Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 64 :สองทางเลือก เลือกทางใดทางหนึ่ง

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 64 :สองทางเลือก เลือกทางใดทางหนึ่ง
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 64 :สองทางเลือก เลือกทางใดทางหนึ่ง

    

    เรื่องนี้เป็นเพราะนักเลงเฉินคิดโลภเอง

    

    บวกกับการวางแผนที่ชาญฉลาดของเจียงเสี่ยวไป๋ ทำให้นักเลงเฉินพูดไม่ออก

    

    นักเลงเฉินจ้องมองที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความโกรธ ตอนนี้เขาอยากวิ่งเข้าไปฉีกเจียงเสี่ยวไป๋เป็นชิ้น ๆ เพื่อระบายความโกรธเสียเหลือเกิน

    

    แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้มาเพื่อมีเรื่องชกต่อย

    

    ……..

    

    ย้อนกลับไปในตอนก่อนที่เขาจะมาที่นี่ เขาได้เข้าไปในเมืองเพื่อพบกับพี่เขยของเขา หม่าตงหลาย

    

    หม่าตงหลายเป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจประจำถนนปาเจียวถิงในเมืองชิงโจว ในอดีต หม่าตงหลายเคยช่วยสะสางคดีอาชญากรรมที่นักเลงเฉินก่อขึ้น และเมื่อใดที่นักเลงเฉินประสบปัญหาที่เขาไม่สามารถแก้ได้ หม่าตงหลายก็จะยื่นมือเข้าไปช่วย

    

    คราวนี้เรื่องใหญ่เกินไป นักเลงเฉินจึงมาขอคำแนะนำจากหม่าตงหลาย

    

    หลังจากเข้าใจสถานการณ์แล้ว หม่าตงหลายจึงถามว่า “นายวางแผนจะทำอย่างไรต่อ”

    

    นักเลงเฉินพูดด้วยความโกรธว่า “ผมขอยืมปืนพี่หน่อย ผมจะยิงเขา ผมจะเจาะหัวเขาสักสองสามรู เพราะนี่เป็นสิ่งที่เขาสมควรได้รับ”

    

    หม่าตงหลายตบโต๊ะด้วยความโมโห

    

    “นายบ้าไปแล้วหรือไง ตอนนี้มีการปราบปรามอาชญากรรมอยู่ทุกที่ แล้วนายยังอยากใช้ปืนของฉันฆ่าคนอีกหรือ ? นายคงเบื่อการใช้ชีวิตของตัวเองแล้ว แต่ฉันยังไม่เบื่อ”

    

    ที่พึ่งที่ใหญ่ที่สุดของนักเลงเฉินคือพี่เขยคนนี้ หลังจากถูกดุ เขาไม่กล้าตอบโต้ แต่ยังคงพูดว่า “พี่ลืมไปแล้วหรือว่าเงินของพี่ก็ลงทุนในธุรกิจนี้ 3,000 หยวน เราตกลงในตอนนั้นว่าพี่จะได้รับส่วนแบ่ง 40% แต่ตอนนี้ธุรกิจเดินต่อไปไม่ได้ มันฝรั่งลูกเล็กกองเป็นพะเนินเพราะขายไม่ออก เงินที่พี่ลงทุนไปก็จะสูญเปล่าไปด้วย”

    

    เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หม่าตงหลายก็ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น

    

    เมื่อคืนนักเลงเฉินมาขอยืมเงิน และโอ้อวดพูดเกินจริง โดยบอกว่าสามารถทำเงินได้วันละเป็นพันหยวน แม้เขาจะไม่เชื่อว่านักเลงเฉินจะทำเงินได้วันละถึงหลักพันหยวน แต่ก็ไม่คิดว่าจะสูญเสียเงิน 3,000 หยวนไปภายในหนึ่งวันแบบนี้

    

    หม่าตงหลายอุทานด้วยความโกรธ “นายคิดว่าการยิงใครสักคนด้วยปืนจะได้เงินคืนกลับมาหรือไง ? ”

    

    ประโยคเดียวทำให้นักเลงเฉินพูดไม่ออก

    

