พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 512 ทำให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต
ตอนที่ 512
ทำให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต
กว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะตื่นขึ้นมาก็เช้าแล้ว และเธอยังคงนึกถึงข้อมูลเหล่านี้อยู่
เธอจำได้ว่าเมื่อคืนนี้เธอเพิ่งทำข้อมูลเสร็จไปเพียงครึ่งเดียว เธอจึงหันขวับไปมองมู่อวี้เฉิงและบ่นว่า “ทำไมคุณไม่ปลุกฉัน?”
มู่อวี้เฉิงชี้นิ้วไปทางโน๊ตบุ๊คแล้วพูดว่า “เปิดดูสิ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปิดดูโน๊ตบุ๊คด้วยความงุนงง แต่กลับพบว่าแผนภูมิข้อมูลถูกจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
และมันดูดีกว่าที่เธอทำเมื่อคืนนี้อีก
มู่อวี้เฉิงเน้นข้อมูลที่แตกต่างกันด้วยสีสันสะดุดตา ทำให้ดูชัดเจนมากยิ่งขึ้น
จากนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หันไปมองใต้ตาคล้ำของ มู่อวี้เฉิงด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ “เมื่อคืนนี้คุณนั่งทำนานเลยใช่มั้ย? ทำไมไม่ปลุกฉันล่ะ”
“ไม่นานหรอก ผมแค่ทุกข์ใจแทนภรรยาน่ะ ไปเร็วเข้า รีบไปให้ความยุติธรรมกับพนักงานเถอะ” มู่อวี้เฉิงยุ่งมาตลอดทั้งคืนและง่วงนอนมาก
“งั้นก็พักผ่อนเยอะ ๆ นะ ฉันไปก่อน” คิดว่ามีพนักงานกี่คนที่กำลังรอคอยเธออยู่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้กำลังใจตัวเอง จัดระเบียบให้ดีและเดินออกไป
จนกระทั่งมาถึงบริษัท ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็จัดการประชุมฉุกเฉิน
พนักงานทุกคนในสำนักงานสาขาย่อยจะต้องเข้าร่วมการประชุมนี้
เมื่อถึงเวลา เหล่าพนักงานก็ทยอยเข้ามาทีละคน รวมถึงผู้จัดการสำนักงานสาขาด้วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมักจะสวมเสื้อผ้าลำลอง แต่ตอนนี้เธออยู่ในชุดสูททางการที่ดูชาญฉลาด ใบหน้าถูกแต่งแต้มจนงดงาม ทำให้ออร่าที่แข็งแกร่งพุ่งออกมาจากร่างกายของเธอ
ทุกคนมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยแววตาสงสัย
ในหมู่พวกเขา บางคนเคยพูดคุยกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ว และไม่เข้าใจว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องการทำอะไร
เมื่อเห็นว่าทุกคนมาถึงแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พูดขึ้นว่า “ทุกคนคงจะสงสัยในตัวตนของฉันมากและอยากรู้ว่าสำนักงานใหญ่ส่งฉันมาทำอะไร ก่อนอื่นฉันขอแนะนำตัวเองก่อน ฉันชื่อ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นผู้จัดการของสตีเฟนกรุ๊ป สำนักงานใหญ่ส่งฉันมาที่นี่เพราะพบข้อบกพร่องทางการเงินในสาขาของพวกคุณ”
ทันทีที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดประโยคนั้นออกมา ทุกคนก็ตกอยู่ในความโกลาหล พวกเขาเคยได้ยินชื่อของถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาบ้างแล้วและถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้สร้างปาฏิหาริย์ในสตีเฟนกรุ๊ปมาครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาจึงไม่คาดคิดว่าบุคคลสำคัญขนาดนี้จะมาเยือนบริษัทของพวกเขา
โดยเฉพาะคนที่เคยพูดจาหยอกล้อต่อหน้า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกับตกใจมาก
ทุกคนคิดว่าแผนกการเงินเลื่อนจ่ายเงินเดือนเพราะว่าบริษัทมีรายได้เข้ามาไม่เพียงพอ แต่ข้อบกพร่องทางการเงินที่หมายถึงนั้นคืออะไร
พนักงานคนอื่นไม่เข้าใจ แต่พนักงานในแผนกการเงินกับผู้จัดการกลับกระสับกระส่าย
ผู้จัดการแผนกการเงินกับผู้จัดการบริษัทต่างหันไปมองหน้ากัน
ใครจะคิดว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเดินทางมาตรวจสอบการเงินของพวกเขาจริง ๆ พวกเขาไม่ได้เฝ้าระวังเลย ไม่ระวังเนื้อระวังตัว แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อาจจะหามันไม่เจอเช่นกัน
“ในฐานะผู้จัดการของสตีเฟนกรุ๊ป ฉันขอไล่ผู้จัดการสาขาย่อยและทุกคนในแผนกการเงินออก” คำพูดของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหมือนกับระเบิดลง
ทุกคนมองดูเธอด้วยสายตาตกตะลึง
ในแผนกการเงินมีคนนับโหล และพวกเขาจะถูกไล่ออกหมดเลยเหรอ? ผู้จัดการก็ถูกไล่ออกด้วยใช่มั้ย? การปฏิบัติการนี้มันคืออะไรกันแน่?
