ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 992 ยังคงรอต่อไป
ตอนที่ 992 ยังคงรอต่อไป
“โหรวโหรว ! ”
“เสี่ยวโหรวโหรว ! ”
ในแผนกสูตินรีเวชศาสตร์ของโรงพยาบาลชิงโจว หวังผิงกลับเข้ามาหลังจากโทรหาเจียงเสี่ยวไป๋ เขาอุ้มลูกสาวแรกเกิดของเขาขึ้นมาและเล่นกับเธออย่างมีความสุข
“อุแว้ อุแว้……”
สิ่งที่ตอบกลับเขามาไม่ใช่รอยยิ้มที่น่ารัก แต่เป็นเสียงร้องไห้ของทารกน้อย
“ฉันเคยเป็นพ่อคนมาก่อนก็จริง แต่ฉันไม่รู้ว่าต้องเล่นกับเด็กทารกแบบนี้อย่างไร ! ”
ถานซูผิงมองหวังผิงด้วยความรังเกียจ ก่อนจะอุ้มทารกน้อยมาจากลูกชายของเธอ พาดไว้บนไหล่ด้วยมือข้างหนึ่ง และอีกมือก็ลูบหลังเธอเบา ๆ เท้าของเธอขยับไปมาตลอดเวลา “เสี่ยวโหรว อย่าร้องไห้นะ ย่าอุ้มหนูแล้ว เสี่ยวโหรวของย่าเก่งจะตาย !” เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หลังจากนั้นไม่นาน ทารกน้อยก็หยุดร้องไห้ และดูเหมือนจะผล็อยหลับไปในที่สุด
ใบหน้าของหวังผิงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ส่วนคนอื่นในห้องพักผู้ป่วย ได้แก่หวังซิ่วอู๋, เจียงไห่หยาง, หวังซิ่วจวี๋, หลิวอี้ถิง, หลินเจียอิน และเด็กอีกหลายคนต่างก็มีรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้า และมีความสุขที่ชีวิตเล็ก ๆ กำเนิดขึ้นมา
“เจ็ดจินสองเหลียง หนักกว่าตอนที่เสี่ยวกังคลอด ! ”
“เสียงร้องไห้ก็ดังฟังชัด เสี่ยวโหรวร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงมาก ! ”
“เอาผ้ารองและผ้าอ้อมมาหมดหรือยัง ! ”
“เอามา ผมเอามาเยอะมาก ! ”
“พูดเบา ๆ อย่ารบกวนโหรวโหรวตัวน้อย เธอกำลังหลับอยู่”
“……”
ผู้ใหญ่พูดคุยและหัวเราะไปรอบ ๆ ทารกน้อยราวกับว่าเธอเป็นศูนย์กลางของทุกคน
ในขณะนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้เดินเข้ามา
หลังจากทักทายทุกคนเบา ๆ สักพักเจียงเสี่ยวไป๋ก็ไปดูทารกน้อยที่เพิ่งเกิดอย่างมีความสุข และอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเมื่อเห็นหน้าเธอ
เด็กแรกเกิดหน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง !
ในชาติที่แล้ว เขาไม่เคยมาดูลูกสาวตอนแรกเกิดเลย ซึ่งทำให้เขารู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดมาก
แต่ชาตินี้เขาจะไม่พลาดมันอีกแล้ว
เขาอดไม่ได้ที่จะมองไปที่หลินเจียอินและพูดด้วยรอยยิ้ม “เมียจ๋า ดูโหรวโหรวตัวน้อยสิ น่ารักน่าชังมาก ผมแทบรอไม่ไหวที่จะเห็นหน้าลูกชายและลูกสาวของเราแล้ว”
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะยิ้มหลังจากได้ยินที่เขาพูด ทุกคนต่างก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่น้อยเหมือนกัน ?
