Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 43 :ความสุขมาโดยไม่รู้ตัว

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 43 :ความสุขมาโดยไม่รู้ตัว
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 43 :ความสุขมาโดยไม่รู้ตัว

    

    “มันไม่ใช่ทั้งหมูตุ๋นและไม่ใช่หมูสามชั้น”

    

    “แต่มันทำมาจากฟักเขียว”

    

    หลินเจียอินอธิบายขณะตักผัดมันฝรั่งให้ลูกค้า

    

    “แต่นี่มันหมูตุ๋นชัด ๆ ”

    

    “ใช่ หม้อนี้ดูเหมือนหมูสามชั้นผัดน้ำแดงเลย”

    

    “นี่ทำมาจากฟักเขียวจริง ๆ หรือ ? ”

    

    “เธอไม่ได้ยินที่เถ้าแก่เนี้ยพูดหรือ มันทำจากฟักเขียว เถ้าแก่เนี้ยสวยขนาดนี้ เธอไม่โกหกหรอก”

    

    “เถ้าแก่เนี้ย พ่อครัวที่ร้านของคุณนี่เก่งเกินไปแล้ว สามารถทำฟักเขียวได้เหมือนหมูตุ๋นเลย”

    

    “……”

    

    ทุกคนตกใจเมื่อได้ยินสิ่งนี้ พวกเขาไม่คิดว่าหมูตุ๋นและหมูสามชั้นในสายตาของพวกเขาจะทำมาจากฟักเขียว

    

    เพราะพ่อครัวของร้านทำออกมาได้ทั้งดูดีน่ากิน ทั้งส่งกลิ่นหอมเข้มข้น ดูท่าว่ารสชาติจะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน

    

    “เถ้าแก่เนี้ย ขายยังไงหรือ เอาให้ฉัน 1 ชามสิ”

    

    ลูกค้าที่กำลังซื้อผัดมันฝรั่งกล่าว

    

    “ราคา 4 เหมาเท่ากันหมด แต่ถ้าซื้ออีก 1 ชาม คิดราคาแค่ 1 หยวนพอ” หลินเจียอินพูดด้วยรอยยิ้ม

    

    “ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ย ขอให้คุณสวยขึ้นทุกวัน ๆ ”

    

    ลูกค้าจ่ายเงิน 1 หยวนให้แก่หลินเจียอิน แล้วถือชามของอร่อยเข้าไปนั่งกินในโรงน้ำชาอย่างมีความสุข

    

    “ฉันขอด้วย 1 ชาม”

    

    “ฉันด้วย”

    

    “ฉันเอาผัดมันฝรั่ง 1 ชาม ฟักเขียวตุ๋นน้ำแดง 1 ชาม”

    

    “ฉันเอาผัดมันฝรั่งชามนึงกับตุ๋นฟักเขียวสไลด์แบบหมูสามชั้นชามนึง”

    

    “ผมเอาฟักเขียวตุ๋น……”

    

    “……”

    

    หลินเจียอินขายผัดมันฝรั่งและเมนูใหม่ของทางร้านไปพร้อม ๆ กัน เธอตักจนมือเป็นประวิง รับเงินจนมือไม้อ่อน

    

    “ฟักเขียวตุ๋นน้ำแดง” และ “ตุ๋นฟักเขียวสไลด์แบบหมูสามชั้น” ได้รับความนิยมอย่างมาก เมนูทั้งสองหม้อขายหมดในเวลาอันรวดเร็ว

    

    ลูกค้าที่ยังไม่ทันซื้อเริ่มเป็นกังวลขึ้นมา

    

    ทำไมหมดเร็วอย่างนี้ ฉันจะได้ซื้อสักชามไหมน่ะ ?

    

    “ทุกคนไม่ต้องกังวล ยังมีอีก”

    

    หลินเจียอินคอยอธิบายให้ลูกค้าฟัง แต่ลูกค้าบางคนยังคงอดใจรอแทบไม่ไหว

    

    พวกเขาถึงขั้นมาถามว่าเมนูใหม่สองเมนูนี้อร่อยมาก ทั้งยังให้รสชาติคล้ายกับมีกลิ่นเนื้อหมูอยู่ในนี้ด้วย

    

    ไม่รู้ว่าพ่อครัวร้านนี้ทำได้อย่างไร ?

