Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 88 :ต้องเริ่มอบรมลูกสาวแล้ว

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 88 :ต้องเริ่มอบรมลูกสาวแล้ว
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 88 :ต้องเริ่มอบรมลูกสาวแล้ว

    

    เจียงเสี่ยวเหลยดูเหมือนจะเริ่มคล้อยตามในสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋ต้องการจะสื่อออกมาแล้ว “ผมแค่ต้องการมีชีวิตที่เป็นอิสระเท่านั้น”

    

    “ผมอยากเป็นอิสระ ผมอยากบินให้สูงขึ้น”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและเห็นด้วย “นี่เป็นสิ่งที่ดี ทุกคนล้วนแสวงหาและต้องการมีชีวิตในแบบที่นายพูดถึงทุกคนแหละ”

    

    “แต่โลกนี้ยุติธรรมเสมอ ดังนั้นทุกคนจึงต้องดิ้นรน เพื่อที่จะได้มีชีวิตที่ดีขึ้นตามที่พวกเขาต้องการ”

    

    ทันใดนั้น น้ำเสียงของเขาก็ดูเด็ดขาดขึ้น เขาพูดอย่างจริงจังว่า “นายรู้ไหมว่าทำไมบางคนถึงมีชีวิตที่ดีกว่าคนอื่นได้ ? ”

    

    “เพราะมีหน้าตาดี ? ”

    

    “เพราะมาจากภูมิหลังที่ดี ? ”

    

    “หรือเพราะว่าพวกเขาเก่งที่สุดในโลกกัน ? ”

    

    เขาโบกมือและพูดต่อ “ไม่ใช่เลย ทั้งหมดที่พูดมานี้อาจเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวของนายเองทั้งนั้น เพียงแต่นายยังตระหนักไม่ได้”

    

    เจียงเสี่ยวเหลยรู้สึกมึนงงเล็กน้อยกับคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋ เขาไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี

    

    สีหน้าของเขาดูเหมือนกำลังสิ้นหวังและหดหู่

    

    ทำไมประโยคนี้ทำให้เขารู้สึกสิ้นหวังและหมดความมั่นใจเลยล่ะ

    

    “ถ้าไม่กวาดบ้านแล้วจะกวาดโลกได้ยังไง ใช่ไหม ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เปลี่ยนน้ำเสียงของเขาและพูดต่อ “เราต้องเริ่มทำจากสิ่งเล็ก ๆ ฝึกฝนจิตใจของนาย ปลูกฝังความเพียร แล้วค่อยคิดการใหญ่ ชั่วชีวิตของคนเราสามารถอ่านหนังสือได้หลายพันเล่ม เดินทางหลายพันไมล์ เพิ่มพูนความรู้ของนายไปเรื่อย ๆ และอีกอย่าง นายต้องเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น เปิดใจ นายถึงจะรู้ว่าในโลกนี้มีความเป็นไปได้ไม่รู้จบ”

    

    มันเป็นอย่างนี้เองหรือ ?

    

    เจียงเสี่ยวเหลยดูสับสนมาก

    

    ทว่าสิ่งที่พี่รองพูดก็ดูเหมือนจะมีเหตุผล

    

    “ผมเข้าใจแล้ว” เจียงเสี่ยวเหลยพูดเสียงแผ่ว

    

    “การรู้และการลงมือทำเป็นสองสิ่งที่แตกต่างกัน และในระหว่างนั้นก็ยังมีความท้าทายนับไม่ถ้วน”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่เจียงเสี่ยวเหลยและพูดอย่างมีความหมาย “ในบรรดาพี่น้องหกคน นายเหมือนฉันมากที่สุด อันที่จริง นายเป็นคนที่ฉลาดมาก แต่เป็นคนไม่มั่นคงและใจร้อน”

    

    “แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่นายรู้ของดีของตัวเองแล้ว นายจะสามารถทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ตามที่นายหวัง”

