Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 63 :ขอคำอธิบาย

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 63 :ขอคำอธิบาย
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 63 :ขอคำอธิบาย

    

    คนที่ขายมันฝรั่งลูกเล็กไม่กี่วันก่อนได้กำไรค่อนข้างมาก แต่ละครัวเรือนมีรายได้อย่างน้อยหนึ่งร้อยหรือสองสามร้อยหยวน

    

    ผู้คนในเจียงวานมั่งคั่งขึ้นมาในทันที

    

    เมื่อมีเงินอยู่ในมือ ชาวบ้านต่างก็มีความสุขและร้องเรียกพ่อค้าเนื้อจางให้เชือดหมูขาย

    

    จากนั้น เกือบทุกครัวเรือนก็ซื้อเนื้อสัตว์ และในช่วงเวลาอาหารเย็น ทั่วทั้งหมู่บ้านได้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเนื้อสัตว์ปรุงสุก

    

    “เสี่ยวไป๋ เจียอิน กลับมาแล้วหรือ”

    

    ถานชิงซานอยู่ในลานบ้าน ถือชามเนื้อและกินอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อเขาเห็นเจียงเสี่ยวไป๋และลูกเมียกลับมา เขาจึงทักทายเสียงดัง

    

    “พี่ชิงซาน กินเนื้ออยู่หรอ หอมมากเลย อร่อยไหม ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

    

    “อร่อยมากเลยล่ะ ! ” ถานชิงซานพยักหน้ารับ และถามด้วยรอยยิ้ม “นายอยากลองชิมไหม ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ผมไม่แย่งพี่กินหรอก แต่อย่าลืมนะว่าที่กินเนื้อได้ก็เพราะหลิวซือกั๋ว”

    

    “ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเสนอราคารับซื้อสูงขนาดนี้ พี่จะมีเงินซื้อเนื้อกินได้อย่างไร จริงไหม ? ”

    

    ถานชิงซานระเบิดเสียงหัวเราะและพูดว่า “หลิวซือกั๋วเป็นคนดี ฉันจะจำไว้แน่นอน”

    

    หลังจากพูดคุยกันแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็เดินกลับบ้าน

    

    หลังจากนั้นไม่นาน ป้าหูและเหลียวจวี๋จือต่างถือชามทักทายพวกเขาที่ลานบ้าน “เสี่ยวไป๋ เจียอิน เธอกลับมาแล้ว ชานชานไปด้วยทุกวัน เธอเคยชินกับที่นั่นหรือยัง ? ”

    

    “หนูชอบอยู่กับป่าป๊า”

    

    ก่อนที่เจียงเสี่ยวไป๋จะตอบกลับ เจียงชานก็พูดขึ้นก่อน

    

    เหลียวจวี๋จือยิ้มอย่างอบอุ่นและพูดว่า “ชานชานเด็กดี หนูมากินข้าวที่บ้านยายไหม วันนี้ยายทำหมูตุ๋นน้ำแดงด้วยนะ”

    

    “หนูกินหมูตุ๋นทุกวัน หนูไม่อยากกินแล้วค่ะ”

    

    เจียงชานส่ายหัวอย่างแรงเหมือนตีกลอง และพูดว่า “ป่าป๊าบอกว่าคืนนี้จะทำซุปเป็ดให้หนูดื่ม”

    

    หนูน้อยมักพูดจาตรงไปตรงมา และจะพูดอะไรก็ตามที่อยู่ในใจของพวกเขา

    

    ในทางกลับกัน เหลียวจวี๋จือชะงักไปเล็กน้อย เพราะมันไม่ง่ายเลยกว่าที่เธอจะสามารถซื้อหมูมาตุ๋นได้ แต่หนูน้อยตรงหน้ากลับกินมันทุกวันจนเบื่อหน่าย กระทั่งอยากกินซุปเป็ดแทน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงรีบพูดว่า “ป้าเหลียว ขอบคุณมากครับ แต่อย่าลืมหลิวซือกั๋ว ในขณะที่ป้าเพลิดเพลินกับเนื้อหมูนะ”

    

    ขณะที่พวกเขาเดินไป ทุกครั้งที่ทักทายใครสักคน เจียงเสี่ยวไป๋มักจะพูดกับทุกคนเสมอว่าอย่าลืมหลิวซือกั๋วที่ทำให้พวกเขาได้กินดีอยู่ดีขึ้น

    

    เรื่องนี้ทำเอาหลายคนงง เมื่อวานนี้เขายังโต้เถียงอย่างรุนแรงกับหลิวซือกั๋วอยู่เลย ทำไมวันนี้เขาถึงยกย่องหลิวซือกั๋วได้ล่ะ ?

