ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 977 วันส่งท้ายปีเก่า
ตอนที่ 977 วันส่งท้ายปีเก่า
ทั้งครอบครัวเดินไปที่บ้านของเจียงไห่เทียน พร้อมทั้งพูดคุยและหัวเราะกันไปด้วย
“ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง……”
ระหว่างทางก็มีการจุดประทัดดังขึ้นเป็นระยะ
เมื่อพวกเขาเดินเข้ามาในหมู่บ้าน เจียงไห่หยางและลูกหลานก็ได้รู้ว่าครอบครัวไหนบ้างที่เริ่มจุดประทัดกันแล้ว
“ครอบครัวของเฉินหยวนเซิ่งกำลังฉลองปีใหม่ ! ”
“ครอบครัวของพี่ไห่เฉิงก็กำลังฉลองปีใหม่เหมือนกัน ! ”
“ครอบครัวหูก็กำลังจะกินเลี้ยงส่งท้ายปีเก่า ! ”
“ตระกูลหยางกำลังฉลองปีใหม่แล้ว ! ”
“……”
ทุกครั้งที่เห็นประทัดถูกจุดที่ไหนสักแห่ง ก็จะมีคนพูดออกมา
ส่วนคนที่จุดประทัดอยู่ในบ้านของตัวเอง มักจะทักทายเจียงไห่หยางอย่างอบอุ่นเมื่อเห็นพวกเขา
“ลุงไห่หยางกำลังไปฉลองส่งท้ายปีเก่าที่บ้านพี่ชายเสี่ยวจี๋งั้นเหรอ ! ”
“เสี่ยวไป๋ มากินข้าวที่บ้านฉันก่อนมา ! ”
“ชานชาน หากหนูเบื่อก็มาเล่นที่บ้านฉันก็ได้นะ”
“ลุงไห่หยาง ว่าง ๆ ก็มากินเลี้ยงปีใหม่ที่บ้านของฉันนะ”
“ลุงไห่หยาง พี่เสี่ยวไป๋ ขอให้มีความสุขในวันปีใหม่นะ ! ”
“……”
ระหว่างทาง ชาวบ้านต่างก็ทักทายพวกเขาอย่างอบอุ่น
“ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดี ! ”
“เราจะก้าวหน้าไปด้วยกัน ! ”
“พวกคุณมารวมตัวกันเร็วมาก ! ”
“……”
อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นธรรมเนียมที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ทุกคนจึงคุ้นเคยกับมันดี
ไม่นาน พวกเขาก็เดินมาถึงประตูหน้าบ้านหลังใหม่ของเจียงเสี่ยวจี๋
“อารอง อาสะใภ้รอง มากันแล้วเหรอครับ ! ”
“อารอง สวัสดีปีใหม่นะครับ ! ”
“สวัสดีปีใหม่ครับอาสะใภ้รอง ! ”
“สวัสดีค่ะปู่รอง สวัสดีค่ะย่ารอง ! ”
“ชานชาน ถิงถิง เข้ามาเล่นข้างในบ้านก่อน ! ”
“……”
ในลานหน้าบ้าน เด็กทั้งสี่คน ได้แก่ เจียงซง, เจียงอิง, เจียงเสียน และเจียงฮุ่ยต่างทักทายเจียงไห่หยางและคนอื่น
“ซงซง มานี่สิ ปู่จะให้เงินนำโชค ! ”
“อิงอิง นี่ของหนู ! ”
“เสี่ยวเสียน มานี่สิ เงินนำโชคของหนู ! ”
“ฮุ่ยฮุ่ย อันนี้เป็นของเธอ ! ”
“……”
เจียงไห่หยาง, หวังซิ่วจวี๋, เจียงเสี่ยวไป๋, หลินเจียอิน, เจียงเสี่ยวเฟิง และหลัวเจาตี้ต่างต้องมอบเงินนำโชคให้กับเด็ก ๆ ทั้งสี่คน
เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ยังคงให้เงินพวกเขาคนละสิบหยวนเหมือนเคย
ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินก็ให้เงินพวกเขาคนละหนึ่งร้อยหยวนเหมือนกัน
เช่นเดียวกับเจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ที่ให้เงินพวกเขาคนละหนึ่งร้อยหยวน
แม้ว่าพวกเขาจะอยู่คนละครอบครัว แต่ก็ยังคงเป็นญาติสายตรง ไม่ต้องพูดถึงว่ามีหลานสาวและหลานชายอีกสี่คน ดังนั้นเจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ที่มีเงินไม่มากเท่าไหร่ก็ยังคงให้เงินปีใหม่กับเด็ก ๆ ทั้งสี่คน คนละหนึ่งร้อยหยวนอยู่ดี
เด็กทั้งสี่คนแต่ละคนได้รับอั่งเปาจำนวนหกซอง ซึ่งเป็นซองอั่งเปาที่ใหญ่ไม่น้อย มันจึงทำให้พวกเขามีความสุขมาก