    

    เจียงเสี่ยวเหลยก้มหน้าลง ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือญาติพี่น้อง คนที่พวกเขามักจะยกย่องมากที่สุดคือเจียงสี่ยวหยู นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับคำชมว่าฉลาด

    

    อีกทั้งคนที่ยกย่องเขาก็คือพี่รองของเขา คนที่เขาชื่นชมมากที่สุด

    

    “พี่รอง ผมจะเชื่อฟังพี่ จากนี้ไปถ้าพี่บอกให้ผมทำอะไร ผมก็จะทำ” เจียงเสี่ยวเหลยพูดออกมาด้วยความหนักแน่น

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดว่า “งั้นสิ่งที่ฉันเพิ่งสั่งให้นายทำ นายจำได้ไหม”

    

    “ได้”

    

    เจียงเสี่ยวเหลยตอบกลับและรีบลงมือทันที

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างรู้ทัน จากนั้นเขาก็เดินออกไปที่ลานบ้านด้วยความรู้สึกที่ดีเป็นพิเศษ เมื่อมองขึ้นไปก็เห็นเนินเขาเขียวขจีในระยะไกลที่อาบแสงอาทิตย์ตกอันงดงาม สะท้อนกับท้องฟ้าสีทองยามพลบค่ำ และแม่น้ำสายใหญ่ที่ส่องประกายระยิบระยับยามพระอาทิตย์อัสดง ราวกับเข็มขัดหยกที่รัดเชิงเขาไว้

    

    ในบ้านมุงกระเบื้องแต่ละหลังมีควันโขมงจากห้องครัว สุนัขสีเหลืองสองตัววิ่งไล่จับกันในลานหญ้า ผู้เฒ่าเฉินที่ผ่าฟืนเสร็จเดินโซเซกลับเข้าบ้านโดยมีกองฟืนกองใหญ่อยู่บนหลัง…

    

    เจียงวานแห่งนี้เต็มไปด้วยความเงียบสงบ และมีทัศนียภาพที่สวยงามมาก

    

    “เสี่ยวไป๋ ฉันเอาปลาที่นายสั่งมาส่ง”

    

    ในเวลานี้ เจียงเสี่ยวโจวได้เดินเข้ามาพอดี เสียงของเขาดังเข้ามาขัดจังหวะการชมทิวทัศน์ของเจียงสี่ยวไป๋

    

    “ขอบคุณนะพี่โจว”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รับถังไม้ที่มีปลาอยู่ข้างในขึ้นมาและถามว่า “เท่าไหร่ครับ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวโจวโบกมือ “ฉันพูดไปแล้วว่าไม่ขายให้นาย เอาไปกินเถอะ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่ได้ ของซื้อของขาย ผมก็จะเอาไปขายให้ลูกค้าต่อ”

    

    ขณะที่เขาพูด เขาก็นับปลาตะเพียนในถังซึ่งมีมากกว่าสิบตัว

    

    ปลาตะเพียนเหล่านี้มีขนาดไม่ใหญ่นัก ตัวที่มีน้ำหนักมากกว่า 2 เหลียงในถังนั้นมีประมาณ 3 ตัวเท่านั้น

    

    ปลาตะเพียนในตลาดนั้นจะขายกันในราคาเพียง 8 เหมาต่อชั่ง

    

    เทียบกับราคาหมูไม่ได้

    

    เจียงเสี่ยวไป๋บอกให้หลินจียอินจ่ายให้เจียงเสี่ยวโจวไป 3 หยวน

    

    เจียงเสี่ยวโจวกล่าวว่า “วันนั้นนายก็เอาบุหรี่กับเหล้าไปให้พ่อของฉัน ฉันยังไม่ได้ตอบแทนอะไรเลย”

    

