พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 521 ไม่ควรต้องรู้สึกคับข้องใจแบบนี้
ตอนที่ 521
ไม่ควรต้องรู้สึกคับข้องใจแบบนี้
หลังจากทีมแพทย์ทำการรักษาอยู่หลายชั่วโมง ในที่สุดอินอวี่โหรวก็รอดพ้นจากขีดอันตราย
แรงกระแทกจากการที่รถยนต์พุ่งตกไปข้างล่างไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะรับไหว อินอวี่โหรวได้รับรอยถลอกบนร่างกายมากมายและแน่นอนว่าทีมแพทย์ไม่สามารถช่วยชีวิตลูกของเธอเอาไว้ได้
ถึงอย่างนั้นก็ยังโชคดีที่สามารถช่วยชีวิตเธอไว้ได้
คนขับรถได้รับการช่วยเหลือออกมาจากซากรถยนต์ทั้งที่ไม่หายใจแล้ว และเขาคงจะเสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างน่าสังเวช
ผู้เฒ่าอินเดินทางเข้ามาเป็นคนแรกหลังจากรู้ข่าว
อินอวี่โหรวพ้นขีดอันตรายแล้วแต่สภาพร่างกายของเธอยังไม่ค่อยดีนัก ลูกในท้องของเธอจากไปแล้วและเธอยังคงต้องพักฟื้นอยู่ในห้องไอซียู
ผู้เฒ่าอินมองดูอินอวี่โหรวที่นอนพันแผลทั่วร่างกายอยู่บนเตียงพยาบาลผ่านบานกระจกหน้าห้อง
แม้แต่หลานชายที่เขาเคยตั้งตารอ…
จู่ ๆ ผู้เฒ่าอินก็น้ำตาไหล
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูด้วยความรู้สึกทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นเธอก็เข้าไปพยุงผู้เฒ่าอิน “คุณปู่อิน อย่าเสียใจไปเลยค่ะ อวี่โหรวไม่เป็นอะไรแล้ว แต่ลูก…”
สิ่งที่โหดร้ายและเจ็บปวดมากที่สุดในโลกคือการปล่อยให้ผู้เป็นแม่มองดูลูกของตัวเองจากไป
พวกเขาเฝ้าดูเด็กในท้องของอินอวี่โหรวเติบโตขึ้นทีละน้อย
ใครจะคิดว่าจู่ ๆ เด็กคนนี้จะจากไป
“อวี่โหรวไม่เป็นไรแล้วก็ดี ไม่เป็นไรแล้วก็ไม่เป็นไร” ผู้เฒ่าอินตกอยู่ในอาการเหม่อลอย
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมหลานสาวที่เขาหวงแหนถึงได้ตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้
เธอควรจะมีชีวิตโดยที่ไม่ต้องกังวลอะไร ไม่ควรต้องรู้สึกคับข้องใจแบบนี้
ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการแต่งงานกับลู่ซีจวี๋
เขาเสียใจมากจริง ๆ เขาควรจะหนักแน่นมากกว่านี้ เขาควรจะสั่งให้อินอวี่โหรวทำแท้งและส่งเธอไปอยู่ต่างประเทศเสีย
แม้ว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้อินอวี่โหรวไม่มีความสุข และอาจจะไม่พอใจในตัวเขา
แต่อย่างน้อยเรื่องต่าง ๆ ก็คงจะไม่มาถึงจุดนี้
ท้ายที่สุดแล้วผู้เฒ่าอินเป็นคนที่มากประสบการณ์จึงสามารถสงบสติลงได้อย่างรวดเร็ว
เขามองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพูดว่า “หนูถง หนูสนิทกับอวี่โหรวมาก หนูรู้มั้ยว่าทำไมอวี่โหรวถึงออกไปข้างนอกกลางดึกดื่น?”
หลานสาวของเขามักจะประพฤติตนดี เป็นคนมีเหตุผล และมีน้ำใจมาตลอด หากไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ เธอก็คงจะไม่ออกไปข้างนอกกลางดึกดื่นแบบนี้
“ฉัน…” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลังเลและไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร
เธอรู้ดีว่าถ้าเกิดเป็นอินอวี่โหรวก็คงจะไม่อยากให้ผู้เฒ่าอินรู้ว่าทำไมเธอถึงออกไปหาลู่ซีจวี๋กลางดึกดื่น
ผู้เฒ่าอินถอนหายใจเบา ๆ “หนูถง หนูควรรู้ว่าถ้าฉันตรวจสอบเรื่องนี้ฉันก็สามารถรู้ความจริงได้แล้ว ให้ฉันเดาสิว่าคนเดียวที่จะทำให้อวี่โหรวใจร้อนแบบนี้ได้ก็คือลู่ซีจวี๋ เธอไปหาลู่ซีจวี๋ใช่มั้ย? แล้วยังไงต่อ? เธออยู่นี่แล้ว ทำไมลู่ซีจวี๋ไม่โผล่หัวออกมาสักที? ภรรยากับลูกไม่อยู่แล้ว ลู่ซีจวี๋มัวทำอะไรอยู่?”
