Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง - บทที่ 577 ผู้บำเพ็ญเซียนโผล่มาอีกคนแล้วรึ?

  1. Home
  2. หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง
  3. บทที่ 577 ผู้บำเพ็ญเซียนโผล่มาอีกคนแล้วรึ?
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บทที่ 577 ผู้บำเพ็ญเซียนโผล่มาอีกคนแล้วรึ?

“ข้ามิเป็นไร อย่าได้กังวลไปเลย” หลังจากพยายามกลืนหว่านอู้เซิงคำโตลงคอไปได้อย่างยากลำบาก เมิ่งฉีฮ่วนเห็นหลี่เยว่หานกำลังจะปั้นหว่านอู้เซิงอีกก้อนเพื่อยัดใส่ปากเขา เขาก็รีบห้ามมือนางไว้ทันที “มิต้องเปลืองพลังจิตหรอก” เพราะในยามที่มิได้ใช้กระบวยเงิน หลี่เยว่หานจำเป็นต้องใช้จิตสัมผัสวิญญาณห่อหุ้มหว่านอู้เซิงเอาไว้ทุกครั้งที่นำออกมา

เมื่อช่วยพ่อลูกตระกูลสวีออกมาได้แล้ว หลี่เยว่หานก็นำหว่านอู้เซิงอีกส่วนให้ทั้งคู่ดื่มกิน เพียงครู่เดียวทั้งสองก็ค่อย ๆ ฟื้นคืนสติ เมื่อเห็นเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานอยู่ตรงหน้า ทั้งคู่ต่างก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?” เมิ่งฉีฮ่วนนั่งลงขัดสมาธิเผชิญหน้ากับพวกเขา

“ข้ากับท่านพ่อพบทางออกเข้าพอดี แต่จู่ ๆ สติก็ดับวูบไป” สวีซิ่งอี้เอ่ย “พอฟื้นขึ้นมาอีกทีก็เจอพวกท่านนี่แหละ”

“ก่อนที่จะหมดสติ ข้าเห็นแสงสว่างรำไรลอดเข้ามาจากภายนอก จึงสันนิษฐานว่าที่นี่น่าจะมีคนอาศัยอยู่ เพราะข้าได้ยินเสียงกลไกประตูหินเปิดออกด้วย” สวีติ้งหลานเอ่ยเสริม

สวีซิ่งอี้เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “ท่านพ่อ เหตุใดท่านถึงเห็นมิเหมือนข้าล่ะ?”

“ถ้าข้าเหมือนเจ้า ข้าจะเป็นพ่อเจ้าได้อย่างไร?” สวีติ้งหลานเอ่ยอย่างดูแคลน

สวีซิ่งอี้: “…”

“ตอนที่เปิ่นหวังกับหวังเฟยมาพบพวกเจ้า ทั้งคู่ยืนนิ่งอยู่ในท่าทางเดียวกันเป๊ะเลยล่ะ” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยพลางชี้ไปยังจุดที่เพิ่งดึงตัวพวกเขาออกมา หลี่เยว่หานจึงบังคับให้ดวงแสงหว่านอู้เซิงลอยขึ้นไป เพื่อส่องสว่างบริเวณนั้น

“ที่นี่มิใช่จุดที่พวกเราหมดสติไป” สวีติ้งหลานเอ่ยเสียงเครียด “มีคนพาพวกเรามาไว้ที่นี่”

“ลวดลายบนพื้นเหมือนกับแท่นบูชาที่พวกเราเคยเห็นก่อนหน้านี้ ข้าจึงคาดว่าที่นี่ก็น่าจะเป็นสถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมเช่นกัน” เมื่อหลี่เยว่หานพูดจบนางก็สะบัดมือเบา ๆ เรียกดวงแสงหว่านอู้เซิงกลับมา

ความเงียบเข้าปกคลุมทุกคนครู่ใหญ่ จนกระทั่งสวีซิ่งอี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “แล้วยามนี้พวกเราควรทำอย่างไรดี?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานเหลือบมองเมิ่งฉีฮ่วนแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “พวกท่านทุกคนเข้าไปหลบในแดนราชันไร้เทียมทานก่อนเถิด ข้าจะพาทุกคนออกไปเอง!”

“มิได้!” เมิ่งฉีฮ่วนค้านเสียงแข็ง “ข้าจะปล่อยให้เจ้าเสี่ยงอันตรายเพียงลำพังได้อย่างไร!”