    “มันไม่เหมือนกัน”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยืนยันที่จะให้เงิน 3 หยวนแก่เจียงเสี่ยวโจวโดยกล่าวว่า “นั่นเป็นของฝากที่หลานชายอย่างผมเอาไปฝากลุงตัวเอง แต่ปลาพวกนี้ผมไม่ได้เอาไปกินเอง ผมซื้อเอาไปขาย ของซื้อของขายจะไม่จ่ายเงินได้อย่างไร ? ในอนาคตหากลูกค้าถามหาปลาอีก ผมจะเอาหน้าที่ไหนไปหาพี่”

    

    เจียงเสี่ยวโจวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรับเงินไปและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะให้เหล้าไป๋เถียวกับนายก็แล้วกัน”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธ

    

    น้ำใจคนก็เช่นนี้ เมื่อเขาให้มา เราต้องตอบแทน แบบนี้สิถึงจะเรียกว่ามีน้ำใจต่อกัน

    

    อย่าคิดสุ่มสี่สุ่มห้าว่าการเป็นญาติหรือเป็นเพื่อนกันจะนิรันดร์เสมอไป ไม่ช้าก็เร็วความสัมพันธ์อาจจะพังลงเมื่อไหร่ก็ได้

    

    ในตอนที่เจียงเสี่ยวโจวให้ไป๋เถียวมา เจียงเสี่ยวเหลยก็ทำที่เจียงเสี่ยวไป๋สั่งเสร็จพอดี เขาจึงเรียกเจียงเสี่ยวไป๋ให้เข้าไปทำอาหาร

    

    “นายเห็นไหม ตราบใดที่นายกล้าลงมือ อะไรที่มันยากก็ไม่ได้ยากเกินความพยายาม”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่ผลงานของเจียงเสี่ยวเหลยและชมด้วยรอยยิ้ม

    

    เจียงเสี่ยวเหลยยิ้มด้วยความเขินอาย และตระหนักได้ครั้งแรกว่าการทำงานบ้านเหล่านี้ก็ไม่ได้น่าอึดอัดอย่างที่คิด

    

    อาจเป็นเพราะสิ่งที่พี่รองสอนแตกต่างจากคนอื่น

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เริ่มทำอาหารและพูดกับเจียงเสี่ยวเหลยไปว่า “ที่จริง ไม่ว่านายจะทำอะไร ตราบใดที่นายใส่ใจกับมัน มันก็จะสนุก ยิ่งถ้านายเข้าใจถึงขั้นตอนและวิธีการของมันแล้วล่ะก็ นายก็จะสามารถกุมทุกอย่างไว้ในมือได้”

    

    เจียงเสี่ยวเหลยได้ยินแบบนั้นจึงถามขึ้นมาด้วยความสับสน “อย่าบอกนะว่าพี่ก็เอาความคิดนี้มาใช้กับการทำอาหารด้วย ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แม่กับฉันทำอาหารเมนูเดียวกัน แล้วทำไมนายกับพ่อถึงคิดว่าอาหารของฉันอร่อยกว่ากันล่ะ ? ”

    

    “บางคนคิดว่าเทคนิคการทำอาหารแตกต่างกัน”

    

    “แต่ในความเป็นจริงแล้ว ขั้นตอนพื้นฐานที่สุดคือการควบคุมความร้อน ปริมาณเครื่องปรุง และลำดับการทำให้ถูกต้อง”

    

    “การควบคุมความร้อนตอนทำอาหารทำให้เราสามารถจัดการกับสิ่งต่าง ๆ ลำดับของการใส่เครื่องปรุงก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก”

    

    เจียงเสี่ยวเหลยอ้าปากค้าง

    

    นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินความจริงเหล่านี้

    

    ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ

    

    “พี่รอง ทำไมพี่ถึงรู้มากขนาดนี้”

    

    เจียงเสี่ยวเหลยถามด้วยความชื่นชม

    

    “เฮอะ ๆ ……”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ในช่วง 2 ปีที่ฉันสำมะเลเทเมาไปทั่ว ผู้คนเห็นเพียงแค่ว่าฉันดื่มเหล้าและเล่นการพนัน แต่ความจริงแล้วทั้งหมดมันเป็นแค่ภาพลวงตา ตอนนั้นฉันกำลังค้นหาความจริงของชีวิตต่างหาก”

    

    ถ้าหลินเจียอินฟัง เธอจะบอกว่าเขากำลังพูดเรื่องไร้สาระหลอกเด็ก

    

    แต่เจียงเสี่ยวเหลยนั้นเชื่อในสิ่งที่พี่รองของเขาพูดอย่างไร้ข้อกังขา

    

    “พี่รอง ต่อไปหากมีอะไรผมจะถามพี่”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าด้วยความพอใจ ในขณะที่แนะนำเจียงเสี่ยวเหลยให้เข้าใจหลักการของชีวิต เขาก็ทำอาหารไปด้วย

    

    อาหารจานหลักของคืนนี้คือเนื้อตุ๋นและหัวไชเท้าเปรี้ยว

    

    นอกจากนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ยังเอาปลาตะเพียนที่จะเอาไปทำอาหารให้โรงงานเครื่องจักรกลการเกษตรในวันพรุ่งนี้มาฆ่าสองตัวเพื่อทำซุปปลาตะเพียน

    

    และทำปลาลายขาวชุบแป้งทอดกรอบ ซึ่งเมนูนี้หอมมันเข้ากันได้ดีกับเหล้าที่ซื้อมา

    

    และยังมีผัดผักอีกสองจาน ไม่นาน อาหารเย็นแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟ

    

    ทั้งครอบครัวรวมตัวกันเพื่อกินอาหารเย็น เจียงเสี่ยวไป๋หยิบขวดเหมาไถออกมาแล้วเทให้เจียงไห่หยางและเจียงเสี่ยวเฟิง ทุกคนกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันด้วยความเอร็ดอร่อย

    

    “ชานชาน เนื้ออร่อยไหม ? ”

    

    ตอนที่กำลังกินข้าวกันอยู่นั้น เจียงเสี่ยวเหลยก็ได้ถามขึ้นมาอย่างจงใจ

    

    “อร่อยมาก”

    

    เจียงชานตอบอย่างมีความสุข ลืมความเศร้าเรื่องที่ควายตัวใหญ่ถูกฆ่าไปโดยสิ้นเชิง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ส่ายหัว เด็กไม่เคยโกหกจริง ๆ สุขก็บอกว่าสุข เศร้าก็บอกว่าเศร้า ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่เคยเสแสร้ง

    

    ความคิดความรู้สึกของพวกเขานั้นบริสุทธิ์ที่สุด และทุกอย่างก็เป็นไปตามสิ่งที่พวกเขาคิด

    

    อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความบริสุทธิ์นั้น ธรรมชาติของมนุษย์ได้ถูกเปิดเผยออกมาอย่างไม่ต้องสงสัยเช่นกัน แม้เธอจะโศกเศร้าเพราะควายตัวใหญ่ถูกฆ่า แต่ก็เป็นเพียงความสงสารของมนุษย์

    

    แต่ความสงสารไม่สามารถต้านทานความปรารถนาและความหิวกระหายของมนุษย์ได้

    

    ดูเหมือนว่าอีกไม่นาน เขาต้องเริ่มอบรมสั่งสอนลูกสาวตัวน้อยของเขาแล้ว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่เจียงชานและคิดในใจอยู่คนเดียว

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 88 :ต้องเริ่มอบรมลูกสาวแล้ว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdfrh84
พี่ชายทั้งห้าของข้าเก่งเกินไปแล้ว
16/06/2026
7 (2)
พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
15/06/2026
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023
novelpdfdfw0
เซียนสาวผู้นี้ดูดวงแม่นเกินไปแล้ว
16/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.