ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 991 เฝิงเยี่ยนหงคลอดลูกสาว
ตอนที่ 991 เฝิงเยี่ยนหงคลอดลูกสาว
หลังจากนี้ต่อไปอีกไม่กี่วันข้างหน้า เจียงเสี่ยวไป๋เข้าไปในเมืองเพียงลำพัง ขณะที่หลินเจียอินพักผ่อนอยู่ที่บ้านในเจียงวาน
เมื่อเห็นว่าวันครบกำหนดคลอดใกล้เข้ามาแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ได้พาหลินเจียอินมาอยู่ที่บ้านของหวังผิงตามแผนที่วางไว้
ทันทีที่หลินเจียอินขยับตัว เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ก็ขอตามลูกสะใภ้ไปอย่างที่คาดไว้จริง ๆ
ลูกสะใภ้ตั้งครรภ์ลูกแฝดทั้งสองคน ซึ่งมีหลานผู้ชายด้วย พวกเขาจึงเป็นกังวลหากว่าไม่ได้อยู่ข้าง ๆ เธอ
ผู้เฒ่าทั้งสองจึงไปอาศัยอยู่ที่บ้านของหวังผิง ส่วนเจียงชานและเจียงถิงก็เช่นกัน
แต่สิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่คาดคิดก็คือแม่ยายและหลินเจียลี่จะมาด้วย
หลิวอี้ถิงให้เหตุผลว่าเธอไม่อยู่ด้วยตอนที่หลินเจียอินให้กำเนิดชานชาน คราวนี้เมื่อหลินเจียอินจะให้กำเนิดลูกแฝด เธอจะต้องมาอยู่กับลูกสาวให้ได้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
มีเพียงผู้ที่เคยเป็นแม่คนเท่านั้นที่รู้ว่าการคลอดลูกนั้นยากเย็นเพียงใด
หลินเจียลี่เองก็มาด้วย ภาคเรียนใหม่กำลังจะเปิดในอีกไม่ช้า เธอจึงตั้งใจจะอยู่กับพี่สาวของเธอในชิงโจว สองสามวัน แล้วถึงค่อยกลับไปที่เจียงเฉิง
ส่งผลให้ที่บ้านของหวังผิงมีชีวิตชีวาขึ้นมามาก
หญิงตั้งครรภ์สองคน แต่กลับมีคนดูแลเจ็ดถึงแปดคน นอกเหนือจากหลินเจียลี่แล้ว ก็ยังมีเจียงเสี่ยวชิง, เจียงเสี่ยวเหลย, เจียงเสี่ยวหยู และแม้แต่เจ้าสุนัขเจียงซือก็มากับเขาด้วย
ครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋ย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองกันหมดแล้ว ดังนั้นจึงทิ้งสุนัขไว้ที่บ้านตามลำพังไม่ได้ !
พริบตาเดียว เวลาก็ล่วงเลยเข้ามาใกล้ช่วงสิ้นเดือนแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋ซื้อตั๋วเครื่องบินให้เจียงเสี่ยวชิงและหลินเจียลี่ไปเจียงเฉิง และเขาเองก็ได้ไปส่งพวกเธอที่สนามบิน
“ครั้งนี้ฉันไม่สามารถไปส่งพวกเธอสองคนที่เจียงเฉิงได้ เมื่อถึงที่นั่นแล้ว พี่จวินจะไปรับที่สนามบินนะ”
เจียงเสี่ยวชิงกล่าวว่า “พี่ไม่จำเป็นต้องไปส่งพวกเราหรอก แค่ดูแลพี่สะใภ้ของฉันให้ดีก็พอ”
ใบหน้าของหลินเจียลี่เต็มไปด้วยความเสียดาย เธออยากเห็นพี่สาวของเธอให้กำเนิดหลานชายและหลานสาวก่อนที่จะไปเจียงเฉิง แต่ก็ทำไม่ได้
เนื่องจากมหาวิทยาลัยจะเปิดแล้ว และเธอก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรหลินเจียอินจะคลอด
“พี่เขย พี่ต้องโทรหาฉันหลังจากที่พี่ของฉันคลอดนะ” หลินเจียลี่กล่าว
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพยักหน้า “เอาล่ะ คลอดแล้วฉันจะโทรบอกว่าปลอดภัยแล้ว”
หลินเจียลี่พยักหน้า
หลังจากที่ทั้งสองคนจากไปแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ขอให้จางเสี่ยวชุ่นขับรถกลับไปที่สำนักงาน
ซึ่งในช่วงนี้ เมิ่งเสี่ยวเป่ยและเฉินอันผิงต่างก็ไปที่เจียงเฉิงเพื่อหาซัพพลายเออร์ที่จะมาประมูลร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์ ส่วนใหญ่ดำเนินการในเจียงเฉิง แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่พวกเขาสองคนก็ยังต้องไปติดต่อกับซัพพลายเออร์อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ เฝิงเจียเหอยังไปที่เจียงเฉิงเพื่อรับผิดชอบงานนี้ด้วย
