Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 95 :สองเศรษฐินี

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 95 :สองเศรษฐินี
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 95 :สองเศรษฐินี

    

    วันนี้เป็นวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันแรงงาน

    

    ในปี 1983 วันแรงงานเป็นเพียงเทศกาลหนึ่งที่ไม่ได้หยุดงานกันจริง ๆ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยังคงเริ่มเตรียมของในร้านตามปกติ เขาได้เขียนป้ายใหม่ขึ้นมาสองป้าย เอามาแทนที่ป้ายเก่าที่หน้าประตู “งานอันทรงเกียรติ คืองานหนัก แต่แค่ได้กินข้าวก็หายเหนื่อยแล้ว อย่าลืมให้รางวัลตัวเองด้วยพะโล้แสนอร่อยสักชาม”

    

    ส่วนอีกป้ายถูกแทนที่ด้วยคำว่า “ฉลองวันแรงงาน ซื้ออาหารครบ 2 หยวนรับส่วนลด 2 เหมา และแถมอีกหนึ่งต่อด้วยบัตรกำนัลมูลค่า 2 เหมา”

    

    ผู้สัญจรที่ผ่านไปมาและลูกค้าประจำต่างก็รู้สึกประทับใจขึ้นมาทันทีที่เห็นป้ายโฆษณานี้

    

    “ดูสิว่าป้ายนี้มันเขียนไว้ดีแค่ไหน แค่ได้กินข้าวก็หายเหนื่อยแล้ว อย่าลืมให้รางวัลตัวเองด้วยการกินของอร่อยใช่ไหม ? ”

    

    “ใช่ ปกติเรากินอยู่อย่างประหยัด วันนี้วันแรงงานทั้งที เราควรให้รางวัลตัวเองบ้าง”

    

    “พอดีเลย ฉันจะซื้อหมูพะโล้สัก 1 ชั่ง”

    

    “ฉันก็อยากซื้อเหมือนกัน”

    

    “ฉันได้ยินมาว่าเมนูพะโล้ของร้านนี้อร่อยมาก ฉันลังเลที่จะซื้อมานานแล้ว วันนี้เป็นวันแรงงาน ฉันว่าจะซื้อมาลองสักหน่อย”

    

    “วันนี้มีโปรโมชั่นพอดีเลย ซื้อครบ 2 หยวนรับส่วนลด 2 เหมา”

    

    “ไม่เพียงแค่นั้น แต่ร้านยังให้บัตรกำนัลมูลค่า 2 เหมาด้วย เท่ากับว่าครั้งถัดไปจะประหยัดไปอีก 2 เหมา”

    

    “ซื้อครบ 2 หยวนถึงจะได้ นั่นคือราคาของหัวหมูพะโล้พอดีไม่ใช่หรือ ? ”

    

    “ใช่แล้ว เร็วเข้า ฉันจะไปซื้อหัวหมูพะโล้”

    

    “……”

    

    คำโฆษณาง่าย ๆ ดูเหมือนจะไปโดนใจคนที่มักจะใช้ชีวิตอย่างอดออม บอกได้คำเดียวว่ามันสามารถโน้มน้าวใจผู้คนได้จริง ๆ

    

    ใช้ช่วงเวลาพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนในการแสวงหาผลประโยชน์

    

    เพียงเพราะป้ายโฆษณานี้ พอร้านเปิด ธุรกิจก็บูมขึ้นมาทันที

    

    เจียงเสี่ยวไป๋มองดูฉากการขายที่คึกคักด้วยรอยยิ้ม เขารีบบรรจุพะโล้ลงในชามแล้วเอาไปส่งให้ลูกค้าประจำที่สั่งไว้ทีละหน่วยงาน

    

    “ผู้อำนวยการหวัง สุขสันต์วันแรงงานครับ ! ”

    

    ”ฮ่าฮ่า เถ้าแก่เจียง ไว้ว่าง ๆ แวะมาคุยกันบ้างนะ”

    

    “ผู้อำนวยการหวัง เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรงงาน ผมจึงแถมหัวหมูพะโล้ 2 ชั่งให้คุณและผู้อำนวยการโจว พวกคุณทำงานหนักมานาน ดังนั้นต้องกินให้เยอะ ๆ นะครับ”

