หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง - บทที่ 630 เป็นคนหนานเจียงอีกแล้วจริงๆ ด้วย
“เจ้าทำอย่างไรกับหลิ่วจื้อหย่วน ข้าก็ให้เจ้ากินสิ่งนั้นเข้าไปนั่นแหละ” หลี่เยว่หานมองลงมาที่หวังเหอฮวาด้วยสายตาเย็นชา
ทางด้านหลิ่วจื้อหย่วนนั้นคลุ้มคลั่งไปนานแล้ว เขาดูราวกับวัวถึกที่กำลังบ้าเลือด หากมิใช่เพราะหลิ่วเทียนเสียงคอยเหนี่ยวรั้งไว้ ป่านนี้เขาคงพุ่งเข้าไปทุบตีทำร้ายหลี่เยว่หานไปแล้ว
“เจ้าพูดเหลวไหลอะไร ข้าเปล่า… ข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร…” หวังเหอฮวารีบหลบสายตาลงมองพื้นด้วยความลนลาน ทว่าความเจ็บปวดที่เริ่มเสียดแทงขึ้นมาที่ขั้วหัวใจกำลังตอกย้ำนางว่า หลี่เยว่หานลงมือจริง ๆ!
จะทำอย่างไรดี! คนผู้นั้นเคยบอกไว้ว่าหลี่เยว่หานประสาทสัมผัสไวต่อเรื่องพวกนี้มาก และถูกจับพิสูจน์ได้ง่ายยิ่งนัก!
แต่นางรอต่อไปไม่ไหวแล้ว! หลังจากหลิ่วจื้อหย่วนถูกนางควบคุม แม้เขาจะรักนางจนแทบคลั่ง แต่เขากลับขลาดกลัวจนทำได้เพียงเลี้ยงดูนางไว้ภายนอกจวนเท่านั้น
หากมิใช่เพราะนางแสร้งป่วยแล้วอ้อนวอนขอความเมตตา หลิ่วจื้อหย่วนคงไม่แอบพานางเข้ามาในจวนหลังใหม่ของตระกูลหลิ่วอย่างลับ ๆ เช่นนี้ และแม้ว่าหวังเหอฮวาจะจงใจให้หลี่หรงหรงรู้ถึงการมีตัวตนของนาง ทว่าหลิ่วจื้อหย่วนก็ยังคงระมัดระวังตัวแจ ไม่กล้าให้ผู้ใดล่วงรู้มากเกินไป
ต่อมาเมื่อเรื่องนี้แดงไปถึงหูผู้ใหญ่ในตระกูลหลิ่ว หลิ่วจื้อหย่วนพยายามสู้ตายเพื่อให้ผู้ใหญ่ยอมรับให้นางอยู่ต่อ แต่หวังเหอฮวากลับไม่ได้รับสถานะใด ๆ เป็นได้เพียงสาวใช้ปัดกวาดเช็ดถูเท่านั้น ทั้งหลิ่วจื้อหย่วนยังถูกสั่งห้ามมิให้ใกล้ชิดกับนางเกินควร เพื่อรักษาหน้าตาให้หลี่หรงหรงในฐานะฮั่นหรงฟูเหริน
ทั้งหมดนี้ก็เพราะหลี่หรงหรงมีพี่สาวเป็นถึงพระชายา และที่สำคัญกว่านั้นคือ กิจการทั้งหมดของตระกูลหลิ่วในยามนี้ล้วนอยู่ภายใต้ชื่อของหลี่เยว่หานทั้งสิ้น
หลิ่วจื้อหย่วนเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูล พวกเขาจึงทำใจขับไล่หลิ่วจื้อหย่วนไปพร้อมกับหวังเหอฮวาไม่ได้
แต่พวกเขาก็ยิ่งตัดใจทิ้งลาภยศเงินทองของตระกูลหลิ่วไม่ได้เช่นกัน เมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้ว จึงทำได้เพียงเสียสละหวังเหอฮวาเท่านั้น
ทว่าหวังเหอฮวามีหรือจะยินยอม!
