หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง - บทที่ 525 ถังซีฟานในอาภรณ์สตรี
บทที่ 525 ถังซีฟานในอาภรณ์สตรี
เมื่อเห็นสตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้ามีรูปโฉมแทบจะถอดแบบมาจากถังซีฟานที่เคยรู้จัก หลี่เยว่หานก็อดไม่ได้ที่จะกลั้นหายใจด้วยความตกตะลึง
เรื่องราวช่างเหนือจริงยิ่งนัก จากบุรุษผู้หนึ่งกลับกลายเป็นดรุณีแรกรุ่นที่งดงามหมดจดในชั่วพริบตา สำหรับหลี่เยว่หานแล้ว เรื่องนี้ช่างดูอัศจรรย์ยิ่งกว่าการเล่นกลสลับตัวเสียอีก
“เจ้าเป็นใครกัน!” เหล่าอาวุโสที่ถูกถังซีฟานซัดกระเด็นออกไปก่อนหน้านี้ ต่างพยุงกันกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับถังซีฟานในยามนี้ กลับไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามเข้าไปหาเลยแม้แต่คนเดียว
“หากจะนับกันตามศักดิ์แล้ว ข้าก็คือองค์ปฐมฮองเฮาของพวกเจ้า!” ความจริงถังซีฟานฟื้นสติได้สักพักแล้ว นางจึงได้ยินบทสนทนาก่อนหน้านี้ทั้งหมด และเมื่อได้ยินชื่อของจงเจิ้งอวี่ โทสะในใจของนางก็พุ่งพล่านถึงขีดสุด
แม้จะรู้ดีว่าจงเจิ้งอวี่เพาะสร้างตนเองเป็นหุ่นเชิดระดับสูงเพื่อฝืนดึงดันรอคอยนางอยู่บนโลกนี้ แต่เมื่อคิดว่าชายที่นางรักถูกคนเหล่านี้ปฏิบัติราวกับเป็นสิ่งของที่ใช้ทดสอบมานานหลายร้อยปี ถังซีฟานก็ไม่อาจสะกดกลั้นความโกรธแค้นเอาไว้ได้
ถึงแม้ว่านางจะพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด และรู้ดีว่าไม่ควรทำให้พี่ชายลำบากใจในยามนี้ แต่นางก็อดรนทนไม่ไหวจริง ๆ
เหล่าอาวุโสเมื่อได้ฟังคำของถังซีฟาน ต่างพากันตกอยู่ในความเงียบงันอย่างน่าประหลาด
เรื่องของจงเจิ้งอวี่นั้นไม่ใช่ความลับสำหรับบุคคลสำคัญบนเกาะถงเซิง พวกเขาต่างยกย่องว่าฮ่องเต้ผู้นี้ช่างมีรักมั่นคงและเปี่ยมด้วยคุณธรรม ทว่าในขณะเดียวกัน พวกเขากลับใช้ร่างของพระองค์ในการทดลองวิชาหุ่นเชิดอย่างไม่ปรานีมือมาโดยตลอด
ทว่าในยามนี้ สตรีที่จงเจิ้งอวี่ยอมสละทุกอย่างเพื่อรอคอยกลับปรากฏตัวขึ้นมาจริง ๆ คนเหล่านี้จึงรู้สึกผิดบาปขึ้นมาในใจอย่างเลี่ยงไม่ได้
เมื่อต้องเผชิญกับกลิ่นอายอันทรงพลังของถังซีฟาน ทุกคนในที่นั้นต่างทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ
สุดท้ายเป็นหลี่เยว่หานที่ได้สติก่อน นางเอ่ยขึ้นว่า “ท่านแม่ทัพถัง… คุณหนูถังฟื้นขึ้นมาแล้ว เรื่องที่เหลือหลังจากนี้ถือเป็นเรื่องภายในครอบครัวของพวกท่าน พวกข้าคงไม่ขอเข้าไปก้าวก่าย”
พูดจบ นางก็จูงมือเมิ่งฉีฮ่วนเตรียมจะปลีกตัวออกไป
ยามที่ถังซีฟานปรากฏตัวออกมาเมื่อครู่ แรงบีบที่มือของเมิ่งฉีฮ่วนทำให้หลี่เยว่หานรับรู้ถึงความกังวลในใจของเขาได้เป็นอย่างดี นางเข้าใจความห่วงใยของสามี และสถานการณ์ตรงหน้าก็วุ่นวายเกินกว่าที่นางจะเข้าไปช่วยสะสางเรื่องส่วนตัวของใครได้ ยามนี้การปลอบโยนเมิ่งฉีฮ่วนจึงสำคัญที่สุดสำหรับนาง
