ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 990 กินบาร์บีคิว
ตอนที่ 990 กินบาร์บีคิว
เจียงเสี่ยวไป๋ซื้อบาร์บีคิวและเต้าหู้เหม็นใส่ห่อจากถนนคนเดิน จากนั้นเขาก็กลับมาที่รถ
จางเสี่ยวชุ่นส่งเขากลับไปที่เจียงวาน
หลังจากมาถึงโรงจอดรถใต้ดิน เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดว่า “เข้าไปนั่งพักในบ้านฉันก่อนสิ ! ”
จางเสี่ยวชุ่นโบกมือ “ไม่เป็นไรครับผู้ช่วยเจียง พรุ่งนี้เช้าจะให้ผมมารับกี่โมงดีครับ ? ”
เห็นแบบนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่ได้พยายามโน้มน้าวเขาอีก เขาหยิบกุญแจรถจี๊ปออกมาจากกระเป๋าแล้วมอบให้จางเสี่ยวชุ่น “ไม่ต้องเช้าเกิน มารับฉันตอนแปดโมงครึ่งก็ได้”
“ได้ครับ”
จางเสี่ยวชุ่นรับกุญแจแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณเข้าบ้านไปพักเถอะครับ พรุ่งนี้ผมจะมารับตอนแปดโมงครึ่ง”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ขอบคุณมาก ขับรถก็ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของตัวเองด้วยนะ”
จางเสี่ยวชุ่นขอบคุณเขาและขับรถจี๊ปออกไป
เจียงเสี่ยวไป๋ถือบาร์บีคิวถุงใหญ่สองถุง เดินออกจากโรงรถใต้ดิน ขึ้นไปข้างบน แล้วตรงเข้าไปในบ้าน
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง ! ”
ทันทีที่เขาเดินเข้าประตูมา เจียงซือก็เห่าหลายครั้ง เห็นได้ชัดว่ามันได้กลิ่นหอมของบาร์บีคิว
เจียงชานที่ได้ยินจึงวิ่งออกมาจากข้างในบ้าน
“ป่าป๊า ! ” เด็กน้อยส่งเสียงเรียก “หนูรู้ว่าต้องเป็นป่าป๊ามาแน่ ๆ ! ”
หลังจากที่แยกกันอยู่ได้เพียงวันเดียว เจ้าตัวเล็กก็คิดถึงเจียงเสี่ยวไป๋มากจนทำหน้าบูดบึ้งและพูดว่า “ทำไมป่าป๊าเพิ่งกลับมาเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยกถุงในมือของเขาขึ้น แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “พ่อซื้อของอร่อยมาให้ลูกด้วย เห็นไหม ! ”
เจียงชานสูดดมเข้าไปลึก ๆ จากนั้นความประหลาดใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอทันที และเธอก็พูดด้วยความตื่นเต้น “ป่าป๊าซื้อบาร์บีคิวมาให้หนูด้วยเหรอคะ ! ”
“ใช่!” เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม “ตลาดถนนคนเดินเปิดพอดี พ่อจึงไปซื้อบาร์บีคิวมาให้หนู”
“ขอบคุณนะคะป่าป๊า ! ”
เจ้าตัวน้อยรีบวิ่งมาหาเจียงเสี่ยวไป๋ หยิบถุงสะดวกซื้อสองใบแล้วพูดอย่างมีความสุข จากนั้นจึงวิ่งไปที่บ้านอย่างรวดเร็วพร้อมถุงสองใบในมือ
เมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นของลูกสาว เจียงเสี่ยวไป๋ก็อดยิ้มไม่ได้
เขารู้ว่าเด็กน้อยคนนี้อยากกินบาร์บีคิวมาก
“คุณปู่ คุณย่า ! ”
“ป่าป๊าซื้อบาร์บีคิวมาให้หนูเยอะมาก ! ”
ทันทีที่เจียงชานเข้าไปในห้องโถงด้านข้าง เธอก็วางถุงสองใบไว้บนโต๊ะหลุมไฟและพูดอย่างภาคภูมิใจ
“โอ้ มีบาร์บีคิวให้กินด้วย ! ”
เจียงถิงก็ตื่นเต้นมาก เธอได้กลิ่นของบาร์บีคิวและจ้องมองไปที่ถุงทั้งสองด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
เจียงไห่หยางอดไม่ได้ที่จะจ้องมองเด็กน้อยสองคนแล้วพูดว่า “หลานทั้งสองเพิ่งกินข้าวมาได้ไม่นานนี้เอง ยังกินได้อยู่เหรอ ? ”
เจียงชานตอบว่า “กินได้อยู่แล้วค่ะ ! ”
เจียงถิงก็พยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า “หนูก็กินได้เหมือนกันค่ะ”
หวังซิ่วจวี๋จึงได้แต่ส่ายหน้า
เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋เข้ามา เธอก็ถามด้วยความเป็นกังวล “แล้วลูกกินข้าวแล้วหรือยัง ? ”
แต่จู่ ๆ หญิงชราก็นึกขึ้นมาได้ว่าลูกชายกลับมาพร้อมกับบาร์บีคิว แสดงว่าเขาต้องได้กินอะไรมาบ้างแล้ว
ไม่มีประโยชน์ที่จะถาม !