ศูนย์กระจายสินค้าในเจียงเฉิงก็ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับซัพพลายเออร์ที่ชนะการประมูลร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์จะต้องส่งสินค้าไปยังศูนย์กระจายสินค้าของเจียงเฉิง และศูนย์กระจายสินค้าจะจัดสรรสินค้าและกระจายสินค้าไปตามร้านในเมืองต่าง ๆ
เย่กวงโต้วเองก็ยุ่งจนแทบไม่ได้กระดิกเท้าไปที่ไหน
เพราะเขาติดต่อสถานีโทรทัศน์และสำนักพิมพ์ประจำภูมิภาคจีนตอนกลาง ตลอดจนสถานีโทรทัศน์และสำนักพิมพ์ในเมืองระดับจังหวัดเพื่อโปรโมตล็อตเตอรี่แห่งความหวังให้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
ล็อตเตอรี่ราคาใบละหนึ่งเหมาแลกกับรางวัลพิเศษมูลค่าหนึ่งแสนหยวน ได้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในเมืองต่าง ๆ ทั่วทั้งภูมิภาคจีนตอนกลาง
วิธีเล่นล็อตเตอรี่และแผงขายล็อตเตอรี่จะลงประกาศทุกวันในหน้าหนังสือพิมพ์
จนทำให้ยอดขายหนังสือพิมพ์ของสำนักพิมพ์ในเมืองต่าง ๆ พุ่งสูงขึ้นมาทันที
แน่นอนว่าเพื่อเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ที่ไม่มีทีวีที่บ้านหรือไม่อ่านหนังสือพิมพ์ได้ทราบเกี่ยวกับการขายล็อตเตอรี่แห่งความหวัง เย่กวงโต้วยังคงใช้วิธีแจกใบปลิวแบบเดิมในทุกเมือง
ในใบปลิว จะมีโฆษณาการขายล็อตเตอรี่และกติกาการเล่นอยู่ด้านหนึ่ง ส่วนอีกด้านจะโฆษณาร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์ ซึ่งแตกต่างจากการโฆษณาทางรายการโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์
“ในวันที่ 3 มีนาคม ร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์กว่าหนึ่งร้อยแห่งจะเปิดพร้อมกัน หากท่านใดเข้าไปซื้อสินค้าในร้าน จะได้รับไข่ฟรีหนึ่งแผง”
นี่คือการตลาดง่าย ๆ ที่สามารถนำไปใช้ในยุคสมัยต่อไปได้
แต่แม้ในยุคสมัยต่อไป หากร้านไหนมีการซื้อของแจกไข่ ก็จะมีผู้คนไปต่อแถวซื้อของแลกไข่กันอย่างคับคั่ง
ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงทศวรรษ 1980 ซึ่งเป็นยุคที่ขาดแคลน เสน่ห์ของไข่หนึ่งแผงนั้นย่อมดึงดูดผู้คนได้อย่างไม่ต้องสงสัย
“คุณรู้ไหมว่าถ้าร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมส์อินน์เปิดทำการ พวกเขาจะมีการแจกไข่ด้วยนะ”
“ฉันรู้ ฉันเห็นใบใบปลิวแล้ว”
“เมื่อถึงเวลาก็ไปรวมตัวกัน ! ”
“ต้องซื้อของด้วยถึงจะได้ไข่ใช่ไหม ? ”
“ไม่ใช่ คุณไม่เห็นในใบปลิวเหรอว่าแค่ไปที่ร้านก็ได้รับไข่แล้ว ไม่ว่าคุณจะซื้อของหรือไม่ก็ตาม”
“เยี่ยมเลย นี่ก็เท่ากับแจกฟรีน่ะสิ”
“ผู้ประกอบการคงไม่โง่ขนาดนั้นหรอก ขนาดน้ำทะเลยังทนคนตักไม่ได้ นับประสาอะไรที่พวกเขาจะมาแจกไข่ให้เราฟรีแล้วยอมให้ตัวเองขาดทุนจนล้มละลายล่ะ ? ”
“ไม่เห็นประเด็นสำคัญที่เขียนไว้ในโฆษณาเหรอว่าจำกัดคนแค่หนึ่งพันคน หรือจนกว่าของจะหมด เพียงแต่ว่าตัวเล็กมาก ถ้าไม่อ่านให้ดีก็อาจไม่เห็น ! ”
“จำกัดแค่หนึ่งพันคนเท่านั้น ไม่ได้การล่ะ ฉันต้องไปก่อน”
“ตื่นเช้าแล้วรีบไป ถ้าช้าฉันกลัวว่าจะไม่ทัน ! ”
“มีคนบอกว่าร้านสะดวกซื้อโฮมส์อินน์มีสินค้าครบครันเลยนะ”
“ใช่ ฉันเห็นในใบปลิวว่ามีสินค้าหลายอย่างที่ในห้างสรรพสินค้าไม่มีด้วยนะ”
“ไม่เพียงแต่ครบครันเท่านั้น แต่ยังราคาถูกอีกด้วย”
“ฉันเห็นแล้ว มีสินค้าโปรโมชั่นมากมาย ! ”
“……”
การอภิปรายเหล่านี้สามารถพบเห็นได้ในเกือบทุกเมืองของภูมิภาคกลางของจีน ผู้คนต่างสงสัยว่าร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์จะเปิดทำการเมื่อไหร่ ?
