ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 997 หลินเจียจวินมาที่ชิงโจว
ตอนที่ 997 หลินเจียจวินมาที่ชิงโจว
ล็อตเตอรี่แห่งความหวังจะออกสัปดาห์ละสองครั้ง ในทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี
เวลาในการขายล็อตเตอรี่ช่วงเวลาปกติคือจำหน่ายตั้งแต่ 8.00 น. ถึง 18.00 น. ส่วนในวันเสาร์และวันอาทิตย์ จะจำหน่ายตั้งแต่ 8.00 น. ถึง 12.00 น. ในวันจันทร์ จุดขายทั้งหมดจะปิดลง
ท้ายที่สุดแล้ว ยุคแห่งการทำงานด้วยมือจำเป็นต้องมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
หากว่าไม่ปิดการขายไปก่อน ก็มีโอกาสมากที่จะมีการฉ้อโกงเกิดขึ้น
วันอังคาร วันพุธ และวันพฤหัสบดีก็ดำเนินการแบบนี้ ในขณะที่วันศุกร์เป็นช่วงหยุด ไม่มีการขายล็อตเตอรี่ในวันนั้น
กล่าวคือ ระยะเวลาการขายล็อตเตอรี่แต่ละฉบับคือสองวันครึ่ง
หลังจากดูการออกรางวัลล็อตเตอรี่แล้ว หลินต้ากั๋วก็ส่ายหัวเงียบ ๆ เขาซื้อล็อตเตอรี่ไปหนึ่งหยวน แต่เขากลับไม่ได้แม้แต่รางวัลที่ห้าด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม เขาได้เห็นข้อมูลการขายล็อตเตอรี่ฉบับแรกแล้ว โดยในสองวันครึ่งมีการขายล็อตเตอรี่ไปทั้งหมด 17.92 ล้านใบ ยอดขายจริงคือ 1.972 ล้านหยวน
ตามที่ตกลงกันไว้ว่าโครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวังนี้จะแบ่ง 51% เป็นเงินรางวัลรวม 10% เป็นค่าธรรมเนียมการออกล็อตเตอรี่ และอีก 39% ที่เหลือจะเข้ากองทุนสวัสดิการสาธารณะ
เฉพาะรอบแรกนี้เพียงรอบเดียว ได้กองทุนสวัสดิการสาธารณะมูลค่าสูงถึง 769,000 หยวน
เขาคำนวณ และเปลือกตาของเขาก็กระตุกไม่หยุด
ซึ่งใน 1 ปี จะมีการขายมากกว่า 100 รอบ ทำให้กองทุนสวัสดิการสาธารณะของล็อตเตอรี่แห่งความหวังเพียงอย่างเดียวก็มีมูลค่าเกือบหลายร้อยล้านหยวนต่อปี
ทั้งที่เป็นเพียงภูมิภาคหนึ่งของจีนเท่านั้น
ถ้าทำทั่วประเทศ กองทุนการกุศลของล็อตเตอรี่แห่งความหวังประจำปีคงจะได้เป็นหมื่นล้าน
หากนำเงินทั้งหมดนี้ไปลงทุนในด้านการศึกษา ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ และสาธารณะสุข ประเทศจะต้องพัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว คงไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงแน่นอน
“เจ้าเด็กคนนี้ ! ”
หลินต้ากั๋วอดไม่ได้ที่จะคิดถึงฉากที่เจียงเสี่ยวไป๋เล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับโครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวัง และรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
หลินเจียปิงได้ยินหลินต้ากั๋วพึมพำจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “อะไรนะพ่อ ? พ่อไม่ถูกล็อตเตอรี่เหรอ ? ”
หลินต้ากั๋วยกเปลือกตาขึ้น “แล้วแกถูกรางวัลหรือเปล่า ? ”
หลินเจียปิงขยำตั๋วล็อตเตอรี่ในมือของเขาแล้วโยนมันลงในถังขยะ เขาพูดว่า “ผมเสียสองหยวนอย่างไร้ประโยชน์ ไม่ได้แม้แต่รางวัลที่ห้าด้วยซ้ำ”
