พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 554 เชื่อใจเธอสุดหัวใจ
ตอนที่ 554
เชื่อใจเธอสุดหัวใจ
อินอวี่โหรวมาส่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวในวันที่มู่อวี้เฉิงกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังเดินทางไปต่างประเทศ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ยืนอยู่ในสนามบินมองดูร่างของ อินอวี่โหรวอยู่ไกล ๆ แล้วรู้สึกเป็นทุกข์อย่างไม่มีเหตุผล
เธอคว้ากระเป๋าเดินทางและรีบสาวท้าวเดินเข้าไปใกล้
“อวี่โหรว ฉันก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องมาส่ง? พักผ่อนอยู่บ้านน่ะดีแล้ว” หลายวันก่อนเธอได้ยินมาว่า อินอวี่โหรวมีไข้และสุขภาพไม่ค่อยดี
แม้แต่เครื่องสำอางบนใบหน้าก็ไม่สามารถปกปิดใบหน้าที่ซีดเซียวของเธอได้
อินอวี่โหรวมาหาเธอทั้งที่ป่วยออด ๆ แอด ๆ แบบนี้ ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วอินอวี่โหรวกำลังรู้สึกยังไงในใจ
“นั่งรถมาแป๊บเดียวเอง ไม่เป็นไรหรอก” อินอวี่โหรวพูดแล้วกระแอมไออยู่หลายครั้ง
“ดูสิ นี่น่ะเหรอไม่เป็นไร? รอฉันอยู่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปเอาน้ำอุ่นให้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูด วางกระเป๋าเดินทางลงและเดินตรงไปข้างหน้า
ด้านหน้าแผนกต้อนรับจะมีโซนให้นักท่องเที่ยวดื่มน้ำได้
อินอวี่โหรวคว้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้ “ไม่ต้องลำบากหรอก เดี๋ยวฉันกลับไปกินยาทีหลัง เธอต้องไปขึ้นเครื่องไม่ใช่เหรอ แค่อยู่คุยกับฉันสักแป๊บก็พอ ไม่ต้องไปเอาน้ำหรอก”
“แต่เธอไอไม่หยุดเลย แถมกว่าจะกลับถึงบ้านก็อีกนาน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูอินอวี่โหรวอย่างกังวล
สีหน้าของอินอวี่โหรวดูซีดเซียวมากจริง ๆ
จนทำให้เธอวิตกกังวล
ขณะเดียวกันมู่อวี้เฉิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พูดขึ้นว่า “พวกคุณคุยกันไปเถอะ เดี๋ยวผมไปเอาน้ำให้”
มู่อวี้เฉิงพูดบอกอย่างสบาย ๆ ก่อนจะวางกระเป๋าเดินทางไว้ตรงนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงลากกระเป๋าเดินทางของมู่อวี้เฉิงมาวางไว้ใกล้ ๆ กันแล้วนั่งลง
มู่อวี้เฉิงไปเอาน้ำและรีบเดินกลับมาอย่างว่องไว
หลังจากส่งน้ำให้อินอวี่โหรวแล้ว มู่อวี้เฉิงก็เดินไปนั่งลงบนที่นั่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพวกถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากนัก
อินอวี่โหรวกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นเพื่อนสนิทกัน หากเขาไปนั่งใกล้ ๆ พวกเธอคงคุยกันไม่สะดวก
มู่อวี้เฉิงรู้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวชอบเพื่อนคนนี้มาก ดังนั้นมู่อวี้เฉิงจึงให้เวลาพวกเธอได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพัง
อินอวี่โหรวหยิบน้ำขึ้นมาจิบก่อนจะชำเลืองมองไปทางมู่อวี้เฉิงอย่างระมัดระวังเพื่อตรวจสอบว่ามู่อวี้เฉิงไม่ได้มองมาทางนี้ จากนั้นอินอวี่โหรวก็พูดขึ้นว่า “เหมี่ยวเหมี่ยว คุณมู่คงไม่ได้ไม่พอใจที่ฉันทำตัวติดกับเธอแบบนี้ใช่มั้ย?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจ “ทำไมเธอถามแบบนี้ล่ะ?”
