พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 510 รู้สึกผิดหวังมากแค่ไหน?
ตอนที่ 510
รู้สึกผิดหวังมากแค่ไหน?
วันรุ่งขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปซื้ออาหารเช้าชื่อดังในบริเวณใกล้เคียงและตรงไปที่บริษัท
จากนั้นจึงแจกจ่ายอาหารให้กับทุกคน
ในช่วงเวลาแบบนี้ พนักงานทั้งหลายมักจะหวงแหนวินาทีที่ได้นอนหลับ จนมีพนักงานจำนวนไม่มากนักที่กินอาหารเช้ามา
ดังนั้นอาหารเช้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงมาตรงเวลาพอดี และทำให้ทุกคนรู้สึกสบายใจมากขึ้น
พวกเขาดีใจและมีความสุขกันมากที่ได้กินข้าวเช้าอุ่น ๆ แบบนี้
ไม่เพียงแต่วันนี้ วันต่อมาถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยังซื้อของ มาให้พวกเขามากมาย
จนพวกเขาได้กินอาหารเช้าที่แตกต่างกันไปทุกวัน
พนักงานทั้งหลายเพียงรู้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาจากสำนักงานใหญ่ แต่ไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
หากแต่เธอมายังสถานที่แห่งนี้โดยไม่มีนัยยะสำคัญ ตำแหน่งของเธอก็คงจะไม่ได้สูงไปกว่าพวกเขาอย่างแน่นอน
ด้วยตำแหน่งที่ไม่สูงนัก ทำให้เข้าถึงคนเหล่านี้ได้ง่าย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนใจกว้างและจิตใจดี นอกจากนี้เธอยังมาจากสำนักงานใหญ่ จึงทำให้ผู้คนมากมายเข้าไปประจบประแจงเธอ และในไม่ช้าเธอก็เข้าได้กับทุกคน
แม้ว่าพวกเพื่อน ๆ พนักงานจะไม่ได้พูดคุยกันทุกเรื่อง แต่ก็ยังได้ยินเสียงตำหนิของพวกเขาบ้างเป็นครั้งคราว
วันนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากินข้าวกับพวกเขา
จู่ ๆ พนักงานหญิงก็ถอนหายใจเสียงดัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามแบบเป็นกันเองว่า “เป็นอะไร?”
“เดือนนี้ไม่รู้ว่าฝ่ายการเงินเป็นยังไงบ้าง จะเลื่อนเงินเดือนอีกหรือเปล่า ทุกทีจะชอบมาบอกว่าเงินยังไม่ออกจนกว่าจะถึงกลางเดือนหน้า พวกเรายังมีข้าว น้ำมัน เกลือและของอีกเยอะแยะที่ต้องซื้อเข้าบ้าน ไหนจะค่าเทอมของลูกอีก” พนักงานหญิงพูดด้วยสีหน้าโศกเศร้า
เมื่อเปรียบเทียบกับพนักงานทั่วไป เงินเดือนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพวกเขามากที่สุด
ถึงอย่างนั้นมันเป็นเรื่องปกติที่บริษัทขนาดเล็กจะเลื่อนเงินเดือนออกไปเป็นครั้งคราว
อย่างน้อยมันก็มีเกิดขึ้นบ้าง
แต่เมื่อพิจารณาจากน้ำเสียงของพนักงานหญิงแล้ว เห็นได้ชัดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่ครั้งแรก
“สำนักงานใหญ่ของเราก็เคยค้างเงินเดือนอยู่บ้าง แต่จากคำนวณดูแล้วก็แค่บางครั้งเท่านั้น” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยความโล่งใจ
“เกิดอะไรขึ้นกับที่นี่? มันเป็นแบบนี้มาเกือบปีแล้ว คนในแผนกการเงินก็เอาแต่กั๊กไว้ไม่ยอมทำบ้าอะไรเลย คนตั้งเยอะตั้งแยะไม่คิดจะจ่ายเงินเดือนเราเลยเหรอ?” พนักงานหญิงผู้ด้วยความโกรธเคือง
เมื่อพูดถึงฝ่ายการเงิน พวกเขาก็มีเรื่องพูดต่ออีกยาวเหยียด
“ใช่ คุณมาจากสำนักงานใหญ่ คุณคงไม่รู้ว่าต่อให้พวกเราเดินทางไปทำธุรกิจหรือเจรจาโครงการอะไร พวกเราก็ต้องออกเงินกันเอง ไม่เคยได้รับเงินจากฝ่ายการเงินเลย” พนักงานพูดอย่างระมัดระวังเพราะกลัวว่าจะมีคนจากแผนกการเงินอยู่แถวนี้
ไม่มีทาง ถึงแม้ว่าคนในแผนกการเงินจะทำแบบนี้ แต่พวกเขาก็ไม่กล้ารุกล้ำง่าย ๆ ก็ใครใช้ให้พวกเขาฝากเส้นทางการเงินไว้ที่แผนกการเงินล่ะ?
