ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 993 ฝาแฝดคลอดแล้ว
ตอนที่ 993 ฝาแฝดคลอดแล้ว
วันที่ 4 มีนาคม ตามปฏิทินสากล นั่นคือวันที่ 2 เดือน 2 ตามปฏิทินจันทรคติ
เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ต่างก็มาหาหลินเจียอินในตอนเช้า และนำอาหารเช้ามาให้
หวังซิ่วจวี๋พูดกับหลิวอี้ถิงว่า “แม่ยาย เมื่อคืนคุณมาเฝ้าทั้งคืน คุณกลับไปพักผ่อนก่อนก็ได้ ! ”
หลิวอี้ถิงกำลังกินข้าวเช้าอยู่ เธอจึงพูดว่า “ไม่เป็นไร ฉันกลับไปทีหลังก็ได้”
หวังซิ่วจวี๋หยุดพยายามโน้มน้าวใจเธอ และหันไปถามหลินเจียอินว่า “อินอิน ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยเหรอ ? ”
หลินเจียอินทำได้เพียงส่ายหัวเท่านั้น
เด็กน้อยสองคนซนมาก ไม่ยอมออกมาสักที
หวังซิ่วจวี๋ปลอบเธอเบา ๆ “ไม่เป็นไร มาทานอาหารเช้ากันก่อน”
ทว่าหลังจากที่หลินเจียอินกินข้าวไปสองสามคำ เธอก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมา
เธอรีบวางชามลงแล้วพูดว่า “แม่ หนูรู้สึกเหมือนกำลังจะคลอดเลย”
ก่อนที่หวังซิวจวี๋และหลิวอี้ถิงจะทันได้โต้ตอบ เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกตื่นเต้น จึงทิ้งชามและตะเกียบลงแล้วพูดว่า “เมียจ๋า รอก่อนนะ ผมจะไปเรียกหมอมาดูให้”
จากนั้น เขาก็รีบวิ่งออกไปที่ประตูแล้วตะโกน “หมอครับ หมอ …”
หลังจากนั้นไม่นาน ปี้ช่านฟางก็เดินตามเจียงเสี่ยวไป๋เข้ามาในห้อง เธอตรวจดูอาการของหลินเจียอินแล้วพูดว่า “ปากมดลูกเปิดเต็มที่แล้ว ฉันจะให้พยาบาลเตรียมห้องคลอดให้ แล้วจะส่งตัวคุณเข้าห้องคลอดทันที”
ที่โรงพยาบาลมีห้องคลอดเฉพาะ
ในไม่ช้า หลินเจียอินก็ถูกส่งตัวเข้าไปที่ห้องคลอด ส่วนคนอื่นก็ถูกกันออกมาให้รออยู่ที่ประตูห้องคลอด
“ในที่สุดก็คลอดสักที ! ”
หวังซิ่วจวี๋รู้สึกตื่นเต้นมาก เธอยังเอามือประสานกันสวดมนต์ภาวนาต่อว่า “ขอให้เจียอินและลูกทั้งสองของเธอปลอดภัยด้วยเถิด ! ”
เจียงไห่หยางก็กังวลไม่ต่างกัน เขาเดินไปมาอยู่ที่หน้าประตูห้องคลอดและมองไปที่ประตูเป็นครั้งคราว
หลิวอี้ถิงเป็นหมอ ใบหน้าของเธอจึงสงบกว่าคนอื่น แต่มือของเธอก็กำแน่น พลางอธิษฐานในใจว่าขอให้ลูกสาวของเธอคลอดหลานฝาแฝดได้อย่างราบรื่น
ไม่ต้องพูดถึงเจียงเสี่ยวไป๋ที่ดูจะวิตกกังวลยิ่งกว่าใคร
“อุแว้ อุแว้…..”