“ขอบคุณคุณปู่รอง ! ”
“ขอบคุณครับคุณย่ารอง ! ”
“ขอบคุณครับอา ! ”
“ขอบคุณครับอา ! ”
“……”
ในเวลานี้ เจียงไห่เทียนและเจียงไห่โปก็เดินออกมาแล้วเหมือนกัน
เจียงไห่เทียนทักทายออกมา “มากันแล้วเหรอ เข้ามานั่งในบ้านก่อนสิ เดี๋ยวเราก็จะกินเลี้ยงส่งท้ายปีเก่ากันแล้ว ! ”
พวกเขาไม่ได้ให้อั่งเปาทันที
โดยทั่วไปแล้ว คนในชนบทจะฉลาดและจะพิจารณาขนาดของอั่งเปาที่อีกฝ่ายมอบให้ก่อน แล้วถึงจะมอบให้อีกฝ่ายทีหลัง
ไม่อย่างนั้นถ้าให้น้อยเกินไปก็จะเสียหน้าได้
ผู้ใหญ่ทุกคนเข้าไปในบ้าน ในขณะที่เด็ก ๆ ยังเล่นอยู่ที่ลานหน้าบ้านต่อ
หลังจากเข้าไปในบ้าน ทุกคนก็นั่งที่โต๊ะหลุมไฟเพื่ออบอุ่นร่างกาย ส่วนเจียงไห่เทียนก็ไปเอาบุหรี่มาให้กับเจียงไห่หยาง, เจียงเสี่ยวไป๋ และเจียงเสี่ยวเฟิง ส่วนเจียงเสี่ยวเฟิ่งก็ไปเอาถ้วยพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งมาชงชาให้แต่ละคน
เจียงเสี่ยวจี๋ก็ได้เดินเข้ามายิ้มและทักทายพวกเขา “อามาแล้วก็นั่งอบอุ่นร่างกายไปก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะไปจุดประทัดก่อน”
เขาถือประทัดวงใหญ่อยู่ในมือ มันใหญ่ประมาณอ่างล้างหน้า
“ประทัดหนึ่งหมื่นนัด ! ”
เจียงเสี่ยวเฟิ่งเห็นประทัดที่เจียงเสี่ยวจี๋ถืออยู่จึงพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่เสี่ยวจี๋ ปีนี้ใช้ได้เลยนะ จุดประทัดตั้งหนึ่งหมื่นนัดเลยหรือ”
หมื่นนัดหมายถึงประทัดหมื่นลูก
เจียงเสี่ยวจี๋ยิ้มและพูดว่า “นี่เป็นการฉลองครั้งแรกของเราหลังจากย้ายมาอยู่บ้านใหม่ เราได้ซื้อมาเตรียมแล้ว”
ขณะที่เขากำลังพูด เจียงเสี่ยวโจวก็ถือประทัดหนึ่งหมื่นนัดออกมาอีกอัน
นี่เป็นการจุดประทัดสองแถวพร้อมกัน แม้ว่าประทัดชุดแรกจะทิ้งช่วงในระหว่างที่มันระเบิด แต่ประทัดอีกอันก็ยังระเบิดอยู่ ทำให้มีการระเบิดอย่างต่อเนื่อง
การกินเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าของพวกเขาจะสลับกันไปกินข้าวบ้านเจียงไห่เทียน, เจียงไห่หยาง และเจียงไห่โปตามลำดับ เพื่อรับประทานอาหารเช้า กลางวัน และเย็น
แต่ในปีที่แล้ว พวกเขาได้มากินข้าวบ้านเจียงไห่เทียนและลูกชายสองคนของเขา รวมแล้วจึงเป็นสามครัวเรือน ดังนั้นทุกคนจึงเลี้ยงฉลองส่งท้ายปีเก่ากันที่บ้านของของเจียงไห่เทียน
แต่หลังจากสร้างบ้านใหม่แล้ว ครอบครัวของเจียงไห่เทียนก็ได้มาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวเดียว ดังนั้นงานเลี้ยงรวมตัวในปีนี้จึงจัดขึ้นที่บ้านของเจียงเสี่ยวจี๋ แต่ครอบครัวของเจียงเสี่ยวโจวกลัวจะน้อยหน้า เลยซื้อประทัดมาจุดด้วย
ดังนั้นเขาจึงหยิบประทัดออกมาอีกแถว
พวกเขาทั้งสองถือประทัดไปที่ลานบ้าน เมื่อเด็ก ๆ ทุกคนเห็น พวกเขาก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“ประทัดหมื่นนัด ! ”
“ปีนี้บ้านของฉันจะจุดประทัดหนึ่งหมื่นนัด ! ”
“ประทัดหมื่นนัดสองแถวเลย! แบบนี้มันจะใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะระเบิดเสร็จ ? ”
“……”
เด็กโตอย่างเจียงซงและเจียงอิงต่างก็รู้ดีว่าในระหว่างการรวมตัวของครอบครัว พวกเขาไม่เพียงแต่ต้องจุดประทัดก่อนเท่านั้น แต่หากบ้านไหนจุดประทัดนานกว่าบ้านหลังอื่น ก็จะแสดงให้เห็นว่าเป็นคนมีฐานะ