แต่ใครจะไปคาดคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋กลับส่ายหัว แล้วพูดว่า “แม่ ผมยังไม่ได้กินข้าวมาเลยครับ”
อ่า ?
หวังซิ่วจวี๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และทันใดนั้นก็ตระหนักได้ว่าเธอคิดผิด
หลินเจียอินก็ประหลาดใจเหมือนกัน และพูดว่า “คุณไปซื้อบาร์บีคิวมา แต่ไม่ได้กินอะไรมาเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “เย็นนี้ผมยุ่งนิดหน่อย หลังจากที่ผมทำงานเสร็จ ก็เห็นว่ามันเริ่มมืดแล้ว ผมจึงคิดว่าชานชานและถิงถิงไม่ได้กินบาร์บีคิวมานานแล้ว จึงรีบไปตลาด ซื้อของแล้วก็กลับ ไม่ได้กินอะไรมาเลย”
หลินเจียอินจึงพูดว่า “แม่เหลืออาหารไว้ให้คุณ กำลังอุ่นในหม้อ รีบไปกินเถอะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดว่า “ครับ เดี๋ยวผมไปกินเอง ! ”
เขาหันไปหาเจียงชานแล้วพูดว่า “บาร์บีคิวเย็นแล้ว อย่าเพิ่งกินเลย เดี๋ยวพ่อจะไปเอาถาดอลูมิเนียมมาให้สองถาด ใส่บาร์บีคิวเข้าไปข้างใน วางไว้บนโต๊ะหลุมไฟ อุ่นให้มันร้อนก่อนแล้วค่อยกิน”
“นี่เป็นความคิดที่ดีมากค่ะ ! ” เจียงชานพูดด้วยรอยยิ้ม “ป่าป๊าไปกินข้าวเถอะค่ะ หนูจะไปเอาถาดเอง”
พูดจบ เธอก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม เขาไม่ได้สนใจลูกสาวอีกต่อไป แล้วเดินเข้าไปในห้องครัว เขาเห็นว่าหม้อบนเตามีฝาปิดอยู่ เมื่อเขาเปิดออก ก็เห็นชามข้าวใบใหญ่บนตะแกรงนึ่ง ล้อมรอบด้วยจานใบเล็ก ๆ สี่ใบที่มีผักอยู่ข้างใน
ในชนบท การหุงข้าวในช่วงทศวรรษปี 1980 และ 1990 จะทำด้วยวิธีเติมน้ำลงในหม้อ ตั้งหม้อนึ่ง วางข้าวและอาหารไว้บนซึ้ง เพื่อเป็นการอุ่นอาหารไปในตัว
รอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปากของเจียงเสี่ยวไป๋ เขารู้สึกดีที่คนในครอบครัวแบ่งกับข้าวไว้ให้เขาด้วย
เขาไม่รีบกิน แต่มองดูในตู้แล้วเห็นว่ายังมีซี่โครงหมูตุ๋นอยู่ เขาจึงหยิบหม้อใบเล็กมา ตักซี่โครงตุ๋นลงไปสองทัพพี แล้วตักน้ำซุปที่เริ่มแข็งตัวแล้วลงไป เขาเทน้ำจากถังลงไปเล็กน้อย แล้วยกหม้อใบเล็กไปที่ห้องโถงด้านข้าง
เมื่อเจียงไห่หยางเห็น เขาก็หยิบตะขอเหล็กขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ และถอดฝาครอบโต๊ะหลุมไฟที่อยู่ด้านในสุดออก เจียงเสี่ยวไป๋จึงวางหม้อใบเล็กลงไป
หวังซิ่วจวี๋พูดว่า “งั้นลูกก็รออยู่ที่นี่แหละ แม่จะไปล้างกะหล่ำปลีและผักโขมมาให้”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบ “แม่ ไม่จำเป็นหรอกครับ แม่นั่งเถอะ ผมจะไปล้างเอง”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “ลูกนั่งพักเถอะ กลับมายังไม่ได้นั่งเลย แม่จะไปล้างเอง”
พูดจบ เธอก็ยืนขึ้นและเดินไปที่ห้องครัว