    

    “เกรงใจแล้ว”

    

    “ผู้อำนวยการหวัง ผมยินดีจริง ๆ ไม่ใช่แค่กับคุณคนเดียว ผมยังได้เตรียมของขวัญให้กับพนักงานทุกคนในโรงงานเครื่องจักรกลการเกษตรของคุณอีกด้วย”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว จากนั้นก็หยิบบัตรกำนัลที่เขาทำออกมา

    

    แต่ละใบมีมูลค่า 6 เหมา สามารถนำไปแลกพะโล้ผักได้ฟรี 1 ชั่ง หรือจะนำมาแลกเป็นส่วนลดเงินสดเวลาซื้อพะโล้ที่ร้านของเขาก็ได้

    

    ในโรงงานเครื่องจักรกลการเกษตรมีพนักงานมากกว่า 400 คน ซึ่งหมายความว่ามีบัตรกำนัลมากกว่า 400 ใบ

    

    หวังเหล่ยถือมันไว้ในมือ อดไม่ได้ที่จะชมเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า “เถ้าแก่เจียงใจป้ำมาก คุณถึงกับให้ของขวัญวันแรงงานแก่พนักงานในโรงงานของเราด้วย”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แม้ว่าคนงานในโรงงานของคุณจะได้กินพะโล้ทุกวัน แต่ก็ใช่ว่าคนในครอบครัวของพวกเขาจะได้กิน ผมยังหวังว่าครอบครัวของพวกเขาจะได้มาลองชิมพะโล้ที่แสนอร่อยของร้านผมบ้าง”

    

    “งั้นฉันขอเป็นตัวแทนของคนงานในโรงงานและครอบครัวของพวกเขาขอบคุณเถ้าแก่เจียงจากใจจริง”

    

    “ด้วยความยินดีครับ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม ก่อนจะขอตัวออกมาจากหวังเหล่ย เพื่อไปที่อื่นต่อ

    

    ที่สำนักงานคลังประจำเมือง

    

    “ผู้อำนวยการหลี่ สุขสันต์วันแรงงานครับ ! ”

    

    “……”

    

    ที่สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรม

    

    “ผู้อำนวยการเฉิน สุขสันต์วันแรงงานครับ ! ”

    

    “……”

    

    ที่ร้านอาหารของรัฐ

    

    “ผู้อำนวยการเหลียง สุขสันต์วันแรงงานครับ ! ”

    

    “……”

    

    ที่สำนักความมั่นคงสาธารณะ

    

    ที่สำนักอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ

    

    สำนักพิมพ์ชิงโจว

    

    บริษัทรับเหมาก่อสร้าง

    

    บริษัทก่อสร้างทางหลวง

    

    ……

    

    สำหรับหน่วยงานแต่ละหน่วย เจียงเสี่ยวไป๋ได้แถมพะโล้ให้กับพวกผู้นำ จากนั้นก็ให้บัตรกำนัลแก่พนักงานของหน่วยงานนั้น ๆ ด้วย

    

    สำหรับจำนวนพนักงานในหน่วยงานเหล่านี้ เจียงเสี่ยวไป๋ได้ทราบจำนวนดี จึงได้ทำบัตรกำนัลขึ้นมาตามจำนวน และให้ผู้นำของพวกเขาเอาไปแจกลูกน้องเอง

    

    เขาออกแบบบัตรกำนัลด้วยตนเองและขอให้เซี่ยงเฉียนจิ้นพิมพ์ให้เขา

    

    ซึ่งเขาก็ไม่ได้กังวลเรื่องการปลอมแปลงบัตรกำนัลเลยสักนิด

    

    แน่นอนว่าถึงจะมีคนปลอมแปลงมันขึ้นมา แต่เขาก็ไม่กังวล

    

    ในการออกแบบที่เรียบง่าย เขาได้เพิ่มรหัสและองค์ประกอบพิเศษต่าง ๆ เข้าไป เมื่อบัตรกำนัลมาอยู่ต่อหน้าของเขา เขาก็จะรู้ได้ทันทีว่าเป็นของจริงหรือของปลอม

    