    

    ต่อมา เมนูฟักเขียวที่เขาทำเสร็จหม้อใหม่ได้ถูกยกออกมาขาย แต่แล้วก็หมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าลูกค้าแทบจะแย่งกันซื้อเลย

    

    ทั้งที่เวลาเพิ่งเคลื่อนคล้อยมาถึงช่วงบ่ายสอง แต่ฟักเขียวสามกระสอบที่เขานำมาด้วยถูกขายหมดแล้ว

    

    หวังผิงและเฝิงเยี่ยนหงอยากชิมก็ยังไม่ได้ชิม

    

    “เถ้าแก่เนี้ย พรุ่งนี้เตรียมฟักเขียวมาเยอะ ๆ นะ”

    

    “เถ้าแก่เนี้ย ตุ๋นฟักเขียวของคุณอร่อยมาก พรุ่งนี้ฉันจะมาซื้ออีก”

    

    “เถ้าแก่เนี้ย……”

    

    “……”

    

    ลูกค้าถามกันมาไม่หยุด ดังนั้นหลินเจียอินจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากให้ความมั่นใจกับพวกเขาว่าพรุ่งนี้เธอจะเตรียมฟักเขียวมาเพิ่ม

    

    “ฟักเขียวตุ๋นน้ำแดง” และ “ตุ๋นฟักเขียวสไลด์แบบหมูสามชั้น” ขายหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแต่ผัดมันฝรั่งเท่านั้น เจียงเสี่ยวไป๋ออกจากครัวหลังมาช่วยขาย หลินเจียอินถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

    

    กิจการดีเกินไปก็เหนื่อยเหมือนกันนะ

    

    “เมียจ๋า ทำไมเราไม่หาจ้างคนมาช่วยงานสักสองคนล่ะ ? ” เจียงเสี่ยวไป๋พูด

    

    “พี่เสี่ยวไป๋พูดถูก กิจการดีขนาดนี้ เราจ้างคนมาช่วยปอกมันฝรั่ง ส่วนพรุ่งนี้ฉันกับเธอมาช่วยกันขาย จะได้เบาแรงหน่อย” เฝิงเยี่ยนหงเสนอ

    

    หลินเจียอินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “อืม งั้นตอนเย็นกลับไปถึงหมู่บ้านแล้ว ลองไปถามคนในหมู่บ้านดูว่าใครอยากมาช่วยขาย”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พวกเราจ้างพวกเขาวันละ 2 หยวน มีอาหารกลางวันให้กิน ผมเชื่อว่าจะต้องมีคนอยากมาช่วยขายแน่นอน”

    

    ให้ค่าจ้าง 2 หยวนต่อวันเท่ากับเงินเดือน 60 หยวนต่อเดือน

    

    สูงกว่าค่าจ้างคนงานในเขตเมืองส่วนใหญ่สองหรือสามเท่า

    

    ตราบใดที่พูดจำนวนค่าจ้างนี้ออกไป คนในหมู่บ้านมีหรือจะไม่อยากทำ ?

    

    อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่เจียงเสี่ยวไป๋ให้ค่าจ้าง 2 หยวนต่อวันนั้น เนื่องจากคนที่จะขึ้นรถเข้าเมืองจะต้องเสียค่าโดยสารไปกลับราว 1 หยวน

    

    เฝิงเยี่ยนหงกล่าวว่า “วันนี้พวกพี่กลับไปก่อนเถอะ ไปเก็บมันฝรั่งและฟักเขียวมาเพิ่ม ฉันจะให้พี่ชายไปขนมันมาไว้ตอนค่ำ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และเห็นด้วย

    

    อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้กลับไปที่เจียงวานทันที แต่ไปที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อบุหรี่ยี่ห้อจงฮั๋วและบุหรี่ฮาเต๋อเหมิน รวมถึงเหล้าเหมาไถ 5 ขวด ก่อนที่จะพาหลินเจียอินและเจียงชานกลับบ้าน

    

    วันนี้เขาไม่ได้ซื้อเนื้อเลย

    

