พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 511 เธอก็คิดว่าฉันผิดเหรอ?
ตอนที่ 511
เธอก็คิดว่าฉันผิดเหรอ?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองไปที่แผนกการเงิน การสืบสวนในครั้งนี้ทำให้เธอค้นพบสิ่งต่าง ๆ มากมาย
เธอค้นพบว่าผู้จัดการแผนกการเงิน รวมถึงทุกคนในแผนกการเงินทั้งหมดนำเงินของบริษัทออกไปใช้เป็นการส่วนตัว ตั้งแต่จ่ายค่ารถแท็กซี่ไปจนถึงร้องเล่นเต้นรำกันในKTV หนำซ้ำเธอยังค้นพบอีกว่าบัญชีกระแสรายวันอีกหลายเล่มไม่ได้ระบุกิจกรรมของแผนกการเงินอย่างครบถ้วน
ใครก็ตามที่มีมันสมองจะสามารถคาดเดาได้
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่คนในแผนกการเงินเดินทางไปทำธุระ พวกเขาจะเข้าพักในโรงแรมระดับห้าดาว ในขณะที่พนักงานอีกหลายคนต้องควักเงินในกระเป๋าตัวเองออกมาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง
สมัยก่อนรายได้ของสำนักงานสาขาย่อยค่อนข้างดี ถึงแม้ว่าจะเอาเงินบางส่วนมาใช้จ่ายส่วนตัว แต่มันก็จะไม่แสดงบนใบเสร็จรับเงิน
เนื่องจากตอนนี้ผลประกอบการของบริษัทกำลังย่ำแย่ ปัญหาต่าง ๆ จึงค่อย ๆ ถูกเปิดเผยออกมา
คนในแผนกการเงินก่ออาชญากรรมครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ทำไมพวกถึงยังยอมสละผลประโยชน์อยู่อีก?
ดังนั้นผู้จัดการแผนกการเงินน่าจะทำกำไรด้วยการบีบบังคับพนักงานคนอื่น ๆ
สำนักงานใหญ่เชื่อใจสาขาย่อยของตนเองมากและชำระเงินทันทีที่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว
นึกไม่ถึงว่าจะมีใครบางคนใช้ความไว้วางใจของบริษัทมาทำเรื่องแบบนี้
ดูจากใบเสร็จรับเงินแล้วมีจำนวนเงินไม่มากเท่าไหร่ แต่หลังจากคำนวณจำนวนเงินรวมกันทั้งหมดแล้วก็พบว่าภายในปีนี้แผนกการเงินขอเบิกจ่ายไปมากกว่าห้าล้านหยวน ซึ่งมีจำนวนสูงกว่าสำนักงานใหญ่หลายเท่าตัว
พวกเขาคิดว่าที่นี่เป็นเพียงสำนักงานสาขาย่อย หากแต่สำนักงานใหญ่ไม่จัดการพวกเขา พวกเขาก็จะกระทำอย่าง ไร้ยางอายต่อไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเศร้าใจมากที่พนักงานในบริษัทจำนวนมากพยายามต่อสู้ดิ้นรนเคียงบ่าเคียงไหล่กัน
บริษัทยังต้องพึ่งพาความอุตสาหะของทุกคน
แต่ทำไมคนในแผนกการเงินถึงไม่เห็นใจกันเลย?
ทำไมถึงทำกันได้ลงคอแบบนี้?
