พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 536 เธอคงทนไม่ไหวมานานแล้ว
ตอนที่ 536
เธอคงทนไม่ไหวมานานแล้ว
“ผมไม่เห็นด้วย” ลู่ซีจวี๋ลุกขึ้นยืนและจ้องมองอินอวี่โหรวด้วยดวงตาแดงก่ำ
เขาเพิ่งตระหนักถึงความรู้สึกที่มีต่ออินอวี่โหรว ดังนั้นเขาจึงอยากจะขอโทษอินอวี่โหรวอย่างอ่อนโยน
ความขัดแย้งระหว่างเขากับอินอวี่โหรวเกิดขึ้นเพราะ เซเรน่า ตอนนี้เขารับรู้ความจริงแล้วและเซเรน่าก็ได้รับโทษที่สมควรจะได้รับแล้ว ความขัดแย้งระหว่างพวกเขาก็ควรจะคลี่คลายลงด้วย
แต่ทำไมอินอวี่โหรวถึงยังจะหย่ากับเขาล่ะ?
สิ่งที่ลู่ซีจวี๋ไม่คาดคิดคือต่อให้ตอนนี้ไม่มีเซเรน่าแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับอินอวี่โหรวและความเสียหายที่เขาทำลงไปกับอินอวี่โหรวนั้นไม่อาจลบล้างได้
คุณปู่ลู่กับพ่อแม่ลู่นึกไม่ถึงว่าอินอวี่โหรวจะร้องขอเช่นนี้ ทำให้พวกเขาทำอะไรไม่ถูกไปพักหนึ่ง
อย่างไรก็ตามลู่ซีจวี๋ทำผิดมามาก จึงเป็นเรื่องปกติที่อินอวี่โหรวจะขอหย่า
พ่อแม่ลู่มองหน้ากัน จากนั้นแม่ลู่ก็เดินเข้าไปหา อินอวี่โหรวด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว “อวี่โหรว ทำไมไม่ให้โอกาสซีจวี๋อีกสักครั้งล่ะ? ซีจวี๋ก็แค่สับสน เดี๋ยวหลังจากนี้แม่จะช่วยเขาดูแลหนูให้ดีเอง”
คราวนี้อินอวี่โหรวไม่แม้แต่จะคิดและส่ายหัวอย่างหนักแน่น “หนูจะหย่าค่ะ”
คำพูดของอินอวี่โหรวเปรียบเสมือนคมกริชที่ทิ่มแทงลงไปในหัวใจของลู่ซีจวี๋และแผ่ขยายไปทั่วแขนขาของเขา ทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไปด้วยความเจ็บปวด
อินอวี่โหรวเกลียดเขามากขนาดนี้เลยเหรอ? ไม่อยากอยู่กับเขาแม้แต่วินาทีเดียวเลยใช่ไหม?
“ไม่หย่าได้มั้ย? อวี่โหรว” สีหน้าของลู่วีจวี๋โศกเศร้ามากจนคนที่มองดูอยู่ทนไม่ไหว
พ่อแม่อินไม่ได้พูดอะไร
พวกเขารู้สึกอินอวี่โหรวตัดสินใจถูกต้องแล้ว
แค่คนคนเดียว ลู่ซีจวี๋ยังไม่สามารถดูแลอินอวี่โหรวให้ดี หนำซ้ำยังทำให้อินอวี่โหรวต้องทุกข์ทรมาน หากพวกเขายังอยู่ด้วยกันต่อไปก็ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก
หย่ากันก็ได้ หลังจากนี้อินอวี่โหรวอาจจะได้เจอคนที่ดีกว่า และต่อให้เธอต้องอยู่คนเดียวก็คงจะไม่ทุกข์ทรมานเท่านี้
อินอวี่โหรวมองดูท่าทางของลู่ซีจวี๋โดยไม่ได้รู้สึกเศร้าใจแม้แต่น้อย “เรื่องระหว่างเราไม่ต้องสานต่อแล้วล่ะ อย่าฝืนเลย พอเราหย่ากันแล้ว คุณกับฉันก็จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”
“ผมไม่หย่า!” ลู่ซีจวี๋ร้องคำราม
อินอวี่โหรวต้องการยุติความสัมพันธ์กับเขา แต่เขาไม่เห็นด้วย
“ทำไมคุณถึงไม่เชื่อว่าผมรักคุณล่ะ? ผมต้องควักหัวใจออกมาแสดงให้คุณดูเลยมั้ย?” ลู่ซีจวี๋พูดเช่นนี้ท่ามกลางกลุ่มคนมากมาย แต่อินอวี่โหรวก็ยังไม่ต้องการเขา เขาจึงไม่สนใจกลุ่มคนอีกต่อไป