    การกินเนื้อหมูทุกวันไม่ดีต่อสุขภาพ เจียงเสี่ยวไป๋ตั้งใจว่าจะกลับบ้านไปหาซื้อไก่สักตัว

    

    สิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่คาดคิดก็คือ เมื่อเขาไปซื้อของในวันนี้ เขาพาหลินเจียอินมาด้วย แต่ หลินเจียอินกลับไม่ได้กำชับให้เขาใช้เงินอย่างประหยัด

    

    “เมียจ๋า วันนี้ผมใช้เงินหมด ทำไมคุณไม่บ่นผมล่ะ ? ”

    

    ขณะที่ขี่จักรยาน เจียงเสี่ยวไป๋ถามอย่างจริงจัง

    

    “ถึงอย่างไรคุณก็มีรายได้มากขึ้น ถ้าคุณอยากซื้อก็ซื้อได้”

    

    หลินเจียอินชูคอของเธอขึ้นและพูดอย่างเย่อหยิ่ง ลักษณะท่าทางที่ภาคภูมิใจของเธอนั้นเหมือนกับหงส์ขาว

    

    “เมียจ๋า ผมซื้อบุหรี่จงฮั๋วไปให้พ่อกับน้องสามสัก 2-3 ซอง เก็บไว้ให้แขกอีกหน่อย พรุ่งนี้ผมต้องไปหาผู้จัดการเซี่ยงที่โรงพิมพ์”

    

    “ส่วนบุหรี่ฮาเต๋อเหมินจะเอาไว้ให้เฝิงเจียเหอ พี่ชายของเฝิงเยี่ยนหงในตอนค่ำ มันไม่ง่ายเลยที่เขาจะต้องขับรถมาขนวัตถุดิบไปให้เราในตอนค่ำ นอกจากจ่ายค่ารถให้เขาแล้ว เราควรให้บุหรี่เขาด้วย”

    

    “ผมซื้อเหล้าเหมาไถมาเก็บไว้ ต่อไปนี้ราคาของมันจะพุ่งสูงมาก ได้กำไรดีกว่าเก็บเงินฝากไว้ในธนาคารเปล่า ๆ เสียอีก”

    

    เจียงเสี่ยวไปยังคงระบุแผนการของเขาในทุกรายละเอียด

    

    สองสิ่งแรกคือของไว้ซื้อน้ำใจคน หลินเจียอินจึงไม่ได้พูดอะไร แต่เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋บอกว่าเหล้าเหมาไถจะมีราคาสูงในอนาคต เธอจึงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “คุณจะบอกว่าเหล้าที่จ่ายเงินซื้อมาจะมีราคาสูงขึ้นอย่างนั้นหรือ ? ”

    

    มันน่าเหลือเชื่อไปหน่อยไหม

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ราคาของทุกอย่างจะสูงขึ้นอยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะขึ้นราคาแพงหูฉี่คือเหล้าเหมาไถนี่แหละ ต่อไปนี้ราคาของมันจะขึ้นไปเป็นหลักหลายสิบหยวน หลายร้อยหยวน กระทั่งหลายพันหยวน”

    

    “จริงหรือ ? ”

    

    “คุณบอกว่าเหล้าเหมาไถจะราคาขึ้นไปขวดละหลายร้อยหลายพันหยวน ? ”

    

    หลินเจียอินตื่นเต้นมากจนเกือบจะตกจากเบาะหลังของจักรยาน เธอตกใจจึงรีบกอดเอวของ เจียงเสี่ยวไป๋ไว้แล้วนั่งนิ่ง ๆ

    

    ภรรยากอดเขาแล้ว

    

    ความสุขมากะทันหันเกินไป

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ฉลาด เขาจงใจถีบจักรยานส่ายไปส่ายมาราวกับว่ารถจักรยานพร้อมจะพลิกคว่ำได้ทุกเมื่อ ร่างของหลินเจียอินสั่นไหวไปมา เพื่อให้ตนเองได้นั่งอย่างมั่นคง เธอจึงทำได้เพียงกอดเอวของเจียงเสี่ยวไป๋ไว้

    

    หัวใจของเจียงเสี่ยวไป๋บานสะพรั่ง

    

