Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง - บทที่ 600 ตัวตนของหลินเฟิง

  1. Home
  2. หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง
  3. บทที่ 600 ตัวตนของหลินเฟิง
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บทที่ 600 ตัวตนของหลินเฟิง

หลี่เยว่หานโกหก… ความจริงแล้วนางฝันไปจริง ๆ

ในฝันนั้น นางย้อนกลับไปยังวันแรกที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นในดินแดนเหลียวปี้เลี่ยตง

ในช่วงเวลานั้น เหลียวปี้เลี่ยตงกลายเป็นเขตศักดินาขององค์หญิงฝานเอ๋อร์ไปแล้ว ชนเผ่าเร่ร่อนเพิ่งจะเกี่ยวดองเป็นพันธมิตรกับองค์หญิงผ่านการแต่งงาน บรรยากาศในตอนนั้นจึงเต็มไปด้วยความสงบสุข

ตอนที่หลี่เยว่หานเพิ่งฟื้น ร่างกายของนางยังคงอ่อนแอมาก ในวันที่องค์หญิงฝานเอ๋อร์เข้าพิธีวิวาห์กับกัวอี้ นางรบเร้าให้เมิ่งฉีฮ่วนพานางไปร่วมแสดงความยินดี ภาพของกัวอี้และฝานเอ๋อร์—คนที่นางรู้จักมาตั้งแต่สมัยอยู่หมู่บ้านไป๋อวิ๋น—ยืนเคียงคู่กันในวันนั้น เป็นภาพที่งดงามและตราตรึงใจหลี่เยว่หานอย่างยิ่ง

แต่เมื่อครู่นี้นางกลับฉุกคิดขึ้นมาได้… ในเมื่อกัวอี้เป็นผู้นำชนเผ่าเร่ร่อนและแต่งงานกับฝานเอ๋อร์ไปแล้ว เหตุใดชายแดนถึงกลับมาวุ่นวายปั่นป่วนขึ้นมาอีก?

ยิ่งไปกว่านั้น เหมาเด๋อซิงคือบุตรชายของอดีตผู้นำเผ่า และเดิมทีเขาก็แซ่ซิน ส่วนกัวอี้ก็ใช้ชื่อกัวอี้มาโดยตลอด… เบื้องลึกเบื้องหลังเรื่องนี้มีอะไรที่นางยังไม่รู้อีกกันแน่?

แต่สิ่งที่ทำให้หลี่เยว่หานรู้สึกกระวนกระวายใจมากที่สุดก็คือ หลินเฟิง

ชายที่เพิ่งปรากฏตัวนามว่าหลินเฟิงคนนั้น ตั้งแต่แรกเห็นนางก็รู้สึกคุ้นหน้าอย่างประหลาด จนกระทั่งในความฝันที่นางย้อนกลับไปในงานแต่งงานของกัวอี้และฝานเอ๋อร์ นางกลับเห็นใบหน้าของหลินเฟิงปรากฏอยู่ในงานนั้นอย่างคาดไม่ถึง!

นับตั้งแต่ที่ประสาทสัมผัสทั้งหกของหลี่เยว่หานเริ่มเฉียบคมขึ้น นางพบว่าจิตใต้สำนึกของตนมักจะจดจำสิ่งต่าง ๆ ไว้มากมาย แล้วร่างกายจะคอยเตือนนางผ่านนิมิตหรือความฝันในรูปแบบอื่น

ตอนที่เห็นหลินเฟิงครั้งแรกนางแค่รู้สึกคลับคล้ายคลับคลา แต่พอเผลอหลับไปท่ามกลางเสียงเพลงของนักสังคีต นางก็ฝันเห็นชายคนนี้ทันที

ไม่ว่าความฝันนี้จะแม่นยำเพียงใด หลี่เยว่หานรู้สึกว่านางต้องรีบส่งข่าวนี้ไปให้ถึงมือเมิ่งฉีฮ่วนโดยเร็วที่สุด

หลังจากออกจากหอฝานเทียน หลี่เยว่หานไม่ได้มุ่งหน้ากลับจวนอ๋องทันที แต่นางสั่งให้คนขับรถม้าไปจอดรอในตรอกเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง นางรออยู่บนรถ ส่วนอวี้จวงปลีกตัวไปเชิญจีหยางมาพบ

“นายหญิง” จีหยางขานเรียกอย่างสุภาพจากด้านนอกรถม้า

“ขึ้นมาคุยข้างบนนี่” หลี่เยว่หานผลักประตูรถม้าออก จีหยางก้าวขึ้นมานั่งด้านใน แต่นางไม่ได้ปิดประตูลง โดยมีอวี้จวงคอยเฝ้าระวังความปลอดภัยอยู่ด้านนอก

