พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 520 ช่วยลูกของฉันด้วย
ตอนที่ 520
ช่วยลูกของฉันด้วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงขับรถตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยังจุดเกิดอุบัติเหตุของอินอวี่โหรว
จากนั้นพวกเขาก็ค้นพบจุดที่อยู่ไม่ไกลจากกล้องวงจรปิด รั้วถนนข้างหน้าไปจนถึงทางเลี้ยวแตกหักจนบิดเบี้ยว
ไกลออกไปหน่อยจะเห็นร่องรอยของต้นไม้บนทางลาดที่ถูกกดทับ
รถยนต์ลุยป่าคันสีดำหายไปแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะต้องมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับอินอวี่โหรวที่นี่
หัวใจของเธอเย็นเฉียบลงทันที
เธอมองดูหน้าผาที่สูงชัน ถ้าคนกับรถยนต์หล่นลงไป จริง ๆ ยังจะมีสิทธิ์รอดชีวิตอยู่ไหม?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกหายใจไม่ออก แม้แต่ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท
มู่อวี้เฉิงตกใจเมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะล้มลง เขารีบดึงเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอย่างหวาดกลัว
“ออกมาอยู่ห่าง ๆ ก่อน ตอนนี้ยังไม่มีข่าวเกี่ยวกับ อินอวี่โหรว ถ้าเกิดคุณเป็นอะไรไปอีกคนจะทำยังไง?” มู่อวี้เฉิงมองดูใบหน้าซีดเซียวของเธอและทนไม่ได้ที่จะพูดบ่นเธอ
จากนั้นเขาก็ดึงเธอไปอีกด้านหนึ่ง
“อวี้เฉิงรู้มั้ย? เมื่อชั่วโมงที่แล้วอวี่โหรวยังคุยกับฉันอยู่เลย ฉันไม่ถึงจริง ๆ ว่าอุบัติเหตุแบบนี้จะเกิดขึ้นกับอวี่โหรว” ดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปลี่ยนเป็นสีแดงขณะร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในลำแขนของมู่อวี้เฉิง
“คิดในแง่ดีไว้ก่อน คนที่ทำเรื่องนี้อาจจะไม่ได้หมายหัวอินอวี่โหรวก็ได้ อาจจะเป็นคนอื่น พวกตำรวจกำลังตามหากันอยู่” มู่อวี้เฉิงปลอบใจเธอ
หลังจากเกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงเช่นนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่อินอวี่โหรวจะไม่ได้รับผลกระทบอะไร
เธออยากจะคิดในแง่ดี แต่เธอกลับไม่สามารถคิดแบบนั้นได้จริง ๆ
โอกาสที่อินอวี่โหรวจะรอดชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้มีน้อยมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินลงไปสำรวจหน้าผาและดำเนินการคนหาคนที่รอดชีวิต
หวังว่าผลลัพธ์ของเรื่องนี้จะไม่เลวร้ายนัก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันไปมองรอบ ๆ แต่มู่อวี้เฉิงกลับดึงเธอกลับมา
นั่นหน้าผา ไม่ใช่สนามเด็กเล่น
เขารู้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นห่วงเพื่อน แต่เขาจะไม่มีวันปล่อยให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกไปเสี่ยงเด็ดขาด
“อวี้เฉิง ทำไมเราไม่ลงไปตามหาบ้างล่ะ ฉันนั่งรออยู่บนนี้เฉย ๆ ไม่ได้จริง ๆ” อินอวี่โหรวกำลังดูแลทั้งสองชีวิตอยู่
“ไม่ได้” มู่อวี้เฉิงปฏิเสธโดยไม่แม้แต่จะคิด
เมื่อตระหนักได้ว่าน้ำเสียงของเขาค่อนข้างกระโชก โฮกฮาก เขาก็ลดระดับน้ำเสียงลงและพูดว่า “แค่พวกตำรวจก็หลายคนแล้ว เดี๋ยวพวกเขาก็มาบอกเราเอง เรานั่งรอเงียบ ๆ อยู่ตรงนี้ดีกว่ามั้ย?”