เดิมทีผู้เฒ่าอินค่อนข้างพึงพอใจกับลู่ซีจวี๋
แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มันทำให้อดไม่ได้ที่จะพูดตำหนิลู่ซีจวี๋
นอกจากนี้คนเป็นคนแก่เฒ่ายังถ่อมาถึงที่นี่ อุบัติเหตุของอินอวี่โหรวเกิดขึ้นใกล้กับสถานที่ที่ลู่ซีจวี๋อยู่แท้ ๆ แต่ทำไมลู่ซีจวี๋ยังไม่โผล่มาอีก?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่กล้าพูดถึงลู่ซีจวี๋กับเซเรน่า
เธอรู้สึกว่ามันจะต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิด
รอให้ลู่ซีจวี๋มาถึงที่นี่ก่อนแล้วค่อยให้เขาอธิบายจะดีกว่า
ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงตัดสินใจไม่พูดถึงเหตุการณ์นี้
ยิ่งไปกว่านั้นเห็นได้ชัดว่าผู้เฒ่าอินโกรธมาก และการบอกความจริงกับเขาจะเป็นการไปเพิ่มเชื้อเพลิงให้เขาเปล่า ๆ
“หนูถง ถ้าไม่อยากพูดฉันก็จะไม่ทำให้หนูลำบากใจ ขอบคุณที่ไปช่วยทันเวลานะ ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าจะช่วยชีวิตอวี่โหรวเอาไว้ได้หรือเปล่า” สีหน้าของผู้เฒ่าอินเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
“มันคือสิ่งที่หนูควรทำค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ต้องการบอกผู้เฒ่าอินเกี่ยวกับเรื่องนี้ หากต้องบอกจริง ๆ เธออยากให้อินอวี่โหรวบอกเขาเองมากกว่า
“แม่บ้าน” ผู้เฒ่าอินส่งเสียงเรียก
แม่บ้านรีบก้าวเข้าไปข้างหน้า และผู้เฒ่าอินก็สั่งการเสียงทุ้มว่า “โทรหาไอเด็กเวรตระกูลลู่นั่น โทรจนกว่ามันจะรับสาย!”
“ค่ะ” แม่บ้านเฝ้าดูอินอวี่โหรวเติบโตขึ้นมาและรู้สึกเสียใจกับอินอวี่โหรวเป็นอย่างยิ่ง เธอโกรธมากจนไม่อยากยกโทษให้ ลู่ซีจวี๋เมื่อเห็นว่าเขาไม่อยู่ที่นี่
ลู่ซีจวี๋เพิ่งตื่นมาจากฝันร้าย เขาฝันว่าอินอวี่โหรวกำลังอุ้มลูกขณะโบกมือลาเขา ลู่ซีจวี๋อยากจะวิ่งไล่ตามแต่พวกเธอกลับอยู่ห่างไกลออกไปมาก จนกระทั่งสุดท้ายอินอวี่โหรวกับลูกจ้างหายไป เหลือทิ้งเขาเอาไว้เพียงลำพัง
ความเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออกนี้ชัดเจนมาก
จนเขาตระหนักได้ว่าเขาไม่ต้องการให้อินอวี่โหรวทิ้งเขาไป
ลู่ซีจวี๋หรี่ตาลงและคิดว่าอินอวี่โหรวไม่ยอมโทรศัพท์หาเขาจนถึงตอนนี้ หรือว่าเธอจะยอมแพ้แล้วจริง ๆ?
ลู่ซีจวี๋จำได้ว่าเมื่อคืนนี้เขาตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ แต่เมื่อเขามองดูแสงอาทิตย์ด้านนอกก็พบว่าตอนนี้แสงแดดได้เหือดหายไปแล้ว และไม่ได้ยินเสียงจากรอบข้างเลย
เขาควานมือหาโทรศัพท์รอบ ๆ เตียง จนในที่สุดลู่ซีจวี๋ก็พบว่าโทรศัพท์ตกไปอยู่ในรอยแยกของเตียง
ทันทีที่กดดูโทรศัพท์ ลู่ซีจวี๋ก็ต้องตกใจกับจำนวนสายเรียกเข้าที่เขาไม่ได้รับ
สายเรียกเข้ามาจากอินอวี่โหรว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและของผู้เฒ่าอิน
จากนั้นลู่ซีจวี๋ก็ตระหนักได้ว่าเขาเผลอปิดเสียงโทรศัพท์ ทำให้เขาไม่ได้รับสายเหล่านี้เลย
ลู่ซีจวี๋กดดูหมายเลขโทรศัพท์ของอินอวี่โหรวเป็นอันดับแรก แต่ในขณะที่เขากำลังจะกดโทรออก สายหนึ่งก็แทรกเข้ามา
ผู้เฒ่าอินโทรศัพท์มาเหรอ?