“แม่นางหลี่ โปรดรอสักครู่” ถังซีฟานเอ่ยรั้งไว้ “ท่านคือผู้มีพระคุณของข้า ไม่ว่าอย่างไรท่านก็ถือว่าได้ช่วยชีวิตและมอบวาสนาครั้งใหญ่ให้แก่ข้า เรื่องบนเกาะถงเซิงนี้ ข้าขออยู่ฝ่ายเดียวกับท่าน”
วิชาหุ่นเชิดถือเป็นวิชาต้องห้ามมาตั้งแต่อดีต หากไม่ใช่เพราะหลายร้อยปีมานี้พลังวิญญาณเหือดแห้งจนเหล่ายอดฝีมือล้มหายตายจากไป วิชาหุ่นเชิดก็คงไม่มีวันได้กลับมาปรากฏขึ้นอีกครั้ง ในฐานะศิษย์จากสำนักฝึกตนอันสูงส่งในอดีต ถังซีฟานรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของสิ่งนี้ดี นางจึงเลือกที่จะประกาศจุดยืนเพื่อเป็นที่พึ่งให้แก่หลี่เยว่หานและเมิ่งฉีฮ่วน
เรื่องอื่นนางอาจจะยุ่งไม่ได้มากนัก แต่เรื่องพรรค์นี้นางย่อมขอสอดมือเข้าไปจัดการ
“เพียงรู้ว่าคุณหนูถังมีน้ำใจเช่นนี้ ข้าก็พอใจแล้วเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพาเมิ่งฉีฮ่วนเดินจากไป
ปล่อยให้เรื่องที่เหลือพวกเขาไปตกลงกันเอาเองเถิด
แม้หลี่เยว่หานจะแน่ใจว่า เมื่อถังซีฟานและถังตงฝานร่วมมือกันแล้ว เหล่าอาวุโสพวกนั้นย่อมไม่มีทางได้ผลประโยชน์ใด ๆ ไปได้อีก แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่นางต้องใส่ใจแล้ว เป้าหมายที่นางมายังเกาะถงเซิงก็เพื่อช่วยถังซีฟาน และช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่ถูกลักพาตัวมาให้พ้นจากขุมนรกแห่งนี้
ยามนี้ทุกอย่างเกือบจะลุล่วงแล้ว ค่ายกลสมุทรพังทลาย เกาะถงเซิงก็ถูกเปิดเผยสู่โลกภายนอก
หากแคว้นตงฮั่นต้องการจะรักษาเกาะแห่งนี้ไว้ ก็จำเป็นต้องรื้อระบบและเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์เสียใหม่ทั้งหมด
เมิ่งฉีฮ่วนเองก็ไม่มีความคิดที่จะยึดเกาะถงเซิงมาเป็นของตนเอง เช่นนั้นการรีบถอนตัวออกจากความวุ่นวายนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
….
หนึ่งวันต่อมา
ขณะที่หลี่เยว่หานกำลังเดินหมากรุกอยู่กับเมิ่งฉีฮ่วนในห้อง เฮ่อเจิ้งเทียนก็มาเคาะประตูแจ้งว่าถังซีฟานมาขอเข้าพบ
ในยามนี้ถังซีฟานแต่งกายเรียบร้อยแล้ว ผมยาวสยายถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีต สวมอาภรณ์สีขาวนวลสะอาดตา ดูคล่องแคล่วและสง่างามยิ่งนัก
“ที่มาเยือนโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า เพราะข้ามีเรื่องอยากจะหารือกับพวกท่านทั้งสองสักหน่อย” หลังจากก้าวเข้ามาในห้อง ถังซีฟานก็ปลดกระบี่ข้างกายส่งให้เฮ่อเจิ้งเทียนถือไว้ด้วยตนเอง
หลี่เยว่หานเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย แต่นางก็เอ่ยอย่างจริงจังว่า “เรื่องในแดนราชันไร้เทียมทานก่อนหน้านี้ ข้าต้องขออภัยที่ล่วงเกินท่านไปมาก”
“ไม่เป็นไรเลย” ถังซีฟานโบกมืออย่างไม่ถือสา “ตอนนั้นแม้แต่ตัวข้าเองยังไม่รู้เลยว่าข้าเป็นตัวอะไรกันแน่ ซ้ำยังทำเรื่องเหลวไหลไปตั้งมากมาย ท่านยอมละเว้นชีวิตข้าไว้ก็นับว่ามีเมตตามากแล้ว”
หลี่เยว่หานชะงักไปครู่หนึ่ง “เช่นนั้นหมายความว่า ท่านไม่โกรธที่ข้าสาปท่านให้กลายเป็นม้าหรอกหรือ?”