    

    เมื่อเขากลับถึงบ้าน เจียงเสี่ยวไป๋ก็เชือดเป็ดที่เขาซื้อมา เขาทำความสะอาดและหั่นเป็นชิ้น ใส่มันลงในหม้อที่น้ำกำลังเดือด ใส่ขิงแก่ พริกไทยเสฉวน และเคี่ยวอย่างช้า ๆ เมื่อเคี่ยวจนได้ที่ เขาก็หยิบหัวไชเท้าเปรี้ยวสองหัวมาหั่นเป็นชิ้น ๆ แล้วใส่ลงไปในหม้อเพื่อต้มต่อ

    

    เมื่อเนื้อเป็ดเริ่มนุ่ม เขาก็โรยเก๋ากี้ลงไปหนึ่งกำมือ

    

    ในหม้อมีน้ำซุปที่ใสและส่งกลิ่นหอม ไขมันเป็ดเป็นสีทองแวววาว กลิ่นหอมของซุปเป็ดลอยอบอวลไปในอากาศอย่างรวดเร็ว

    

    หลินเจียอินลองชิม ทันใดนั้นดวงตาของเธอก็เป็นประกายขึ้นมา

    

    “อร่อยไหม ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ถามด้วยรอยยิ้ม

    

    “อร่อยมาก”

    

    หลินเจียอินไม่ลังเลที่จะเอ่ยชม “ซุปเข้มข้นและอร่อย หนังเป็ดนุ่ม หัวไชเท้ามีรสเปรี้ยว ทำให้รู้สึกสดชื่นและมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะอย่างชอบใจ “เมียจ๋า ตอนนี้คุณกลายเป็นนักชิมไปแล้วนะ”

    

    หลินเจียอินชำเลืองมองเขา และก้มชิมบซุปทีละนิด ในขณะที่เธอได้แต่คิดกับตัวเองว่า: ‘คุณคิดเมนูอร่อย ๆ พวกนี้ออกมาทุกวัน ทำให้ต่อมรับรสของฉันมันมีมาตรฐานสูงไปเสียแล้ว’

    

    “รสชาติเปรี้ยวเผ็ดแบบนี้อร่อยมากจริง ๆ ”

    

    หนูน้อยเพลิดเพลินกับอาหารเช่นกัน เธอพูดด้วยน้ำเสียงน่ารักว่า “หนูยกนิ้วให้ป่าป๊าเลย”

    

    หลังจากอยู่กับเจียงเสี่ยวไป๋มาระยะหนึ่ง หนูน้อยได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ไปไม่น้อย

    

    อาหารมื้อนี้ทำให้ทั้งครอบครัวรู้สึกอิ่มเอมและมีความสุข

    

    หลังจากล้างจานเสร็จแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็เตรียมน้ำอาบให้ภรรยาและลูกสาวของเขา แม้จะทำงานบ้านเหล่านี้ซ้ำ ๆ ทุกวัน แต่เขาไม่ได้รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับมันเลยแม้แต่น้อย กลับรู้สึกมีความสุขด้วยซ้ำไป

    

    หลังจากที่ทั้งครอบครัวอาบน้ำเสร็จ หลินเจียอินก็เล่านิทานให้เจียงชานฟังในห้อง ขณะที่เจียงเสี่ยวไป๋ยุ่งอยู่กับงานครัวเพื่อเตรียมซอสสูตรลับที่จะใช้ในวันรุ่งขึ้น

    