    ในท้ายที่สุด เป็นหม่าตงหลายที่พูดต่อ “สำหรับเรื่องนี้ นายต้องไปคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋ เกลี้ยกล่อมให้เขาซื้อมันฝรั่งลูกเล็กทั้งหมดจากนาย หรือโน้มน้าวให้เขาเลิกขายผัดมันฝรั่งไปเลย”

    

    นักเลงเฉินรู้สึกหนักใจ เมื่อได้ยินคำแนะนำนี้

    

    เขาคาดเดาได้เลยว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะต้องไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน

    

    หม่าตงหลายกล่าวว่า “ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่คุยกันไม่ได้”

    

    “นายลองไปคุยกับเขา คุยแบบที่เป็นการผูกมิตรกันน่ะ”

    

    “เพราะถึงแม้ว่าเขาจะซื้อมันฝรั่งลูกเล็กทั้งหมดจากนายในราคาชั่งละ 4.5 เหมา แล้วขายผัดมันฝรั่งในราคาของเขา เขาก็ยังทำกำไรได้ แต่อยู่ที่ว่าเขาจะได้กำไรมากน้อยแค่ไหน”

    

    “หรือนายสามารถขอให้เขาถอนตัวจากธุรกิจนี้ และให้นายทำธุรกิจผัดมันฝรั่งเพียงคนเดียว แล้วชดเชยเงินให้เขาไป 3,000 หยวน ด้วยวิธีนี้ เขาจะไม่เดือดร้อนและไม่ได้ขาดทุนอะไร”

    

    นักเลงเฉินยังคงไม่ยอมและพูดว่า “ทำไมผมต้องชดเชยเงิน 3,000 หยวนให้เขาด้วย ผมไม่เอาด้วยหรอก”

    

    หม่าตงหลายมองนักเลงเฉินด้วยดวงตาที่แข็งกร้าว “ถ้านายไม่เสนอสิ่งจูงใจให้คนอื่น พวกเขาจะแบ่งปันผลประโยชน์กับนายได้ยังไง ? ”

    

    หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง นักเลงเฉินจึงไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เขาพูดว่า “แต่ถ้าเขายังไม่ยอมล่ะ?”

    

    สีหน้าของหม่าตงหลายดูเหี้ยมขึ้น เขากัดฟันพูดว่า “ถ้าเขาไม่ต้องการเป็นเพื่อนกับฉัน เขาก็เป็นศัตรู”

    

    “และเพื่อจัดการกับศัตรู ฉันยังมีวิธีอีกมากมาย”

    

    หลังจากพูดคุยกันสักพัก นักเลงเฉินจึงกลับไปที่ถังซาน เขานำลูกน้องสิบกว่าคนไปที่เจียงวาน เพื่อเจรจากับเจียงเสี่ยวไป๋ถึงเรื่องนี้

    

    ……

    

    “ฉันจะไม่พูดให้มากความ ถึงอย่างไรมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่านายจงใจหลอกลวงฉัน นายต้องมีคำอธิบายให้ฉัน”

    

    เมื่อนึกถึงคำแนะนำของพี่เขย นักเลงเฉินระงับความโกรธของเขาและพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋เสียงแข็ง

    

    “ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับนาย”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ปฏิเสธโดยไม่ลังเล และหัวเราะเบา ๆ “แต่ถ้านายยืนยันที่จะให้ฉันอธิบาย ฉันก็จะเป็นตัวแทนของชาวเจียงวานเพื่อขอบคุณนายและหลิวซือกั๋วที่เสนอราคารับซื้อมันฝรั่งที่สูงเช่นนี้ ทำให้ทุกครัวเรือนได้เพลิดเพลินกับเนื้อที่แสนอร่อยในวันนี้”

    

    ด้วยคำพูดนั้น ชาวบ้านเจียงวานก็หัวเราะออกมา

    

    “ฉันก็ว่าทำไมจู่ ๆ ราคาของมันฝรั่งลูกเล็กถึงพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันแบบนั้น ที่แท้นักเลงเฉินต้องการฉกธุรกิจของเสี่ยวไป๋ และเสี่ยวไป๋ก็แผนซ้อนแผนใส่เขานี่เอง”

    

    “อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง”