“ฉัน ฉันอยากออกไปช่วยตามหาอวี่โหรว ฉันไม่อยากนั่งรอความตาย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูมู่อวี้เฉิงด้วยสายตา อ้อนวอน
มู่อวี้เฉิงเป็นห่วงเธอมาก แต่ในขณะที่ต้องเสี่ยงชีวิต เธอกลับไม่เคยสนใจตัวเองเลย
“แล้วคุณเคยนึกถึงความรู้สึกของผมบ้างมั้ย? เรายังหาตัวฆาตกรที่ทำร้ายอินอวี่โหรวไม่เจอเลย เกิดมันซุ่มรออยู่แล้วทำร้ายคุณขึ้นมาจะทำยังไง? ฮะ? ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณขึ้นมาผมจะทำยังไง!” มู่อวี้เฉิงจ้องมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยอารมณ์ขาดผึง
ขณะเดียวกัน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตระหนักได้ว่ามู่อวี้เฉิงห่วงใยเธอมากแค่ไหน
กลับกลายเป็นว่าเขาก็หวาดกลัวเหมือนกันสินะ
“อวี้เฉิง…” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสับสน
มู่อวี้เฉิงโกรธมากที่เธอทำอะไรไม่รู้จักห่วงตัวเอง
เฉินจิ่นเต๋อใช้วิทยุสื่อสารสั่งการลูกน้องจากทางด้านบน จนกระทั่งลูกน้องลงไปถึงพื้นด้านล่างหน้าผาแล้ว เขาก็เหลือบไปเห็นว่ามู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังทะเลาะกันอยู่
เขาจึงวางวิทยุสื่อสารลงและเดินเข้ามาหา
“อวี้เฉิง ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้ เรามากันหลายคนแบบนี้ป่านนี้ฆาตกรเผ่นแน่บไปแล้ว ฉันจะดูแลน้องสะใภ้ให้เอง ถ้าเธออยากไปก็ปล่อยให้เธอไปเถอะ ไม่ต้องทะเลาะกันหรอก” เฉินจิ่นเต๋อพูดเกลี้ยกล่อมเขาด้วยท่าทางจริงจัง
“แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอล่ะ? แกจะรับผิดชอบมั้ย?” มู่อวี้เฉิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เฉินจิ่นเต๋อถึงกับพูดไม่ออก
แน่นอนว่าเขาไม่สามารถรับผิดชอบเรื่องนี้ได้
“อวี้เฉิง อย่าเป็นแบบนี้สิ” เฉินจิ่นเต๋อแค่หวังดี และ มู่อวี้เฉิงก็ไม่ควรอารมณ์เสียใส่เขา
“เป็นแบบไหน? ก่อนหน้านี้คุณก็เอาแต่กังวลกับ อินอวี่โหรว ไม่เคยสนใจตัวเองเลย แล้วคุณจะยังให้ผมพูดอะไรอีก?” นับตั้งแต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่กับมู่อวี้เฉิงมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโกรธถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาก
“อวี้โหรวเป็นเพื่อนฉัน ตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ในอันตราย ฉันจะนั่งเฉย ๆ ได้ยังไง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามพูดอธิบายอย่างใจเย็น
“ไม่ใช่ว่าผมอยากให้คุณอยู่เฉย ๆ แต่ตอนนี้มีคนช่วยค้นหาเยอะแล้ว คุณจะลงไปทำอะไรอีก? ต้องให้ร่างกายมีรอยฟกช้ำก่อนใช่มั้ยถึงจะพอใจ?” มู่อวี้เฉิงทำหน้าบึ้งและน้ำเสียงของเขาก็เย็นชามาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปากและตัวแข็งอยู่กับที่
มู่อวี้เฉิงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่เขาไม่อยากให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเสี่ยงชีวิตลงไปช่วยคนอื่นจริง ๆ
“ฉันอยากไป” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอย่างดื้อรั้น
มู่อวี้เฉิงสบถอย่างเย็นชา “อยากไปก็ไป”
ภายในใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขามีความสำคัญน้อยกว่าเพื่อนของเธอมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันกลับมามองมู่อวี้เฉิงด้วยแววตาลึกซึ้ง จากนั้นก็หยิบอุปกรณ์ที่เฉินจิ่นเต๋อมอบให้และเดินไปข้างหน้า
มู่อวี้เฉิงมองดูแผ่นหลังของถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความรู้สึกกังวล เขาพยายามหันหน้าหนีโดยตัดสินใจว่าจะไม่หันไปมองอีก
เฉินจิ่นเต๋อที่ยืนอยู่ด้านข้างตบไหล่มู่อวี้เฉิงเบา ๆ “ทำแบบนั้นได้ไง? ผู้หญิงน่ะเป็นพวกใจอ่อน แกเอาเหตุผลมาตัดสินพวกเธอไม่ได้หรอก”
“แกว่าฉันคิดแบบนั้นเหรอ?” มู่อวี้เฉิงรู้สึกหงุดหงิด
“งั้นแกจะพูดแบบนั้นเหรอ?” เฉินจิ่นเต๋อไม่เข้าใจ
มู่อวี้เฉิงไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
และเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
“แกก็ลงไปดูแลเธอด้วย” มู่อวี้เฉิงพูดด้วยท่าทางเคร่งขรึม
“จุ๊ ๆ” เฉินจิ่นเต๋อเดาะลิ้นสองครั้งก่อนที่มู่อวี้เฉิงจะผลักไสไล่ส่งเขาออกไป เฉินจิ่นเต๋อจึงยอมจำนนและพูดว่า “ก็ได้ ฉันจะลงไปปกป้องน้องสะใภ้ให้”
กว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะลงไปถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เจออินอวี่โหรวแล้ว
เธอมองดูรถยนต์ที่กลิ้งตกลงมาจากหน้าผาก
รถยนต์ถูกกระแทกจนไม่เป็นรูปเป็นร่าง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าเธอหวาดกลัวกับการเผชิญหน้าเล็กน้อย
เธอเดินก้าวเข้าไปหารถยนต์ด้วยเท้าอันหนักอึ้ง
พวกตำรวจต้องใช้เครื่องมือมางัดบานประตูรถยนต์
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นอินอวี่โหรวนอนจมกองเลือดอยู่ด้านหลังรถยนต์
“อวี้โหรว อวี้โหรว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยากจะเข้าไปพยุงอินอวี่โหรวแต่มือของเธอสั่นเทามาก กลัวว่าถ้าเข้าใกล้จะเผลอไปทำร้ายอินอวี่โหรว
“น้องสะใภ้ เดี๋ยวให้หมอตรวจก่อน ไม่ต้องกังวลครับ” พวกเฉินจิ่นเต๋อพาทีมแพทย์เข้ามาทันทีเมื่อเห็นคนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นพวกเขาก็วางคนบาดเจ็บลงบนเปล
หน้าอกของอินอวี่โหรวยังคงกระเพื่อมขึ้นลงเบา ๆ แต่เมื่อถึงคราวของคนขับรถ คุณหมอที่ตรวจลมหายใจกลับหันมาส่ายหน้าให้เฉินจิ่นเต๋อ
เฉินจิ่นเต๋อสูดลมหายใจเข้าลึกและโบกมือให้ทีมแพทย์
ทีมแพทย์ปิดหน้าคนขับรถด้วยผ้าขาว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงรู้ว่าคนขับรถไม่ได้หายใจอีกต่อไป
สีหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูเศร้าหมองลงมาก “อวี่โหรว…”
“แค่ก ๆ ๆ เหมี่ยวเหมี่ยว?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นตระหนกทันทีที่ได้ยินเสียงของอินอวี่โหรว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มตัวลงและเห็นว่าอินอวี่โหรวลืมตาขึ้นมา เธอจึงก้มลงไปกับมือของอินอวี่โหรว “อวี่โหรว ฉันอยู่นี่”
“ช่วย ช่วยลูกฉันด้วย เหมี่ยวเหมี่ยว ได้โปรดล่ะ” อินอวี่โหรวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“ฉันจะช่วยเธอเอง ไม่ต้องกังวล” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสูดจมูกขณะที่น้ำตาไหลลงมา
หลังจากพูดจบ อินอวี่โหรวก็เป็นลมสลบไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบติดตามเฉินจิ่นเต๋อนำตัวอินอวี่โหรวไปส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว