Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 87 :ใช้โอกาสนี้ดัดนิสัยน้องห้า

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 87 :ใช้โอกาสนี้ดัดนิสัยน้องห้า
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 87 :ใช้โอกาสนี้ดัดนิสัยน้องห้า

    

    เมื่อมาถึง พวกเขาก็พบว่าเจียงเสี่ยวโจวไม่ได้อยู่ที่บ้าน

    

    หลี่หงอิง ภรรยาของเจียงเสี่ยวโจวบอกว่าเขาไปที่แม่น้ำตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้พาเจียงชานเดินไปที่แม่น้ำ

    

    “ป่าป๊า เร็วเข้า ! ”

    

    “ป่าป๊าคะ มีแกะอยู่ข้างหน้า สวยจังเลย”

    

    “ป่าป๊า เราไปไล่แกะกันเถอะค่ะ”

    

    “……”

    

    หนูน้อยดูสนุกสนานมาก เธอขี่คอพ่อของเธอจินตนาการเหมือนว่าตนเองขี่ม้าจริง ๆ

    

    ต่อมาไม่นาน สองพ่อลูกก็มาถึงริมฝั่งแม่น้ำ เห็นเรือสำปั้นลำหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ชายหนุ่มที่เปลือยเปล่าท่อนบนกำลังดึงอวนขึ้นมาบนเรือ

    

    “ลุงรอง ! ”

    

    เจียงชานตะโกนเรียกเสียงดัง

    

    เจียงเสี่ยวโจวหันกลับมาพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “อ้าว สองพ่อลูกมาทำอะไรที่นี่ ? ”

    

    “ก็มาดูว่าพี่จับปลาได้บ้างไหม ? ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม

    

    เจียงเสี่ยวโจวหัวเราะเบา ๆ และพูดว่า “วันนี้ดวงดีหน่อย ได้มาหลายตัวเลย”

    

    เมื่อได้ยินว่ามีปลา เจียงเสี่ยวไป๋จึงรีบถามไปทันทีว่า “งั้นแบ่งขายให้ผมบ้างได้ไหม ? ”

    

    ในแม่น้ำชิงเจียงนั้นมีปลาไม่เยอะ และมีเพียงเรือสำปั้นลำเก่าเพียงลำเดียวเท่านั้นที่กำลังดึงอวนดักปลาในเวลานี้

    

    วันนี้มีเพียงเจียงเสี่ยวโจวเท่านั้นที่มาหาปลา เพราะเขารักการหาปลาและมีทักษะดีที่สุด

    

    “อยากได้ปลาแบบไหนก็ไปเลือกดูเองเลย”

    

    เจียงเสี่ยวโจวชี้ไปที่ถังไม้ขนาดใหญ่ในเรือและพูดออกมา

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยุงเจียงชานขึ้นเรือสำปั้น แต่เรือโคลงเคลง จึงทำให้หนูน้อยตกใจกอดหัวของเจียงเสี่ยวไป๋แน่น

    

    เจียงเสี่ยวไป๋อุ้มเธอขึ้นมา แล้ววางเธอลงบนเรือที่โคลงไปโคลงมา

    

    “มา มาดูกันว่าลุงรองได้ปลาอะไรมาบ้าง”

    

    หนูน้อยเดินโซซัดโซเซไปที่ถังไม้ สองมือเล็ก ๆ จับขอบถังแน่นแล้วชะโงกหัวมองไปในถังก็เห็นปลาหลายสิบตัวดิ้นไปมาด้านใน แล้วพูดอย่างมีความสุขว่า “มีปลาเยอะมากเลยค่ะป่าป๊า”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋มองดูก็เห็นว่าปลาในถังมีขนาดไม่ใหญ่นัก ส่วนใหญ่เป็นปลาตะเพียนและปลาลายขาว

    

    เขาต้องการซื้อปลาตะเพียนหญ้า แต่น่าเสียดายที่ไม่มีสักตัว

    

    แต่เมื่อลองคิดดู เนื้อของปลาตะเพียนก็อร่อยไม่แพ้กัน ทั้งยังปรุงง่ายกว่า เขาจึงพูดว่า “พี่เสี่ยวโจว ผมขอซื้อปลาตะเพียนทั้งหมดที่ได้วันนี้เลย ค่ำ ๆ ผมจะไปเอาที่บ้านพี่ก็แล้วกัน ไว้รอพี่กลับไปก่อน”

    

    เจียงเสี่ยวโจวกล่าวว่า “ไม่เป็นไร ถ้าฉันกลับ ฉันจะแวะเอาไปให้ที่บ้านของนายเลย”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ขอบคุณเจียงเสี่ยวโจว จากนั้นก็ปล่อยให้เจียงชานนั่งเล่นบนเรือสักพัก เขาไม่รีบร้อนที่จะกลับบ้าน และยังคงจูงมือลูกสาวตัวน้อยเดินเล่นไปตามริมฝั่งแม่น้ำ ใช้เวลาไม่นานนัก พวกเขาก็เดินมาถึงริมหน้าผา

    

    “ป่าป๊า ต้นไม้ใหญ่จัง เราไปเล่นตรงนั้นกันเถอะ”

    

    เจียงชานอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้า

    

    เจียงเสี่ยวไป๋แตะหัวลูกสาวแล้วพูดว่า “ตรงนั้นหญ้าค่อนข้างรก ไว้ผ่านไปสักระยะแล้วพ่อจะพาไปเที่ยว ตกลงไหม ? ”

    

    “ตกลงค่ะ ! ”

    

    หนูน้อยตอบตกลงโดยไม่ต้องคิด แล้วถามด้วยความงุนงง “แล้วผ่านไปสักระยะจะไม่มีหญ้าใช่ไหมคะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม ความคิดของเด็กนั้นเรียบง่ายจริง ๆ

    

    “ผ่านไปสักระยะ พ่อจะสร้างบ้านหลังใหญ่ข้างต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น และในอนาคตเราจะอาศัยอยู่ที่นั่น ดีไหม ? ”

    

    “ดีค่ะ ! ”

    

    เจียงชานพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เองก็มีความสุขมาก ดูเหมือนไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ลูกสาวของเขาก็จะตอบว่า “ตกลงค่ะ” ทุกครั้ง

    

    ถึงอย่างนั้น เขาก็สัมผัสได้ว่าลูกสาวของเขาก็ชอบที่นี่เหมือนกัน

    

    หลังจากอยู่ที่นี่ต่ออีกครู่หนึ่ง เจียงเสี่ยวไป๋ก็พาหนูน้อยขี่คอเขาเดินกลับบ้าน

    

    ในเวลานี้ เจียงเสี่ยวเหลยก็ได้กลับมาพอดี เมื่อเขาเห็นเจียงเสี่ยวไป๋เดินเข้ามา เขาก็พูดโอ้อวดว่า “ผมซื้อเนื้อควายมา 3 ชั่ง”

    

    จากนั้น เขาก็เอื้อมมือไปหาเจียงชานและพูดว่า “ชานชาน มาหาอานี่มา ให้พ่อของหนูไปทำอาหารเย็นก่อน”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตา รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เหมือนพ่อของเขาไม่มีผิด ที่เอาแต่รอให้เขามาทำอาหารให้กิน

    

    เจียงชานเห็นแบบนั้นก็โน้มตัวลงจากบ่าของพ่อเธอ และพูดว่า “ไม่เป็นไรค่ะ หนูจะทำกับข้าวช่วยป่าป๊า ส่วนอาก็ต้องช่วยก่อไฟ”

    

    ห๊ะ ?

    

    ใบหน้าของเจียงเสี่ยวเหลยดูจะเจ็บปวดขึ้นมาทันที

    

    ถ้าให้เลือก เขาเลือกไถนามากกว่าต้องไปก่อไฟทำกับข้าวในครัว

    

    เพราะทุกครั้งที่เขาก่อไฟ ใบหน้าของเขาก็จะเปื้อนไปด้วยเขม่า หรือไม่ก็โดนควันเข้าตาจนน้ำตาไหลออกมา

    

    แต่เมื่อต้องช่วยพี่รองทำกับข้าว เขาจะกล้าปฏิเสธได้ยังไง

    

    เขาทำได้เพียงแค่ก้มหน้า และเดินไปที่เตาอย่างเชื่อฟัง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋แสร้งทำเป็นไม่เห็น

    

    ดังคำกล่าวที่ว่า “เลี้ยงลูกชายด้วยความยากจน เลี้ยงลูกสาวต้องเลี้ยงด้วยความร่ำรวย [1] ” แม้ว่าเจียงเสี่ยวเหลยจะเป็นน้องชาย แต่ในเมื่อเขาได้เกิดใหม่อีกครั้ง เขาจึงมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตัวเองและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของน้องชายคนนี้ได้เหมือนกัน

    

    เพียงแค่ใช้โอกาสนี้

    

    เมื่อเดินเข้าไปในห้องครัวและเห็นว่าน้ำในถังเหลือน้อย เจียงเสี่ยวไป๋ก็หยิบถังไม้ขึ้นมาและส่งให้เจียงเสี่ยวเหลย

    

    “อย่าเพิ่งก่อไฟ ไปตักน้ำมาเติมก่อน”

    

    เจียงเสี่ยวเหลยตกตะลึง “อ่า พี่รอง ให้ผมไปตักน้ำงั้นหรือ ? ”

    

    “อืม ทำไม ไม่ได้หรือไง ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ถามอย่างเฉยเมย ไม่ได้แสดงสีหน้าใดออกมา

    

    “ได้สิ ! ”

    

    “ผมจะไปตักน้ำเดี๋ยวนี้แหละ”

    

    เจียงเสี่ยวเหลยหยิบกระบวยด้ามยาวสองอันออกไปอย่างไม่มีทางเลือก

    

    แม้ว่าเจียงวานจะอยู่ริมแม่น้ำชิงเจียง แต่ผู้คนก็ไม่ได้ใช้น้ำในแม่น้ำในการบริโภค เพราะมีแหล่งน้ำที่ดีกว่านั้น

    

    นั่นก็คือน้ำบาดาลของหมู่บ้าน ที่สะอาดกว่าน้ำในแม่น้ำ

    

    ในเจียงวานมีประชากรมากกว่าร้อยครัวเรือน จึงมีการขุดบ่อน้ำบาดาลไว้ 4-5 บ่อ มีทั้งบ่อใหญ่บ่อเล็ก ซึ่งบ่อน้ำที่ใกล้ที่สุดอยู่ข้างบ้านตระกูลหลี่ ห่างจากบ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ออกไปประมาณ 200 เมตร

    

    นี่คือบ่อน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเจียงวาน ซึ่งผู้คนที่นี่เรียกว่าบ่อน้ำใหญ่

    

    แม้ว่าบ่อน้ำใหญ่จะอยู่ไม่ไกลนัก แต่หากต้องเติมน้ำให้เต็มถัง ก็ยังต้องเดินแบกน้ำไปมา 4-5 รอบ

    

    ซึ่งน้ำถังหนึ่งมีน้ำหนักเกือบร้อยชั่ง เป็นธรรมดาที่เด็กอายุ 14-15 ปีจะไม่สามารถยกมาได้

    

    แต่เจียงเสี่ยวไป๋นั้นไม่ได้กังวลในตัวเจียงเสี่ยวเหลยเลย

    

    ในตอนที่เขาทำผิด พ่อก็มักจะลงโทษเขาโดยการไปตักน้ำมาเติมให้เต็มถังอยู่บ่อย ๆ

    

    ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เจียงเสี่ยวเหลยเคยตักน้ำมาแล้วหลายร้อยหน

    

    แต่วันนี้ เจียงเสี่ยวเหลยต้องแบกน้ำมาเติมถึงสี่รอบติดต่อกันถึงจะเติมเต็มถัง ทำให้เขาเหนื่อยจนหายใจหอบ

    

    “เสร็จแล้วใช่ไหม มาซาวข้าวเอาไปหุงต่อ”

    

    “ล้างเนื้อควายให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้น ๆ ด้วย”

    

    ก่อนที่เจียงเสี่ยวเหลยจะได้พักหายใจ เจียงเสี่ยวไป๋ก็เตรียมใช้งานเขาต่อแล้ว

    

    ขณะที่พูด ในมือของเขายังจับหัวไชเท้าและพริกอยู่ “ฝานหัวไชเท้าและหั่นพริกด้วย ฉันจะเอาไปดอง”

    

    เจียงเสี่ยวเหลยตกตะลึงจนอ้าปากค้าง

    

    “พี่รอง ไหนบอกว่าแค่ให้ผมก่อไฟไง นี่พี่จะใช้ให้ผมทำทั้งหมดเลยหรือ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ใช่ นายรีบทำตามที่ฉันบอกเร็วเข้า ฉันจะตั้งกระทะแล้ว”

    

    “พี่รอง พี่ใช้งานผมมากเกินไปแล้วนะ”

    

    เจียงเสี่ยวเหลยพูดอย่างไม่พอใจ

    

    ถ้าเขารู้ว่ามันจะเป็นอย่างนี้ เขาก็คงให้แม่ทำอาหารให้กินไปนานแล้ว เพราะถ้าแม่ทำ เขาคงไม่ต้องเหนื่อยแบบนี้

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เสี่ยวเหลย นายอาจคิดว่าฉันจงใจแกล้ง แต่ถ้านายอยากเป็นชายชาตรี นายต้องเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ที่นายไม่ชอบหรือไม่อยากทำ”

    

    ใบหน้าที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของเจียงเสี่ยวเหลยเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ เพราะในความคิดของเขา ชายชาตรีนั้นต้องทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่และหาเงินก้อนโตได้ แทนที่จะต้องมาตักน้ำ ซาวข้าว ก่อไฟ และหั่นผักอะไรพวกนี้

    

    ชายชาตรีที่ไหนจะหดหัวอยู่แต่ในครัว

    

    ในหนังสือไม่เห็นจะเขียนบอกไว้เลย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่การแสดงออกของน้องห้า เขารู้ว่าคำพูดไม่กี่คำไม่สามารถเปลี่ยนใจของคนได้

    

    ทว่าเขาก็ไม่รีบร้อน

    

    การเปลี่ยนแปลงคนคนหนึ่งต้องใช้เวลา ความอดทนและวิธีการต่าง ๆ

    

    “พี่รู้ว่านายอิจฉาพี่ และอยากเป็นเหมือนพี่ ฉะนั้นนายต้องใช้ชีวิตแบบที่พี่เป็นสิ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดขึ้นมา

    

    เจียงเสี่ยวเหลยรู้สึกประหลาดใจและจ้องไปที่พี่รองของเขาอย่างว่างเปล่า

    

    “ฉันเคยคิดว่าชีวิตแบบนั้นมีความสุขและสบายใจที่สุด”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม การแสดงออกของเขาดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความทรงจำของชาติที่แล้ว

    

    วิธีที่ดีที่สุดในการสื่อสารไม่ใช่การถกเถียง แต่คือการเข้าใจและรับฟัง

    

    …….

    

    [1] สุภาษิต “เลี้ยงลูกชายด้วยความยากจนและลูกสาวด้วยความร่ำรวย” หมายความว่าลูกชายควรเรียนรู้คุณค่าของการทำงานหนัก การอดออม และความพอเพียงจากการเลี้ยงดูในสถานการณ์ที่ท้าทายมากขึ้น ในขณะที่ลูกสาวควรได้รับการเลี้ยงดูที่สะดวกสบายและได้รับสิทธิพิเศษเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับบทบาทภรรยาและแม่บ้านในครัวเรือนที่ร่ำรวย

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 87 :ใช้โอกาสนี้ดัดนิสัยน้องห้า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

628cab27NBAwBMwN
สามีข้าคือขุนนางใหญ่
06/06/2026
novelpdf-593
หนึ่งเซียนยากเสาะหา
25/03/2023
novelpdfrh4
ท่านบัณฑิตเจ้าขา… ข้ามาแต่งแทน พร้อมระบบสุดป่วน!
16/06/2026
6188e9251rPiSaR6
หมอหญิงยอดมือสังหาร
07/10/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.