“แต่ที่นี่มีเพียงข้าที่มีจิตสัมผัสวิญญาณ ทั้งยังมีหว่านอู้เซิงคุ้มครองกาย ย่อมมิมีอันตรายใดทำร้ายข้าได้ ต่อให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน เพียงข้าใช้ความคิด พวกท่านก็สามารถออกมาจากแดนราชันไร้เทียมทานเพื่อช่วยข้าได้ทันที” น้ำเสียงของหลี่เยว่หานนั้นหนักแน่นจนมิอาจปฏิเสธ “ยามนี้พวกเราทั้งสี่คนติดอยู่ที่นี่ ข้ากะคร่าว ๆ ว่าเวลาภายนอกคงผ่านไปอย่างน้อยสองวันแล้ว อีกทั้งหลุมศพแห่งนี้ยังกว้างใหญ่ไพศาลนัก ข้าคาดว่ามันถูกสร้างขึ้นโดยการขุดจนภูเขาทั้งลูกกลวงโบ๋ ยามนี้ค่ายกลสลายไปแล้ว ศพในโลงหินเหล่านั้นเริ่มเน่าเปื่อย อีกไม่นานก็จะเกิดก๊าซพิษสะสม หากเกิดเหตุพลิกผันจนมีประกายไฟแม้เพียงนิด ที่แห่งนี้จะระเบิดเป็นจุณทันที!”

“ถึงกระนั้นก็มิอาจให้เจ้าเสี่ยงเพียงลำพัง อีกทั้งพวกเรายังมิทราบด้วยซ้ำว่าทางออกอยู่ที่ใด!” เมิ่งฉีฮ่วนยังคงยืนกรานปฏิเสธ

“ข้ารู้” สวีติ้งหลานแม้จะมิเข้าใจว่าจิตสัมผัสวิญญาณ หว่านอู้เซิง หรือแดนราชันไร้เทียมทานคือสิ่งใด แต่เขารู้ดีว่ายามนี้มิใช่เวลาที่จะซักไซ้ สิ่งที่เขาต้องทำคือการแข่งกับเวลา

พูดจบ สวีติ้งหลานก็ลุกขึ้นยืนพลางชี้ไปทางทิศที่พวกเขาเคยยืนอยู่ก่อนหน้านี้ “ตอนที่ข้าหมดสติไป รอบกายเต็มไปด้วยโลงศพ ต่อมาได้ยินเสียงประตูหินเคลื่อนไหว แสดงว่าพวกเราถูกย้ายที่ หวังเฟยคาดการณ์มิผิด หลุมศพแห่งนี้… หรืออาจมิใช่หลุมศพแต่เรียกไปก่อนเถิด ที่นี่กว้างใหญ่เกินไป คงจะขุดภูเขาจนกลวงจริง ๆ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ย่อมต้องมีทางเข้าออกแน่นอน เสียงประตูหินที่ข้าได้ยินนั่นแหละคือเบาะแสสำคัญ”

พูดจบเขาก็เดินก้าวยาว ๆ เลี่ยงลวดลายบนพื้นไปทางกำแพงหินเบื้องหน้า เขามองสำรวจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอุทานด้วยความยินดี “รีบมาเร็วเข้า ตรงนี้มีรอยแยก!”

ทั้งสามคนรีบตามไปทันที

มือของสวีติ้งหลานลูบไล้ไปตามรอยแยกบนกำแพงอย่างละเอียด จนกระทั่งพบส่วนที่นูนออกมาอย่างผิดสังเกต ขณะที่เขากำลังจะกดลงไป หลี่เยว่หานก็รีบห้ามไว้พร้อมสีหน้าเคร่งเครียด “พวกท่านเข้าไปในแดนราชันไร้เทียมทานเถิด ทางข้างหน้าข้าจะไปเพียงลำพัง”

“ไม่…”

“ข้าเห็นด้วยกับคำแนะนำของหวังเฟย” สวีติ้งหลานจ้องหน้าเมิ่งฉีฮ่วนอย่างจริงจัง “ข้าสันนิษฐานว่าพวกที่แอบซ่อนตัวเหล่านั้นพาข้ากับเสี่ยวอี้มาไว้ด้วยกันเพื่อประกอบพิธีกรรมบางอย่าง ข้าเคยอ่านพบในตำราโบราณว่า พิธีกรรมลึกลับบางชนิดต้องใช้คนจำนวนคู่ พวกเรามีกันสี่คนพอดี หากอยู่ด้วยกันทั้งหมดอาจถูกรวบตัวได้ง่าย แม้ข้าจะมิรู้ว่าแดนราชันไร้เทียมทานคือของวิเศษสิ่งใด แต่ข้าเห็นพ้องกับหวังเฟย”

เมื่อสวีติ้งหลานกล่าวเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็มิรอช้า นางยกมือขึ้นสร้างประตูเชื่อมมิติไปยังแดนราชันไร้เทียมทานทันที สวีติ้งหลานมิลังเลรีบก้าวเท้าเข้าไป ส่วนสวีซิ่งอี้ที่เคยเข้าไปแล้วครั้งหนึ่งย่อมมิมีข้อสงสัย เขารีบเดินตามบิดาเข้าไปทันที เหลือเพียงเมิ่งฉีฮ่วนที่ยังคงกุมมือหลี่เยว่หานไว้แน่นมิยอมปล่อย

