Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 70 :ฝนตกหลังคารั่วทั้งคืน

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 70 :ฝนตกหลังคารั่วทั้งคืน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 70 :ฝนตกหลังคารั่วทั้งคืน

    

    หลังจากได้รับคำแนะนำจากหม่าตงหลายแล้ว นักเลงเฉินก็รวบรวมลูกน้องประมาณสิบกว่าคนมีทั้งชายและหญิง พวกเขาล้วนแต่งตัวเป็นพลเมืองธรรมดา แต่พร้อมที่จะสร้างปัญหาที่ร้านของเจียงเสี่ยวไป๋ในตอนบ่ายแล้ว

    

    “เจียงเสี่ยวไป๋ นายกำลังเล่นกับไฟ แต่นายยังไร้เดียงสาเกินไป”

    

    นักเลงเฉินนอนเอนหลังบนเก้าอี้เอนด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ จินตนาการถึงฉากหลังจากที่แผนของพวกเขาสำเร็จลุล่วง เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ติดคุก ธุรกิจผัดมันฝรั่งของเขาจะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง ความคิดนี้ทำให้เขาตื่นเต้นจนยากจะควบคุมตัวเองได้

    

    เขาไม่เคยรู้สึกว่าเวลาเดินช้าขนาดนี้มาก่อน เขานึกอยากจะไปป่วนร้านของเจียงเสี่ยวไป๋แทบใจจะขาด

    

    อย่างไรก็ตาม หม่าตงหลายได้วางแผนอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่จะซื้อผัดมันฝรั่ง ช่วงเวลาเริ่มก่อความวุ่นวาย โทรหาตำรวจและสำนักงานตรวจสอบอาหารและสุขอนามัย เวลาที่เจ้าหน้าที่มาถึง แต่ละรายละเอียดล้วนได้รับการวางแผนอย่างรอบคอบ

    

    ดังนั้นนักเลงเฉินจึงไม่กล้าทำอะไรพลีพลาม และได้แต่รออย่างอดทน

    

    พอใกล้เที่ยง จู่ ๆ สภาพอากาศกลับเปลี่ยนแปลงอย่างคาดไม่ถึง

    

    “ลูกพี่ ดูเหมือนฝนจะตกนะ”

    

    เจิ้งต้าเป่าสังเกตสภาพการเปลี่ยนแปลงของท้องฟ้า และขมวดคิ้วขณะที่พูดกับนักเลงเฉิน

    

    นักเลงเฉินตะคอกด้วยท่าทีที่ไม่พอใจและกล่าวว่า “แม้ว่าฝนจะตกหรือฟ้าจะถล่มก็ไม่สามารถช่วยให้เจียงเสี่ยวไป๋รอดพ้นจากการถูกจับกุมในวันนี้ได้”

    

    ตอนแรกเจิ้งต้าเป่าจะพูดว่าหากฝนตกหนัก อาจมีคนไม่มากนักที่จะไปซื้อผัดมันฝรั่ง และเขาอาจจะก่อความวุ่นวายไม่สำเร็จ

    

    แต่เมื่อได้เห็นท่าทีที่แน่วแน่ของนักเลงเฉิน เขาก็ตัดสินใจที่จะไม่พูดอะไร

    

    แม้ว่าร้านของเจียงเสี่ยวไป๋จะไม่มีลูกค้าเลย แต่หากมีคนกลุ่มใหญ่เดินเข้าไป พวกเขาก็สามารถสร้างความปั่นป่วนได้ไม่น้อย

    

    หลังจากนั้นประมาณ 20 นาที เมฆดำรวมตัวกันบนท้องฟ้า ลมแรงทำให้หน้าต่างไม้ส่งเสียงดังเอี๊ยด เสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง ตามมาด้วยเม็ดฝนขนาดเท่าเม็ดถั่วที่โปรยปรายลงมา

    

    ในตอนแรกฝนตกไม่หนัก แต่ไม่นานนัก ฝนก็ถล่มราวกับพายุโหมกระหน่ำ

    

    สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

    

    เมื่อเวลาใกล้เข้ามา เจิ้งต้าเป่าเป็นกังวลอีกครั้งและพูดว่า “เถ้าแก่ ฝนตกหนักขนาดนี้ พวกเขาอาจจะปิดร้านไปแล้วก็ได้”

    

    เมื่อได้ยินเช่นนี้ นักเลงเฉินก็กังวลเช่นกัน

    

    “ซื่อเหยียน รีบพาทุกคนออกไป”

    

    “ครับ”

    

    ซื่อเหยียนขานรับและส่งสัญญาณให้ทุกคนเตรียมพร้อม

    

    ดังนั้น คนที่จะกินยาระบายก็กินไป คนที่จะดื่มน้ำผสมพริกก็ดื่มเช่นกัน สรุปแล้วทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้ตามแผนภายในเวลาสั้น ๆ จากนั้นพวกเขาก็ออกเดินทางเป็นขบวนใหญ่ไปยังถนนชิงโจว

    

    “ให้ตายเถอะ ฝนตกหนักแบบนี้ เราจะสร้างปัญหาได้อย่างไร ? ”

    

    “ถูกต้อง บางทีเราควรบอกลูกพี่และรอจนฝนหยุดตกก่อนค่อยไป”

    

    “ลูกพี่บอกว่าอย่างไรก็ต้องไป ต่อให้ฝนตก เขาก็ไม่ฟังเราหรอก”

    

    “ช่างเถอะ พวกเราไปกัน”

    

    “หวังว่าพอเราไปถึง ร้านจะไม่ชิงปิดไปเสียก่อน ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันได้กินยาระบายโดยเปล่าประโยชน์”

    

    “นายไม่แย่เท่าถ้าฉันหรอก นายแค่กินยาระบาย แย่สุดก็แค่ท้องเสีย ฉันต้องดื่มน้ำผสมพริกลงไปตั้งเยอะ ตอนนี้ฉันปวดท้องมาก”

    

    “อย่าพูดถึงมันเลย คนที่แย่ที่สุดคือฉัน บังเอิญดันเอามือเปื้อนพริกขี้หนูขยี้ตาเข้า แถมฝนตกด้วย ตอนนี้มองไม่เห็นทางแล้ว”

    

    “……”

    

    ผู้คนมากกว่าสิบคนถือร่มและฝ่าลมฝนไป

    

    อย่างไรก็ตาม ลมและฝนแรงเกินไป แม้ว่าพวกเขาจะถือร่ม แต่เสื้อผ้าของพวกเขาก็ยังเปียกโชกไปครึ่งแถบ

    

    พวกเขาบ่นตลอดทาง ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงร้านของเจียงเสี่ยวไป๋ และพบว่าประตูร้านถูกปิดอย่างแน่นหนา มีเพียงกันสาดฝนที่กางออกอย่างโดดเดี่ยวอยู่ด้านนอกเพื่อแบกรับความรุนแรงของลมและฝน ในขณะที่พื้นที่ด้านล่างยังคงแห้งสะอาดดี

    

    ทุกคนตกตะลึง

    

    เอาแล้วไง เจียงเสี่ยวไป๋ปิดร้านก่อนเวลา

    

    “ซื่อเหยียน เราจะทำอย่างไรดีล่ะ ? ”

    

    “ไม่มีใครอยู่ที่นี่เลย แผนการของเราสูญเปล่าแล้ว”

    

    “รีบกลับกันเถอะ ท้องไส้ปั่นป่วนหมดแล้ว ฉันอยากเข้าห้องน้ำ”

    

    “ฉันด้วย รีบกลับกันเถอะ”

    

    “ฉันบอกแต่แรกแล้วไงว่าฝนตกหนักแบบนี้จะทำให้แผนล้มได้ เราต้องดื่มน้ำผสมพริกโดยเปล่าประโยชน์แล้ว”

    

    “……”

    

    กลุ่มคนกว่าสิบคนที่มาถึงด้วยท่าทีดุเดือดต้องจากไปด้วยความคับข้องใจยิ่งกว่าเดิม

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้เรื่องนี้เลย

    

    ถ้าเขารู้ เขาคงจะหัวเราะจนท้องแข็ง

    

    เขารีบปั่นจักรยานให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และขณะที่เขาผ่านอำเภอชิงซาน ฝนก็เริ่มตกหนัก

    

    เมื่อกลับถึงบ้าน เขาก็เปียกโชกเป็นลูกไก่ตกน้ำ

    

    “ฝนตกหนักขนาดนี้ คุณจะรีบกลับมาทำไม ? ”

    

    เมื่อเห็นสภาพของเขา หลินเจียอินทั้งประหลาดใจและขุ่นเคืองใจเล็กน้อย โตแล้ว เขาไม่คิดจะหลบฝนบ้างหรือ ? รอให้ฝนหยุดตกก่อนค่อยกลับมาไม่ได้หรือไง ?

