ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 998 เจ้าตัวน้อยต้อนรับป้า
ตอนที่ 998 เจ้าตัวน้อยต้อนรับป้า
เดือนแรกของปฏิทินจันทรคติผ่านไปแล้ว และในช่วงเดือนที่สองของปฏิทินจันทรคติ อากาศยังคงหนาวเย็นอยู่บ้าง ในสภาพอากาศที่หนาวเย็นของฤดูใบไม้ผลิ ภูเขาและแม่น้ำที่ถูกแช่แข็งมานานหลายเดือนได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ลมหายใจแห่งชีวิตใหม่ได้งอกขึ้นมา
ที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋มีคนเข้า ๆ ออก ๆ เกือบทั้งวัน ซึ่งทั้งหมดก็เป็นเพื่อนบ้านที่มาเที่ยวหาเจ้าตัวเล็กจากเจียงวาน
“ไห่หยาง ขอแสดงความยินดีด้วย คราวนี้คุณมีหลานชายและหลานสาวพร้อมกันสมปรารถนาแล้ว ! ”
“ลุงไห่หยาง ยินดีด้วย นี่เป็นฝาแฝดคนแรกคู่แรกในเจียงวานของเรา ! ”
“เสี่ยวไป๋ เจียอิน ยินดีด้วย ดื่มฉลองเมื่อไหร่ อย่าลืมบอกฉันล่วงหน้านะ”
“เสี่ยวไป๋ ไว้เรามาดื่มฉลองกันในคืนพระจันทร์เต็มดวง หากคุณต้องการอะไร เพียงแค่บอกฉัน ไม่ต้องเกรงใจ”
“ป้าหลินคลอดน้องชายน้องสาวสองคนพร้อมกัน น่าทึ่งมาก ! ”
“……”
ชาวบ้านส่วนใหญ่จะนำไก่ ไข่ หรือผักสดจากเรือนกระจกของพวกเขามาที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ เพื่อมาแสดงความยินดีและอวยพร
ภรรยาคนอื่นไม่ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้เมื่อคลอดบุตร สิ่งเดียวที่ทำได้คือรอคืนพระจันทร์เต็มดวงก่อนจึงจะจัดงานฉลอง แต่ครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋นั้นแตกต่างออกไป ชาวบ้านต่างมาแสดงความยินดีอย่างมีความสุขและกล่าวคำอวยพรไม่มีสิ้นสุด
ใครบอกว่าไม่มีโอกาสที่จะแสดงความขอบคุณในช่วงเวลาปกติกัน ?
นี่ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ใคร ๆ ก็สามารถแสดงออกได้อย่างเปิดเผย
“เจียอิน ช่วงอยู่ไฟ อย่างไรก็อดทนหน่อยนะ อย่าทำอะไรที่ใช้แรง อย่ากินของแสลง ห้ามให้โดนลมหรืออาบน้ำเย็นเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นในอนาคตจะทำให้ร่างกายไม่แข็งแรงได้”
“เจียอิน มีน้ำนมเพียงพอให้เจ้าตัวเล็กดื่มไหม ถ้าน้ำนมน้อย ฉันจะเอาหนอนมาตากและบดให้ดื่ม ! ”
“เสี่ยวไป๋ เจียอินกำลังอยู่ไฟ ดูแลเรื่องอาหารการกินของเธอด้วยนะ เรื่องโภชนาก็สำคัญ ไม่อย่างนั้นน้ำนมของเธอจะไม่เพียงพอสำหรับเด็กทั้งสองคน”
“……”
ลุง ป้า น้า อา และพี่สะใภ้ในหมู่บ้านที่มาเยี่ยมหลินเจียอินต่างก็แบ่งปันประสบการณ์มากมายและตักเตือนอย่างจริงใจเหมือนคนที่เคยประสบมาก่อน ราวกับว่าพวกเธอแต่ละคนได้กลายร่างเป็นหลิวอี้ถิงและหวังซิ่วจวี๋ร่างที่สองสามสี่ไปแล้ว
ครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋ทำได้แค่ยอมรับความมีน้ำใจและความกระตือรือร้นของชาวบ้านด้วยความกรุณา และบอกพวกเขาว่าถ้าดื่มฉลองเมื่อไหร่ จะชวนพวกเขามา จากนั้นพวกชาวบ้านก็จากไปด้วยความพึงพอใจ
บรรยากาศในตอนเช้าคึกคักมาก และในตอนเที่ยงเหลิ่งเวยที่ไปรับหลินเจียจวินและหลินเจียหงก็ได้ขับรถมาที่เจียงวาน
“พี่เจียจวิน พี่เจียหง ขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้พวกพี่ต้องลำบาก ! ”
หลินเจียอินมีความสุขมากที่ได้เห็นหลินเจียจวินและหลินเจียหง แต่เธอยังคงพูดด้วยความเกรงใจ
“เธอคือน้องสาวของเรานี่ ! ”
หลินเจียจวินพูดเพียงประโยคสั้น ๆ
แต่ตรงไปตรงมา !
