Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 5 :แบกคุณกลับบ้าน

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 5 :แบกคุณกลับบ้าน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 5 :แบกคุณกลับบ้าน

    

    “เชื่อคุณงั้นหรือ ? ”

    

    หลินเจียอินแค่นหัวเราะ “ฉันจะเอาอะไรมาเชื่อคุณ ! ”

    

    สิ่งที่เธอต้องพบเจอมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมานี้มันทำให้เธอหมดหวังกับผู้ชายคนนี้แล้วจริง ๆ เธอไม่สามารถหาเหตุผลที่จะเชื่อเขาได้เลย

    

    เงิน 20 หยวนนั้นคงไม่พ้นต้องให้เธอจัดการเอง

    

    หลินเจียอินยิ้มอย่างสมเพชตัวเอง เธอมองไปยังประตูเข้าธนาคารเลือดที่อยู่ไม่ไกลออกไป แล้วก้าวขาเดินไปทางด้านนั้นอย่างเด็ดเดี่ยว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกราวกับมีก้อนหินทับลงกลางใจ ไม่ง่ายเลยกว่าที่เขาจะตามหลินเจียอินทัน เขาจะปล่อยให้เธอไปขายเลือดได้อย่างไร ?

    

    “ที่รัก อย่าไปเลยนะ……”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยังคงจับมือหลินเจียอินไว้ไม่ยอมปล่อย

    

    “ปล่อยฉันนะ ! ” หลินเจียอินสะบัดมือ แต่ไม่ว่าจะสะบัดอย่างไรก็สะบัดไม่หลุด เธอพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า “ถ้าฉันไม่ไปขายเลือด หรือว่าคุณจะให้เถ้าแก่เฉินจับชานชานไปขาย ? ”

    

    พูดจบ เธอก็ดิ้นรนเพื่อจะไปธนาคารเลือดอีกครั้ง

    

    ไม่ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะโน้มน้าวอย่างไร แต่หลินเจียอินก็ยังคงยืนยันหนักแน่น

    

    นี่พูดไม่เข้าหูเลยใช่ไหม !

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ปวดหัวมาก

    

    เขาเองก็รู้ว่าเรื่องราวในอดีตพวกนั้นให้ฝังรากลึกลงในใจของหลินเจียอินเหลือเกิน เธอฝังใจกับมันมาก ยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้ด้วยคำพูดแค่ไม่กี่คำของเขา

    

    ด้วยความร้อนใจ เขาจึงอุ้มหลินเจียอินขึ้นพาดบ่าแล้วหันหลังพาเธอเดินกลับบ้าน

    

    “เจียงเสี่ยวไป๋ ทำอะไรของคุณน่ะ ? ”

    

    “ปล่อยฉันลงนะ”

    

    จู่ ๆ ก็ถูกเจียงเสี่ยวไป๋อุ้มพาดบ่าแบบนี้ หลินเจียอินตกใจจนหน้าตาตื่น เธอมือสั่น ทุบกำปั้นใส่หลังของเจียงเสี่ยวไป๋ไม่หยุด ปากก็ร้องตะโกนดังลั่น

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้สนใจท่าทีของเธอ เพราะตอนนี้เขารู้สึกผิดยิ่งกว่า

    

    หลินเจียอินสูงเกือบจะเท่าเขา เธอสูง 178 เซนติเมตร แต่เขากลับพบว่าน้ำหนักของหลินเจียอินไม่ถึง 50 กิโลกรัมด้วยซ้ำ

    

    ผอมเกินไปแล้ว

    

    มันเป็นความผิดของเขาเอง

    

    ของมีค่าในบ้านถูกเขานำไปขายเพื่อเอาเงินไปเล่นพนันจนหมด บางครั้งเวลาเธอได้เงินมาเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะถูกเขาแย่งไปหมดเช่นกัน หลินเจียอินและลูกสาวต้องอดมื้อกินมื้อ ไม่เคยได้กินอิ่มนอนอุ่น ถ้าไม่ผอมนี่สิแปลก