“เพราะว่าทุกครั้งที่ฉันอยู่ใกล้ ๆ เธอ คุณมู่ทำสีหน้าไม่ดีตลอดเลย” อินอวี่โหรวพยายามพูดเบา ๆ
พูดตามตรงเธอค่อนข้างหวาดกลัวมู่อวี้เฉิง เพราะว่า มู่อวี้เฉิงมีสีหน้าเย็นชาทุกครั้งที่เห็นเธอ
“ไอหยา อย่าไปสนใจอะไรเลย อวี้เฉิงก็เป็นคนแบบนี้แหละ ชอบทำหน้าแบบนี้กับคนอื่นตลอด” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอธิบายทั้งที่ภายในใจรู้สึกมีความสุข
ในสายตาของมู่อวี้เฉิง เธอกับเสี่ยวเป่าเป็นคนสำคัญที่สุดเสมอ เพราะว่ามู่อวี้เฉิงมักจะแสดงท่าทางอ่อนโยนต่อหน้าเธอกับเสี่ยวเป่า
และด้านที่เขาแสดงให้เสี่ยวเป่ากับถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นก็เป็นด้านที่เขาอดทนที่สุด
“เหมี่ยวเหมี่ยว อิจฉาเธอจัง” อินอวี่โหรวคิด ว่าเมื่อไหร่เธอจะมีความสุขได้ถึงครึ่งหนึ่งกับของอีกฝ่ายบ้าง?
“อวี่โหรว อย่าด่วนคิดนักเลย เธอยังสาวอยู่ อีกอย่างรุ่นพี่ก็พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอไม่ใช่เหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าถ้าผู้ชายเต็มใจจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อพวกเธอ ผู้ชายคนนั้นจะต้องรักพวกเธอจากใจจริงอย่างแน่นอน
แต่ลู่ซีจวี๋ทำเรื่องผิดพลาดมากเกินไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่ได้วางแผนจะบอกเรื่องนี้กับอินอวี่โหรว เพราะมันอาจจะทำให้อินอวี่โหรวให้อภัยลู่ซีจวี๋ได้ง่ายขึ้น
ผู้คนมักจะไม่หวงแหนสิ่งของที่ได้มาง่าย ๆ
พฤติกรรมก่อนหน้านี้ของลู่ซีจวี๋ได้พิสูจน์ข้อคิดนี้แล้วเช่นกัน
อินอวี่โหรวถอนหายใจ เธอไม่อยากพูดถึงลู่ซีจวี๋อีก เธอจึงเปลี่ยนเรื่องแล้วพูดว่า “ว่าแต่เธอกับคุณมู่ไปต่างประเทศแบบนี้ ไม่พาเสี่ยวเป่าด้วยเหรอ?”
เมื่อพูดถึงเสี่ยวเป่า สีหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อ่อนยวบลง “เสี่ยวเป่าน่ะ ไม่อยากมากับพวกเราต่างหาก เขาบอกว่าจะไปเที่ยวซานย่ากับคุณย่าให้ได้เลย”
“เสี่ยวเป่าเข้าใจพวกเธอเสมอเลยเนอะ” อินอวี่โหรวรู้สึกว่าเสี่ยวเป่าเป็นเด็กที่มีความประพฤติตนดีและมีเหตุผลมากที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา
ถ้าเกิดเธอมีลูก ลูกของเธอจะเหมือนกับเสี่ยวเป่าไหม?
น่าเสียดาย…
อินอวี่โหรวเหลือบมองหน้าท้องแบบราบด้วยดวงตา สลัว ๆ
“เสี่ยวเป่าเป็นคนเก่ง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้ม
“เหมี่ยวเหมี่ยว รีบกลับมาเร็ว ๆ นะ ไม่งั้นถ้ามีเรื่องเกิดขึ้นฉันก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง” อินอวี่โหรวค้นพบว่าเธอยังต้องพึ่งพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่มาก
แต่เธอไม่ได้คิดอะไรเลย และรู้สึกว่าการมีคนให้พึ่งพาเป็นเรื่องที่น่ายินดี
นอกจากนี้เธอยังเชื่อใจถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างสุดซึ้ง
“ได้ เดี๋ยวฉันรีบกลับมา เธอน่ะ ต้องดูแลร่างกายตัวเองให้ดี ถ้าฉันกลับมาแล้ว ฉันก็อยากจะเห็นอินอวี่โหรวในเวอร์ชั่นที่แข็งแรงกว่านี้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดรับปากเธอ
ขณะเดียวกันประกาศให้ขึ้นเครื่องบินก็ดังขึ้น
มู่อวี้เฉิงเดินเข้ามาและถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ลุกขึ้นยืน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสวมกอดอินอวี่โหรวและพูดว่า “อวี่โหรว ฉันไปก่อนนะ ดูแลตัวเองดี ๆ เข้าใจมั้ย?”