    ผัดมันฝรั่งและตุ๋นฟักเขียวขายดีมาก ทำให้เจียงเสี่ยวไป๋ต้องเตรียมซอสสูตรลับหม้อใหญ่เกือบทุกวัน

    

    ขณะที่เขากำลังยุ่งกับการเตรียมซอส จู่ ๆ เจียงไห่หยางและเจียงเสี่ยวเฟิงก็วิ่งเข้ามา

    

    “เฮ้ ไอ้ลูกชายไม่รักดี แกไปมีเรื่องอะไรกับนักเลงเฉินอีก เขาถึงพาคนมาที่นี่เป็นสิบ”

    

    เจียงไห่หยางพุ่งเข้าไปในครัว และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโมโหและความร้อนใจ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่านักเลงเฉินคงจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ แต่เขาไม่คาดคิดว่านักเลงเฉินจะมาเร็วขนาดนี้

    

    “ไม่ต้องกังวล เขาไม่กล้าสร้างปัญหาในเจียงวานหรอก”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋วางงานในมืออย่างไม่รีบร้อน เขาล้างมือขณะพูดและเดินออกจากบ้านไปอย่างสบาย ๆ

    

    หลังจากนั้นไม่นาน นักเลงเฉินก็มาถึงที่ลานบ้านพร้อมกับคนกว่าสิบคน

    

    ในขณะนี้ แขนของเขายังคงพันด้วยผ้าพันแผล และรอยฟกช้ำยังคงปรากฏให้เห็นบนใบหน้า ตอนนี้รอยฟกช้ำเหล่านั้นกลายเป็นสีม่วงคล้ำ ทำให้ท่าทางโกรธของเขาดูดุร้ายยิ่งขึ้น

    

    ในขณะเดียวกัน เจียงไห่เทียนก็มาถึงพร้อมกับคนกลุ่มใหญ่ รวมถึงเจียงไห่โป เจียงไห่ฉวนและคนอื่น พวกเขาทั้งหมดต่างถืออาวุธอยู่ในมือ

    

    ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน

    

    ไม่สิ ควรพูดว่าผู้ชายสิบกว่าคนที่นำโดยนักเลงเฉินถูกล้อมรอบด้วยผู้ชายในตระกูลเจียงและชาวบ้านหลายสิบคนจากครอบครัวใกล้เคียงมากกว่า

    

    อืม ในเมื่อเจียงไห่หยางเห็นพวกนักเลงเฉิน เขาจะไม่เตรียมการอะไรเลยได้อย่างไร

    

    ไม่ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะยั่วยุนักเลงเฉินอย่างไร แต่ความจริงที่ว่านักเลงเฉินกล้านำผู้คนบุกมาที่เจียงวานนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

    

    ดังนั้น เขาจึงแจ้งเจียงไห่เทียนให้ก่อน

    

    ในฐานะที่เป็นทั้งลุงของเจียงเสี่ยวไป๋และผู้ใหญ่บ้านเจียงวาน เสียงเรียกของเจียงไห่เทียนทำให้ชายหลายสิบคนรีบคว้าอาวุธและรีบมาที่นี่

    

    “นักเลงเฉิน นายต้องการอะไร ? ”

    

    ก่อนที่เจียงเสี่ยวไป๋จะทันได้พูดอะไร เจียงไห่เทียนก็ก้าวไปข้างหน้าและถามอย่างดุดัน

    

    นักเลงเฉินและคนของเขาเคยชินกับการทำตัวเย่อหยิ่งในหมู่บ้าน แต่ตอนนี้ถูกรายล้อมไปด้วยผู้คนมากมายจากเจียงวาน ใบหน้าของพวกเขาจึงแสดงอาการตื่นตระหนกออกมา

    

    “ผู้ใหญ่บ้านเจียง ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อมีเรื่อง”

    

    นักเลงเฉินยังมีท่าทีสงบ เขาพูดกับเจียงไห่เทียนด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและชี้ไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ ก่อนจะพูดว่า “ฉันแค่จะมาที่นี่เพื่อขอคำอธิบายจากเขา”

    

    “หากไม่ได้มาเพื่อหาเรื่อง แล้วพาคนมามากมายทำไมกัน ? ”

