พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 519 เธอยังมีชีวิตอยู่ไหม
ตอนที่ 519
เธอยังมีชีวิตอยู่ไหม
หลังจากคุยโทรศัพท์กับอินอวี่โหรวแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กระสับกระส่ายและนอนไม่หลับ
มู่อวี้เฉิงกอดเอวเธอ “ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล”
“จะไม่กังวลได้ไง ที่ที่รุ่นพี่เดินทางไปทำงานอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ และอวี่โหรวก็น่าจะไปถึงแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเวลาและพบว่าเวลาผ่านไปสองชั่วโมงกว่าแล้วนับตั้งแต่ อินอวี่โหรวโทรศัพท์มาหาเธอ
“ถ้าเป็นห่วงก็โทรหาเธอสิ” นึกไม่ถึงว่าอินอวี่โหรวจะกล้าหาญถึงขนาดนั่งรถออกไปหาลู่ซีจวี๋กลางดึกดื่น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออก แต่กลับพบว่าเธอไม่สามารถติดต่อหาอินอวี่โหรวได้
ปลายสายขึ้นเสียงฝากข้อความอยู่หลายครั้ง
เธอจึงกดโทรศัพท์หาลู่ซีจวี๋ แต่ผลลัพธ์กลับเป็นเหมือนกัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจว่าลู่ซีจวี๋อาจจะหลับอยู่จึงไม่รับสายเธอ แต่เธอกำชับให้อินอวี่โหรวโทรศัพท์กลับมาหาด้วย ซึ่งอินอวี่โหรวก็ไม่น่าจะหายไปโดยไม่มีเหตุผล
นอกจากนี้เธอคิดว่าหลังจากลู่ซีจวี๋ทำเรื่องแบบนั้นแล้ว อินอวี่โหรวที่ไปถึงที่นั่นก็น่าจะเจอเข้ากับพายุนองเลือดและไม่น่าจะสงบสุขขนาดนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เธอมองไปที่มู่อวี้เฉิงเพื่อขอความช่วยเหลือ
มู่อวี้เฉิงถอนหายใจเบา ๆ “คุณยังไม่บอกผมเลยว่าทำไมจู่ ๆ อินอวี่โหรวถึงออกไปหาลู่ซีจวี๋”
ตอนนี้เขาถามถงเหมี่ยวเหมี่ยว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปฏิเสธที่จะบอก
เขาคิดว่าอินอวี่โหรวทนไม่ได้ที่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับลู่ซีจวี๋เริ่มตึงเครียดขึ้น แต่เมื่อมองดูท่าทางของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเขากลับไม่รู้ว่ามันจะเป็นเช่นนั้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชะงักและเล่าเรื่องทุกอย่างให้มู่อวี้เฉิงฟัง
ทุกอย่างเกิดขึ้นจากรูปถ่ายของเซเรน่า
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมคุณไม่บอกผม? และคุณควรห้ามอินอวี่โหรว”
เมื่อไหร่ก็ตามที่คนเรารู้สึกโกรธเคือง พวกเรามักจะทำสิ่งที่ไร้เหตุผล
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าอินอวี่โหรวไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่น่าอับอายเช่นนี้
ดังนั้นเธอจึงไม่ได้บอกมู่อวี้เฉิง
“ฉันก็อยากห้าม แต่พอฉันอ้าปาก อวี่โหรวก็นั่งรถไปได้ครึ่งทางแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปาก
“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับอวี่โหรวจะทำยังไงดี?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเริ่มทำอะไรไม่ถูก
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมหาคำตอบเอง” มู่อวี้เฉิงพูดและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก
หลังจากพูดคุยเพียงแค่ไม่กี่วินาที มู่อวี้เฉิงก็วางสายลง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดทนรออย่างใจจดใจจ่อ เธอมองดู มู่อวี้เฉิงที่เดินเข้ามาใกล้และรีบเข้าไปถามเขา “เป็นไงบ้าง?”
