ทะลุมิติมาเป็นหวานใจของนายทหารคลั่งรักในยุค 70 - บทที่ 203 มื้อพิเศษขอบคุณตระกูลกู้
บทที่ 203 มื้อพิเศษขอบคุณตระกูลกู้
ลี่เซียนเหมยเห็นหลี่เฟยฮวาที่เดินมาด้วยกันพอดี เธอหยุดเดิน แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูจริงจัง “หลี่เฟยฮวา ฉันมีเรื่องจะพูดกับเธอ”
หลี่เฟยฮวาหยุดเดินเช่นกัน แต่กลับตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับเธอ”
บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที ลู่ซือเจี้ยที่เห็นท่าทีไม่ดีรีบก้าวเข้ามาขวางหลี่เฟยฮวาไว้ พลางพูดอย่างไม่เกรงใจ “ลี่เซียนเหมย ทำไมเธอยังไม่เข็ดกับการกระทำของตัวเองอีก? เธอนี่มัน…!”
แต่ลู่ซือเจี้ยยังพูดไม่ทันจบ ลี่เซียนเหมยก็พูดขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงดังพอจะให้ทุกคนได้ยิน “ฉันขอโทษ! ขอโทษสำหรับทุกเรื่อง”
คำพูดของลี่เซียนเหมยทำให้ทั้งหลี่เฟยฮวา ลู่ซือเจี้ย และตู้เจียวเหม่ยต่างนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ ทุกคนไม่คาดคิดว่าเธอจะพูดแบบนี้
ลี่เซียนเหมยพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงใจ “ทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ฉันมันโง่เอง ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าอะไรคืออะไร ฉันไม่ได้หวังให้เธอยกโทษให้ แต่แค่อยากจะบอกเธอว่า ต่อจากนี้ไป ฉันจะพยายามทำเพื่อตัวเองในมหาวิทยาลัยนี้เหมือนกัน ดังนั้นเรามาอยู่ร่วมกันอย่างสงบเถอะ”
หลี่เฟยฮวาหันไปมองลี่เซียนเหมย ดวงตาคู่คมจ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ ความคิดต่าง ๆ วนอยู่ในหัวของเธอ แต่เมื่อมองเข้าไปในแววตาของลี่เซียนเหมย เธอสัมผัสได้ว่ามันเต็มไปด้วยความจริงใจ
จู่ ๆ ก็อดนึกถึงคำพูดของหวงหมิงลู่ขึ้นมาไม่ได้ ผู้บังคับการลี่อวิ๋นหยางคงมีดีจริง ๆ อย่างที่หวงหมิงลู่บอก ถึงได้สามารถกำราบลูกสาวตัวเองได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้
ในที่สุด หลี่เฟยฮวาก็ยักไหล่ พลางพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ “ได้ ฉันให้อภัยเธอ ต่อจากนี้ก็อยู่ใครอยู่มัน เธอไม่รบกวนฉัน ฉันก็จะไม่รบกวนเธอ”
ลี่เซียนเหมยพยักหน้า สีหน้าดูโล่งใจ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องสมุดพร้อมกับเยว่ซูเม่ย หลี่เฟยฮวาไม่สนใจอีกฝ่ายอีกแล้ว เพราะสำหรับเธอ อย่างน้อยลี่เซียนเหมยก็ไม่โง่เท่าที่เธอเคยคิดเอาไว้ จากนี้ไป เธอก็จะได้ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยอย่างสงบเสียที
ทุกคนต่างแยกย้ายกลับบ้าน เมื่อหลี่เฟยฮวาและกู้ป๋อเหวินก็มาถึงเขตทหาร ซึ่งหวงหมิงลู่กำลังยืนรออยู่ที่หน้าประตู
กู้ป๋อเหวินที่เดินมาทั้งวันพอเห็นหวงหมิงลู่ก็ทำท่าเหมือนจะยกมือขึ้นรอให้อุ้ม ใบหน้าเล็ก ๆ แสดงความเหนื่อยล้าเต็มที่
หวงหมิงลู่มองเด็กชายพลางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “…”
แต่สุดท้ายก็ย่อตัวลงไปอุ้มกู้ป๋อเหวินขึ้นมา
หลี่เฟยฮวาที่เห็นแบบนั้นถึงกับหัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้งสามคนเดินเข้าเขตทหารไปพร้อมกัน บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
…
เช้าวันจันทร์ หลี่เฟยฮวาพากู้ป๋อเหวินไปส่งที่โรงเรียนตามปกติ เธอยืนสั่งเขาอยู่หน้าโรงเรียนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ตั้งใจเรียนนะ เข้าใจไหม?”