    

    “ที่รัก ผมขอโทษ ผมจะต้องทำให้คุณกับชานชานมีชีวิตที่ดีที่สุดแน่นอน”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างมุ่งมั่น

    

    หลินเจียอินตกตะลึงอีกครั้ง กำปั้นที่ทุบเจียงเสี่ยวไป๋ค่อย ๆ หยุดชะงักลง

    

    วันนี้เจียงเสี่ยวไป๋ทำให้เธอรู้สึกแตกต่างเมื่อก่อน เขาไม่เพียงแต่ไม่ทุบตี ดุด่าและแย่งเงินเธอไปเท่านั้น แต่เขายังเอาแต่พูดขอโทษอีกด้วย

    

    หากเป็นเมื่อก่อน ถ้าเจียงเสี่ยวไป๋รู้ว่าเธอจะไปขายเลือด เขาคงยืนเฝ้าอยู่หน้าธนาคารเลือดรอให้เธอขายเลือดเสร็จแล้ว จากนั้นก็แย่งเงินทั้งหมดไปจากเธอ

    

    แต่วันนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ไม่พูดถึงเรื่องเงินเลยสักประโยคเดียว แต่กลับบังคับให้เธอกลับบ้าน ไม่ยอมให้เธอไปขายเลือด

    

    และพอนึกถึงคำพูดพวกนั้นที่เจียงเสี่ยวไป๋พรั่งพรูออกมา หลินเจียอินเริ่มไม่แน่ใจแล้ว

    

    เขาเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ หรือ ?

    

    เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว เจียงเสี่ยวไป๋แบกหลินเจียอินเดินออกมาไกลประมาณ 1 ลี้ได้แล้ว

    

    “คุณรีบปล่อยฉันลงเถอะ”

    

    หลินเจียอินตื่นจากภวังค์ เมื่อได้ยินเจียงเสี่ยวไป๋หอบหายใจเสียงดังเหมือนวัว เธอก็รีบพูดอย่างตื่นตระหนก

    

    “กลับบ้านกับผม แล้วผมจะปล่อยคุณลง”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หายใจหอบ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังพูดเสียงแข็ง

    

    เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ถ้าหลินเจียอินไม่ยอม ต่อให้ต้องแบก เขาก็จะแบกเธอกลับบ้าน เขาจะไม่ยอมให้เธอไปขายเลือดเป็นอันขาด

    

    “คุณไม่ให้ฉันไปธนาคารเลือด ฉันจะยังทำอะไรได้อีกล่ะ ? ”

    

    หลินเจียอินพูดอย่างหัวเสีย

    

    ผู้ชายคนนี้ชอบทำอะไรตามใจตัวเองที่สุด ตราบใดที่มันไม่ตรงตามความต้องการของเขา เธอก็จะไม่มีวันทำสำเร็จแน่นอน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจมาก ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วค่อย ๆ วางตัวหลินเจียอินลง พร้อมกับทรุดนั่งลงกับพื้น

    

    เขาเหนื่อยมากจริง ๆ

    

    ทว่า เขากลับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เขายิ้มจนน้ำตาไหล

    

    หลินเจียอินหันไปทางอื่น เธอไม่อยากมองเขา เขาเองก็ไม่ได้สนใจเช่นกัน หลังจากพักผ่อนสักพัก เขาก็จับมือดึงหลินเจียอินกลับบ้าน

    

    มาถึงบริเวณที่เขาทิ้งจักรยานเอาไว้ เมื่อเห็นว่าจักรยานยังคงอยู่ในพงหญ้าเหมือนเดิม เจียงเสี่ยวไป๋จึงไปเข็นจักรยานออกมา แล้วตบที่เบาะหลัง “ที่รัก คุณขึ้นมานั่งสิ ผมจะเข็นคุณกลับบ้าน”

    

    หลินเจียอินเหลือบมองรถจักรยาน ยางหน้ามันแบนไปแล้ว จะเข็นได้อย่างไร ?

