ทะลุมิติมาเป็นหวานใจของนายทหารคลั่งรักในยุค 70 - บทที่ 204 ซู่เฉิงอู่
บทที่ 204 ซู่เฉิงอู่
หลี่เฟยฮวากระพริบตาปริบ ๆ ด้วยความตกใจเล็กน้อย เธอเข้าใจทันทีว่าทำไมจ้าวเหมยเจียวถึงพูดว่าตระกูลกู้ดูเหมือนญาติฝั่งสามีของเธอ
กู้เจียอีเดินเข้ามาแนะนำด้วยน้ำเสียงที่เป็นทางการ “พ่อครับ นี่สหายหลี่เฟยฮวา สหายหลี่ นี่พ่อของผม กู้เฟยหลง”
หลี่เฟยฮวารีบลุกขึ้นยืน พลางยิ้มและเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะ คุณป้าหนิงเซียน สวัสดีค่ะ คุณลุงเฟยหลง”
กู้หนิงเซียนลุกขึ้นมายืนต้อนรับเธอทันที ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างอบอุ่น “สวัสดีจ้ะ หลี่เฟยฮวา ครั้งก่อนที่เจอหนูว่าสวยแล้วนะ แต่วันนี้สวยขึ้นกว่าเดิมอีก ป้านี่อยากได้หนูมาเป็นลูกสะใภ้จริง ๆ”
กู้เจียอีที่รู้ทันคำพูดแม่ตัวเองรีบไอขัดจังหวะทันที “แค่ก ๆ คุณแม่ครับ!”
กู้หนิงเซียนกรอกตาไปมาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ขณะที่กู้เฟยหลงเองก็เดินเข้ามาทักหลี่เฟยฮวาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “สวัสดีหลี่เฟยฮวา ครั้งที่แล้วต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้อยู่ต้อนรับ วันนี้ฉันเลยถือโอกาสมาทำความรู้จักกับคุณด้วยตัวเอง”
หลี่เฟยฮวายิ้มสุภาพ พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ไม่เป็นไรเลยค่ะ คุณกู้เจียอีก็ช่วยเหลือฉันไว้เยอะมาก วันนี้ฉันกับสามีอยากมาเลี้ยงข้าวขอบคุณค่ะ”
คำพูดของเธอทำให้กู้หนิงเซียนตาเป็นประกายทันที “สามีมาด้วยเหรอ? ดีจังเลย! ฉันได้ยินจากลูกชายว่า ป๋อเหวินเองก็ชอบสามีของคุณมากเหมือนกัน”
กู้ป๋อเหวินที่ได้ยินว่าหวงหมิงลู่มาด้วย ดวงตาก็ลุกวาว เด็กชายรีบสะกิดหลี่เฟยฮวาเบา ๆ เพื่อให้วางเขาลง หลี่เฟยฮวาขมวดคิ้วอย่างงุนงง แต่ก็ยอมวางเขาลงอย่างไม่เข้าใจนัก
ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้น กู้ป๋อเหวินก็วิ่งออกจากห้องอาหารไปโดยไม่พูดอะไร
“ป๋อเหวิน! จะไปไหน?” หลี่เฟยฮวาร้องเรียกตามหลังด้วยความสงสัย
แต่กู้ป๋อเหวินไม่ตอบ เด็กชายรีบวิ่งออกจากห้องอาหารไปทันที
“กู้ป๋อเหวิน!” หลี่เฟยฮวารีบวิ่งตามออกไปด้วยความตกใจ ขณะที่กู้เจียอีก็ลุกตามไปทันที
ทั้งสองเพิ่งจะก้าวถึงหน้าประตู ก็เห็นภาพที่ทำให้พวกเขาโล่งใจ หวงหมิงลู่เดินเข้ามาพร้อมกู้ป๋อเหวินที่อยู่ในอ้อมแขน เด็กชายดูพอใจสุด ๆ เมื่อหวงหมิงลู่ย่อตัวลงมาอุ้มเขา
“อย่าวิ่งแบบนี้อีก เดี๋ยวก็ล้มพอดี” หวงหมิงลู่พูดด้วยน้ำเสียงตำหนิอ่อน ๆ แต่แฝงไปด้วยความเอ็นดู
กู้ป๋อเหวินกอดคอเขาแน่น พลางหัวเราะ “ก็แค่อยากมาหาลุงหวง!”