โชคดีที่หลังจากกังวลได้ไม่นาน เสียงร้องของทารกน้อยก็ดังออกมาจากในห้องคลอด
“คลอดแล้ว เธอคลอดแล้ว ! ”
“ในที่สุดก็คลอดแล้ว ! ”
“เยี่ยมมาก ในที่สุดก็คลอดสักที ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋, หลิวอี้ถิง, เจียงไห่หยาง และหวังซิ่วจวี๋ต่างก็ตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น พร้อมรอยยิ้มแห่งความสุข
“นี่มันเป็นเสียงเด็กร้องแค่หนึ่งคน ! ”
“อีกคนยังไม่ออกมา ! ”
“แม่ยาย คุณคิดว่าเด็กคนนี้เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ? ”
“เสียงร้องไห้ดังแบบนี้ น่าจะเป็นผู้ชายนะ ! ”
“อืม ทารกผู้ชายมักจะคลอดออกมาก่อนเสมอ ! ”
“……”
“อุแว้ อุแว้…”
ในขณะที่หลายคนกำลังคาดเดา เสียงร้องไห้ของทารกอีกคนก็ดังขึ้น
“มีเสียงร้องไห้ดังอีกแล้ว ! ”
“เอาล่ะ โอเค เด็กน้อยสองคนคลอดมาแล้ว ! ”
“การคลอดครั้งนี้ราบรื่นมาก ! ”
“ผ่านไปด้วยดีก็หมายความว่าเด็ก ๆ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ฉลาดและไม่อยากให้แม่ต้องทนทุกข์ทรมาน ! ”
“เยี่ยมมาก เด็กทั้งสองคลอดมาอย่างปลอดภัย ! ”
“……”
ทุกคนต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อได้ยินเสียงเด็กทั้งสองร้องไห้
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่ประตูห้องคลอดและยิ้มจนน้ำตาไหลออกมา
นั่นคือน้ำตาแห่งความสุข
ในชาติที่แล้ว เขาเป็นไอ้สารเลวที่ฆ่าภรรยาและลูกสาวของเขา จึงทำให้เขาต้องอยู่ตามลำพังไปตลอดชีวิต
แต่กลับมาเกิดใหม่คราวนี้ ไม่เพียงแต่ภรรยาและลูก ๆ ของเขาจะอยู่เคียงข้างเขาเท่านั้น แต่ตอนนี้เขายังมีลูกชายและลูกสาวเพิ่มขึ้นมาอีกสองคนด้วย
ถ้าไม่ติดว่าเขาอยู่ในโรงพยาบาล เขาคงจะหัวเราะออกมาดัง ๆ ไปแล้ว
เขาเดินอย่างรวดเร็วไปที่ประตูห้องคลอด มองที่ประตูเพราะอยากเห็นหน้าภรรยาและลูกสองคนของเขาจะแย่อยู่แล้ว
“แคร็ก…”
ในขณะนั้นเอง ประตูห้องคลอดก็เปิดออก และปี้ช่านฟางก็เดินออกมาเป็นคนแรก
“หมอปี้…”
เจียงเสี่ยวไป๋แทบรอไม่ไหวที่จะถามออกมา
ปี้ช่านฟางถอดหน้ากากอนามัยออก แล้วพูดอย่างใจเย็นว่า “ขอแสดงความยินดีด้วยนะ แม่และเด็กปลอดภัยดี คุณได้ลูกฝาแฝดชายหญิง ! ”
“เยี่ยมมาก ! ” เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกตื่นเต้น “ขอบคุณมากหมอปี้ ! ”
ปี้ช่านฟางยิ้ม “ไม่จำเป็นต้องขอบคุณฉันหรอก การคลอดของภรรยาคุณเป็นไปอย่างราบรื่น และลูกทั้งสองก็แข็งแรงดีเช่นกัน”
ขณะที่เขาพูด พยาบาลก็ดันเตียงคนไข้ออกมาจากห้องคลอด คนที่นอนอยู่บนเตียงก็คือหลินเจียอิน ในขณะนี้ใบหน้าของเธอซีดเซียวเล็กน้อย แต่เธอก็ยิ้มอย่างมีความสุข
ด้านหลังมีนางพยาบาลสองคน แต่ละคนอุ้มทารกตัวเล็ก ๆ ไว้ในอ้อมแขน ทารกทั้งสองได้แต่ร้องไห้ “อุแว้ อุแว้ อุแว้” แข่งกัน
“เมียจ๋า ขอบคุณมากที่ยอมเจ็บท้องเพื่อให้ลูกของเราคลอดออกมา ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ก้าวไปข้างหน้า คว้ามือของหลินเจียอินแล้วพูดอย่างรวดเร็ว
หลินเจียอินยิ้มและพูดว่า “ฉันสบายดี ไปดูลูกทั้งสองของคุณสิ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เองก็อยากจะอุ้มเด็กทันทีเหมือนกัน !