อินอวี่โหรวโน้มตัวพิงไหล่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขณะที่ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย
เธอพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้และปล่อยมือออก “เหมี่ยวเหมี่ยว เดินทางปลอดภัยนะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า จวนเวลาใกล้จะหมดลง มู่อวี้เฉิงก็เดินเข้ามาคว้าข้อมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้เดินไปข้างหน้า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงหันกลับมาบอกลาอินอวี่โหรวอีกครั้ง
อินอวี่โหรวโบกมือลาเธอเช่นกัน
หลังจากนั้นไม่นาน ร่างของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงก็จางหายไปท่ามกลางฝูงชน
รอจนกระทั่งเครื่องบินทะยานขึ้นฟ้า น้ำตาของ อินอวี่โหรวก็ไหลลงมาอย่างควบคุมไม่ได้
อินอวี่โหรวยืนร้องไห้อยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะเช็ดน้ำตาและเดินจากไป
เธอรู้สึกเศร้าโศกในใจ
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ใช่เด็กน้อยแล้ว แต่เธอก็อดมอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจากไปไม่ได้
ในอดีตพ่อแม่อินก็เหมือนกัน พวกเขาบอกว่าพวกเขาจะกลับมาหาเธอ ปล่อยให้เธอรอคอยอยู่นานจนสุดท้ายก็ไม่มีใครกลับมาเลย
ดังนั้นสิ่งที่อินอวี่โหรวกลับมากที่สุดคือการพรากจากกัน
เมื่อเดินออกมาข้างนอก อินอวี่โหรวก็ค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ลง
แต่ความจริงแล้วเธอกลับรู้สึกอ่อนแอมากขึ้นเรื่อย ๆ
เธอเดินไปตามถนนและกำลังจะโบกมือเรียกแท็กซี่ แต่จู่ ๆ ก็เห็นรถยนต์คันหนึ่งเข้ามาจอดตรงหน้าเธอ
อินอวี่โหรวก้าวถอยหลัง
หน้าต่างรถยนต์เลื่อนลงมา และใบหน้าของลู่ซีจวี๋ก็ชัดเจนอยู่ในดวงตาของอินอวี่โหรว
หลังจากเหตุการณ์ในรีสอร์ตวันนั้น อินอวี่โหรวกับลู่ซีจวี๋ก็ใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าเดิม
ในบางครั้งลู่ซีจวี๋จะส่งข้อความมาหาเธอ และเธอจะตอบกลับเขาแค่สองสามคำเท่านั้น เธอไม่ได้ใจแข็งเหมือนเมื่อก่อน แต่พวกเขาก็ไม่ได้เจอหน้ากันเลย
อินอวี่โหรวคิดว่าลู่ซีจวี๋มาส่งถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอจึงพูดบอกว่า “เหมี่ยวเหมี่ยวกับคุณมู่ขึ้นเครื่องไปแล้ว”
ตอนนี้อินอวี่โหรวสามารถเผชิญหน้ากับลู่ซีจวี๋ได้อย่างสงบ
ลู่ซีจวี๋ที่อยู่ในรถยนต์มองดูอินอวี่โหรว เขาสังเกตเห็นว่าหางตาของเธอแดงเถือกเล็กน้อยราวกับว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาและสีหน้าของเธอก็ดูไม่ค่อยดีนัก
หลังจากยืนอยู่ข้างนอกนาน ๆ ฝุ่นจำนวนมากก็ลอยเข้ามาในลำคอของอินอวี่โหรว ทำให้เธอรู้สึกคันคอและไอสองสามครั้ง
ลู่ซีจวี๋ไม่รอช้าและพูดขึ้นทันที “ผมมาหาคุณ”