ดังนั้นจึงเกิดเหตุการณ์ที่หน้าประตูจวนเมื่อวานนี้ขึ้น
เดิมทีหลี่หรงหรงมิได้คิดจะใช้งานหวังเหอฮวา มิใช่เพราะเกรงว่าหลี่เยว่หานจะรู้ แต่เพราะนางไม่อยากมีปากเสียงกับหลิ่วจื้อหย่วน
แต่หวังเหอฮวากลับคร่ำครวญอ้อนวอน บอกว่ายามนี้นางเป็นเพียงคนรับใช้ในจวนหลิ่ว การจะทำงานสิ่งใดก็ล้วนเป็นหน้าที่ที่ควรทำ
หลี่หรงหรงยามนี้กำลังตั้งครรภ์ ความอดทนจึงมีไม่มากนัก เมื่อถูกหวังเหอฮวาตื้อหนักเข้า สุดท้ายจึงยอมพยักหน้าตกลง
ใครจะไปคาดคิดว่าหลิ่วจื้อหย่วนจะยอมปะทะกับหลี่เยว่หานเพียงเพื่อปกป้องหวังเหอฮวา!
วันนี้หลิ่วเทียนเสียงพาหลิ่วจื้อหย่วนและหวังเหอฮวามาที่นี่ ก็เพื่อจะขอขมาหลี่เยว่หาน เพราะเกรงว่าเมื่อถึงปีใหม่ หลี่เยว่หานจะยึดกิจการคืนไปจากมือพวกเขา ซึ่งเท่ากับเป็นการตัดทางทำมาหากินของคนทั้งตระกูล
หวังเหอฮวาต้องการเพียงให้หลี่เยว่หานรู้ถึงการมีตัวตนของนาง ให้นางเห็นชัด ๆ ว่าในใจของหลิ่วจื้อหย่วนมีเพียงนางคนเดียว เพื่อเตือนหลี่เยว่หานมิให้ทำตัวเป็นคนใจดำที่พรากคู่ออกจากกัน
นึกไม่ถึงเลยว่าจะเดินมาถึงจุดนี้!
ยิ่งนึกไม่ถึงว่าหลิ่วเทียนเสียงจะพานางมาที่จวนอ๋อง!
ทันทีที่เหยียบเข้ามาในจวนอ๋อง ความแค้นที่ท่วมท้นในใจหวังเหอฮวาก็มิอาจสะกดกลั้นไว้ได้อีก พี่ใหญ่เมิ่งควรจะเป็นของนาง ตำแหน่งพระชายาก็ควรจะเป็นของนาง เหตุใดเรื่องดี ๆ ทั้งหมดต้องตกเป็นของหลี่เยว่หานเพียงคนเดียว!
ยิ่งนางแค้นเคืองเท่าไหร่ นางก็ยิ่งเร่งเร้ากู่บ่อยครั้งขึ้นเท่านั้น โทสะของหลิ่วจื้อหย่วนจึงยิ่งรุนแรง และนั่นทำให้หลี่เยว่หานจับสังเกตได้ง่ายขึ้น
ยามนี้ หวังเหอฮวายังคงคุกเข่าอยู่ที่พื้น แต่ใบหน้ากลับขาวซีดลงเรื่อย ๆ เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาเต็มหน้าผาก
ส่วนหลิ่วจื้อหย่วนเริ่มหมดแรง เมื่อถูกหลิ่วเทียนเสียงผลักแรง ๆ เขาก็ทรุดลงนั่งหอบหายใจรุนแรงอยู่บนเก้าอี้ ถึงขนาดที่ยืนไม่ขึ้นอีกต่อไป
ถึงยามนี้ หลิ่วเทียนเสียงเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติแล้ว
“จื้อหย่วน ลูกพ่อ… เจ้าเป็นอะไรไป?” หลิ่วเทียนเสียงเริ่มกระวนกระวาย
“ท่านพ่อบุญธรรม คุณชายหลิ่วมิได้เป็นอันใดเจ้าค่ะ” เมื่อหลี่เยว่หานเห็นปฏิกิริยาของทั้งคู่ นางก็มั่นใจทันที “หวังเหอฮวาเคยติดต่อกับคนของสิบสองถ้ำแห่งหนานเจียง ในมือนางมีกู่ หลิ่วจื้อหย่วนเพียงถูกนางใช้กู่ควบคุมไว้เท่านั้น”
เมื่อได้ยินคำนี้ หลิ่วเทียนเสียงรู้สึกเหมือนสมองขาวโพล่งไปชั่วขณะ “กู่… กู่อะไรกัน?”