และจริงใจ !
บางครั้งความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนนั้นไม่จำเป็นต้องซับซ้อนอะไรก็ได้ ขอแค่จริงใจและตรงไปตรงมาก็พอ
ประโยคง่าย ๆ ก็เพียงพอแล้ว
แต่หลินเจียหงนั้นแตกต่างออกไป เธอไม่สนใจที่จะคุยกับหลินเจียอินด้วยซ้ำ และวิ่งไปที่เปลทั้งสองและยิ้มอบอุ่นเหมือนพระโพธิสัตว์เมื่อได้เห็นหน้าของเด็กน้อย
“อันอัน หลานชายของฉัน ! ”
“ห่าวห่าว หลานสาวที่น่ารักของฉัน ! ”
เมื่อเอื้อมมือไปสัมผัสเด็กน้อยทั้งสองที่กำลังหลับอยู่ เธอก็รู้สึกว่าเธอเป็นแม่ที่มีความรักอันเต็มเปี่ยมให้กับลูก เธอดูอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แก้มกลมราวกับลูกชิ้นเนื้อ น่ารักมาก !
หลินเจียหงรู้สึกตกหลุมรักหลานฝาแฝดตั้งแต่แรกเห็น
ฉันอยากมีลูกที่น่ารักแบบนี้จังเลย !
ดูเหมือนว่าในขณะนี้ ความคิดของเธอได้เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เธอไม่ปฏิเสธการมีคนรักในชีวิตเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
เพราะเมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋, หลินเจียอิน, เจียงชาน และเจ้าตัวน้อยทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน เธอก็เลยเข้าใจทันทีว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร
เธอไม่เคยรู้สึกขอบคุณเท่านี้มาก่อน
แต่ไม่ทันไร ใบหน้าของเธอก็เริ่มถอดสีขึ้นมา
“อุแว้ อุแว้…”
เสียงร้องของทารกดังปลุกเธอให้ตื่นขึ้นจากภวังค์
“อันอันร้องไห้เหรอ ? หรือห่าวห่าว ? ”
หลินเจียหงถามขึ้นมา เด็กสองคนมีใบหน้าเกือบจะเหมือนกัน เธอแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร ?
“อุแว้ อุแว้…”
แต่แล้วเสียงร้องไห้ของทารกอีกคนก็ดังขึ้นตามมา
ตอนนี้เมื่อเด็กน้อยร้องไห้พร้อมกันทั้งสองคน ก็คงไม่ต้องถามอีกต่อไปว่าใครร้องไห้
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาหนึ่งคน “น่าจะรู้ว่าป้าหงมาหา จึงตื่นขึ้นมาเพื่อทักทาย”
หลินเจียหงยิ้ม การทักทายแบบนี้เหนือความคาดหมายของเธอเกินไป
เธอจึงอุ้มอีกคนหนึ่งขึ้นมาอย่างมีความสุข และพูดด้วยรอยยิ้ม “นี่น่าจะเป็นอันอัน ! ”
มันแปลกที่เด็กน้อยทั้งสองร้องไห้ แต่ทำไมเจียงเสี่ยวไป๋ถึงมาอุ้มเอาเพียงคนเดียว ?