“วางใจเถิด ข้าจะมิเป็นไรแน่นอนเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานเอ่ยพลางตบหลังมือของเขาเบา ๆ ก่อนจะตัดสินใจผลักเขาเข้าไปในมิติแล้วรีบปิดประตูเชื่อมทันควัน

“เฮ้อ…” หลี่เยว่หานพิงหลังกับประตูหินแล้วลอบถอนหายใจยาว ก่อนจะตัดสินใจกดกลไกเปิดประตูทันที

โครมคราม! เสียงกลไกขนาดมหึมาหมุนวนสั่นสะเทือน หลี่เยว่หานสัมผัสได้ถึงลางร้ายบางอย่าง นางจึงรีบพุ่งตัวรอดผ่านช่องประตูหินออกมาได้อย่างหวุดหวิด

เพียงเสี้ยววินาทีหลังจากที่นางกลิ้งตัวลงกับพื้น เศษหินถล่มลงมาจากเพดาน ปิดตายทางเข้าประตูหินนั้นจนแน่นสนิท

หลี่เยว่หานลอบถอนใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่นางมีแดนราชันไร้เทียมทานไว้คอยหลบเร้น มิเช่นนั้นทุกคนคงต้องมาสังเวยชีวิตอยู่หน้าประตูหินบานนี้เป็นแน่

“เจ้าเป็นใคร!” เสียงเย็นเยียบดังขึ้นภายในถ้ำอันมืดสลัว จากนั้นหลี่เยว่หานก็รู้สึกได้ถึงปลายดาบที่จ่ออยู่ที่ลำคอ “เหตุใดเจ้าถึงออกมาจากพระราชวังใต้ดินของสำนักจางอันได้!”

หลี่เยว่หานรีบชูมือขึ้นเพื่อแสดงว่ามิได้มีเจตนาร้าย นางถอยหลังไปสองสามก้าวเอนพิงผนังถ้ำพลางเอ่ยว่า “ข้า… ข้าคือคนที่พลัดตกลงไปในพระราชวังใต้ดินโดยบังเอิญ กว่าจะหาทางออกมาได้ก็นับว่ายากเย็นแสนเข็ญนัก”

“เจ้าโกหก” น้ำเสียงของอีกฝ่ายราบเรียบมิมีความรู้สึกใด ๆ ทว่ามั่นคงนัก ปลายดาบที่จ่อคออยู่ก็มิได้ลดลงแม้แต่น้อย จนหลี่เยว่หานเกือบจะคิดว่าเขากำลังหยอกล้อนางอยู่เสียแล้ว

“ข้ามิได้โกหก!” หลี่เยว่หานกัดฟันเอ่ย “ข้าจะโกหกไปเพื่อประโยชน์อันใด! ท่านก็เห็นอยู่ว่าข้าออกมาจากพระราชวังใต้ดินของสำนักจางอันจริง ๆ ค่ายกลข้างในถูกทำลายไปหมดแล้ว ศพในโลงหินเริ่มเน่าเปื่อย หากข้ามิหาทางออกมายามนี้ มีหวังได้ตายเน่าอยู่ในนั้นแน่!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น อีกฝ่ายก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยจนแทบสังเกตมิได้ “โลงหินรึ?”

“ก็ใช่น่ะสิ! ข้างในมีแต่โลงศพเต็มไปหมด! แถมยังมีชายผมขาวคนหนึ่ง แต่เขาตายไปแล้ว ก่อนตายเขาบอกว่าเขาคือจุดยุทธศาสตร์หลัก พอเขาตายค่ายกลก็สลายสิ้น ยามที่ข้าออกมากลิ่นเหม็นเน่าก็อบอวลไปทั่ว! ก่อนหน้านี้ท่านจับคนไปสองคนมิใช่หรือ ไฉนพวกเขาจึงมิได้บอกเรื่องนี้แก่ท่านเล่า?” หลี่เยว่หานรัวคำพูดออกมาอย่างรวดเร็ว

เมื่อฟังจบ ชายผู้นั้นก็เก็บดาบเข้าฝัก จากนั้นเขาก็สะบัดมือเพียงครั้งเดียว ดวงแสงหว่านอู้เซิงที่หลี่เยว่หานใช้ส่องทางก็ถูกเขาเรียกให้ลอยเข้าไปหาทันที “จิตสัมผัสวิญญาณรึ?”

เมื่อได้ยินคำนี้ หัวใจของหลี่เยว่หานก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที

ให้ตายเถอะ… ไหนว่าพวกผู้บำเพ็ญเซียนล้มหายตายจากไปหมดแล้วอย่างไรเล่า เหตุใดพักนี้ถึงได้เจอติด ๆ กันเยี่ยงนี้!

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 577 ผู้บำเพ็ญเซียนโผล่มาอีกคนแล้วรึ?"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0d4g
จากหมอเทวดาสู่ป๊ะป๋าสายเปย์
15/06/2026
novelpdf1970 (2)
สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย
15/06/2026
novelpdf0072
หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง
11/02/2024
images (1)
หมอพิษชั้นหนึ่ง
19/06/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.