“ข้าเองก็ไม่ทราบแน่ชัด แต่ในมือขวามีโอสถทิพย์ที่สามารถสยบกู่นับหมื่นได้ เมื่อครู่ข้าเพิ่งให้หวังเหอฮวากินลงไป ตราบใดที่กู่ตัวแม่ในร่างนางตายลง กู่ตัวลูกในร่างของคุณชายหลิ่วก็จะสิ้นฤทธิ์ตามไปด้วย เมื่อนั้นเขาก็จะกลับมาเป็นปกติเจ้าค่ะ” ทันทีที่หลี่เยว่หานพูดจบ หวังเหอฮวาก็สิ้นเรี่ยวแรงล้มฟุบลงกับพื้น นางพยายามเอื้อมมือที่สั่นเทาและซีดเผือดไปหาหลี่เยว่หาน
“ช่วยข้า… ช่วยข้าด้วย…”
“เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาขอให้ข้าช่วย?” หลี่เยว่หานมองนางด้วยสายตาเฉยชา
ขณะนั้น อวี้จวงรีบเดินกลับมา พร้อมกับทหารองครักษ์สองนายที่หิ้วปีกชายคนหนึ่งเข้ามาด้วย
“พระชายา นำตัวมาแล้วเจ้าค่ะ”
“อืม”
หลังจากหลี่เยว่หานกลับมาจากเกาะถงเซิง คนหนานเจียงยี่สิบกว่าคนที่ถูกจับได้บนเรือลำใหญ่ก็ถูกคุมตัวกลับมาด้วย และถูกขังไว้ในคุกใต้ดินของจวนอ๋อง ด้วยม่านพลังที่หลี่เยว่หานสร้างขึ้นจากน้ำพุวิญญาณหว่านอู้เซิง กู่ของพวกเขาจึงไม่อาจหลุดรอดออกไปจากขอบเขตห้องขังได้
อีกทั้งหลี่เยว่หานยังระมัดระวังอย่างยิ่ง มิให้ผู้ใดเข้าไปสัมผัสคลุกคลีกับพวกเขา แต่กลับเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีด้วยอาหารและน้ำดื่มชั้นเลิศ
นางลางสังหรณ์ใจว่าคนหนานเจียงจะไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ แต่คาดไม่ถึงว่าพวกเขาจะเจ้าเล่ห์ถึงขนาดลงมือผ่านทางตระกูลหลิ่ว!
“เจ้าจำสตรีนางนี้ได้หรือไม่?” หลี่เยว่หานบุ้ยปากให้คนหนานเจียงมองไปที่หวังเหอฮวา
คนหนานเจียงเหล่านั้นถูกหลี่เยว่หานทรมานทางจิตใจมานานครึ่งปีจนแทบไม่เหลือใจจะขัดขืน ตอนแรกก็เคยคิดจะปลิดชีพตนเอง แต่หลี่เยว่หานกลับช่วยชีวิตพวกเขากลับมาได้เสมอ นั่นเป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจยิ่งกว่าตายเสียอีก
“จำได้” คนหนานเจียงผู้นั้นยอมจำนนต่อหลี่เยว่หานมานานแล้ว เขามองหวังเหอฮวาแล้วพยักหน้ายอมรับ “ภาพวาดของสตรีนางนี้ ผู้ปกครองถ้ำใหญ่ของพวกเราเคยให้ดู บรรดาผู้ที่ถูกส่งมาจากหนานเจียงเพื่อจัดการกับพวกท่านสามีภรรยา ส่วนหนึ่งมีหน้าที่ไปติดต่อกับคนรอบข้างที่มีความแค้นกับพวกท่าน และสตรีนางนี้ก็คือหนึ่งในนั้น”