หลี่เฟยฮวายิ้มออกมาพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก
หวงหมิงลู่พยักหน้าให้กู้เจียอีก่อนจะเดินเข้ามาในห้องอาหารพร้อมเด็กชายในอ้อมแขน
เมื่อหวงหมิงลู่ก้าวเข้ามา บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
ไม่นานเสียงตะเกียบตกดังกึกก้องก็ดังขึ้น ทุกคนหันไปมองที่โต๊ะอาหาร กู้หนิงเซียนและกู้เฟยหลงจ้องมองหวงหมิงลู่ด้วยดวงตาเบิกกว้าง
ทันใดนั้น กู้หนิงเซียนก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและวิ่งตรงมาหาหวงหมิงลู่
“เฉิงอู่…” น้ำเสียงสั่นเครือของเธอทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบลงในทันที
หวงหมิงลู่ยืนนิ่ง ไม่ทันตั้งตัวกับการถูกกอดจากคนแปลกหน้าแบบนี้ ใบหน้าของเขาแสดงความงุนงงชัดเจน
กู้หนิงเซียนยกมือขึ้นลูบใบหน้าของเขาอย่างอ่อนโยน น้ำตาไหลพราก ราวกับได้เจอของรักที่หายไปนาน “…เฉิงอู่… ลูกแม่…”
กู้เฟยหลงเดินเข้ามาหาภรรยาที่กำลังลูบใบหน้าหวงหมิงลู่ ดวงตาของเขาแดงก่ำ ขณะที่ก้าวเข้าไปใกล้ หัวใจของเขาเต้นระรัวเหมือนจะหลุดออกมา
“เฉิงอู่…จริง ๆ เหรอ?”
เสียงทุ้มของเขาเต็มไปด้วยความตื้นตันและอารมณ์หลากหลายที่ไม่อาจอธิบายได้
หวงหมิงลู่ยืนนิ่ง ดวงตาสั่นไหวด้วยความตกใจ ไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าเลยสักนิด ชื่อนี้… ‘เฉิงอู่’ คือชื่อที่สลักบนจี้หยกของเขาเอง แต่ทำไมคนสองคนตรงหน้าถึงรู้จักชื่อนี้?
หลี่เฟยฮวาเองก็ยืนนิ่งไปชั่วขณะ ใจเธอเต้นแรงเมื่อได้ยินคำเรียกนี้ นั่นมันชื่อที่จี้หยกของหวงหมิงลู่! หรือว่าคำพูดของคนสองคนนี้จะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับตัวเขา?
เธอประมวลผลเหตุการณ์ทั้งหมดในหัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสูดลมหายใจลึกและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุขุม “พวกเราไปที่โต๊ะอาหารก่อนนะคะ คุยกันที่นั่นดีกว่า”
กู้เฟยหลงและกู้หนิงเซียนที่ยังมีน้ำตาคลอเบ้าพยักหน้าเบา ๆ หวงหมิงลู่เองส่งกู้ป๋อเหวินที่ยังอยู่ในอ้อมแขนไปให้กู้เจียอี ก่อนที่กู้เฟยหลงจะพาภรรยากลับไปนั่งที่โต๊ะ
หลี่เฟยฮวาเดินไปปิดประตูห้องอาหารเพื่อความเป็นส่วนตัว แล้วจูงมือหวงหมิงลู่ไปนั่งข้าง ๆ เธอ มือของเธอกุมมือใหญ่ของเขาไว้แน่น ราวกับจะส่งผ่านความมั่นใจและกำลังใจให้เขา
ในขณะที่ทุกคนนั่งประจำที่ หวงหมิงลู่ยังคงมีสีหน้าสับสน แต่เขาก็รู้สึกถึงความอบอุ่นจากมือของหลี่เฟยฮวาที่จับมือเขาไว้
ป๋อเหวินที่นั่งอยู่บนตักกู้เจียอี พลันปีนลงมาโดยไม่พูดอะไร แล้วเดินตรงไปหาหลี่เฟยฮวา ก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งบนตักของเธอแทน หลี่เฟยฮวายิ้มบาง ๆ ขณะอุ้มเด็กชายขึ้นมานั่งอย่างทะนุถนอม
กู้เจียอีที่เคยรู้สึกอิจฉาเมื่อก่อน ตอนนี้เพียงแค่ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะยิ้มอย่างเอ็นดู ดูเหมือนเขาจะคุ้นเคยกับการถูกลูกชายหักหลังแบบนี้เสียแล้ว
ตลอดเวลา กู้หนิงเซียนและกู้เฟยหลงไม่ละสายตาไปจากหวงหมิงลู่เลย ทำให้เขารู้สึกประหม่าเล็กน้อย แต่ก็พยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้แสดงออกมากนัก
หลี่เฟยฮวาสังเกตเห็นท่าทีของสามี จึงตัดสินใจแนะนำเขาให้ทุกคนรู้จักอย่างเป็นทางการ “นี่หวงหมิงลู่ สามีของฉันค่ะ”
หวงหมิงลู่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ “สวัสดีครับ ผมหวงหมิงลู่ สามีของหลี่เฟยฮวา”
กู้หนิงเซียนและกู้เฟยหลงพยักหน้า แต่ดวงตายังคงจับจ้องใบหน้าของเขาอย่างไม่วางตา ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่างที่หายไปนาน
แม้แต่กู้เจียอีที่นั่งอยู่ก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติในบรรยากาศนี้ เขามองพ่อแม่ของตัวเองด้วยความสงสัย
หลี่เฟยฮวาไม่รอช้า เธอเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณป้าหนิงเซียน หนูได้ยินคุณป้าเรียกชื่อ ‘เฉิงอู่’ เมื่อครู่นี้…คือยังไงเหรอคะ?”