    เขาแทบรอไม่ไหวที่จะปล่อยให้จักรยานแกว่งไปแกว่งมาอีกรอบ

    

    ทว่าเขาไม่กล้าทำให้ภรรยาของเขาตกใจ

    

    ภรรยาของเขาฉลาด

    

    หากแกล้งเธอเป็นครั้งคราว เธออาจจับไม่ได้ แต่ถ้าบ่อยเกินไป เธอจะจับสังเกตได้และคงด่าเขาหูชาแน่นอน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋สงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็วและค่อย ๆ ทรงตัวจักรยาน

    

    อย่างไรก็ตาม เพื่อความสุขของเขา หลินเจียอินไม่ได้ปล่อยมือของเธอในทันที แต่ยังคงกอดเอวเขาไว้

    

    มีความสุขจังเลย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ มีความสุขอยู่ในใจ และพูดว่า “ใช่ ราคาของเหล้าเหมาไถจะสูงขึ้นอย่างมากในอนาคต พอถึงตอนนั้นเราจะขายสักขวดละหลายร้อยหยวนก็ไม่มีปัญหาอะไร”

    

    “คุณรู้ได้อย่างไร ? ” หลินเจียอินถามด้วยความประหลาดใจ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม เขาเป็นคนที่กลับมาเกิดใหม่ แน่นอนว่าเขาต้องรู้

    

    แต่เขาไม่กล้าพูดและไม่ได้บอกว่ามีเหล้าเหมาไถชนิดหนึ่งมีตรารูป “ดอกทานตะวัน” ดั้งเดิมเลยนั้น ขวดของมันใช้ภาพนางฟ้าบนจิตกรรมฝาผนังถ้ำตุนหวงมาทำตราบนขวดเหล้า เดิมมีชื่อว่า ‘เฟยเทียน’ แต่เนื่องจากผู้ผลิตเป็นกังวลว่าจะถูกตราหน้าว่าขโมยความคิดทางวัฒนธรรม ต่อมาจึงเปลี่ยนมารูปดอกทานตะวันแทน เพื่อสื่อความหมายว่า ‘ดอกทานตะวันบานเข้าหาดวงอาทิตย์อันร้อนแรง’

    

    เหล้าเหมาไถชนิดนี้ผลิตขึ้นในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นแล้วก็เลิกผลิตไป ต่อมา ‘เฟย​เทียน’ ได้มีการกลับมาผลิตใหม่อีกครั้ง และชื่อของมันก็ถูกนำมาใช้อีกครั้งเช่นกัน

    

    ในยุคต่อมา เหล้าเหมาไถตราดอกทานตะวัน สามารถประมูลได้ในราคาสูงนับแสนหยวน

    

    มันเหลือเชื่อเกินไปที่จะพูด

    

    แต่ภรรยาเขาถามมา และเขาต้องอธิบาย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เริ่มพูดเรื่องไร้สาระอย่างจริงจัง “เมียจ๋า สิ่งที่ตามองเห็นเรียกว่าการมองเห็น และสิ่งที่ตามองไม่เห็นเรียกว่า นิมิต ผมได้เห็นราคาของเหล้าเหมาไถในอนาคตมาแล้ว”

    

    “ชิ”

    

    “คุณเก่งนะ พอใจหรือยัง ! ”

    

    หลินเจียอินจะฟังไม่รู้ได้อย่างไรว่าเจียงเสี่ยวไป๋กำลังพูดเรื่องไร้สาระ เธอจึงมุ่ยปากตอบกลับไป

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเสียงดัง “เมียจ๋า ผมเก่งหรือไม่นั้น เดี๋ยวคุณก็จะรู้เองในอนาคต”

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 43 :ความสุขมาโดยไม่รู้ตัว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

1 Comment

  1. Jan1960

    เรื่องนี้สนุกมาก นานๆจะมีตัวเอกชายที่กลับมาเกิดใหม่และรู้อนาคต

    26/11/2024 at 9:42 น.
Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

7 (2)
พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
20/06/2026
N1lN39
เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
05/12/2025
6243dd31fo9In45P
ข้าอาศัยทำนาให้ร่ำรวยมหาศาล
18/03/2023
hImag
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
20/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.