    

    “เกิดอะไรขึ้น ? ”

    

    “มันง่ายมาก นายยังไม่เข้าใจอีกหรือ นักเลงเฉินต้องการให้เสี่ยวไป๋ไม่มีมันฝรั่งขาย จึงรับซื้อมันฝรั่งลูกเล็กในราคาชั่งละ 4.5 เหมาจากเรา แต่สุดท้ายตอนนี้เพิ่งมารู้ตัวว่าตัวเองตกหลุมพราง”

    

    “แบบนี้นี่เอง เสี่ยวไป๋ทำได้ดีจริง ๆ ”

    

    “ไม่เช่นนั้น เราคงขายมันฝรั่งลูกเล็กในราคาชั่งละ 4.5 เหมาไม่ได้อย่างแน่นอน”

    

    “……”

    

    ตอนนี้คนส่วนใหญ่ในเจียงวานต่างเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น สายตาของพวกเขาที่มีต่อเจียงเสี่ยวไป๋ได้เปลี่ยนไปอีกครั้ง

    

    เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ นักเลงเฉินรู้สึกราวกับว่ามีเลือดหยดในหัวใจของเขา เนื้อสัตว์ทั้งหมดที่ผู้คนในเจียงวานกำลังกินกันนั้นซื้อมาด้วยเงินของเขา เงินที่เขาเก็บออมมาอย่างยากลำบาก

    

    นักเลงเฉินจ้องมองที่เจียงเสี่ยวไป๋อย่างดุดัน หากสายตาฆ่าคนได้ เจียงเสี่ยวไป๋คงตายไปแล้วเป็นพันครั้ง

    

    เฮ้อ…..

    

    นักเลงเฉินถอนหายใจยาวระงับความอยากฆ่าคนและพูดว่า “เจียงเสี่ยวไป๋ เป็นความจริงที่ว่านายหลอกฉัน และนายก็รู้ดีว่าด้วยนิสัยใจคอของฉัน เรื่องนี้คงไม่จบลงเพียงเท่านี้แน่นอน”

    

    เสียงของเจียงเสี่ยวไป๋กลายเป็นเย็นชาขึ้นมาทันที “นายอยากทำยังไงล่ะ ? ”

    

    นักเลงเฉินพูดถึงเงื่อนไขสองข้อของหม่าตงหลายอย่างเปิดเผย และสรุปว่า “มีแค่สองวิธีนี้ นายต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่นักเลงเฉินราวกับว่ากำลังมองคนโง่และพูดว่า “งั้นฉันเลือกวิธีที่สาม”

    

    นักเลงเฉินรู้สึกงงงวย เขาพูดอย่างชัดเจนว่ามีเพียงสองวิธี แต่เจียงเสี่ยวไป๋กลับบอกว่าเลือกวิธีที่สาม เขาจึงถามออกไปอย่างงุนงง “วิธีอะไร ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “นายก็อยู่ในแวดวงของนายไป ส่วนฉันจะขายผัดมันฝรั่งในที่ของฉัน จากนี้ไปเราไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก”

    

    ในตอนท้าย เขายังเน้นย้ำอีกว่า “ส่วนเงินที่เสียไปก็ถือว่าจ่ายเป็นค่าบทเรียน”

    

    “เจียงเสี่ยวไป๋ เลิกล้อเล่นกับฉันได้แล้ว ! ”

    

    นักเลงเฉินตะโกนด้วยความโมโหหลังจากที่ได้ยินเขาพูดมาแบบนั้น

    

    “นี่นายคิดว่าฉันกำลังล้อเล่นอย่างนั้นหรือ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ชูนิ้วขึ้นและแกว่งนิ้งด้วยท่าทีเมินเฉย “ฉันไม่ได้ล้อเล่น และจะบอกให้รู้ว่านี่เป็นทางออกเดียวของนาย”

    

    จากนั้นน้ำเสียงของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยม “และหากนายกล้ายั่วยุฉันอีก นั่นมีแต่จะพานายไปสู่หนทางของการทำลายตนเอง”

    