“ถ้าพ่อไม่อุ้มอันอันตอนร้องไห้ ป้าหงจะอุ้มหนูเอง ! ” หลินเจียหงอุ้มเจียงอันไว้ในอ้อมแขนของเธอ เท้าของเธอขยับไปมา และปลอบเด็กชายอย่างอ่อนโยน
ทันใดนั้น ก็มีความรู้สึกอบอุ่นบนฝ่ามือของเธอ จากนั้นความอบอุ่นก็แผ่กระจายลงไปที่หน้าอกและเปียกชุ่มเสื้อของเธอทันที
“พี่…พี่เป็นอะไรน่ะ ? ”
หลินเจียอินเห็นท่าทางแปลก ๆ ของหลินเจียหงจึงอดไม่ได้ที่จะถาม
“ไม่…ไม่มีอะไร ! ” หลินเจียหงดูหงุดหงิดเล็กน้อยและเหลือบมองหลานชายตัวน้อยในอ้อมแขนของเธอ คิดในใจว่าหลานชายตัวน้อยคงกำลังต้อนรับเธออยู่
“อันอันฉี่ใส่เธอเหรอ ! ” หลินเจียจวินสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็วและพูดพร้อมกับยิ้มออกมา
หลินเจียอินได้ยินสิ่งที่เขาพูดและมองดูเสื้อของหลินเจียหง ใช่จริง ๆ ด้วย
“ลูกคนนี้ ! ”
หลินเจียอินแทบพูดไม่ออกเหมือนกัน
หวังซิ่วจวี๋เห็นแบบนั้นก็รีบคว้าเจียงอันมาจากมือของหลินเจียหงและพูดขอโทษ “เจียหง ฉันต้องขอโทษด้วย คุณรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ”
หลินเจียหงรีบพูดออกมา “คุณป้า ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ ! ”
เมื่อหันไปมองเจียงเสี่ยวไป๋ เธอก็เห็นว่าเขาจับเจียงห่าวไว้และเริ่มกระตุ้นให้เธอฉี่ออกมา
อนิจจา…ลูกสาวดีกว่า
เพราะเธอไม่ฉี่ใส่พ่อเหมือนกับเด็กชายที่ฉี่ใส่เธอเลย
หวังซิ่วจวี๋เปลี่ยนผ้าอ้อมให้เจียงอันตัวน้อย ส่วนหลินเจียหงก็เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าของเธอ
โชคดีมีติดตัวไว้ ไม่อย่างนั้นคงอายน่าดู
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ก็ดูเหมือนว่าเธอจะไม่หลาบจำ และอยากจะอุ้มเด็กน้อยอีกครั้ง
แต่คราวนี้เธอเอื้อมมือไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ และขออุ้มเจียงห่าว
เจียงเสี่ยวไป๋ยื่นให้เธอด้วยรอยยิ้มแล้วพูดว่า “อย่ากังวลไปเลย ผมพาลูกฉี่แล้ว พี่ไม่โดนเธอฉี่ใส่หรอก”
หลินเจียหงยังคงปากแข็ง “ปล่อยให้ฉี่ไปสิ จะกลัวอะไร ก็แค่เด็กฉี่ใส่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พี่ยังไม่มีประสบการณ์ หากทารกแรกเกิดตื่นขึ้นมาร้องไห้ทั้งที่กำลังนอนหลับสบาย ย่อมต้องอึหรือฉี่เป็นธรรมดา พอเราอุ้มขึ้นมา พวกเขาก็จะฉี่ทันที ! ”
“จะเป็นแบบนั้นได้อย่างไร ที่แค่อุ้มก็ฉี่แล้ว ! ”
ใบหน้าของหลินเจียหงเปลี่ยนเป็นสีแดง
อนิจจา… ฉันยังคงขาดประสบการณ์อีกมาก !
“เมียจ๋า คุณกับพี่หงคุยกันก่อนเถอะ ผมกับพี่จวินจะออกไปเดินเล่นข้างนอกสักหน่อย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋บอกหลินเจียอินและหลินเจียหง และพาหลินเจียจวินออกไปข้างนอก
เมื่อออกจากประตู พวกเขาก็เดินผ่านสนามหญ้า แล้วเดินไปที่ระเบียงแม่น้ำ
ไม่นานหลังจากนั้น ทั้งสองก็เริ่มพูดคุยกัน
ทั้งสองพิงราวบันได แม่น้ำเบื้องล่างไหลเอื่อย ๆ สายลมจากแม่น้ำก็พัดเข้ามาปะทะใบหน้าพวกเขา ทำให้ยังคงรู้สึกหนาวเย็นเล็กน้อย
เจียงเสี่ยวไป๋เอาบุหรี่ออกมาและยื่นให้หลินเจียจวิน
ทั้งสองหันหลังให้ลมและจุดบุหรี่ ก่อนจะเริ่มคุยกันขณะสูบบุหรี่ไปด้วย
“นายพาฉันมาที่นี่เพื่อจะพูดเรื่องอะไร นายกลัวว่าลุงเจียงและคนอื่นจะได้ยินเหรอถ้าพูดกันตรงนั้น ? ” หลินเจียจวินถามด้วยรอยยิ้ม
เจียงเสี่ยวไป๋ส่ายหัว “ผมไม่กลัวว่าพวกเขาจะได้ยินอะไรหรอก ผมแค่อยากออกมาสูบบุหรี่และพูดคุยไปด้วยก็แค่นั้น”
หลินเจียจวินหัวเราะเบา ๆ “แค่นี้เองเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและกล่าวว่า “การสูบบุหรี่ริมแม่น้ำ กลิ่นควันจะจางหายไปพร้อมกับลมที่พัดผ่านมา”