“ลู่ซีจวี๋ มาพูดแบบนี้ไม่คิดว่ามันน่าตลกไปหน่อยเหรอ? ถ้าคุณแสดงออกมาว่าคุณรักฉันจริง ๆ เรื่องของเราจะมาจบลงแบบนี้มั้ย?” ดวงตาของอินอวี่โหรวเริ่มเปลี่ยนไปเป็นสีแดง
หากพูดว่าเธอไม่รักลู่ซีจวี๋ คำพูดนั้นคงจะย้อนแย้งเกินไป
เธอแค่บีบบังคับให้ตัวเองตัดสินใจทำแบบนี้
การจากไปของลูกทำให้เธอมีสติมากขึ้น และการรักกับ ลู่ซีจวี๋ก็มีราคาจ่ายที่แสนแพงเกินไป
เธออยากจะกลับเข้ามาเลียแผลในกระดองเงียบ ๆ มากกว่าพยายามต่อสู้กับมอดในเปลวไฟ
เมื่อย้อนนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ลู่ซีจวี๋ก็ตระหนักได้ว่าเขาสารเลวมากแค่ไหน
เขาจึงลดเสียงลงเล็กน้อย “คุณกลับบ้านกับผมก่อนแล้วเราค่อยมาคุยกัน ผมรู้ว่าผมทำผิดกับคุณไว้มาก แต่คุณให้โอกาสผมอีกครั้งได้มั้ย?”
เขาทำผิดพลาดไปแต่เขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะฉะนั้นอย่าทุบตีเขาจนตายเลยนะ
อินอวี่โหรวเบือนหน้าหนี ไม่มองไปทางเขาอีก
“อวี่โหรว ฟังที่ปู่พูดหน่อยนะ ตอนนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย ทุกคนยังใจร้อนกันอยู่ รอให้เรื่องสงบลงก่อนแล้วค่อยคิดให้รอบคอบอีกครั้งได้มั้ย? ถึงตอนนั้นถ้าหนูยังอยากจะหย่า ปู่ก็จะไม่ว่าอะไรหนูเลย” คุณปู่ลู่ทนมองหลายชายตัวใหญ่ยักษ์ร้องขอความช่วยเหลือด้วยดวงตาแดงก่ำไม่ไหว เขาจึงอดไม่ได้ที่จะพูดช่วยลู่ซีจวี๋
แม้ว่าเขาจะรู้ว่าลู่ซีจวี๋โง่เขลา
แต่จะทำยังไงได้ ใครใช้ให้ไอเด็กเวรนี้เป็นหลานชายของเขาล่ะ?
อินอวี่โหรวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย “ค่ะคุณปู่”
สุดท้ายแล้วผลลัพธ์จะเหมือนเดิม เธอกับลู่ซีจวี๋จะหย่ากัน
“เอาล่ะ คุยกันเสร็จแล้ว เจอหน้าค่าตากันแล้วก็ออกไปได้แล้วมั้ย? อย่ามายืนขวางหูขวางตาอยู่” ผู้เฒ่าอินออกปากไล่แขกทั้งหลายอย่างไม่คำนึงถึงความสุภาพ
ทว่าทุกคนในตระกูลลู่ไม่กล้าพูดอะไร
แม่ลู่ลุกขึ้นยืนและบอกว่า “คุณลุงอิน ไม่ว่ายังไงอวี่โหรวก็ยังเป็นลูกสะใภ้ของพวกเรา ให้ฉันได้ดูแลเธอเถอะนะคะ”
แม่ลู่พยายามอย่างหนักเพื่อให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนได้มีโอกาสอีกครั้ง
“ไม่จำเป็น ตระกูลอินดูแลกันเองได้ เกิดปล่อยให้ตระกูลลู่ดูแลอีกก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?” ผู้เฒ่าอินพูดหน้านิ่ง ไร้อารมณ์ใด ๆ
ใบหน้าของแม่ลู่เปลี่ยนเป็นสีซีดเผือด นึกไม่ถึงว่าผู้เฒ่าอินจะไม่หันมามองหน้าเธอด้วยซ้ำ
คุณปู่ลู่จึงออกมาคลี่คลายเรื่องดังกล่าว “งั้นฉันกลับก่อนนะ เดี๋ยวอีกสองวันจะมาเยี่ยมอวี่โหรวใหม่”
ผู้เฒ่าอินโกรธจัดมากจนไม่พูดตอบรับอะไรทั้งสิ้น