ซึ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ พวกเขาได้ค้นพบว่าแท้จริงแล้วจุดขายล็อตเตอรี่ทั้งหมดอยู่ในร้านสะดวกซื้อโฮมส์อินน์
นี่ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการโฆษณาที่เข้มข้น แต่ก็ยังเร็วไปอยู่ดี เพราะร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์ได้กำหนดวันเปิดทำการในวันที่ 3 มีนาคม และวันนี้เพิ่งจะวันที่ 27 กุมภาพันธ์เท่านั้น
เดือนกุมภาพันธ์มีเพียง 28 วัน เมื่อนับแล้ว ยังเหลือเวลาอีก 4 วัน
ผู้คนนับไม่ถ้วนจึงเริ่มที่จะตั้งตารอคอย
บางคนถึงกับแอบบ่นว่าอีกตั้งสามถึงสี่วันถึงจะเปิด ทำไมถึงโฆษณาเร็วขนาดนี้ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันลืมมันไปเสียก่อน ?
เจียงเสี่ยวไป๋ยุ่งตลอดทั้งวัน กว่าจะรู้ตัวก็เป็นตอนเย็นแล้ว
เขาเพิ่งโทรศัพท์ หลังจากวางสายก็หยิบบุหรี่ออกมาจุด จากนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ซึ่งก็เป็นหวังผิงที่โทรมา
“ว่าไง ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ถามด้วยความประหลาดใจ
ถัดมาก็เป็นเสียงประหลาดใจและตื่นเต้นของหวังผิง “เสี่ยวไป๋ เยี่ยนหงคลอดแล้ว ฉันได้ลูกสาว เป็นลูกสาวจริง ๆ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และรีบถามออกไปว่า “ทั้งแม่และลูกปลอดภัยดีใช่ไหม ? ”
หวังผิงกล่าวว่า “ปลอดภัย ! ปลอดภัย ! แม่และลูกปลอดภัยแล้ว ! ”
“ยินดีด้วย ในที่สุดก็สมความปรารถนาและมีลูกสาวเสียที ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วถามว่า “เยี่ยนหงคลอดที่บ้านหรือเปล่า ? ”
ตอนที่เขาไปส่งเสี่ยวชิงและลี่ลี่ในตอนเช้า เฝิงเยี่ยนหงยังอยู่ที่บ้าน ไม่คิดเลยว่าเย็นนี้จะได้ข่าวว่าเธอคลอดลูกแล้ว
หวังผิงกล่าวว่า “ไม่ คลอดที่โรงพยาบาล”
“ก็นายให้เหลิ่งเวยอยู่ที่บ้านไม่ใช่เหรอ ? ตอนที่เยี่ยนหงปวดท้องจะคลอด เหลิ่งเวยก็รีบส่งเธอไปโรงพยาบาลทันที”
หวังผิงหัวเราะออกมา “โชคดีที่นายให้เหลิ่งเวยอยู่ที่บ้าน ไม่งั้นหากว่าตอนที่เยี่ยนหงปวดท้องจะคลอดลูก ทั้งนายและฉันไม่ได้อยู่ที่นั่น ทุกอย่างอาจล่าช้าได้ ! ”
“เอ่อ อีกอย่างเจียอินก็ไปนอนที่โรงพยาบาลแล้ว ป้าสามกับลุงสามก็ไปเฝ้าเธอที่โรงพยาบาลด้วย เลิกงานก็ตรงมาที่โรงพยาบาลเลยนะ ไม่ต้องไปที่บ้าน”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “ทำไมต้องรอเลิกงานด้วยล่ะ ? ฉันจะไปโรงพยาบาลตอนนี้เลย”
พูดจบ เขาก็วางสายแล้วเดินออกไปข้างนอกทันที