    

    “รีบไปอาบน้ำล้างตัว ฉันจะเอาเสื้อผ้าแห้ง ๆ มาให้คุณเปลี่ยน”

    

    หลินเจียอินกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

    

    ในเวลากลางวันแสก ๆ แบบนี้จะให้ปิดประตูใหญ่แล้วอาบน้ำคงไม่เหมาะเท่าไร ดังนั้นทางเลือกเดียวคือใช้พื้นที่ครัว

    

    เมื่อหลินเจียอินดุเจียงเสี่ยวไป๋ เขาไม่รู้สึกโกรธเลยแม้แต่น้อย แต่ยังแอบมีความสุขอีกด้วย

    

    เห็นได้ชัดว่าภรรยาเป็นห่วงเป็นใยเขา

    

    นี่คือความรู้สึกของการได้รับความใส่ใจจากใครสักคน

    

    มันเป็นความรู้สึกที่วิเศษมาก !

    

    หลังจากอาบน้ำเสร็จ เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกสดชื่น จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นถังและอ่างไม้หลายใบวางอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในห้องหลักและในบ้าน

    

    ติ๋ง ติ๋ง……

    

    ข้างนอกฝนตกหนัก ในขณะที่ภายในบ้านมีน้ำฝนย้อยลงมา

    

    ในบริเวณที่มีการรั่วไหลรุนแรง น้ำในอ่างล้นและกระเด็นออกมาทำให้พื้นรอบอ่างเปียก

    

    นอกจากนี้ ยังมีคราบน้ำที่ผนังทั้งสองมุม

    

    เนื่องจากการรั่วซึมของน้ำฝนเป็นเวลานาน ปูนฉาบผนังในบริเวณทั้งสองนี้จึงอ่อนตัวและเกิดเป็นฟอง ทำให้เกิดรอยรั่วบนผนัง

    

    เมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้ เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกแย่มากและเริ่มโทษตนเอง

    

    ในอดีต ถ้าไม่ใช่เพราะความละเลยครอบครัว หลังคาคงไม่รั่วแบบนี้

    

    “เมียจ๋า รอให้ท้องฟ้าปลอดโปร่งแล้ว ผมจะให้หลี่เหวินถงมาซ่อมกระเบื้องมุงหลังคานะ”

    

    “อืม ! ”

    

    หลินเจียอินพยักหน้าเบา ๆ และพูดว่า “ฉันก็คิดแบบนี้เหมือนกัน”

    

    เมื่อก่อน ต่อให้เธออยากซ่อมหลังคาก็ทำไม่ได้ เธอไม่มีเงินซื้อกระเบื้องและไม่สามารถจ้างหลี่เหวินถงได้

    

    ในชนบท การจ้างแรงงานเพื่อทำงานในไร่นามักเลี้ยงแค่อาหารเท่านั้น แต่การจ้างช่างฝีมือ เช่น ช่างไม้ ช่างมุงหลังคา ช่างก่ออิฐ หรือช่างทอผ้าสำหรับงานเฉพาะ ไม่เพียงแต่ต้องจัดหาอาหารให้เท่านั้น แต่ยังต้องจ่ายค่าจ้างให้อีกฝ่ายสักเล็กน้อยด้วย

    

    ในบ้านของเจียงเสี่ยวไป๋มีสองห้อง ใช้เวลาไม่เกินครึ่งวันก็น่าจะซ่อมกระเบื้องมุงหลังคาเสร็จแล้ว

    

    จ่ายค่าจ้างให้ช่างมุงหลังคาสัก 5 เหมาก็เพียงพอแล้ว

    

    อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะแค่ 5 เหมา แต่เมื่อก่อนหลินเจียอินก็ไม่มีเงินจำนวนนี้ เพราะบางครั้งในมือของเธอมีเงินอยู่บ้างก็จริง แต่เธอก็ต้องนำไปใช้ในเรื่องที่เร่งด่วนกว่า

    

    เธอคิดกับตัวเองว่าตราบใดที่ยังให้อาศัยอยู่ได้ เธอก็สามารถจัดการรอยรั่วได้ โดยการวางอ่างรับน้ำ ดังนั้นเธอจึงเลิกล้มความคิดที่จะซ่อมมัน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋มองเธอด้วยความรู้สึกผิดและพูดว่า “ตอนนี้ซ่อมกระเบื้องมุงหลังคากันก่อน อีกไม่นาน เราจะสร้างบ้านใหม่กัน”

    

    สร้างบ้านใหม่ !

    

    ดวงตาที่สวยงามของหลินเจียอินกะพริบ และมีความชื้นปรากฏขึ้นใต้ขนตายาวของเธอ

    

    ตั้งแต่แต่งงานและย้ายเข้ามาในบ้านหลังนี้ที่มีเพียง 2 ห้องนี้ ไม่เพียงแต่หลังคารั่วเมื่อฝนตกเท่านั้น แต่พวกเขาไม่มีแม้แต่ห้องน้ำที่เหมาะสมด้วย

    

    เธอเคยคิดมานับครั้งไม่ถ้วนว่าหากวันหนึ่งสามารถสร้างบ้านอิฐหลังใหม่ได้สักหลัง นับว่าเธอสามารถลงหลักปักฐานได้แล้ว

    

    แต่ในอดีต เพราะความสำมะเลเทเมาและความไม่ใส่ใจของสามีที่มีต่อครอบครัว ทำให้พวกเขายากจน ไม่มีแม้แต่ข้าวจะกิน แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาสร้างบ้านใหม่ ?

    

    แต่ตอนนี้สิ่งต่าง ๆ ได้เปลี่ยนไป สามีของเธอหันกลับมาทำธุรกิจในเมืองและมีรายได้หลายร้อยถึงหลักพันหยวนทุกวัน ดังนั้นการสร้างบ้านใหม่จึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรใช่ไหม ?

    

    “เราจะสร้างบ้านที่มีสามห้องนอน มีโถงตรงกลาง และมีชายคายื่นออกมาที่ด้านหลัง”

    

    หลินเจียอินกล่าวด้วยความคาดหวัง รอยยิ้มที่มีความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่สวยงามของเธอ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดอย่างเสน่หาว่า “เมียจ๋า ผมจะสร้างบ้านหลังใหญ่ให้คุณ บ้านของเราจะหันหน้าไปทางแม่น้ำที่ใสสะอาด ซึ่งมีดอกไม้บานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น”

    

    บ้านหลังใหญ่หันหน้าสู่แม่น้ำใสพร้อมความงามของฤดูใบไม้ผลิ ที่มีดอกไม้บานสะพรั่ง

    

    ช่างเป็นฉากที่สวยงาม

    

    หลินเจียอินมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ไม่น่าแปลกใจนัก เพราะเขาเคยเป็นครูสอนภาษามาก่อน ถ้อยคำที่เขาพูดช่างไพเราะและงดงาม เต็มไปด้วยจินตนาการอันยอดเยี่ยม

    

    และเขายังบอกด้วยว่าบ้านที่ใหญ่โตแบบนี้จะสร้างให้เธอ

    

    หลินเจียอินจำคำเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำและหัวใจของเธอก็เต็มไปด้วยความสุข

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 70 :ฝนตกหลังคารั่วทั้งคืน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpds955
คุณหนูใหญ่ผู้นี้กลับมาเพื่อแก้แค้น
16/06/2026
a6-4 (1)
ราชินีพลิกสวรรค์
11/06/2026
8cea-00ec
ย้อนกลับปี 1978 เริ่มต้นจากการล่าขุมทรัพย์
16/06/2026
62453e48m0wdVboK
ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
14/12/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.