กู้เจียอีพยักหน้าเสริม “นั่นสิครับ ทำไมพ่อกับแม่ถึงทำเหมือนรู้จักสหายหวงหมิงลู่ล่ะครับ?”
กู้หนิงเซียนและกู้เฟยหลงสบตากันสั้น ๆ ราวกับปรึกษากันในใจ ก่อนที่ทั้งคู่จะพยักหน้าเบา ๆ
กู้หนิงเซียนหันกลับมามองหลี่เฟยฮวาและหวงหมิงลู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าผสมความหวัง ก่อนจะเริ่มเล่าเหตุการณ์ในอดีต “เฉิงอู่…เป็นชื่อของลูกชายคนรองของเรา”
กู้เจียอีและหลี่เฟยฮวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“ตอนนั้นเฉิงอู่ของเราอายุเพียงแค่ 2 ขวบ ก็ถูกแก๊งค้ามนุษย์ลักพาตัวไป” กู้หนิงเซียนเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือที่ยกขึ้นปิดปากสั่นระริก
กู้เจียอีที่นั่งฟังอยู่ก็พลันอึ้ง “ผม…ผมมีน้องชายเหรอครับ?”
กู้เฟยหลงพยักหน้าอย่างเชื่องช้า สีหน้าเต็มไปด้วยความเศร้า “ใช่… ตอนนั้นพ่อกับแม่ลำบากมาก เราจำเป็นต้องแยกกันอยู่สักพัก ตอนนั้นลูกอยู่กับพ่อที่ต่างเมือง ส่วนแม่ก็อยู่ในเมืองใหญ่ มีบางครั้งที่พ่อแวะไปเยี่ยมแม่ ไม่นานนักแม่ของลูกก็ตั้งท้อง”
“ในช่วงเวลาที่พ่อไปอยู่กับแม่ ลูกก็ถูกฝากไว้กับย่า” กู้เฟยหลงเล่าต่อ น้ำเสียงหนักแน่น แต่ก็ปิดความเจ็บปวดในใจไม่ได้ “ในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น… เราก็สูญเสียเฉิงอู่ไป…”
กู้เจียอีค่อย ๆ เรียบเรียงความทรงจำในวัยเด็กของตัวเอง นึกย้อนไปถึงตอนที่เขาอายุราว 6-7 ขวบ ช่วงเวลาที่พ่อหายไปจากบ้านนานถึงสองปีเต็ม และเมื่อกลับมาอีกครั้งพร้อมแม่ ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยเข้าใจในตอนนั้น
เขายังจำได้ถึงความรู้สึกแปลก ๆ ในครั้งแรกที่ได้พบกับหวงหมิงลู่ เขาสังเกตว่าหวงหมิงลู่มีใบหน้าที่คล้ายกับคุณปู่สมัยยังหนุ่ม และในบางมุมก็ยังดูละม้ายคล้ายกับพ่อของเขาอย่างน่าประหลาดใจ
“พวกเราตามหาเฉิงอู่ทุกที่ ทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่พบเลย” กู้หนิงเซียนพูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาสั่นระริกด้วยความเศร้า
“เราลองทุกอย่างเท่าที่เราจะทำได้…แต่ก็ไม่เคยมีข่าวของเขาเลยสักครั้ง”
หลี่เฟยฮวาเบิกตากว้าง ดวงตาหันไปมองหวงหมิงลู่ทันที สามีของเธอนั่งนิ่งเหมือนรูปปั้น แววตาสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับไม่แน่ใจว่าควรจะพูดหรือทำอะไร
หลี่เฟยฮวาขมวดคิ้ว ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือไปกุมมือหวงหมิงลู่แน่นเป็นการปลอบโยน