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องม้า สีหน้าอันเย็นชาของถังซีฟานก็แข็งทื่อไปวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ “ย่อมไม่โกรธ ในตอนนั้นพวกเรายืนอยู่คนละฝ่าย ท่านจำต้องระวังตัวจากข้าก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว”
“ที่ข้ามาหาพวกท่านในวันนี้ ความจริงแล้วเป็นเพราะเรื่องอื่น” น้ำเสียงของถังซีฟานเริ่มอ่อนโยนลง
“ใช่เรื่องขององค์ปฐมฮ่องเต้หรือไม่?” เมิ่งฉีฮ่วนถามแทรกขึ้นมา
ถังซีฟานพยักหน้า “ใช่ เขาเป็นคู่หมายของข้า ข้าถูกพาเข้าสำนักตั้งแต่ยังเล็ก จึงห่างหายจากทางโลกมานาน แต่ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลต่างก็ยังยึดมั่นในสัญญาหมั้นหมาย ยามที่ข้าลงจากเขามาท่องเที่ยว ข้าก็ได้พบกับอวี่เอ๋อร์ และพวกเราต่างก็มีใจให้กัน ทว่าหลังจากนั้นข้ากลับถูกศิษย์น้องในสำนักหักหลังจนตกหลุมพรางของบรรพชนเหยี่ยวดำ เรื่องราวของพวกเราจึงต้องหยุดชะงักลง”
“หลังจากข้าถูกขังในแดนราชันไร้เทียมทาน พี่ชายพยายามทำทุกทางเพื่อช่วยข้า แต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นข้ากลายสภาพเป็นมนุษย์กึ่งอสูรไปแล้ว พวกเขาหาตัวข้าไม่พบ สุดท้ายจึงทำได้เพียงเฝ้ารักษาแดนราชันไร้เทียมทานไว้ ด้วยหวังว่าวันหนึ่งข้าจะสามารถออกมาจากที่นั่นได้”
“ในตอนที่ตระกูลถังคุมขังบรรพชนเหยี่ยวดำไว้ในแดนราชันไร้เทียมทาน เคยได้นำน้ำพุหว่านอู้เซิงออกมาจำนวนมาก ข้าคาดว่าภายหลังอวี่เอ๋อร์คงใช้น้ำพุเหล่านั้นสร้างกองทัพหุ่นเชิดขึ้นมา แล้วผนึกแดนราชันไร้เทียมทานไว้ในลัญจกรหยก เพื่อที่จะปกป้องลัญจกรหยกและแดนราชันไร้เทียมทานให้ดีที่สุด เขาจึงได้ตั้งตนขึ้นเป็นฮ่องเต้”
“น่าเสียดายที่เขามีตบะเพียงตื้นเขิน แม้จะยืดอายุขัยมาได้นับร้อยปี แต่สุดท้ายก็ไม่อาจฝืนชะตาลิขิต เขาจึงเลือกที่จะเพาะสร้างตนเองเป็นหุ่นเชิดระดับสูงเพื่อรักษาจิตสำนึกอันเลือนรางไว้ ข้าไปดูมาแล้ว เกรงว่าอีกไม่กี่ปี จิตสำนึกนั้นคงจะดับสูญไปจากโลกนี้อย่างถาวร”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ น้ำเสียงของถังซีฟานก็แฝงไปด้วยความเศร้า
“ความรักมั่นของคุณหนูถังและองค์ปฐมฮ่องเต้ช่างสะเทือนใจยิ่งนัก แม้ชาตินี้จะไม่อาจครองคู่กันได้ แต่ข้าเชื่อว่าในชาติหน้าพวกท่านย่อมมีบุพเพต่อกันอีกแน่นอน” เมิ่งฉีฮ่วนไม่ถนัดปลอบใจสตรีคนใดนอกจากภรรยา คำพูดที่เอ่ยออกมาจึงดูขัดเขินอยู่บ้าง
“ไม่มีชาติหน้าอีกแล้ว” ถังซีฟานกล่าวเรียบ ๆ “ผู้ที่ถูกเพาะสร้างเป็นหุ่นเชิด วิญญาณจะสลายไปในอากาศ ธาตุทั้งสี่จะดับสิ้น ไม่เหลือสิ่งใดให้ไปจุติหรือข้ามผ่านวัฏสงสารในนรกภูมิอีก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็ขมวดคิ้ว “แล้วมีสิ่งใดที่ข้าพอจะช่วยท่านได้บ้างหรือไม่เจ้าคะ?”
“มี!” ถังซีฟานพยักหน้า “นี่คือเหตุผลที่ข้ามาพบพวกท่าน ข้าหวังว่าพวกท่านจะช่วยข้า และแน่นอนว่าข้าจะไม่ให้พวกท่านช่วยเปล่า ข้ามีสิ่งตอบแทนที่คุ้มค่าให้ และในภายภาคหน้าหากพวกท่านมีเรื่องเดือดร้อน ไม่ว่าต้องแลกด้วยตบะทั้งหมดที่มี ข้าก็จะช่วยเหลืออย่างสุดกำลัง!”