“ผมติดต่อเพื่อนที่สถานีตำรวจไปแล้ว เดี๋ยวเขาจะเปิดกล้องวงจรปิดถนนเส้นที่อินอวี่โหรวเดินออกทางไปให้ดู แต่เรื่องนี้ต้องเก็บไว้เป็นความลับและเราจะต้องไปดูด้วยตัวเอง” เดิมที มู่อวี้เฉิงไม่อยากจะเดินทางออกไป ต้องการให้เพื่อนส่งไฟล์กล้องวงจรปิดมาให้ดู
แต่เกรงว่ามันจะไม่ได้
อีกอย่างเพื่อไม่ให้เพื่อนของเขาต้องลำบากใจ มู่อวี้เฉิงจึงเดินทางไปดูด้วยตัวเอง
“ฉันไปด้วย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถนั่งนิ่งอยู่ที่บ้านได้
ทั้งสองคนจึงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและเดินทางไปที่สถานีตำรวจ
ตอนนี้ดึกมากแล้วแต่สถานีตำรวจยังคงเปิดไฟสว่างไสว และมีผู้คนสลับผลัดเปลี่ยนกันมาเข้าเวร
เมื่อพวกเขามาถึงก็มีใครบางคนออกมาต้อนรับพวกเขา
คนคนนั้นเป็นผู้ชายมาดแมนที่ตัดทรงผมสกินเฮด
“โย่ว คุณมู่ หอบมาถึงนี้อยากเจอหน้าเพื่อนเก่าหรือไง? ไม่ได้เจอกันมาเกือบปีแน่ะ” พวกเขาอาศัยอยู่ในเมืองเป่ยเหมือนกัน แต่ด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่างทำให้พวกเขาไม่ได้เจอกันมานานแล้ว
“สารวัตรเฉินเลื่อนขั้นไปเรื่อยเลยนะ ยังจำเพื่อนคนนี้ได้อยู่เหรอ?” มู่อวี้เฉิงเป็นคนปากคอเราะร้ายจึงพูดหยอกล้อกลับอย่างเป็นกันเอง
“นี่น้องสะใภ้เหรอ? ผมยังจำตอนคุณหมั้นกับอวี้เฉิงได้อยู่เลย ย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้วหรือไง? เห็นอวี้เฉิงเป็นแบบนี้ นึกว่าสองคนจะไปกันไม่รอดซะแล้ว” สารวัตรเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา หากมีเรื่องอะไรก็จะพูดออกมาตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม
“จริงเหรอคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มเหยเก
เรื่องราวในอดีตกลายมาเป็นข้อห้ามของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิง มันเจ็บปวดมากจึงไม่มีใครพูดถึงมันอีก
“ก็ใช่น่ะสิ ผมบอกคุณแล้วไงว่าอวี้เฉิงน่ะ…” สมควรตายไปตามลำพัง
แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ มู่อวี้เฉิงก็พูดขัดจังหวะ “เฉินจิ่นเต๋อ แกสมองไหลหรือไง? อะไรไม่ควรพูดก็ไม่ต้องพูด!”
เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการพาเธอกลับมาและถวายเครื่องสักการะเธอเยี่ยงบรรพบุรุษเพียงเพราะกลัวว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะยังคงยึดติดกับเรื่องในอดีต
หารู้ไม่ว่าเฉินจิ่นเต๋อจะปากสว่างพูดถึงเรื่องเก่า ๆ อย่างหน้าตาเฉย
“ฉันก็พูดไปเรื่อยเปื่อย น้องสะใถ้ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ไม่ต้องสนใจหรอก” เมื่อเห็นว่ามู่อวี้เฉิงโกรธมาก เฉินจิ่นเต๋อก็เริ่มรู้ตัวและพูดขอโทษขอโพยถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ไม่เป็นไรค่ะ รีบไปดูกล้องวงจรปิดได้มั้ยคะ? ฉันเป็นห่วงเพื่อน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวห่วงแต่อินอวี่โหรว
“ได้ครับ น้องสะใภ้ตามผมมา” เฉินจิ่นเต๋อพามู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปยังห้องรักษาความปลอดภัย
เฉินจิ่นเต๋อเปิดวิดีโอจากกล้องวงจรปิดและนั่งดูด้วยกัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกับมือที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
มู่อวี้เฉิงตบไหล่ของเธอเบา ๆ
ขณะมองดูกล้องวงจรปิด ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่มักจะไปหาอินอวี่โหรวที่บ้านจึงรู้ว่าเธออยู่ในรถยนต์คันไหน
หลังจากนั้นไม่นาน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เห็นรถยนต์ของอินอวี่โหรวปรากฏแก่สายตาเธอ
เป็นอย่างที่เธอคาดเดาจริง ๆ อินอวี่โหรวนั่งอยู่ในรถยนต์คันที่มักจะนำออกมาใช้บ่อย ๆ
ในตอนแรกรถยนต์ยังคงขับแล่นไปบนถนนอย่างราบรื่น
แต่เมื่อเข้าสู่ถนนเส้นที่รถยนต์วิ่งผ่านเบาบาง รถยนต์ลุยป่าคันสีดำก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังรถยนต์ของพวกเขา
รถยนต์ลุยป่าขับไล่ตามหลังพวกเขาไปอย่างสบาย ๆ
ต่อมาคนขับรถของอินอวี่โหรวสังเกตเห็นและพยายามจะสลัดออก แต่กลับไม่สามารถทำได้
หากเป็นคนไม่เข้าใจอะไรจะคิดว่ารถยนต์สองคันนี้เพียงแค่ปาดกันไปมา
แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างที่พวกเขาจินตนาการเอาไว้
รถยนต์ลุยป่าไม่ได้ขับปาดหน้า และพยายามชนเข้ากับรถยนต์ของอินอวี่โหรวอย่างแรง
แต่ก่อนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะพูดอะไร เฉินจิ่นเต๋อก็สบถขึ้นมาก่อน “มีคนใจกล้าทำตัวอุบาทว์ในพื้นที่ของฉัน มันจะเกินไปแล้ว!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำมือแน่น เพียงแค่มองดูเธอก็รู้สึกหวาดผวามากแล้ว
อินอวี่โหรวอยู่ในรถยนต์คันนั้นและกำลังตั้งครรภ์อยู่
อินอวี่โหรวเป็นคนดี สดใสร่าเริง ใครกันที่ทำเรื่องใจร้ายแบบนี้กับเธอ?
รถยนต์ลุยป่าด้านหลังน่าจะวางแผนมานาน ไม่อย่างนั้นคงไม่มาปรากฏตัวตอนที่อินอวี่โหรวเดินทางออกมา
ใครกันที่รู้ความเคลื่อนไหวของอินอวี่โหรว?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้วแน่น
รถยนต์ลุยป่ายังคงพุ่งเข้ามาชนต่อไป
รถยนต์คันข้างหลังแล่นมาอย่างมั่นคงและสงบสุข แต่รถยนต์คันข้างหน้ากำลังวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่งเพื่อเอาชีวิตรอด
ใครกล้าทำเรื่องอุกอาจขนาดนี้?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามมองหาเลขทะเบียน แต่กลับพบว่ารถยนต์ลุยป่าไม่มีป้ายทะเบียน
เห็นได้ชัดว่าคนที่ไล่ตามอินอวี่โหรวเป็นมีอาชีพและไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้เลย
ด้านหลังรถยนต์ของอินอวี่โหรวถูกกระแทกจนมีรูปร่างบิดเบี้ยว
หลังจากรถยนต์ลุยป่าชนเข้าอีกครั้ง รถยนต์ของพวกเขาก็หายไปจากการมองเห็น
หากถูกรถยนต์ลุยป่าชนเข้าแบบนี้ อินอวี่โหรวจะยังมีชีวิตอยู่ไหม?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมั่นใจอย่างยิ่งว่ามีเรื่องเกิดขึ้นกับ อินอวี่โหรว
เธอรีบสั่งการให้เฉินจิ่นเต๋อระดมพลตำรวจ และให้ เฉินจิ่นเต๋อส่งคนเข้าไปสืบสวนในทันที