หลิวอี้ถิงถึงกับยิ้มและพูดว่า “ดูสิ ลูกกังวลแค่ไหน ! หมอเพิ่งตรวจอินอินไปก่อนหน้านี้และบอกว่าเธอจะคลอดในอีกสามถึงสี่วันข้างหน้านี้แล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋รีบพูดออกมาว่า “ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมก็จะไม่ไปไหน ผมจะอยู่กับคุณที่โรงพยาบาลนี้เลยแล้วกัน”
เขาไม่อยากเป็นเหมือนหวังผิงที่รอจนลูกสาวเกิดถึงจะรีบมาที่โรงพยาบาล
หลังจากตื่นเต้นอยู่สักพัก เจียงเสี่ยวไป๋ก็ให้คนที่เหลือกลับไปพักผ่อนที่บ้านของหวังผิง
เพราะที่นี่คือโรงพยาบาล ให้คนอยู่เยอะไม่ได้
ไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนมารวมตัวกันที่โรงพยาบาล
เป็นผลให้เหลือเพียงสองแม่ลูกอย่างหวังผิงและถานซูผิงเท่านั้นที่เหลืออยู่ในห้องพักของเฝิงเยี่ยนหง ส่วนในห้องพักของหลินเจียอินก็เหลือเพียงสองแม่ลูกอย่างเจียงเสี่ยวไป๋และหวังซิ่งจวี๋เท่านั้น แม้แต่หลิวอี้ถิงก็กลับไปพักที่บ้านของหวังผิง
ตามที่เขาพูดไว้ จะให้ทุกคนผลัดกันดูแลเธอ จะได้ไม่เหนื่อยเกินไป
เวลาสี่วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว และในที่สุดก็เป็นวันที่ 3 มีนาคม และยังเป็นวันแรกของเดือนสองตามปฏิทินจันทรคติอีกด้วย
ร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์ได้เปิดอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ฉากเดียวกันนี้เกิดขึ้นในเมืองต่าง ๆ ของภูมิภาคกลางของจีน ผู้คนนับไม่ถ้วนถือตะกร้ามารอคิวเพื่อรับไข่ที่ร้านสะดวกซื้อโฮมส์อินน์
มีคนมารอไข่ฟรีเยอะมาก
และส่วนมากพวกเขาก็จะแวะซื้อของที่ร้านกลับบ้านด้วย
สินค้าที่ร้านราคาถูกจริง แถมยังใกล้บ้านไม่ต้องไปไกลถึงห้างสรรพสินค้าอีกด้วย
“มีร้านสะดวกซื้อแบบนี้ก็สะดวกจริง ๆ ! ”
“ใช่แล้ว นับจากนี้ไปฉันจะมาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อโฮมอินน์”
“หากจะซื้ออะไรก็ไม่ต้องไปที่ห้างสรรพสินค้าแล้ว”
“ที่ฉันชอบที่สุดก็คือเราสามารถเลือกซื้ออะไรก็ได้ในร้านสะดวกซื้อ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่หลังจากดูราคาแล้ว มันไม่เหมือนกับการซื้อของในห้างสรรพสินค้าที่ไม่รู้ราคา บางอย่างก็ต้องให้พนักงานขายช่วยหยิบมาให้”
“ซื้อของเสร็จแล้วก็ซื้อล็อตเตอรี่ต่อได้”
“ใช่แล้ว แถมราคาก็ไม่แพง หากถูกรางวัลใหญ่หนึ่งแสนหยวนก็รวยแล้ว”
“ใช่ นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด”
“……”
หลังจากได้ไข่แล้ว พวกเขาก็ซื้อของใช้ในประจำวันและซื้อล็อตเตอรี่ต่อ
ทุกคนที่ออกมาจากร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์ต่างก็ยิ้มกันทั่วหน้า
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้คนจากตระกูลหวังและตระกูลเฝิงได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมเฝิงเยี่ยนหงและหวังโหรวตัวน้อย
เมื่อดูความตื่นเต้นของพวกเขา หลินเจียอินก็รู้สึกอิจฉาเล็กน้อยและพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “เยี่ยนหงก็คลอดเสี่ยวโหรวมาหลายวันแล้ว แต่ฉันยังไม่รู้สึกอะไรเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องรีบร้อน รอดูต่อไป บางทีทารกน้อยจอมซนทั้งสองอาจอยากอยู่กับแม่สักพัก”
แม้ว่าเขาจะปลอบใจ แต่ที่จริงแล้วเขาค่อนข้างเป็นกังวล
แต่คุณหมอตรวจดูทุกอย่างแล้วบอกว่าปกติดี งั้นก็อดทนรอไปก่อน
เมื่อหลินเจียอินได้ยินที่เจียงเสี่ยวไป๋พูด เธอก็พูดว่า “อืม” และพูดต่อ “วันนี้ร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์หลายร้อยแห่งทั่วภูมิภาคเปิดพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีการเปิดขายล็อตเตอรี่เป็นวันแรกด้วย ทำไมคุณไม่เอาเวลาไปสนใจเรื่องใหญ่พวกนั้น มัวมาเฝ้าฉันอยู่ที่นี่ทำไม ? ”
“งั้นคุณไปที่สำนักงานของบริษัทบ้างสิ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เมียจ๋า เมิ่งเสี่ยวเป่ยและเฉินอันผิงจัดการเรื่องพวกนี้ได้อยู่แล้ว ผมแค่รอฟังรายงานจากพวกเขาก็เท่านั้น ไม่สำคัญว่าผมจะไปหรือไม่ไป”
ไม่ว่าการเปิดร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์จะยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าการให้กำเนิดลูกแฝดได้อย่างไร ?