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้เขาจับมือของหลินเจียอินแน่นและพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ผมจะพาคุณไปที่ห้องพักก่อน พ่อแม่คงจะดูพวกเขาแล้ว ! ”
หลินเจียอินเอียงคอมอง ก่อนจะเห็นว่าในเวลานี้ หวังซิ่วจวี๋ได้เข้าไปอุ้มลูกของเธอคนหนึ่งมาจากอ้อมแขนของพยาบาล และหลิวอี้ถิงก็อุ้มอีกคนมาจากพยาบาลอีกคนเหมือนกัน
เด็กทารกทั้งสองคน คนหนึ่งถูกย่าอุ้ม อีกคนถูกยายอุ้ม มันจึงทำให้เจียงเสี่ยวไป๋ไม่สามารถเข้าไปแทรกกลางได้เลย
หวังซิ่วจวี๋อุ้มเด็กไว้ในอ้อมแขนของเธอ จากนั้นก็เอามืออีกข้างสอดเข้าไปในผ้าที่พยาบาลใช้ห่อตัวเด็ก เธอสำรวจร่างกายของทารกเพศชายร่างเล็ก จนกระทั่งเธอสัมผัสไปถูกไอ้นั่น เธอจึงรู้สึกโล่งใจจริง ๆ
“หลานชายของย่า ! ”
“หลานจะต้องเป็นหลานชายที่เชื่อฟังย่านะรู้ไหม ! ”
หวังซิ่วจวี๋มีมีท่าทางดีใจเหมือนเด็ก ๆ เธอมีความสุขมาก ก่อนที่จะส่งเด็กให้เจียงไห่หยางและพูดว่า “ตาเฒ่า ดูสิ นี่คือหลานชายของเรา ! ”
“สวัสดีหลานชาย สวัสดีหลานชาย ! ” เจียงไห่หยางยิ้มจนปากแทบจะฉีกถึงใบหู เขาจ้องมองทารกน้อยอย่างรักใคร่ ยื่นมือออกไปอยากจะแตะแก้มนุ่มนิ่มนั้น แต่เมื่อเขาเข้าใกล้ใบหน้าของหลานตัวน้อย เขาก็ขยับมือกลับมา
เขากังวลว่ามือจะหยาบเกินไปจนทำให้หลานชายของเขาร้องไห้ได้
หลิวอี้ถิงยิ้มขณะอุ้มหลานตัวน้อยของเธอ ในที่สุดคราวนี้เธอก็ทำหน้าที่แม่ได้สำเร็จและชดเชยความเสียใจที่เธอไม่ได้อยู่ด้วยตอนที่ลูกสาวของเธอคลอดลูกคนแรก
ไม่นาน พวกเขาก็เดินกลับมาที่ห้องพัก
หลินเจียอินถูกพยุงให้ไปนอนบนเตียงแล้ว
หวังซิ่วจวี๋และหลิวอี้ถิงต่างก็อุ้มเด็ก ๆ มาไว้ข้างหน้าของหลินเจียอิน แล้วให้เธอเห็นลูกทั้งสอง
“ดูสิ หลานชายคนโตดูเหมือนเสี่ยวไป๋มาก ! ” หวังซิ่วจวี๋พูดด้วยรอยยิ้ม
ไม่ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะมองอย่างไร เขาก็ไม่สามารถมองออกได้ว่าทารกคนนี้เหมือนเขา
เขาจึงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว แม่ตื่นเต้นเกินไป ลูกของเขายังเล็กมาก ไม่มีทางบอกได้เลยว่าหน้าเหมือนใคร !
“แม่ ผมขออุ้มลูกหน่อยสิ ! ”
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋เห็นลูก เขาก็อยากอุ้ม
หวังซิ่วจวี๋รีบดึงมือของเธอออก แล้วหันกลับมา “ฉันยังอุ้มหลานไม่พอใจเลย ! ”
เธอไม่เพียงแต่ไม่ให้เท่านั้น แต่เธอยังพูดอีกว่า “ลูกยังอุ้มเด็กไม่เป็นเลย เดี๋ยวจะทำให้หลานชายแม่เป็นอะไรไปได้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอะไรไม่ออกอยู่พักหนึ่ง ที่จริงแล้วนี่คือลูกชายของเขา เขาไม่มีสิทธิ์อุ้มลูกชายของเขาเลยเหรอ ?
แม่ยายของเขาจึงพูดว่า “ถ้าลูกอยากอุ้ม ก็อุ้มคนนี้ก่อนก็ได้ ! ”
พูดจบ เธอก็ส่งเจ้าตัวเล็กไปในอ้อมแขนของเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋ดีใจมากและรับลูกสาวตัวน้อยของเขามาอย่างมีความสุข
ทว่าผลลัพธ์…กลับน่าสลด !
เด็กน้อยไม่ร้องไห้หรืองอแงเลยเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของหลิวอี้ถิง แต่ทันทีที่เธอมาอยู่ในอ้อมแขนของเจียงเสี่ยวไป๋ เด็กน้อยก็เริ่มร้องไห้ “อุแว้ อุแว้ อุแว้”
“อย่าร้องไห้นะคนเก่ง พ่อจะกอดหนูเอง ! ”
“เด็กดี……”
ไม่ว่าเขาจะเกลี้ยกล่อมอย่างไร เด็กน้อยก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุด
หวังซิ่วจวี๋อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ดูสิ นี่แหละนะที่เขาว่าอุ้มเด็กไม่เป็น ! ”
หลิวอี้ถิงยิ้มอย่างขมขื่น ก่อนจะอุ้มหลานสาวกลับมา หลังจากเกลี้ยกล่อมเล็กน้อย หลานสาวตัวน้อยก็หยุดร้องไห้
เจียงเสี่ยวไป๋ยืนข้าง ๆ และได้แต่มองดูด้วยท่าทีงุ่มง่าม