ว่ากันว่าผู้จัดการแผนกการเงินมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้จัดการบริษัท แล้วใครจะกล้าเสี่ยงชีวิตไปยั่วโมโหเธอ?
“ถึงผลประกอบการบริษัทจะย่ำแย่ แต่ก็ไม่น่าเป็นถึงขนาดนี้” ในความเป็นจริงนั้นพวกเขาไม่อยากทำงานที่นี่อีกต่อไป แต่เงินที่ควรได้ของพวกเขายังอยู่ที่นี่ พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกัดฟันและทำงานต่อ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเกิดความสงสัยอยู่ในใจ
เธอพบว่าแม้ประสิทธิภาพของบริษัทจะย่ำแย่มาก แต่ด้วยความช่วยเหลือของสำนักงานใหญ่ พวกเขาจะไม่สามารถค้างเงินค่าจ้างของพนักงานได้อย่างแน่นอน
และทำไมผู้คนที่นี่ถึงมีความคิดมากมายขนาดนี้?
หรือว่าแผนกการเงินจะสร้างบัญชีปลอมขึ้นมาจริง ๆ?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วกระดูกทันทีเมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้
มันคงแย่มากจริง ๆ ถ้าคนในแผนกการเงินรังแกผู้ใต้บังคับบัญชา และเพิกเฉยต่อผู้ที่ด้อยกว่า
ยิ่งไปกว่านั้นยังเกี่ยวข้องกับพนักงานบริษัทจำนวนมากอีกด้วย
เธอไม่เชื่อว่าผู้จัดการบริษัทจะมองไม่เห็น
อาจเป็นเพราะทุกครั้งที่แผนกการเงินทำแบบนี้ ผู้จัดการเงินเดือนก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ในแวดวงธุรกิจและเคยเห็นด้านมืดของแวดวงธุรกิจในหลาย ๆ แห่ง
เธอนึกไม่ถึงว่าบริษัทเล็ก ๆ จะบังอาจขนาดนี้
ทำแบบนี้แล้ว ลูกน้องที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาจะรู้สึกผิดหวังมากแค่ไหน?
แม้ว่าจะไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่เพื่อคืนผลประโยชน์ให้พนักงานคนอื่น ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็จะตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน
เธอมั่นใจอย่างยิ่งว่าปัญหาพวกนี้อยู่ที่ฝ่ายการเงิน
สำนักงานใหญ่มีกุญแจเจาะเข้าไปในระบบของแต่ละสำนักสาขา ซึ่งช่วยให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายขึ้น
เธอสามารถตรวจสอบใบเสร็จรับเงินแต่ละรายการได้อย่างเงียบ ๆ
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา สิ่งที่พนักงานพูดถึงมากที่สุดคือการติเตียนแผนกการเงิน
เกือบทุกคนพูดถึงเรื่องของแผนกการเงินให้เธอฟัง
ตอนนี้เบาะแสบางอย่างของแผนกการเงินค่อย ๆ เปิดออกมาแล้ว เพียงแค่เธอต้องค้นหาคำตอบต่อไป
คอยดูก่อนเถอะ
ตอนนี้แผนกการเงินยังคงเงียบอยู่ และพวกเขาคงจะไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะมาตรวจสอบบัญชี
ก่อนหน้านี้เธอได้พบปะกับผู้จัดการแผนกการเงินด้วย
ผู้จัดการแผนกการเงินมาปรากฏตัวในวันแรกที่เธอมาถึงเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น จากนั้นเธอก็ไม่เคยเจอหน้าผู้จัดการแผนกการเงินอีกเลย คาดการณ์ว่าอีกฝ่ายคงจะทรงอิทธิพลมาก
ดูเหมือนว่าสถานะของแผนกการเงินในสำนักงานสาขาย่อยจะหาที่เปรียบไม่ได้จริง ๆ
นอกจากแผนกการเงินแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพบว่าพนักงานคนอื่นมีความใส่ใจในหน้าที่การงานค่อนข้างสูง
แม้ว่าพวกเขาจะบ่นตามรายทาง แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้
พวกเขาทำหน้าที่ด้วยความเต็มใจและมีความรับผิดชอบสูง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถืออาหารเช้าเข้ามาในบริษัทตามปกติ แต่สิ่งที่แตกต่างไปจากปกติคือวันนี้มีอาหารเช้าวางอยู่บนโต๊ะของเธอด้วย
อาหารเช้าไม่ได้อร่อยเท่าที่เธอซื้อมา แต่ก็มีส่วนประกอบที่ค่อนข้างหลากหลาย
เมื่อผู้ช่วยตัวน้อยเดินเข้ามา อีกฝ่ายก็เหลือบมองเธออย่างคลุมเครือ ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงคาดเดาได้ว่าผู้ช่วยเป็นคนซื้ออาหารเช้ามา
“คุณซื้ออาหารเช้ามาเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจงใจถาม
“มะ ไม่ค่ะ คือ…” ผู้ช่วยตัวน้อยหวาดกลัวจนเผลอพูดตะกุกตะกัก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “งั้นเองเหรอ?”
“คือ คุณรู้ได้ยังไงคะว่าฉันซื้อมา?” ผู้ช่วยตัวน้อยคิดว่าเธอไม่ได้ทำผิดพลาดอะไรและไม่ได้บอกถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“นอกจากคุณ จะมีใครเข้าออกห้องทำงานฉันได้อีก?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดหยอกล้อ
แก้มของผู้ช่วยเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย ก่อนจะก้มศีรษะด้วยความเขินอาย “ฉันเห็นว่าคุณชอบซื้ออาหารเช้ามาให้พวกเราตลอด แต่ไม่เคยกินเองเลย ฉันก็เลยซื้อมาฝากคุณค่ะ”
“คราวหน้าไม่ต้องซื้อมาหรอก ฉันกินก่อนมาแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้ว่าสมองของผู้ช่วยตัวน้อยยังอยู่ดีไหม แต่ถึงอย่างนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่ได้รู้สึกถึงความเมตตาแบบนี้มานานแล้ว
ผู้ช่วยตัวน้อยตกตะลึงไปครู่หนึ่ง และแสดงออกอย่างตระหนักรู้อย่างกะทันหัน ก่อนจะรู้ซึ้งกับความโง่เขลาของตัวเอง
ใช่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวซื้ออาหารเช้ามาให้พวกเขา เธอก็ต้องกินมันมาก่อนอยู่แล้วใช่ไหม?
ทำไมเธอถึงคิดว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังไม่ได้กินข้าวเช้ามา?
ทำไมเธอถึงโง่ขนาดนี้?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูผู้ช่วยที่กำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแล้วกระแอมไอเบา ๆ “แต่ก็ขอบใจนะ วันนี้ฉันไม่ได้กินข้าวมาพอดี”
“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร แค่คุณชอบก็พอแล้วค่ะ” ผู้ช่วยตัวน้อยก้มหน้ามองนิ้วเท้า
เธอไม่รู้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดอย่างไรกับเธอ และไม่เข้าใจพฤติกรรมของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
หลายวันต่อมา ผู้ช่วยก็มากินข้าวกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงได้รู้ว่าสถานการณ์ทางครอบครัวของเธอไม่ได้ดีนัก เธอจึงนำอาหารเสริมมาให้
ผู้คนที่บริสุทธิ์และใจดีขนาดนี้หาได้ยากนัก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงรู้สึกประทับใจในตัวของผู้ช่วยมาก