แต่กู้ป๋อเหวินกลับไม่ยอมเข้าโรงเรียนง่าย ๆ เขาจับมือหลี่เฟยฮวาแน่นไม่ยอมปล่อย แววตาเต็มไปด้วยความเสียดาย เขารู้สึกว่าวันหยุดสุดสัปดาห์มันสั้นเกินไป
หลี่เฟยฮวารู้ทันทีว่าเด็กชายคิดอะไรอยู่ เธอพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เธอคิดถึงก็โทรมาหาฉัน อยากมาเจอฉันก็ให้พ่อพามา เราไม่ได้จะไม่เจอกันสักหน่อย อีกอย่างฉันยังรอเธออยู่นะ รีบตั้งใจเรียนแล้วสอบเข้ามหาวิทยาลัยมาเรียนกับฉันสิ แบบนี้เราก็จะได้เจอกันทุกวันแล้ว”
กู้ป๋อเหวินที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “อย่ารีบเรียนจบก่อนนะ”
หลี่เฟยฮวาถึงกับชะงัก ก่อนจะพูดไม่ออก “…”
ทำไมเธอถึงถูกบอกให้เรียนซ้ำชั้นอีกแล้วล่ะนี่?
หลังจากส่งกู้ป๋อเหวินเข้าโรงเรียนเสร็จ หลี่เฟยฮวาก็ตรงไปยังมหาวิทยาลัยทันที เมื่อไปถึงก็พบว่าอาจารย์เหวินเทียนกลับมาแล้ว และเธอก็ถูกเรียกตัวไปพบที่ห้องพักอาจารย์ทันที
เมื่อหลี่เฟยฮวาเดินเข้าไปในห้องพัก เห็นอาจารย์เหวินเทียนกำลังก้มหน้าก้มตาอ่านอะไรบางอย่างอยู่ เธอจึงเคาะประตูเบา ๆ
เหวินเทียนเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเป็นหลี่เฟยฮวาก็ยิ้มออกมาพร้อมกับผายมือให้เธอนั่งลง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “บทความที่เธอเขียนออกมาดีมาก ฉันจะส่งไปที่นิตยสารวิทยาศาสตร์ให้ทันที หลี่เฟยฮวา เธอทำความดีความชอบให้กับชาติจริง ๆ”
คำชมของอาจารย์ทำให้หลี่เฟยฮวาแทบจะตัวลอย เธอไม่คิดว่าบทความที่เธอเขียนจะมีโอกาสได้ลงในนิตยสารวิทยาศาสตร์จริง ๆ สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เธอเอ่ยขอบคุณอาจารย์เหวินเทียนด้วยความซาบซึ้ง
“ขอบคุณมากค่ะ อาจารย์ ฉันจะพยายามให้มากขึ้นกว่านี้อีก”
หลังจากหลี่เฟยฮวาได้รับคำชมจากอาจารย์เหวินเทียน เธอก็เดินกลับเข้าไปในห้องเรียนด้วยรอยยิ้ม พอเข้าห้องเรียนก็เห็นลู่อันหยางโบกมือให้พร้อมกับชี้โต๊ะที่จองไว้ให้เธอเหมือนเช่นทุกครั้ง หลี่เฟยฮวายิ้มตอบ ก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างเขา
“เป็นยังไงบ้าง?” ลู่อันหยางเอียงคอถาม
“อาจารย์บอกว่าบทความของฉันจะได้ลงนิตยสารวิทยาศาสตร์” หลี่เฟยฮวาพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามเก็บความตื่นเต้น
ลู่อันหยางยกนิ้วโป้งขึ้นทันที พลางพูดอย่างตื่นเต้น “เจ๋งไปเลย! เรื่องดี ๆ แบบนี้ต้องเลี้ยงฉลองแล้ว!”
หลี่เฟยฮวาหัวเราะเบา ๆ กับท่าทางของเขา พลางคิดในใจว่า ลู่อันหยางคงจะติดสำบัดสำนวนของเธอจนชินเสียแล้ว!
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดวันสุดท้ายของการเรียนภาคนี้ก็มาถึง หลี่เฟยฮวาขอลาหยุดกับอาจารย์ม่อชงอวี้เพื่อไปถอนเฝือก อาจารย์อนุญาตโดยไม่รีรอ พร้อมกับแนะนำให้เธอดูแลตัวเองดี ๆ
“ขอบคุณค่ะ อาจารย์” หลี่เฟยฮวากล่าว ก่อนจะเตรียมตัวออกจากมหาวิทยาลัย
หลี่เฟยฮวายืนรอหวงหมิงลู่ที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มมาถึงตรงเวลาพร้อมกับรถจี๊ปทหารคันเดิม หลังจากรับเธอขึ้นรถ ทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลเพื่อถอนเฝือก
หลังจากถอนเฝือกเรียบร้อย หวงหมิงลู่ก็พาหลี่เฟยฮวามุ่งหน้าไปยังโรงแรมของจ้าวเหมยเจียว เพื่อลงมือร่วมมื้ออาหารกับครอบครัวของกู้ป๋อเหวิน หลี่เฟยฮวาได้โทรแจ้งหวงหมิงลู่ล่วงหน้าแล้ว และเขาเองก็ต้องการเลี้ยงข้าวเพื่อแสดงความขอบคุณที่กู้เจียอีช่วยเหลือเธอในวันนั้น
ระหว่างทาง หลี่เฟยฮวารู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอจะได้พบกับพ่อของกู้เจียอี
เมื่อมาถึงโรงแรม หวงหมิงลู่จอดรถไว้ที่ลานจอดด้านนอก ก่อนจะหันมาบอกเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “เธอเข้าไปก่อนเลย ฉันจะตามเข้าไปทีหลัง”
หลี่เฟยฮวาพยักหน้า แล้วเปิดประตูลงจากรถ เธอหันมายิ้มให้เขาเล็กน้อย ก่อนเดินเข้าไปยังโรงแรม
จ้าวเหมยเจียวออกมาต้อนรับหลี่เฟยฮวาด้วยรอยยิ้ม “ห้องส่วนตัวที่จองไว้จัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวฉันจะพาเธอไป”
ระหว่างเดิน จ้าวเหมยเจียวกระซิบกับหลี่เฟยฮวาด้วยน้ำเสียงขบขัน “ครอบครัวของป๋อเหวินนี่หน้าตาดีทั้งบ้านจริง ๆ นะ ถ้าไม่บอกว่าเป็นเพื่อน ฉันนึกว่าเป็นญาติทางฝั่งสามีของเธอแล้วล่ะ”
คำพูดนั้นทำให้หลี่เฟยฮวาขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวอะไรกับหวงหมิงลู่ แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ
เมื่อเปิดประตูห้องอาหารเข้าไป กู้ป๋อเหวินที่เห็นหลี่เฟยฮวาเดินเข้ามาก็รีบวิ่งไปหาเธอทันที “หลี่เฟยฮวา!”
หลี่เฟยฮวาอุ้มเด็กชายขึ้นทันที พลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ป๋อเหวิน คิดถึงฉันไหม?”
เด็กชายพยักหน้าหงึกหงัก แต่พอเห็นว่าแขนของหลี่เฟยฮวาเคยเจ็บ เขาก็รีบดิ้นเพื่อจะลงจากอ้อมแขน “หลี่เฟยฮวาเจ็บ! ผมจะลง”
หลี่เฟยฮวาหัวเราะเบา ๆ “ฉันหายดีแล้ว ไม่ต้องห่วง”
ขณะกำลังเล่นกับกู้ป๋อเหวิน เสียงของกู้เจียอีก็ดังขึ้นจากข้างหลัง “สวัสดีครับสหายหลี่”
หลี่เฟยฮวาเงยหน้าขึ้นจากการเล่นกับกู้ป๋อเหวินเมื่อได้ยินเสียงของกู้เจียอี เธอยิ้มและเอ่ยทัก “สวัสดีค่ะ สหายกู้”
กู้เจียอีเดินเข้ามาด้วยท่าทีสบาย ๆ พลางพยักหน้าให้ “สหายหลี่เล่นกับป๋อเหวินเพลินเลยนะครับ”
หลี่เฟยฮวาเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองไม่ได้อยู่กับกู้ป๋อเหวินเพียงลำพัง เธอมองข้ามไหล่กู้เจียอีไปยังคนที่เดินตามมา และก็เห็นกู้หนิงเซียน ในชุดเรียบหรูที่ยังคงความสวยสง่างาม
ถัดจากกู้หนิงเซียนเป็นชายวัยกลางคนที่มีรอยยิ้มอ่อนโยน เขามีท่าทางสุขุมลุ่มลึกเหมือนคนผ่านโลกมามาก แต่สิ่งที่ดึงความสนใจหลี่เฟยฮวาคือใบหน้าที่ดูคล้ายคลึงกับหวงหมิงลู่ในบางมุม