แต่ถ้าจุดก่อนจะหมายถึงว่าได้ลูกสะใภ้ขยัน
ถ้าจุดประทัดนานจะหมายความว่าบ้านรวย
ดังนั้น เจียงซงและเจียงอิงจึงรู้สึกภูมิใจเมื่อเห็นเจียงเสี่ยวโจวถือประทัดหนึ่งหมื่นนัดออกมา
“ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง……”
“ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง……”
ประทัดหมื่นนัดถูกจุดพร้อมกัน ทำให้ลานบ้านเต็มไปด้วยควันและเสียงประทัดที่ระเบิดดังจนไม่สามารถได้ยินอะไร
เสียงประทัดหมายถึงได้เวลากินเลี้ยงส่งท้ายเก่าแล้ว
อย่างไรก็ตาม ก่อนรับประทานอาหารจะมีพิธีกรรมที่สำคัญมากอีกประการหนึ่ง ซึ่งก็คือการเคารพบรรพบุรุษ
มันเหมือนกับที่เจียงไห่หยางทำการเคารพบรรพบุรุษของเขาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา หลังจากวางอาหารลงบนโต๊ะ เขาก็จะวางชามข้าวและตะเกียบ เทเหล้า เผาเงินกระดาษ และเรียกญาติผู้ล่วงลับไปแล้วมาทานอาหารเซ่นไหว้พวกนี้
ในระหว่างการเลี้ยงฉลองส่งท้ายปีเก่าในครั้งนี้ พวกเขาจะเตรียมของเซ่นไหว้เคารพบรรพบุรุษทั้งหมดสองโต๊ะ
เจียงไห่เทียนและเจียงไห่หยางรับหน้าที่ในการจัดโต๊ะ เพราะพวกเขาคุ้นเคยกับกระบวนการนี้ดี ดังนั้นพิธีเคารพบรรพบุรุษจึงเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว
เด็กผู้หญิงรีบขึ้นมานั่งบนโต๊ะ โต๊ะนี้จะมีแต่พวกผู้หญิงอย่างหลินเจียอิน, หลัวเจาตี้, เจียงเสี่ยวเฟิ่ง เป็นต้น
ส่วนเด็กชายทั้งสองได้เดินไปที่อีกโต๊ะหนึ่ง โดยมีเจียงไห่เทียนและเจียงไห่หยางนั่งอยู่บนโต๊ะ เจียงไห่โปและเจียงเสี่ยวไป๋นั่งทางซ้าย เจียงเสี่ยวเฟิงและเจียงเสี่ยวโจวนั่งทางด้านขวา ส่วนเจียงเสี่ยวจี๋ในฐานะเจ้าบ้านก็นั่งลงที่หัวโต๊ะกับเจียงเสี่ยวเหลย
ในช่วงรวมตัวของครอบครัวจะมีการดื่มเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
แม้ว่าเหล้าที่เจียงเสี่ยวจี๋เอาออกมาจะไม่ใช่เหมาไถ แต่ก็เป็นเหล้าของหลูโจว เลาเจียว
ในปีที่เหล้ายี่ห้อนี้เป็นที่นิยมมาก แต่ในปีนี้ราคาของมันขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
อาหารบนโต๊ะนั้นมีเยอะกว่าปีที่แล้วถึงสองเท่า โดยมีคากิตุ๋นเป็นอาหารจานหลัก รวมแล้วมีอาหารมากกว่าสิบอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่มีเนื้อเป็นส่วนประกอบทั้งหมด
และในช่วงตรุษจีนแบบนี้จะมีอาหารขึ้นชื่อในเมืองชิงโจวที่เรียกว่า “หมูตุ๋นน้ำแดง ! ” มันทำจากเนื้อสันในคุณภาพดีติดมัน หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม แต่ละชิ้นยาวประมาณ 10 เซนติเมตร, หนา 1-2 นิ้ว จากนั้นก็หุงข้าวให้สุก ตักใส่ถ้วยแล้วจัดวางหมูบนข้าวอย่างเป็นระเบียบ เนื้อจะมีสีเหลืองส้มตัดกันดีกับข้าวเหนียวสีขาวหิมะ มันทำให้ดูน่ารับประทานมาก
เมื่อกัดเข้าไป เนื้อจะเปื่อยยุ่ย ไขมันของมันจะละลายในปาก ซึ่งเป็นเมนูที่นิยมมากในหมู่ผู้ชาย
มีคำกล่าวที่ว่า “การกินหมูตุ๋นน้ำแดงคือที่สุดของการกินหมู ! ”
นั่นเป็นเพราะว่าหมูตุ๋นน้ำแดงทุกชิ้นมีมันแทรกอยู่
ลองคิดดูว่าหมูชิ้นหนึ่งที่มีไขมันแทรกพอดีจะนุ่มละลายในปากสักแค่ไหนหากว่าตุ๋นได้ที่ มันจึงทำให้คนส่วนใหญ่ทนไม่ได้ที่จะน้ำลายไหล