ทว่าสถานะของถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั้นสูงส่งมากจนพนักงานไม่กล้าพูดถามอะไร
คนแรกที่ลุกขึ้นยืนคือผู้จัดการแผนกการเงิน สีหน้าของเธอดูแข็งทื่อเล็กน้อย “คุณถง คุณจะไล่ฉันออกคุณก็ควรให้เหตุผลฉันด้วยมั้ยคะ? แผนกการเงินของเราอยู่กันอย่างสงบสุขมาโดยตลอด และไม่ได้ทำอันตรายต่อใครมานานหลายปีแล้ว”
“ไม่ได้ทำเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองผู้จัดการแผนกการเงินอย่างเย็นชา
เห็นได้ชัดว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวอายุน้อยกว่าผู้จัดการแผนกการเงิน
แต่หลังจากที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองมาทางเธอ เธอกลับไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย
ออร่าในการบีบบังคับผู้คนให้อยู่ภายใต้นั้นมีล้นหลามเหลือเกิน
สมควรแล้วที่เป็นผู้จัดการของสตีเฟนกรุ๊ป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนำข้อมูลที่เธอสร้างขึ้นมาคืนนี้มาจัดแสดงบนหน้าจอขนาดใหญ่
“ทุกคนดู นี่คือการเดินทางไปทำธุรกิจของแผนกการเงิน บางคนพักในโรงแรมห้าดาวตลอดทั้งทริป และยังได้รับเงินคืนเต็มจำนวน แต่ทำไมบางคนถึงต้องควักเงินตัวเองมาจ่าย คุณพอจะอธิบายในส่วนนี้ได้มั้ยคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูผู้จัดการแผนกการเงิน
ผู้จัดการแผนกการเงินนึกไม่ถึงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะรู้เรื่องทุกอย่างเร็วขนาดนี้ เธอยืนอยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าซีดเซียวและเริ่มทำอะไรไม่ถูก
ท้ายที่สุดเธอเป็นเพียงผู้จัดการแผนกการเงินในบริษัทเล็ก ๆ ไม่เคยเห็นโลกภายนอกมาก่อน
อาชญากรรมที่ถูกเปิดเผยจึงทำให้เธอตื่นตระหนก
“และผู้จัดการ คุณไม่รู้ว่าแผนกการเงินทำเรื่องแบบนี้ใช่มั้ยคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองไปที่ผู้จัดการสาขา
“ผม ผมไม่รู้ครับคุณถง ผมจะรู้ได้ยังไง?” ผู้จัดการสาขามีไหวพริบมากกว่าผู้จัดการแผนกการเงินมาก และเขาก็ต้องการตัดความสัมพันธ์ทันที
ผู้จัดการแผนกการเงินไม่ยอม ทุกคนร่วมกันทำและทุกคนก็ได้รับผลประโยชน์เหมือนกัน ทำไมเธอถึงต้องมาแบกรับข้อกล่าวหานี้คนเดียว?
“ไม่รู้เหรอ? ฮึ่ม แล้วตอนซื้อบ้าน คุณบอกใครให้ถอนเงินจากบริษัทมาจ่ายค่าบ้านให้คุณเต็มราคา? ผู้จัดการ คุณเป็นคนชอบซ้ำเติมคนอื่นแบบนี้เหรอ?”