    

    เห็นได้ชัดว่าเจียงไห่เทียนไม่เชื่อเขา และถามอย่างเด็ดขาด

    

    นักเลงเฉินยิ้มและชี้ไปที่อาการบาดเจ็บของเขา พลางกล่าวว่า “ผู้ใหญ่บ้านเจียง คนในเจียงวานดุร้ายเกินไป ฉันพาคนมาเผื่อป้องกันตัว”

    

    หลังจากหยุดครู่หนึ่ง เขาพูดต่อว่า “ถ้าเราจะมาหาเรื่องจริง ๆ เราคงนำอาวุธมาด้วยแล้ว”

    

    เจียงไห่เทียนมองไปที่นักเลงเฉินและกลุ่มของเขา เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่มีอาวุธจึงถอนหายใจเล็กน้อยด้วยความโล่งอก

    

    ถ้าเกิดการต่อสู้กับคนจำนวนมากในคืนนี้ มันอาจควบคุมไม่ได้และถึงขั้นบาดเจ็บล้มตาย ในฐานะผู้ใหญ่บ้าน เขาไม่สามารถแบกรับสถานการณ์แบบนี้ได้ทั้งหมด

    

    ในขณะนี้ เจียงเสี่ยวไป๋เดินเข้าไปหานักเลงเฉิน และถามด้วยท่าทางสงบว่า “นายต้องการคำอธิบายอะไรจากฉัน ? ”

    

    นักเลงเฉินกล่าวว่า “นายจงใจปล่อยข่าวเท็จ โดยอ้างว่านายจะซื้อมันฝรั่งลูกเล็กในราคาชั่งละ 4 เหมา ทำให้ฉันเสียเงินหลายหมื่นหยวน ดังนั้นนายควรให้คำอธิบายเรื่องนี้กับฉันไม่ใช่หรือไง ? ”

    

    “เฮอะ ๆ …”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มเยาะและพูดว่า “ใครบอกว่าฉันปล่อยข่าวเท็จ ฉันต้องการซื้อมันฝรั่งลูกเล็กในราคาชั่งละ 4 เหมาจริง ๆ ”

    

    จากนั้น เขาก็เปลี่ยนประเด็นไป “แต่ฉันกลับหาซื้อมันฝรั่งลูกเล็กไม่ได้เลยสักลูกเดียว”

    

    หลังจากพูดเช่นนี้แล้ว เขาหันไปหาชาวบ้านและถามว่า “มีใครยังมีมันฝรั่งลูกเล็กอยู่ในบ้านบ้าง ? ผมจะซื้อชั่งละ 4 เหมา”

    

    ชาวบ้านต่างระเบิดเสียงหัวเราะ

    

    “มันฝรั่งลูกเล็กในบ้านของฉันขายไปในราคาชั่งละ 4.5 เหมาแล้ว”

    

    “ของฉันก็เช่นกัน หลิวซือกั๋วซื้อมันฝรั่งในราคาชั่งละ 4.5 เหมา ทำไมฉันต้องขายให้นายในราคา 4 เหมาด้วย”

    

    “ใช่ ฉันไม่ได้โง่ การที่ได้เงินเพิ่มอีกชั่งละ 5 เฟิงแบบนี้ ใครจะไม่เอากันล่ะ”

    

    “……”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดกับนักเลงเฉินว่า “นายเข้าใจแล้วใช่ไหม ? ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากซื้อมันฝรั่ง แค่ไม่มีใครขายมันฝรั่งให้ฉันต่างหากล่ะ”

    

    “แก….”

    

    นักเลงเฉินโกรธจนแทบจะกระอักเลือดออกมา รอยฟกช้ำบนใบหน้าของเขาเริ่มปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มยิ่งขึ้น

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 63 :ขอคำอธิบาย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

ef001c104ec4
คุณหนูใบ้หัวใจแกร่ง
14/09/2024
6188e9251rPiSaR6
หมอหญิงยอดมือสังหาร
07/10/2023
novelpdf0072
หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง
11/02/2024
7 (2)
พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
19/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.