“คนที่เหมาห้องระดับสวรรค์และระดับหยกในช่วงนี้ เจ้าพอจะรู้ที่มาที่ไปของพวกเขาบ้างหรือไม่?” หลี่เยว่หานเอ่ยถาม

จีหยางลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า “ข้าพอจะเดาได้คร่าว ๆ แต่ยังไม่แน่ชัดนักขอรับ”

“ลองว่ามา” หลี่เยว่หานตัดสินใจรับฟัง ชายอย่างจีหยางที่เคยประคองร่างกายอันเจ็บป่วยจนสร้างตัวและขยายกิจการหอฝานเทียนให้ยิ่งใหญ่ได้ ย่อมมีสายตาที่มองคนไม่ธรรมดา นางจึงเชื่อมั่นในทุกคำที่เขากำลังจะพูด

“พวกเขาน่าจะมาจากทางเหนือขอรับ” จีหยางวิเคราะห์ “แม้ทุกคนจะแต่งกายอย่างประณีตและดูเหมือนจะพยายามปรับตัวใช้ชีวิตในแถบจงหยวนมาสักพักแล้ว แต่ความใจถึงและบุคลิกดิบเถื่อนที่ฝังอยู่ในกระดูกของคนทางเหนือนั้น ต่อให้พยายามปกปิดอย่างไรก็ยังทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็น”

“อีกอย่างคือมือของพวกเขาล้วนมีรอยด้านหนา แม้จะมีการขัดหรือดูแลมาบ้าง แต่รอยด้านสะสมจากการกรำศึกหรือขี่ม้ายิงธนูนั้นไม่สามารถลบเลือนได้ง่าย ๆ”

“รวมถึงสำเนียงการพูด แม้จะพยายามพูดภาษากลางและฟังดูไม่มีอะไรสะดุดหูในตอนแรก แต่หากตั้งใจฟังดี ๆ จะรู้สึกว่ามันมีบางอย่างที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ”

“หัวหน้าของพวกเขาชื่อหลินเฟิง มีคนติดตามมาด้วยราวเจ็ดแปดคน เนื่องจากห้องระดับสวรรค์และระดับหยกมีพื้นที่กว้างขวางและตกแต่งเป็นเอกลักษณ์ พอพวกเขามาถึงก็ตกลงใจพักที่นี่ทันที ตอนนั้นแม่เฒ่าเนี้ยเคยถามว่าทำไมไม่ไปพักที่โรงเตี๊ยม พวกเขาตอบเพียงว่าที่นี่ครึกครื้นดี”

“ที่จริงโรงเตี๊ยมก็ครึกครื้นเช่นกัน แต่ที่นี่น่าจะเรียกว่าวุ่นวายเสียมากกว่า ข้าจึงสันนิษฐานว่าพวกเขาอาจจะเป็นคนจากชนเผ่าเร่ร่อน หอฝานเทียนเป็นหออันดับหนึ่งในเมืองหลวง นายหญิงเองก็ทราบดีว่าที่นี่เป็นแหล่งรวมข่าวสาร หลินเฟิงและพวกพ้องน่าจะมีจุดประสงค์ไม่ต่างจากที่นายหญิงเคยทำในตอนแรกขอรับ”

พูดจบ จีหยางก็นิ่งเงียบเพื่อรอความเห็นจากนาง

หลี่เยว่หานทบทวนคำพูดของจีหยาง พลางนึกถึงตอนที่เผชิญหน้ากับชายที่ชื่อหลินเฟิง นางก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมาจริง ๆ

เขามีรูปร่างสูงใหญ่กำยำ แต่กลับสวมชุดบัณฑิตที่ดูสุภาพเรียบร้อย ตอนที่ก้าวออกมาขวางซุนเผิงขี้เมา กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นดูเย็นชาและดุดันขัดกับชุดที่สวมใส่ แม้แต่ท่าทางที่พยายามทำตัวสุภาพอ่อนน้อมและมีมารยาทนั้น ก็ยังให้ความรู้สึกที่ฝืนธรรมชาติ

นั่นคือเหตุผลที่แม้หลินเฟิงจะช่วยสวีอวิ้นเอ๋อร์ไว้ แต่นางกลับไม่อยากสนทนาด้วยเกินจำเป็น แม้แต่ตอนที่สวีซิ่งอี้แสดงท่าทางไม่เป็นมิตร หลี่เยว่หานก็ไม่ได้รู้สึกว่าเกินกว่าเหตุ กลับกัน พอนางเห็นหลินเฟิงเดินจากไป นางกลับรู้สึกโล่งใจเสียด้วยซ้ำ

“คนกลุ่มนี้มาพักนานเท่าไหร่แล้ว และบอกหรือไม่ว่าจะอยู่อีกนานแค่ไหน?” นางถามต่อ

“เข้ามาพักได้ห้าวันแล้วขอรับ เห็นว่าตั้งใจจะอยู่ไปจนกว่าฤดูหนาวจะสิ้นสุด” จีหยางตอบทันควัน