    

    เธอจึงก้มหน้าเดินไปข้างหน้า

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รีบคว้าตัวเธอไว้ แล้วชี้ไปยังทางที่จะเข้าเมือง พลางพูดว่า: “ที่รัก ไปทางนี้”

    

    หลินเจียอินหันไปมองเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความสงสัย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงอธิบายให้เธอฟัง “รถยางแตกแล้ว ปั่นต่อไม่ได้ ถ้าเราเข็นกลับอำเภอชิงซาน เราจะต้องเข็นไกลกว่า 10 ลี้ แต่จากตรงนี้เข้าเมืองแค่ 2 ลี้เอง เดี๋ยวเราเข้าเมืองไปหาที่ปะยางรถก่อน แล้วเดี๋ยวผมจะปั่นจักรยานพาคุณกลับบ้าน”

    

    หลินเจียอินชะงักไปเล็กน้อย แต่เธอก็หันกลับมาอย่างเงียบ ๆ และเดินไปทางเมืองชิงโจว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รีบเข็นรถจักรยานตามไป เขาเดินอย่างเชื่อฟังเหมือนเด็กนักเรียนประถมที่เพิ่งทำผิดมา

    

    “ไปเอาจักรยานมาจากไหน ? ”

    

    หลังจากทั้งสองเดินไปได้สักพัก หลินเจียอินก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไป

    

    “ยืม……มาน่ะ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตอบเสียงอึกอัก

    

    เขาแค่ยืมมาจริง ๆ เพียงแต่ไม่ได้รับการยินยอมจากเจ้าของ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อของเจ้าของรถด้วยซ้ำ

    

    สีหน้าของหลินเจียอินเปลี่ยนไป เธอหมดคำจะพูดกับเขาแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนแบบไหน ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเธออีกแล้ว ใครจะกล้าให้เขายืมจักรยาน หรือไม่กลัวว่าเขาจะเอาจักรยานไปขายเพื่อเอาเงินไปเล่นไพ่ ?

    

    “ที่รัก ผมขอโทษ

    

    ตอนนั้นผมรีบร้อนอยากไล่ตามคุณให้ทัน ผมเลยแค่บอกเขาว่าจะขอยืมจักรยาน จากนั้นก็ปั่นมาที่นี่เลย โดยไม่ทันรอให้เจ้าของเขาอนุญาตก่อน

    

    ผมผิดไปแล้ว เดี๋ยวผมจะไปชดใช้ให้เจ้าของจักรยาน แล้วก็ขอโทษเธอด้วย

    

    ผมสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรที่ไม่คิดหน้าคิดหลังแบบนี้อีกแล้ว”

    

    เมื่อเห็นสีหน้าของหลินเจียอินดูแปลกไป เจียงเสี่ยวไป๋ก็รีบอธิบายอย่างอย่างตรงไปตรงมา เพราะอีกสักพักเขาต้องผ่านอำเภอชิงซาน เขาต้องป้องกันไว้ก่อนเพื่อไม่ให้ภรรยารักของเขาตัดสินใจทำอะไรแบบนั้นอีก

    

    หลินเจียอินชำเลืองมองเจียงเสี่ยวไป๋ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสน

    

    ทำไมจู่ ๆ เขาถึงได้สนใจความรู้สึกของฉันขึ้นมาล่ะ ?

