม่ได้แย่นะ!
20/06/2026
4ee (1)
หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
12/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.