    ท่าทีที่น่าเกรงขามและสง่างามของเจียงเสี่ยวไป๋ทำให้นักเลงเฉินตัวสั่นเทิ้มอย่างบอกไม่ถูก

    

    ผู้คนในเจียงวานต่างก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน ทุกคนต่างพากันมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ทีละคน

    

    ก่อนหน้านี้ พวกเขาเคยรู้เพียงว่าภายนอกเจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนดุดัน ไม่เกรงกลัวในการต่อสู้ และเป็นคนที่โหดเหี้ยม

    

    แต่ในขณะนี้ พวกเขารู้สึกว่าแม้คำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋จะแข็งกร้าว แต่ท่าทางทั้งหมดของเขาแสดงออกถึงความมั่นใจและความเป็นผู้นำ

    

    มันทำให้ผู้คนไม่เพียงแต่มีความกลัวต่อเขาเท่านั้น แต่ยังเกรงขามเขาอีกด้วย

    

    นักเลงเฉินตกตะลึงกับท่าทีอันโอ่อ่าของเจียงเสี่ยวไป๋ จนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

    

    เขารู้อยู่แก่ใจว่าการต่อรองในวันนี้พังทลายลงแล้ว

    

    ด้วยวิธีนี้ เขาจึงเฉยเมย เขาฝืนยิ้มและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เจียงเสี่ยวไป๋ เหตุผลที่ฉันเสนอทางเลือกสองทางให้นาย เพราะฉันไม่อยากทำอะไรให้มันโหดร้ายเกินไปต่างหากล่ะ”

    

    “แต่เนื่องจากนายไม่รู้จักคุณค่าของการประนีประนอม งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าสิ่งต่าง ๆ จะเป็นยังไงต่อไป”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างเมินเฉยและพูดว่า “ได้สิ หวังว่านายจะไม่เสียใจทีหลังนะ”

    

    นักเลงเฉินระเบิดเสียงหัวเราะและพูดว่า “ฉันมันเรียนมาน้อย ดังนั้นจึงเขียนคำว่าเสียใจทีหลังไม่เป็น”

    

    หลังจากหยุดไปชั่วขณะ เขาเหลือบมองหลินเจียอินและเจียงชานที่อยู่ข้างหลังเจียงเสี่ยวไป๋ จากนั้นพูดอย่างเย็นชาว่า “ในเจียงวาน จริงอยู่ที่ฉันแตะต้องนายไม่ได้ แต่นายจะซ่อนตัวในเจียงวานไปตลอดชีวิตได้อย่างนั้นหรือ ? ”

    

    “หากเป็นเช่นนั้น นายคงประสบความสำเร็จในธุรกิจไม่ได้”

    

    เขาตั้งใจหยุดชั่วครู่ แล้วพูดต่อ “และอีกอย่าง ภรรยาของนายสวยมาก และลูกสาวของนายก็น่ารักมากเช่นกัน หวังว่าพวกเธอจะแข็งแกร่งเหมือนนายนะ”

    

    เมื่อจบคำพูดของเขา เขาส่งสัญญาณให้ลูกน้องของเขาหลายสิบคน “ไปกันเถอะ”

    

    “หยุด ! ”

    

    เสียงของเจียงเสี่ยวไป๋ดังขึ้น แสดงถึงความโกรธของเขาอย่างชัดเจน

    

    นักเลงเฉินหันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของเขา เขาพูดว่า “มีอะไร ? นายจะเรียกให้ฉันอยู่กินข้าวด้วยงั้นหรือ”

    

    เมื่อพูดอย่างนั้น เขาก็หันไปหาเจียงไห่เทียนและพูดด้วยน้ำเสียงสงบว่า “ผู้ใหญ่บ้านเจียง ผมแค่ผ่านมาทางเจียงวาน พวกคุณจะทำร้ายเราจริง ๆ อย่างนั้นหรือ ? ”

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 64 :สองทางเลือก เลือกทางใดทางหนึ่ง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6273899akY9JWV6J
เจ้าของร้านพิศวง [我真不是邪神走狗]
18/02/2023
6173a2e6fw1THzNH
ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
19/05/2023
6192208aBy6WoSao
เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙]
30/11/2025
novelpdfv3Br1q
ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
08/02/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.