อันไหนเบาอันไหนจริงจัง เขาแยกแยะได้ชัดเจน
หลินเจียอินกล่าวว่า “คงจะดีมากถ้าฉันคลอดวันนี้ มันจะเป็นพร ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เมียจ๋า คุณอย่าคิดมากสิ ทำใจให้สบาย ดูแลลูกน้อยของเราให้ดีก็พอ วันไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ”
หลินเจียอินพยักหน้า เธอหวังว่าลูก ๆ ของเธอจะคลอดในเร็ว ๆ นี้ ดังนั้นเธอจึงได้แต่รออย่างอดทน
ในตอนกลางคืน ทุกคนที่มาเยี่ยมเฝิงเยี่ยนหงในตอนกลางวันก็กลับไปกันหมดแล้ว เหลือเพียงหวังผิงและถานซูผิงเท่านั้น
ตอนนี้เฝิงเยี่ยนหงสามารถลุกจากเตียงแล้วเดินไปรอบ ๆ ได้แล้ว หลังจากที่เสี่ยวโหรวหลับไป เธอก็มาที่ห้องของหลินเจียอิน
คืนนี้ หลิวอี้ถิงมานอนเป็นเพื่อนเธอ
แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวไป๋เฝ้าอยู่ที่นี่เสมอ
หลังจากที่เฝิงเยี่ยนหงทักทายหลิวอี้ถิง เธอก็นั่งลงข้างเตียงของหลินเจียอินและถามว่า “อะไรนะ ? ยังไม่เจ็บท้องเลยเหรอ ? ”
หลินเจียอินส่ายหัว “ฉันปวดท้องมาระยะหนึ่งแล้ว แต่อาการดีขึ้น ตอนแรกก็คิดว่าจะคลอดแล้ว แต่ก็ไม่มีวี่แววเลย”
เฝิงเยี่ยนหงกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันเดาว่าคงไม่ใช่วันนี้หรอก มารอดูกันพรุ่งนี้อีกที ! ”
หลินเจียอินพูดว่า “อืม” และพูดต่อ “เธอเองก็ฟื้นตัวได้เร็วจริง ๆ ! ”
“ใช่ นี่เป็นการตั้งครรภ์ครั้งที่สอง เลยฟื้นตัวเร็วน่ะ” เฝิงเยี่ยนหงพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าฉันไม่รอเธอ ฉันคงได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว”
หลินเจียอินกล่าวว่า “เธอควรออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ไม่ต้องรอฉัน อยู่ที่บ้านดีกว่าอยู่ที่โรงพยาบาลเยอะ”
เฝิงเยี่ยนหงพูดว่า “ไม่เป็นไร หลังจากเธอคลอด ฉันก็อยากเห็นหน้าทารกน้อยฝาแฝดด้วย แต่ถ้าฉันออกจากโรงพยาบาลแล้ว คงจะมาเยี่ยมเธอที่นี่ไม่ได้”
หลินเจียอินยิ้มและพูดว่า “ใช่ ถ้าเธอออกไป ฉันก็คงไม่ได้เจอเสี่ยวโหรวอีกนานเลย ! ”
ขณะที่ทั้งสองคุยกัน เวลาก็ผ่านไปโดยไม่รู้ตัว
จนกระทั่งได้ยินเสียงร้องของเด็กทารก เฝิงเยี่ยนหงจึงพูดว่า “โอ้ เจ้าตัวน้อยคงตื่นแล้ว คงหิวนมน่ะ ฉันขอไปหาเธอก่อน เธอเองก็พักผ่อนได้แล้ว”