แต่คิดดูแล้วก็ปกติ เพราะบางคนก็เห็นแก่ตัวมากจริง ๆ
ความเป็นมนุษย์และศีลธรรมของคนเราย่อมเปราะบางเมื่อเผชิญหน้ากับผลประโยชน์
เธอหวนนึกถึงแม่บางคนที่เข้ามากระซิบบอกเล่าเรื่องความยากลำบาก และนึกถึงการกระทำของแผนกการเงิน จู่ ๆ เธอก็อยากจะลุกขึ้นไปด่าทอคนพวกนั้นเหลือเกิน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคัดลอกข้อมูลที่ค้นพบและโอนถ่ายข้อมูลไปยังไดร์ฟUSB
แผนกการเงินนึกไม่ถึงว่าสิ่งที่พวกเขาเฝ้าปกปิดมานานจะถูกเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชนภายในไม่ช้า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมานั่งสงบสติอยู่ในห้องทำงาน
เธอกดโทรศัพท์ไปหาลู่ซีจวี๋และเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง
ไม่ว่าอย่างไรลู่ซีจวี๋ก็ยังเป็นผู้บริหารของบริษัทนี้และเขาจำเป็นที่จะต้องรู้เรื่องนี้
สำหรับความโกรธเคืองที่มีต่อเขาเกี่ยวกับเรื่องของ อินอวี่โหรว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้หยุดพักไว้ก่อน
ลู่ซีจวี๋นั่งฟังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เขาให้อำนาจสูงสุดแก่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว และเต็มใจให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจัดการเรื่องนี้
เขาเชื่อว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวสามารถจัดการเรื่องนี้ได้
ก่อนที่จะวางสายลง ลู่ซีจวี๋ลังเลอยู่ครู่หนึ่งและสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ของอินอวี่โหรว
เขารอให้อินอวี่โหรวโทรศัพท์มาหา แต่อินอวี่โหรวกลับไม่โทรศัพท์มาหาเขาเลย
ราวกับเธอลืมไปแล้วว่าเขาเป็นใคร จนมันทำให้เขาสับสนและไม่เข้าใจว่าเขาทำอะไรผิดหรือเปล่า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเยาะเย้ยอย่างไม่สบอารมณ์ “พี่กับ เซเรน่าเดินทางไปทำธุรกิจพลอดรักกันขนาดนั้น ทำไมถึงยังมาสนใจอวี่โหรวอยู่อีกล่ะ?”
“ที่ฉันทำไปฉันมีเหตุผล” ลู่ซีจวี๋อธิบายอย่างช่วยไม่ได้
“ไม่ว่าจะมีเหตุผลอะไรก็ควรบอกอวี่โหรว อีกอย่างไม่ว่าจะเหตุผลอะไรพี่ก็ยังไปอยู่กับเซเรน่าทั้งที่รู้ว่าอวี่โหรวกังวลเรื่องนี้ พี่ทำให้เธอเป็นทุกข์มาก พี่ยังสนใจอวี่โหรวอยู่จริง ๆ เหรอ? รุ่นพี่ ฉันคิดว่าอวี่โหรวเป็นคนดี ฉันก็เลยแนะนำเธอกับพี่ คิดว่าพี่จะดูแลเธออย่างดี แต่ถ้าพี่ทำแบบนี้ หรือถ้าพี่ไม่ชอบอวี่โหรวจริง ๆ พี่ก็ปล่อยเธอไปเถอะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดถ้อยคำเหล่านี้ด้วยความโศกเศร้าอย่างมาก
“เธอก็คิดว่าฉันผิดเหรอ?” ลู่ซีจวี๋เอนตัวลงนอนบนเตียงอย่างอ่อนแรง
โดยปกติแล้วถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะมองความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอินอวี่โหรวในแง่ดีมาตลอด
หากแม้แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแบบนี้ แล้วอินอวี่โหรวจะคิดยังไง?
เขารู้ว่าเขารักอินอวี่โหรว แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร
“รุ่นพี่ พี่จะถูกหรือผิดก็น่าจะรู้ได้จากอวี่โหรวนะ อวี่โหรวเป็นผู้หญิงที่มีเหตุผลและจะไม่สร้างความลำบากให้คนอื่นโดยไม่มีเหตุผล พี่ก็ลองคิดดูเองก็แล้วกัน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดและวางสายลง
เธอไม่ต้องการพูดคุยกับลู่ซีจวี๋อีกต่อไปเพราะกลัวว่าตนเองจะเผลอไปด่าทอลู่ซีจวี๋
หลังจากวางสายแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็วางแผนกลับไปที่โรงแรม
ตอนนี้หลักฐานอยู่ในมือเธอแล้ว และไม่สามารถเก็บไว้ในบริษัทได้นานเกินไป
ใครจะรู้ว่าบริษัทมีข้อมูลของแผนกการเงินหรือไม่?
เธอรู้สึกว่าตอนนี้ทั้งสำนักงานสาขาย่อยอยู่ภายใต้การควบคุมของแผนกการเงิน
คนที่ได้รับผลประโยชน์จากมันจะยอมปล่อยให้มันรั่วไหลออกมาได้อย่างไร?