    

    ในอดีต ไม่ว่าเขาจะทำอะไร เขาจะไม่อธิบายให้เธอฟัง นับประสาอะไรกับความรู้สึกของเธอ

    

    แต่ตอนนี้เขาใส่ใจความรู้สึกของเธออย่างชัดเจน

    

    “ฉันไม่มี……เงินปะยางหรอกนะ” หลินเจียอินพูดเสียงแผ่ว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หยิบธนบัตร 1 เหมาออกมาให้เธอดู “ผมมี”

    

    มันคือเงินที่เหลือจากเล่นไพ่เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นเงินก้อนเดียวที่เขามี

    

    ทั้งสองเข้าไปในเมืองและผ่านร้านซาลาเปา เห็นซาลาเปาร้อน ๆ ควันขึ้นฉุย เจียงเสี่ยวไป๋ก็เดินเข้าไปซื้อซาลาเปามา 2 ลูกทันที

    

    ซาลาเปาไส้หวานลูกละ 5 เจี่ยว ซื้อ 2 ลูกราคา 1 เหมาพอดี

    

    เขายื่นซาลาเปาทั้ง 2 ลูกให้หลินเจียอิน “กินอะไรหน่อย กลับบ้านไปผมจะทำอาหารให้กิน”

    

    จนกระทั่งซาลาเปาทั้ง 2 ลูกถูกยัดใส่มือ หลินเจียอินก็ยังรู้สึกราวกับว่ามันไม่ใช่ความจริง

    

    เมื่อก่อนเวลามีอะไรกิน มีตอนไหนบ้างที่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่กินเองก่อน เขาไม่เคยสนใจความเป็นความตายของพวกเธอสองคนแม่ลูกเลยด้วยซ้ำไป

    

    แต่ตอนนี้ เขากลับเอาซาลาเปาที่มีอยู่ 2 ลูกให้เธอทั้งหมด

    

    เธอออกมาตั้งแต่เช้าโดยไม่ได้กินข้าว ทั้งยังเดินเป็นระยะทางกว่า 20 ลี้ เธอหิวจนแทบจะหน้ามืดตาลาย ตอนนี้พอได้ถือซาลาเปาร้อน ๆ ในมือ ท้องของเธอก็ส่งเสียง “โครก~” ออกมา

    

    “คุณเอาเงินไปซื้อซาลาเปาหมดแล้ว แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปปะยางรถ ? ”

    

    หลังจากอดทนต่อความหิวได้แล้ว หลินเจียอินจึงยื่นซาลาเปาคืนให้เขา

    

    เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือปัด “คุณรีบกินเถอะ เรื่องปะยาง ผมพอมีวิธี”

    

    พูดจบ เขาก็กลับไปที่ร้านซาลาเปาเพื่อขอน้ำต้มสุกที่เย็นแล้วจากเจ้าของร้าน จากนั้นก็ยกมันมาและเร่งเร้าให้หลินเจียอินกินซาลาเปา

    

    หลินเจียอินก้มลงกัดซาลาเปากินคำเล็ก ๆ ดวงตาคู่งามเคลิบเคลิ้มด้วยรสหวานของซาลาเปา

    

    ซาลาเปาไส้หวานมันช่างอร่อยจริง ๆ

    

    หลังจากกินหมดไป 1 ลูก เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยื่นชามใส่น้ำเย็นชื่นใจให้เธอ “ดื่มน้ำก่อนแล้วค่อยกินอีก เดี๋ยวจะติดคอ”

    

    น้ำเสียงของชายหนุ่มดูเป็นห่วงเป็นใยราวกับจะเกลี้ยกล่อมให้เด็กน้อยกินข้าว

    

    กินซาลาเปาไส้หวานไปแล้ว 1 ลูกและดื่มน้ำอีกครึ่งชาม แม้จะยังไม่อิ่มท้อง แต่หลินเจียอินรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก

    

    เธอหันไปมองเจียงเสี่ยวไป๋ แล้วยื่นซาลาเปาให้เขา “คุณเองก็……กินด้วยสิ”

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 5 :แบกคุณกลับบ้าน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

602647deIKbDtqwp
สาวงามตัวร้าย : ท่านจอมมารได้โปรดโดนตกซะทีเถอะ!
17/02/2023
novelpdf-593
หนึ่งเซียนยากเสาะหา
25/03/2023
62738198wH1YpbA5
เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน
26/02/2024
61dbab1aVw5UqpWl
เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค
14/09/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.