ลู่ซีจวี่กดรับสายทันที “คุณปู่”
“คุณลู่ คุณหนูประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตอนนี้พักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลกลางเมืองเป่ย รบกวนช่วยมาดูหน่อยค่ะ” น้ำเสียงของแม่บ้านฟังดูห่างเหินมาก และคำว่าคุณลู่ก็ดูแตกต่างไปจากตอนที่ลู่ซีจวี๋อยู่กับอินอวี่โหรวอย่างชัดเจน
ลู่ซีจวี๋ตกใจมากและตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก “ทำไมอวี่โหรวถึงประสบอุบัติเหตุ? เธอเป็นยังไงบ้าง?”
แม่บ้านไม่ตอบและกดตัดสายในทันที
ลู่ซีจวี๋แต่งตัวและรีบออกจากโรงแรมไปโดยไม่จัดกระเป๋าเดินทางด้วยซ้ำ
เซเรน่ากำลังเข้ามาชวนลู่ซีจวี๋ไปกินข้าวเช้า แต่เซเรน่ากลับเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของลู่ซีจวี๋อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“พี่ซีจวี๋ จะไปไหน?” เซเรน่าเดินเข้ามาขว้างหน้า
“หลีกไป” น้ำเสียงของลู่ซีจวี๋ไม่ได้ผันผวนมากนัก แต่ เซเรน่ากลับรู้สึกหวาดกลัวกับสายตาเย็นชาของเขา เธอจึงเดินก้าวถอยหลังออกไปโดยไม่รู้ตัว
ลู่ซีจวี๋เดินตรงไปที่โรงจอดรถและขับรถกลับไปที่เมืองเป่ย
โดยปกติการเดินทางจะใช้เวลาสองชั่วโมง แต่ตอนนี้มันกลับถูกย่นเวลาเหลือแค่หนึ่งชั่วโมง
ทันทีที่จอดรถยนต์ ลู่ซีจวี๋ก็เดินลงมาจากรถยนต์และตรงเข้าไปในโรงพยาบาล
สุดท้ายเขาก็ค้นพบว่าผู้เฒ่าอินไม่ได้บอกเขาว่า อินอวี่โหรวเข้าพักที่ตึกไหน เขาจึงต้องค้นหาด้วยตัวเองทีละห้อง และในที่สุดเขาก็เป็นผู้เฒ่าอินกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ที่ชั้นบนสุด
ลู่ซีจวี๋รีบวิ่งเข้าไปหาจนหอบจัด “อวี่โหรวเป็นยังไงบ้าง?”
“แกยังสนใจอวี่โหรวอยู่เหรอ? แกรู้มั้ยว่าอวี่โหรวประสบอุบัติเหตุที่ไหน? ที่เมืองF แล้วแกรู้มั้ยว่าทำไมอวี่โหรวถึงไปอยู่ที่นั่น?” ผู้เฒ่าอินหันไปมองลู่ซีจวี๋ด้วยสีหน้าเย็นชา
เมืองFเป็นสถานที่ที่ลู่ซีจวี๋เดินทางไปทำธุรกิจ เมื่อนึกถึงสายเรียกเข้าที่เขาไม่ได้รับตอนฟ้าสาง ลู่ซีจวี๋ก็ตระหนักได้ว่าอินอวี่โหรวประสบอุบัติเหตุตอนที่กำลังเดินทางมาหาเขา
ลู่ซีจวี๋รู้สึกผิดอย่างมากและเสียใจที่ไม่ได้รับสายจากอินอวี่โหรว
ผู้เฒ่าอินมองดูท่าทางตื่นตระหนกของเขาแล้วหัวเราะเยาะ มาเสียใจตอนนี้ ก่อนหน้ามัวทำอะไรอยู่?
ผู้เฒ่าอินเดินเข้าไปหาลู่ซีจวี๋ และยกมือขึ้นตบหน้า ลู่ซีจวี๋อย่างแรงโดยไม่ปล่อยโอกาสให้เขาได้ตอบโต้ “หลานสาวที่ฉันยกให้แกดูแลตกอยู่ในสภาพนี้ได้ยังไง? ฮะ?”
ผู้เฒ่าอินออกแรงหนักจนใบหน้าของลู่ซีจวี๋แดงเถือก
ใบหน้าที่ถูกตบจนหันไปอีกทิศทางไม่พูดอะไร จนบรรยากาศรอบข้างเงียบสงัด