ในทางกลับกัน หลินเจียหงกลับพูดอย่างมีความสุขว่า “ฉันได้รางวัล 2 หยวน”
หลินเจียปิงยิ้มและพูดว่า “ก็เธอมันโชคดี ! ”
หลินเจียหงถือตั๋วล็อตเตอรี่ แล้วพูดว่า “ฉันจะเอาไปแลกรางวัลในวันพรุ่งนี้ แล้วจะเอาไปเป็นทุนซื้อต่อ”
ครั้งนี้เธอใช้เงิน 1 หยวนเพื่อซื้อล็อตเตอรี่ 10 ใบ และถูกรางวัลที่สี่ 3+1 พร้อมโบนัส 2 หยวน ก็เท่ากับว่าเธอทำเงินได้ 1 หยวน จึงทำให้ความมั่นใจของเธอก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก
หลินต้ากั๋วเหลือบมองเธอแล้วเตือนว่า “เล่นแค่พอสนุก อย่าใช้เงินเดือนทั้งหมดเสียไปกับล็อตเตอรี่”
หลินเจียหงกล่าวว่า “หนูซื้อครั้งละหนึ่งหยวนเท่านั้น มากสุดก็แค่เจ็ดหรือแปดหยวนต่อเดือน”
เมื่อหลินต้ากั๋วได้ยินสิ่งที่เธอพูด เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก “คราวนี้อินอินคลอดลูกแฝดแล้ว หาเวลาลางานไปชิงโจวด้วยกันสักหน่อยสิ”
หลินเจียหงมีความสุขมากเมื่อได้ยินแบบนี้ เธอจึงรีบพูดออกมาว่า “เอาล่ะ งั้นหนูจะไปพรุ่งนี้เลยล่ะกัน”
เธอได้ยินข่าวเมื่อวานนี้ก็มีความคิดที่จะไปชิงโจวทันที แต่เธอไม่กล้าพูดถึงเรื่องนี้กับพ่อของเธอ คิดไม่ถึงเลยว่าหลินต้ากั๋วจะเป็นคนเริ่มนำเรื่องนี้ขึ้นมาพูดก่อน
เมื่อเห็นว่าเธอกระตือรือร้นเพียงใด หลินต้ากั๋วก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและพูดว่า “ไปกะทันหันแบบนี้ แล้วเรื่องงานล่ะ ? ”
หลินเจียหงพูดอย่างไม่ยี่หระ “สำหรับงานในโรงพยาบาลของหนู ใครก็ทำแทนได้ค่ะ หนูไม่ใช่คนที่โรงพยาบาลขาดตัวไม่ได้ แค่ไปลากับผู้อำนวยการก็พอแล้ว”
หลินต้ากั๋วพูดด้วยความโกรธ “แล้วทำไมลูกไม่ทำให้โรงพยาบาลขาดลูกไม่ได้ล่ะ ? ”
หลินเจียหงกลอกตามาที่เขา “หากว่าในโรงพยาบาลมีแต่คนเก่งทั้งหมด แล้วใครจะทำงานพื้นฐานล่ะคะพ่อ ? ”
“หนูไม่อยากจะพูดกับพ่อแล้ว ! ” เธอหันไปหาจางอ้ายผิง แล้วพูดว่า “พี่สะใภ้รอง ช่วยฉันจองตั๋วเครื่องบินพรุ่งนี้หน่อยสิ ! ”
จางอ้ายผิงยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่มีปัญหา เธอไปที่สนามบินได้เลย ! ”
“ขอบคุณมากค่ะพี่สะใภ้รอง ! ” หลินเจียหงยิ้ม “ฉันจะกลับห้องก่อน ฉันต้องจัดข้าวของให้เรียบร้อย แล้วค่อยคิดว่าจะเอาอะไรไปให้อันอันกับห่าวห่าวดี”
หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็รีบเข้าไปในห้องทันที
วันรุ่งขึ้น หลินเจียหงได้มาพบหลินเจียจวินก่อน
“พี่สาม ไปชิงโจวกันเถอะ”
หลินเจียจวินตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยความประหลาดใจ “เธอไม่ไปทำงานเหรอ ? ทำไมถึงจะไปชิงโจวกะทันหันแบบนี้ ? ”
หลินเจียหงยิ้มแล้วพูดว่า “คราวนี้ฉันไปที่ชิงโจวตามคำสั่ง หยุดเขียนแล้วออกไปได้แล้ว ! ”
หลินเจียจวินมองเธอด้วยความสงสัย “ไปชิงโจวตามคำสั่ง ? โรงพยาบาลสั่งให้เธอไปทำอะไรที่ชิงโจวงั้นเหรอ ? ”
หลินเจียหงพูดด้วยความโกรธ “ทำไมโรงพยาบาลต้องส่งฉันไปที่ชิงโจวด้วย ? พ่อของเรานั่นแหละที่บอกให้ฉันไปชิงโจว ! ”
ทันใดนั้น หลินเจียจวินก็ตระหนักได้ถึงเรื่องนี้