หลี่เยว่หานพยักหน้ารับรู้ “ข้าเข้าใจแล้ว เจ้ากลับไปเถอะ ข้าเองก็ต้องกลับจวนเสียที”

“ขอรับ อากาศหนาวเย็นเช่นนี้นายหญิงโปรดรักษาสุขภาพด้วย ฝากถามสารทุกข์สุกดิบถึงนายน้อยทั้งสองด้วยนะขอรับ” จีหยางกล่าวพลางขยับตัวลงจากรถม้า

แต่ขณะที่กำลังจะหันหลังเดินจากไป จีหยางก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขารีบก้าวกลับมาที่หน้ารถม้าอีกครั้งราวกับมีเรื่องสำคัญจะพูด

หลี่เยว่หานโน้มตัวลงไปฟัง จีหยางลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ หลินเฟิงและคนของเขาไม่เคยเรียกหาหญิงสาวคนใดเลย แต่เมื่อวานนี้เขากลับนั่งดื่มเหล้ากับแม่นางหลันซั่ว ทั้งยังออกไปเดินเล่นที่ถนนด้วยกันอีกด้วย”

แววตาของหลี่เยว่หานหม่นลงทันที “แม่นางหลันซั่ว? ยอดบุปผางามแห่งหอฝานเทียนน่ะหรือ?”

“หลันซั่วมีนามในวงการว่าแม่นางเยว่เซ่อขอรับ” จีหยางกล่าวเสียงเบา “แม้ว่านางจะเป็นคนของนายหญิงเหมือนกับข้า แต่ตั้งแตเกิดเรื่องเมื่อปลายปีก่อน นางก็ดูเหมือนจะมีความลับ และไม่ค่อยเล่าอะไรให้ข้าฟังเหมือนแต่ก่อนแล้ว”

“ปลายปีก่อน?” หลี่เยว่หานขมวดคิ้ว “เรื่องที่ข้ากับท่านอ๋องบาดหมางกัน จนท่านอ๋องไปทุ่มเงินซื้อตัวแม่นางเยว่เซ่อเพื่อค้างแรมคืนหนึ่งนั่นน่ะหรือ?”

“นั่นแหละขอรับ” จีหยางพยักหน้า “นายหญิง… ข้าจะคอยจับตาดูหลันซั่วให้ดีขอรับ” พูดจบเขาก็ส่งสายตาที่มั่นคงให้หลี่เยว่หาน ก่อนจะหลบเข้าทางเดินเล็ก ๆ เพื่อกลับไปทางหลังหอฝานเทียน

“หลันซั่ว… แม่นางเยว่เซ่อ…” ระหว่างทางกลับจวน หลี่เยว่หานขบคิดเรื่องนี้ไม่ตก นางรู้ดีว่าหลันซั่วคืออันดับหนึ่งในหอฝานเทียน เป็นที่หมายปองของขุนนางมากมาย แต่นางยึดถือพรหมจรรย์และไม่เคยขายตัว

ดังนั้นตอนที่มีข่าวลือว่าเมิ่งฉีฮ่วนไปหาความสำราญกับนาง หลี่เยว่หานจึงไม่ได้เอะใจในตอนแรก

แต่เมิ่งฉีฮ่วนในตอนนั้นเพียงแค่สร้างสถานการณ์ตบตาคนภายนอก หากหลันซั่วมิใช่คนที่เขาไว้ใจได้ มีหรือเขาจะกล้าใช้นางเป็นเครื่องมือ?

หรือว่า… นายที่แท้จริงของหลันซั่วก็คือเมิ่งฉีฮ่วน?

แล้วเหตุใดพวกของหลินเฟิงถึงเข้ามาติดพันนาง? พวกเขาต้องการล้วงความลับเกี่ยวกับเมิ่งฉีฮ่วนจากปากนางอย่างนั้นหรือ?

แล้วการที่วันนี้หลินเฟิงยื่นมือมาช่วยเหลือนั่นล่ะ… เป็นเพราะเขาจำได้ว่านางคือใครตั้งแต่แรกใช่หรือไม่?

หากเป็นเช่นนั้น อีกไม่กี่วันต่อจากนี้ หลินเฟิงคงจะพยายามหาทุกวิถีทางเพื่อเข้าทำความรู้จักกับนางเป็นแน่

จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาคืออะไรกันแน่…

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 600 ตัวตนของหลินเฟิง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

dsG-193×278-1
จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์
11/08/2022
hImag
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
20/06/2026
N1lN39
เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
05/12/2025
novelpdf001
สตรีแกร่งตระกูลไป๋
18/11/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.