เจียงเสี่ยวไป๋เองก็ไม่ได้นั่งลงเช่นกัน เขาเดินไปที่เตาไฟและนำอาหารที่อุ่นไว้ในหม้อมาวางบนโต๊ะหลุมไฟ
ในเวลานี้ เจียงชานก็นำถาดมาสองถาด
เจียงเสี่ยวไป๋ช่วยเอาบาร์บีคิวออกจากถุงมาวางเรียงบนถาดทีละชิ้น จากนั้นก็พูดว่า “ถ้าของพ่ออุ่นเสร็จแล้ว พ่อจะเอาหม้อลงและอุ่นให้หนูต่อ”
“ได้ค่ะ ! ” เจียงชานตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม แต่กลับได้ยินเสียงกลืนน้ำลายของเธอ
ไฟบนโต๊ะหลุมไฟนั้นแรงมาก ในไม่ช้าหม้อก็เริ่มเดือดปุด ๆ หวังซิ่วจวี๋เองก็ล้างผักเสร็จแล้วเหมือนกัน
เจียงเสี่ยวไป๋ใส่ใบกะหล่ำปลีลงในหม้อต่อ และตักออกมาชิม
รสชาติอร่อยมาก
“ป่าป๊าดูกินได้อร่อยมาก หนูอยากลองชิมดูบ้าง ! ” เจียงชานพูดขณะที่น้ำลายของเธอก็ไหลไปด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “ถ้าอยากกินก็ไปเอาชามมา ! ”
เจียงชานโบกมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า “หนูไม่เอาค่ะ หนูกินข้าวมาแล้ว ไม่งั้นหนูคงกินบาร์บีคิวไม่ได้จริง ๆ ! ”
เธออยากกินบาร์บีคิวมากกว่า
แค่เห็นคนอื่นกินก็มีน้ำลายอยู่เต็มปากตลอดเวลา ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกอึดอัดมาก
ในที่สุด หลังจากที่รอให้เจียงเสี่ยวไป๋กินเสร็จ หวังซิ่วจวี๋ก็วางถาดบาร์บีคิวลงไป เจียงชานแทบรอไม่ไหวที่จะตะโกนออกมาว่า “คุณปู่ รีบปิดฝาเร็วค่ะ หนูจะได้อุ่นบาร์บีคิวสักที ! ”
เจียงไห่หยางได้ยินแบบนั้นก็ยกฝาเหล็กขึ้นมาเพื่อปิดปากเตา เจียงชานรีบวางถาดอลูมิเนียมที่เต็มไปด้วยบาร์บีคิวไว้ด้านบนทันที
ฉ่า ฉ่า…
ไม่นาน คราบน้ำมันบาร์บีคิวใต้กระทะอะลูมิเนียมก็เริ่มส่งเสียงดัง และกลิ่นหอมของมันก็ฟุ้งออกมา
หลังจากนั้นไม่นาน เนื้อ ต้นหอม เต้าหู้เหม็น ฯลฯ ก็เริ่มมีควันขึ้น กลิ่นของบาร์บีคิวก็อบอวลไปทั่วห้อง
“แค่ก แค่ก ! ”
เจียงไห่หยางสำลักและไอออกมา เขาอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “การอุ่นอาหารแบบนี้ทำให้ทั้งห้องเต็มไปด้วยควัน ! ”
เจียงชานและเจียงถิงไม่ได้จริงจังกับมัน พวกเธอช่วยกันพลิกไปมาในขณะที่มองดูบาร์บีคิวที่กำลังอุ่นอยู่
“อะ ถิงถิง กินก่อนเลยนะ ! ”
เจียงชานหยิบเนื้อแกะเสียบไม้จำนวนหนึ่งออกมาจากถาด แล้วยื่นให้เจียงถิง
เจียงถิงรับมันมาและกินอย่างเอร็ดอร่อย
เจียงชานหยิบอีกไม้หนึ่งแล้วมอบให้เจียงไห่หยาง “คุณปู่ อันนี้ของคุณปู่ค่ะ ! ”
เจียงไห่หยางโบกมือ “ปู่ไม่กิน พวกหนูกินกันเถอะ”
เจียงชานไม่คะยั้นคะยอ และยื่นให้หวังซิ่วจวี๋ต่อ
ก่อนที่เธอจะได้พูดออกมา หวังซิ่วจวี๋ก็พูดว่า “ย่าก็ไม่กินเหมือนกันจ้ะ”
เจียงชานตอบว่า “อ้อ” และพูดกับหลินเจียอิน “หม่าม๊ากินสิคะ ! ”
หลินเจียอินรับมันด้วยรอยยิ้ม
เพราะเธออยากกินบาร์บีคิวมานานแล้ว