ได้ยินดังนั้น หลิ่วเทียนเสียงถึงกับนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก ส่วนหลิ่วจื้อหย่วนก็ได้แต่กรอกตาไปมา สภาพเหมือนคนครึ่งเป็นครึ่งตายทรุดตัวอยู่บนเก้าอี้
“เช่นนั้นแสดงว่าพวกเจ้ายังมีพรรคพวกกบดานอยู่ในเมืองหลวงอีกอย่างนั้นหรือ?” หลี่เยว่หานกลับไปนั่งที่เก้าอี้ประธานพลางเอ่ยถามเสียงเรียบ
“มี” ชายผู้นั้นพยักหน้า “ทว่าพวกเราต่างติดต่อกันเป็นทอด ๆ เพียงสายเดียว ข้าเองก็ไม่ทราบว่าคนอื่น ๆ ซ่อนตัวอยู่ที่ใด”
เมื่อได้คำตอบ หลี่เยว่หานก็พยักหน้า แล้วโบกมือให้ทหารองครักษ์คุมตัวเขาออกไป
เมื่อคนลับตาไปแล้ว หลิ่วเทียนเสียงถึงกับทรุดลงนั่งพิงเก้าอี้อย่างหมดแรง “หนานเจียง… สิบสองถ้ำแห่งหนานเจียง…”
“ท่านพ่อบุญธรรม เรื่องนี้เป็นเพราะข้าที่ทำให้ตระกูลหลิ่วต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย เพื่อเป็นการชดเชย ข้าจะให้คนจัดส่งถุงหอมที่ทำจากตัวยาลับพิเศษไปให้ที่จวนหลิ่ว หากพกถุงหอมนี้ติดตัวไว้ กู่ย่อมไม่อาจกล้ำกรายเข้าใกล้ได้ และต่อให้ในบ้านยังมีกู่ซ่อนอยู่ หรือแม้แต่แฝงอยู่ในร่างกายคน มันก็จะถูกขจัดออกไปจนสิ้นซากทันทีเจ้าค่ะ”
หลี่เยว่หานรู้ดีว่าคนหนานเจียงนกต่อเหลี่ยมจัดและเจ้าเล่ห์เป็นที่สุด ครั้งนี้พวกมันใช้หวังเหอฮวาควบคุมหลิ่วจื้อหย่วน คาดว่าคงตั้งใจจะให้หวังเหอฮวาลงมือกับหลี่หรงหรงเป็นแน่ ยังดีที่หวังเหอฮวาเป็นคนไร้สมอง จิตใจฝักใฝ่แต่จะแย่งชิงตำแหน่ง จึงทำให้หลี่เยว่หานมีโอกาสลงมือเสียก่อน
ในเมื่อรู้แจ้งแล้ว หลี่เยว่หานย่อมไม่ปล่อยให้พวกมันใช้วิธีสกปรกมาทำร้ายคนรอบข้างนางได้อีก!
แม้หลิ่วเทียนเสียงจะรู้แก่ใจว่าครอบครัวตนพลอยเดือดร้อนเพราะหลี่เยว่หาน แต่เมื่อนึกถึงเงินทองมหาศาลที่ทำได้ในช่วงที่ผ่านมา เขาก็ไม่อาจกล่าวโทษนางได้เลย
เพราะในตอนแรกนั้น หลี่เยว่หานได้ให้โอกาสพวกเขาเลือกเองแล้วว่าจะช่วยดูแลกิจการหรือไม่
อีกทั้งการโลดแล่นอยู่ในวงการค้ามาหลายปี หลิ่วเทียนเสียงย่อมรู้ดีว่ายามนี้หลี่เยว่หานอยู่ในตำแหน่งสูงส่ง การร่วมมือกับนางนั้น แม้จะได้ผลตอบแทนสูงแต่ก็ย่อมมีความเสี่ยงสูงตามมาเป็นธรรมดา ดังนั้นเขาจึงไม่มีสิ่งใดต้องขุ่นเคืองนาง
เพียงแต่เขารู้สึกสงสารหลิ่วจื้อหย่วน บุตรชายเจ้าสำราญผู้ไม่เอาถ่านของตน ที่ต้องมาเผชิญเคราะห์กรรมโดยมิรู้อีโหน่อีเหน่เช่นนี้…