“โอเค งั้นฉันไปด้วย ! ”
เขารีบเก็บข้าวของขึ้นรถแลนด์โรเวอร์แล้วพาหลินเจียหงตรงไปที่สนามบินทันที
“นี่ เราจะไปที่ชิงโจว แล้วได้บอกเสี่ยวไป๋แล้วหรือยัง ? ”
หลินเจียจวินถามขณะขับรถ
หลินเจียหงกล่าวว่า “ไม่บอกค่ะ ฉันจะทำให้พวกเขาประหลาดใจ ! ”
หลินเจียจวินอดไม่ได้ที่จะกุมขมับตัวเอง แล้วพูดว่า “ตอนนี้พวกเขาน่าจะกลับไปที่เจียงวานแล้ว พอเราลงจากเครื่องบินแล้ว จะให้ใครมารับเราไปส่งที่เจียงวานล่ะ ? ”
หลินเจียหงกล่าวว่า “ไปที่บริษัทแล้วยืมรถขับไปเองก็ได้นี่ ! ”
หลินเจียจวินพูดว่า “ลืมไปเถอะ เมื่อเราไปถึงสนามบินก็ให้พี่สะใภ้รองโทรไปที่บริษัท ให้ส่งคนมารอรับเราตอนลงจากเครื่อง ! ”
หลังจากมาถึงสนามบิน จางอ้ายผิงที่เห็นหลินเจียจวินมาด้วยจึงถามด้วยความประหลาดใจ “นี่นายจะไปด้วยใช่ไหม ? ”
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “อย่าบอกพ่อก็พอครับ”
จางอ้ายผิงกลอกตามาที่เขา “อย่างไรซะนายก็คงไม่ได้กลับบ้านอีกหลายวัน แล้วแบบนี้พ่อจะไม่ถามหาเหรอ ? ”
หลินเจียจวินยิ้มกว้าง นับตั้งแต่เจียงเสี่ยวไป๋ปล่อยให้เขาอาศัยอยู่ในบ้านเก่าของเหล่าโฮ่ว เขาก็ไม่ค่อยกลับบ้าน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้เลย เขาไม่ตอบ แต่พูดว่า “พี่สะใภ้ ผมขอยืมโทรศัพท์โทรออกครู่หนึ่งสิครับ”
จางอ้ายผิงไม่ปฏิเสธ และพาทั้งสองไปที่สำนักงาน
เดิมที หลินเจียจวินวางแผนที่จะโทรหาเมิ่งเสี่ยวเป่ย แต่หลังจากคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เขาก็ตัดสินใจโทรไปที่เจียงวานโดยตรง
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกประหลาดใจเมื่อได้รับโทรศัพท์ “พี่กับเจียหงกำลังมางั้นเหรอครับ ? ”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “เรามาที่สนามบินแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เอาล่ะ ผมจะให้เหลิ่งเวยออกไปรับก็แล้วกัน”
หลังจากวางสาย เขาก็โทรหาเหลิ่งเวยอีกครั้ง
ตอนนี้เหลิ่งเวยกำลังขับรถบีเอ็มดับบลิว ซึ่งเป็นรถที่ขับสบายมาก และช่วงล่างก็ลื่นไหลดี
เมื่อกลับมาที่ห้องโถงด้านข้าง หลินเจียอินก็ถามว่า “ฉันได้ยินว่าคุณจะให้คนไปรับใครกันเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พี่จวินกับเจียหงกำลังจะมาที่ชิงโจว ผมจึงขอให้เหลิ่งเวยไปรับพวกเขามาส่งที่เจียงวาน”
หลินเจียอินรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก “พวกเขาถึงกับลางานมาด้วยซ้ำ มันไม่จำเป็นจริง ๆ ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมไม่สนใจหรอก อย่างไรพวกเขาก็มาแล้ว”
หลินเจียอินเหลือบมองเขาด้วยความโกรธ “คุณโล่งใจแล้วนิ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม การที่หลินเจียจวินมาก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
ตอนนี้เขาไม่มีเวลาไปเจียงเฉิง และมีหลายเรื่องที่เขาต้องพูดคุยหารือกับหลินเจียจวิน ดังนั้นการที่หลินเจียจวินมาแบบนี้ ก็ทำให้เขาสามารถพูดคุยกันได้สะดวกมากขึ้น