    เขาเอาพะโล้ไปส่งที่หน่วยงานต่าง ๆ มากกว่าสิบแห่ง กว่าจะเสร็จและกลับมาถึงร้านก็เป็นเวลา 11.00 น. แล้ว

    

    “เมียจ๋า คุณเรียกเฝิงเยี่ยนหงให้ไปที่ธนาคารด้วยกัน แล้วไปถอนเงินมาแบ่งให้เธอเถอะ”

    

    เขายุ่งอยู่กับการส่งพะโล้เป็นหลักในช่วงเช้า ในด้านธุรกิจผัดมันฝรั่งก็ยังเป็นปกติ ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋จึงให้หลินเจียอินไปทำธุระเรื่องเงินที่ธนาคาร

    

    ในเมื่อตกลงแบ่งเงินกันแล้ว คงไม่สามารถพูดแค่เพียงปากเปล่าได้

    

    ต้องแบ่งเงินสดที่จับต้องได้ให้แก่กัน แบบนั้นถึงจะเรียกว่าแบ่งเงินอย่างแท้จริง

    

    เมื่อเฝิงเยี่ยนหงได้ยินว่าจะไปแบ่งเงินที่ธนาคาร ใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

    

    “พี่ เดี๋ยวไปบ้านฉันก่อน ฉันจะเอาเงินไปฝากธนาคารด้วย”

    

    เมื่อคืนนี้ เธอและหวังผิงเอาเงิน 2,557.1 หยวนกลับไปที่บ้าน ทั้งคู่ช่วยกันนับเงินเมื่อคืนนี้ก็อดที่จะมีความสุขไม่ได้

    

    อืม เพราะพรุ่งนี้เธอตั้งใจจะเอาไปฝากธนาคาร

    

    ถ้านับไม่ดีก็อาจจะผิดพลาดได้

    

    ท้ายที่สุดแล้ว การนับเงินเองให้ความรู้สึกแตกต่างจากการให้ธนาคารนับให้

    

    “ได้ ไปที่บ้านเธอก่อนก็ได้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตอบรับ

    

    พ่วงข้างของมอเตอร์ไซค์สามารถนั่งได้เพียงคนเดียว ดังนั้นเฝิงเยี่ยนหงจึงได้นั่งตรงพ่วงข้าง ส่วนหลินเจียอินก็นั่งอยู่ข้างหลังเจียงเสี่ยวไป๋

    

    ขณะที่เจียงเสี่ยวไป๋ขับรถบนทางลูกรัง หน้าอกของเธอก็ชนเข้ากับแผ่นหลังของเขาอยู่หลายครั้ง

    

    อ่า……

    

    การนั่งแบบนี้มันสะดวกสำหรับหลินเจียอิน แต่มันยากสำหรับตัวเขาเอง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย

    

    เฝิงเยี่ยนหงได้แวะไปเอาเงินที่บ้าน ก่อนที่ทั้งสามคนจะไปที่ธนาคารด้วยกัน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ขอให้หลินเจียอินและเฝิงเยี่ยนหงเปิดบัญชีใหม่ขึ้นมา จากนั้นก็ย้ายเงิน 8,524.18 หยวนจากบัญชีเก่าของหลินเจียอินไปยังบัญชีของเฝิงเยี่ยนหง และย้ายเงิน 14,621.92 หยวนยังบัญชีใหม่ของเธอ

    

    ด้วยวิธีนี้ จึงทำให้ในบัญชีเก่าของหลินเจียอินมีเงินทุนอยู่แค่ 5,000 หยวน

    

    ในอนาคต รายได้และรายจ่ายของร้านจะหมุนเวียนอยู่ในบัญชีนี้ทั้งหมด แล้วค่อยแบ่งกัน

    

    ส่วนเงิน 14,621.92 หยวนในบัญชีใหม่เป็นของหลินเจียอินทั้งหมด

    

    คือเงินออมทั้งหมดของเธอ

    

    และเธอยังมีเงินสดมากกว่า 1,000 หยวนอยู่ในมือ ซึ่งเป็นเงินเดือนของเจียงเสี่ยวไป๋ที่เอาให้เธอเก็บไว้

    

    เฝิงเยี่ยนหงมองไปที่สมุดบัญชีเงินฝากในมือของเธอ

    