คุณปู่ลู่อยากจะรอจนกว่าความโกรธของผู้เฒ่าอินจะบรรเทาลงก่อนแล้วค่อยกลับเข้ามาอีกครั้ง
ลู่ซีจวี๋ไม่เต็มใจจะกลับไปจึงมองย้อนไปที่อินอวี่โหรวอีกครั้ง แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่นจึงต้องจำใจกลับไปพร้อมกับพวกคุณปู่ลู่
“อวี่โหรว คิดดีแล้วใช่มั้ย?” แม่อินคอยสังเกตสีหน้าของอินอวี่โหรวอย่างระมัดระวัง
ในฐานะคนเป็นแม่ เธอสามารถบอกได้ว่าอินอวี่โหรวยังคงชอบลู่ซีจวี๋อยู่
“แม่คะ หนูคิดดีแล้วค่ะ” อินอวี่โหรวพยักหน้า
“ได้ ไม่ว่าลูกจะทำอะไร พ่อกับแม่ก็จะคอยสนับสนุนลูก” แม่อินถอนหายใจ
เธอนึกย้อนไปถึงตอนที่อินอวี่โหรวเข้ามาพูดคุยเรื่องงานแต่งอย่างมีความสุขเมื่อไม่นานมานี้ แต่ตอนนี้เรื่องต่าง ๆ กลับมาลงเอยเช่นนี้เสียได้
จากนั้นผู้เฒ่าอินก็บอกว่าจะออกไปเดินเล่นสูดอากาศและขอให้พ่อแม่อินออกไปด้วย
แม่อินอยากจะอยู่ดูแลอินอวี่โหรวในห้อง แต่พ่ออินกลับลากเธอออกไป
ตอนนี้จึงเหลือเพียงถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับอินอวี่โหรวอยู่ในห้องผู้ป่วยกันสองคน
ผู้เฒ่าอินกลัวว่าเธอจะรู้สึกไม่สบายใจจึงให้พ่อแม่อินตามเขาออกมาด้วย
ภายในห้องผู้ป่วยตกอยู่ในความเงียบสงบอีกครั้ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูอินอวี่โหรวด้วยอารมณ์สับสน “อวี่โหรว จะหย่ากับรุ่นพี่จริง ๆ เหรอ?”
เธอมองดูอินอวี่โหรวกับลู่วีจวี๋มาตลอดจนกระทั่งถึงวันนี้
ในตอนนั้นอินอวี่โหรวมีความรักที่บริสุทธิ์ต่อลู่ซีจวี๋
แต่ตอนนี้…
“ตอนนี้ฉันไม่มีแรงที่จะรักต่อไปแล้วล่ะ เหมี่ยวเหมี่ยว ฉันเหนื่อยมากจริง ๆ” อินอวี่โหรวปิดหน้า น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
“ฉันเข้าใจเธอนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เคยได้รับภาพถ่ายคลุมเครือของมู่อวี้เฉิงจนเข้าใจผิดเหมือนกัน เธอจึงอุ้มท้องพาเสี่ยวเป่าจากเมืองเป่ยไปอย่างใจร้าย
คนที่รักคุณสุดขั้วหัวใจจะยืนหยัดต่อสิ่งนั้นได้อย่างไร?
เธอยอมรับได้ที่มันเป็นเพียงความเข้าใจผิด แต่ในทางกลับกันอินอวี่โหรวต้องยืนมองลู่ซีจวี๋เอาอกเอาใจเซเรน่าต่อหน้า หนำซ้ำอินอวี่โหรวยังถูกกล่าวหาเพราะเซเรน่าอยู่บ่อยครั้ง
หากเป็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอง เธอคงทนไม่ไหวมานานแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นอินอวี่โหรวยืนกรานมานานมากจริง ๆ
อินอวี่โหรวพยายามมานาน แต่สุดท้ายก็ได้รับผลตอบแทนเช่นนี้ ช่างน่าเสียดายจริง ๆ
“เราไม่น่าเจอกันเลย ตอนนี้ฉันไม่กล้ารักใครอีกแล้วล่ะ” อินอวี่โหรวพูดเบา ๆ
มันเหมือนกับความฝัน และเมื่อตื่นจากความฝัน ทุกอย่างก็เป็นแค่ภาพลวงตา
เหมือนกับดอกไม้งามในตู้กระจก ถึงแม้ว่าจะได้สัมผัสแค่กระจกแต่ก็ไม่รู้สึกเสียใจเลย