เมื่อไหร่ที่ข้อมูลนี้ถูกเปิดเผย ผลประโยชน์ของผู้คนจำนวนมากจะหายวับไปกับตา
ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงต้องระมัดระวังตัวมาก
เธอรีบออกมาจากบริษัทอย่างรวดเร็ว
จนผู้ช่วยตัวน้อยถึงกับรู้สึกสับสน “คุณถง มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ? ให้ฉันช่วยมั้ย?”
“ฉันมีเรื่องที่ต้องรีบทำ ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ วันนี้เลิกงานได้เลย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบอกให้มู่อวี้เฉิงมารับเธอแล้ว
“ค่ะคุณถง มีอะไรก็โทรหาฉันได้นะคะ” ผู้ช่วยตัวน้อยบอกลาถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความสับสน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้ามานั่งในรถยนต์และเล่าเรื่องทุกอย่างของแผนกการเงินให้มู่อวี้เฉิงฟัง เธอเก็บงำมันมาหนึ่งวันแล้วและในที่สุดก็มีคนที่สามารถพูดคุยด้วยได้สักที
“กล้าขนาดนั้นเลยเหรอ?” มู่อวี้เฉิงแปลกใจเช่นกัน
อย่างไรก็ตามบริษัทขนาดเล็กย่อมมีการจัดการที่ไม่ดี และเป็นเรื่องปกติที่ผู้คนจะฉวยโอกาสเล็ก ๆ น้อย ๆ
“ใช่มั้ยล่ะ? ฉันต้องเปิดเผยเรื่องอาชญากรรมของคนกลุ่มนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่งั้นพวกพนักงานถูกเอาเปรียบตายเลย แถมมันยังส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของสตีเฟนด้วย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกโกรธเคือง
เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่โตสำหรับทุกคน แผนกการเงินกล้าทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร?
“อืม รีบจัดการมันซะจะได้รีบกลับไปสักที เสี่ยวเป่าโทรมาตามหลายครั้งแล้ว” มู่อวี้เฉิงผ่านประสบการณ์มามาก ดังนั้นเขาจึงประหลาดใจเพียงแป๊บเดียวและกลับมาสู่ภาวะปกติอีกครั้ง
เมื่อพูดถึงเสี่ยวเป่า ทัศนคติของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อ่อนโยนลงอีกครั้ง “งั้นต้องรีบกลับไปแล้วล่ะ”
หลังจากกลับมาถึงโรงแรม ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปิดโน๊ตบุ๊คทำแผนภูมิเปรียบเทียบข้อมูลของแผนกการเงินและข้อมูลของพนักงานทั่วไป
ยิ่งทำให้เห็นชัดว่าแผนกการเงินน่าขยะแขยงขนาดไหน
เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้มาจากบัญชีกระแสรายวัน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงต้องรอให้ถึงเที่ยงคืนก่อนจึงจะสามารถเขียนข้อมูลจนครบถ้วนได้
มู่อวี้เฉิงรู้สึกเป็นทุกข์มากเมื่อเห็นว่าเธอต้องอดหลับอดนอนจนดวงตาแดงก่ำ “ไปพักก่อนเถอะ ไม่ต้องรีบหรอก”
“ไม่ได้ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายคน ถ้าไม่รีบทำให้เสร็จฉันจะไม่สบายใจ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหนื่อยมากแต่ยังคงอดทนต่อ
“ถ้างั้นก็ไปนอนพักก่อน ถึงเวลาแล้วเดี๋ยวผมเรียก” มู่อวี้เฉิงลูบไล้แก้มนุ่ม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหนื่อยมาก หาวฟอด ๆ และปีนขึ้นไปบนเตียง “อย่าลืมเรียกฉันนะ”
มู่อวี้เฉิงพยักหน้า และถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
มู่อวี้เฉิงเข้ามารับช่วงต่อข้อมูลที่ยังทำไม่เสร็จ และสร้างแผนภูมิเปรียบเทียบข้อมูลตามเทมเพลตก่อนหน้าของเธอ
มู่อวี้เฉิงเคยทำทุกอย่างมาก่อนและเป็นยอดอัจฉริยะทางธุรกิจ การทำใบเสร็จรับเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา
จนกระทั่งรุ่งสาง หน้าจอโน๊ตบุ๊คที่สว่างไสวก็ดับลง