“เหลวไหล!” ผู้จัดการปฏิเสธที่จะยอมรับ
ทั้งสองต่อล้อต่อเถียงกันจนขุดความเน่าเฟะของกันและกันออกมาจนหมด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูพวกเขาด้วยสายตาเย็นชาและพูดเสียงทุ้มว่า “น่าจะมีอีกหลายคนที่ไม่เข้าใจความหมายพวกนี้ พูดง่าย ๆ คือแผนกการเงินไม่สนใจจะจ่ายเงินเดือนให้พวกคุณ และเอาเงินที่ได้รับจากสำนักงานใหญ่ไปใช้ส่วนตัว เช่น ซื้อบ้านซื้อรถยนต์”
ยิ่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกโกรธมากเท่านั้น ไม่แปลกใจเลยที่บริษัทสาขาย่อยนี้ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้
พนักงานหลายคนเริ่มเข้าใจรายละเอียด พวกเขาคิดว่าแผนกการเงินมีปัญหาจริง ๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วอีกฝ่ายกลับแอบ ฉกฉวยผลประโยชน์จากพวกเขา
ทุกคนจ้องมองแผนกการเงินราวกับว่าเป็นศัตรู
แต่ก่อนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะพูดอะไร คนในแผนกการเงินก็เริ่มต่อสู้กันเอง หลักฐานได้ข้อสรุปแล้วและไม่มีอะไรต้องอธิบาย
จากนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็โทรศัพท์หาตำรวจ ผู้จัดการแผนกการเงินกับผู้จัดการบริษัทจึงถูกตำรวจพาตัวออกไปในข้อหายักยอกเงินของสาธารณะ
สำหรับคนอื่น ๆ ในแผนกการเงิน เนื่องจากเงินที่เกี่ยวข้องมีจำนวนไม่มากนัก พวกเขาจึงถูกไล่ออกและถูกสั่งให้หาเงินมาชดใช้หนี้ที่หายไป หากพวกเขาไม่ทำตามคำสั่ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็จะใช้กฎหมายมาเล่นงานพวกเขาทันที
หลายคนในแผนกการเงินมาร้องขอความเมตตา โดยคิดว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามทำเงินจำนวนเล็กน้อยนี้ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับเพิกเฉย
เพราะคนคิดกันแบบนี้ สถานการณ์ถึงได้กลายมาเป็นเหมือนในวันนี้
คนในแผนกการเงินได้รับส่วนแบ่งไปจำนวนหนึ่งแล้ว แต่สุดท้ายแล้วเงินพวกนั้นตกไปอยู่ในมือของคนที่ทำงานจริง ๆ มากน้อยแค่ไหน?
ระบบภายในของบริษัทเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
มันเป็นรายละเอียดที่กำหนดความสำเร็จและความล้มเหลวขององค์กร เหตุใดถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงจะต้องการคนพวกนี้ด้วย?
เราทุกคนโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ในเมื่อทำผิดพลาดก็ต้องน้อมรับต่อความผิดพลาดที่เราทำ
แค่ไล่พวกเขาออกไปและกำหนดให้พวกเขาคืนเงินในส่วนที่ไม่ได้เป็นของพวกเขาให้แก่บริษัท ไม่แจ้งความจับเข้าคุก แค่นี้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว
ไม่เพียงเท่านี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังติดต่อหาสำนักงานใหญ่ให้ส่งคนที่มีความรับผิดชอบมาบริหารที่นี่ในทันที
ทุกคนที่ทำงานอยู่ในสำนักงานใหญ่ได้รับการตรวจสอบจากลู่ซีจวี๋กับถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นอีก
ยิ่งไปกว่านั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังรับฟังปัญหาของพวกเขาด้วย
พนักงานทุกคนที่เคยเดินทางไปเจรจาธุรกิจหรือเดินทางไปร่วมโครงการด้วยความใช้จ่ายของตนเองจะได้รับค่าตอบแทนตามที่กำหนด และพวกเขายังจะได้รับเงินเดือนพิเศษเพิ่มอีกเดือน เงินทั้งหมดนี้ล้วนมาจากคลังของสำนักงานใหญ่
วิธีการที่หนักแน่นและเด็ดเดี่ยวของถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำให้พนักงานทั้งสาขาลุกขึ้นมาปรบมือให้เธอ