    ชื่อบัญชี: เฝิงเยี่ยนหง

    

    ธนาคารสาขา: ธนาคารการเกษตร สาขาจิงโจว

    

    ยอดคงเหลือ: 11,360.00 หยวน

    

    เธอไม่เพียงเก็บเงินปันผลได้มากกว่า 11,000 หยวนเท่านั้น แต่เงินออมของครอบครัวก่อนหน้านี้ที่มี 200 กว่าหยวนก็ยังถูกนำมาฝากเข้าบัญชีด้วย ตอนนี้เธอเหลือเงินสดติดตัวประมาณ 20-30 หยวนเท่านั้น

    

    เมื่อนึกย้อนกลับไป สี่ถึงห้าปีที่แต่งงานกับหวังผิงมา เธอสามารถเก็บเงินได้เพียง 200 กว่าหยวนเท่านั้น ทว่าเมื่อมาทำงานกับเจียงเสี่ยวไป๋ เธอกลับสามารถเก็บเงินได้มากถึงหนึ่งหมื่นหยวนภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน เมื่อคิดได้แบบนี้ ดวงตาของเฝิงเยี่ยนหงก็มีน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้งและดีใจ

    

    “พี่ ฉันต้องขอบคุณพี่มากจริง ๆ ”

    

    เฝิงเยี่ยนหงระงับความตื่นเต้นของเธอไว้ และกล่าวขอบคุณเจียงเสี่ยวไป๋จากใจจริง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดไม่ออก ขนาดได้เงินเพียงเท่านี้ เธอยังกล่าวขอบคุณเขา หากว่าในอนาคตได้เงินมากกว่านี้ เธอคงพูดขอบคุณเขาไม่หยุดเป็นแน่

    

    แต่ถึงอย่างไรเขาก็พอเข้าใจความรู้สึกของเฝิงเยี่ยนหง

    

    ผู้คนในยุคนี้ยากจนมาก เมื่อได้กำเงินจำนวนมหาศาลก็ไม่ต่างจากการได้เกิดใหม่ จึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะตื่นเต้นและซาบซึ้งใจ

    

    “สองเศรษฐินี ไปกันเถอะ ! ”

    

    เมื่อเห็นว่าหลินเจียอินและเฝิงเยี่ยนหงยังคงตื่นเต้นและมีความสุขกับยอดเงินฝากในบัญชี เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้แต่เรียกพวกเธอให้กลับร้านอย่างช่วยไม่ได้

    

    “จะเรียกแบบนี้ทำไม ? ”

    

    หลินเจียอินพูดอย่างไม่พอใจ ดวงตาคู่งามของเธอมองค้อนมาที่เจียงเสี่ยวไป๋ “คำเรียกแบบนั้นดูแก่จะตาย ฉันแก่ขนาดนั้นเลยหรือ ? ”

    

    จู่ ๆ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ตระหนักได้ว่าภรรยาของเขาเข้าใจผิดคิดว่าเขามองว่าเธอแก่ที่เรียกเธอว่าเศรษฐินี ซึ่งมันฟังดูเหมือนเธอแก่แล้ว

    

    ใช่แล้วล่ะ เพราะในปี 1983 ผู้หญิงที่ร่ำรวยจนถึงขั้นเรียกกันว่าเศรษฐินีได้นั้นมักจะมีอายุกันหมดแล้ว

    

    ไม่น่าแปลกใจที่ภรรยาของเขาจะคิดแบบนี้

    

    เขาหัวเราะและอธิบายอย่างรวดเร็ว “เมียจ๋า ในที่นี้ผมหมายถึงหญิงสาวที่ร่ำรวย และไม่เกี่ยวอะไรกับเศรษฐินีอายุมากอะไรพวกนั้นเลย”

    

    เฝิงเยี่ยนหงยิ้มออกมา

    

    เธอชอบที่เขาเรียกเธอว่า “เศรษฐินี”

    

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 95 :สองเศรษฐินี"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

98522
ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
18/04/2026
61dbab1aVw5UqpWl
เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค
14/09/2024
4ee (1)
หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
12/06/2026
QWhAtB
ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
08/03/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.