พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 562 ไม่สามารถปล่อยให้ถูกทำลายได้
ตอนที่ 562
ไม่สามารถปล่อยให้ถูกทำลายได้
เมื่อผู้เฒ่าอินเห็นลู่ซีจวี๋คอยดูแลอินอวี่โหรวที่มีไข้อยู่ในบ้านตระกูลลู่เต็มสองตา ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองครอบครัวก็ผ่อนคลายลงมาก
และบางครั้งทุกคนจะมารวมตัวกินอาหารร่วมกันเป็นครั้งคราว
ความสัมพันธ์ระหว่างลู่ซีจวี๋กับอินอวี่โหรวไม่ได้แข็งทื่อเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ผู้เฒ่าอินค้นพบว่าลู่ซีจวี๋จริงใจกว่าเดิม พวกเขาจึงเต็มใจที่จะให้โอกาสลู่ซีจวี๋อีกครั้ง
นอกจากนี้อินอวี่โหรวยังชอบลู่ซีจวี๋อยู่จึงไม่มีทางปล่อยวางเรื่องนี้ได้ง่าย ๆ
ผู้เฒ่าอินกับคุณปู่ลู่กำลังตกปลาอยู่ที่ริมสระน้ำ ส่วนอินอวี่โหรวกำลังหั่นผลไม้ให้พวกเขาอยู่ในห้องครัว
ลู่ซีจวี๋ยื่นพิงประตูและเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของเธอ
อินอวี่โหรวเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลและทำสิ่งต่าง ๆ อย่างนุ่มนวลเช่นกัน
การมองดูเธอมันทำให้เขารู้สึกสบายหูสบายตามาก
เขารู้สึกว่าเขาสามารถจับเอวบางนั้นได้ด้วยมือข้างเดียว
และบางทีการจ้องมองเขาอาจจะรุนแรงเกินไป
อินอวี่โหรวจึงรู้สึกได้และหันมามองเขา “มีอะไร? จะเอาอะไรหรือเปล่า?”
ลู่ซีจวี๋ยืดตัวขึ้นและเดินเข้าไปกอดเอวอินอวี่โหรวจากทางด้านหลัง
เขาวางคางไว้บนไหล่ของอินอวี่โหรวและสูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ
แต่เมื่ออินอวี่โหรวตอบสนอง เขาก็ผละมือออกทันที
อินอวี่โหรวทำอะไรไม่ถูก
ช่วงนี้ลู่ซีจวี๋มักจะเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยไม่คาดคิดเสมอ
แต่เมื่อเธอแสดงท่าทางโกรธ ลู่ซีจวี๋ก็ยอมรับผิดอย่างนอบน้อม
เธอไม่รู้จะทำอย่างไรกับเขาจริง ๆ
“ไม่มีอะไร ผมแค่เข้ามาดูว่าคุณต้องการความช่วยเหลืออะไรหรือเปล่า” ลู่ซีจวี๋พูดตลบตะแลง
เวลาเขาได้เปรียบ เขาก็ทำตัวเปรียบเสมือนแมวยักษ์ที่อิ่มเอิบ ร่างกายแผ่ซ่านไปด้วยความพึงพอใจ
อินอวี่โหรวเพิกเฉยต่อเขา ก้มหน้าลงและสนใจสิ่งของตรงหน้าที่เธอกำลังทำอยู่
ลู่ซีจวี๋ค่อย ๆ เขยิบเข้ามาหาอินอวี่โหรวและมองดูเธออย่างน่าสงสาร “อีกสองวันผมคงจะไม่ได้แวะมาหานะ ผมต้องเดินทางไปทำธุระสองสามวัน เดี๋ยวจะรีบกลับมา”
อินอวี่โหรวหยุดนิ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ไหน ๆ ก็เดินทางไปทำธุระแล้ว ก่อนไปไปทำเรื่องหย่าที่สำนักงานพลเรือนด้วยเลยสิ”
“อะไรนะ?” ลู่ซีจวี๋คิดว่าเขาหูฝาดจึงถามขึ้นอีกครั้ง
อินอวี่โหรวหันกลับมาอีกครั้งและจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของลู่ซีจวี๋ “ฉันบอกให้คุณหย่ากับฉันก่อนจะเดินทางไปทำธุระ”
ลู่ซีจวี๋ชะงักไปในทันที
ในตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอินอวี่โหรวดีขึ้นมากแล้ว
มันจึงทำให้เขาเกิดภาพลวงตาว่าอินอวี่โหรวจะไม่หย่ากับเขา
แต่กลับนึกไม่ถึงว่าความคิดนี้จะยังคงติดอยู่ในใจของอินอวี่โหรวเสมอมา
“ทำไม?” ลู่ซีจวี๋กำหมัดแน่น สายตาเต็มไปด้วยความอดกลั้น
“เราตกลงที่จะหย่ากันแล้วนะลู่ซีจวี๋ ฉันรอให้คุณพูดเรื่องนี้มานานแล้ว แต่ไม่คิดว่าคุณจะเลื่อนมันออกมานานขนาดนี้ ทำแบบนี้มันไม่มีความหมายอะไรเลย” ดวงตาของอินอวี่โหรวดูสงบอย่างมาก
“คุณก็รู้ว่าผมคิดยังไง อินอวี่โหรว คุณจะบีบบังคับผมใช่มั้ย?” ลู่ซีจวี๋อดกลั้นไม่ไหวจนเส้นเลือดปูดโปนออกมา และเขาก็มองดูอินอวี่โหรวด้วยดวงตาแดงเถือก
เขาตกอยู่ในสภาพที่โมโหสุดขีด
ทว่าอินอวี่โหรวไม่กลัวเขาเลย แถมยังขมวดคิ้วใส่เขาด้วยซ้ำ “คุณจะทำอะไร? เราตกลงกันแล้ว คุณต่างหากที่กลับกลอก”
เดิมทีอินอวี่โหรววางแผนจะหย่าทันทีที่ออกจากโรงพยาบาล
และตอนนี้มันกำลังไปเกินจากความตั้งใจของเธอแล้ว
เธอกังวลว่าเธอจะหวั่นไหว ดังนั้นเธอหยิบยกประเด็นเรื่องหย่าขึ้นมาอีกครั้ง
“ได้ ก็ได้ คุณจะเอาผมให้ตายเลยใช่มั้ย? อยากหย่ามากนักเหรอ? งั้นผมจะทำตามที่คุณต้องการ” หลังจากพูดจบ ลู่ซีจวี๋ก็เดินกำมือออกจากประตูไป
อินอวี่โหรวกระชับมือที่กำมีดปอกผลไม้เอาไว้แน่น จนกระทั่งเสียงฝีเท้าข้างหลังเธอจางหายไป เธอก็ค่อย ๆ คลายมือและหั่นผลไม้ต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คุณปู่ลู่กับผู้เฒ่าอินกำลังดื่มชาอยู่ใต้ร่มเงาต้นไม้ โดยมีคันเบ็ดสองอันวางอยู่ตรงหน้า
ทันใดนั้นคุณปู่ลู่ก็หันหน้าไปเห็นลู่ซีจวี๋เดินกระฟัดกระเฟียดออกมาจากห้องนั่งเล่นและตรงไปที่ประตูรั้ว
คุณปู่ลู่ขมวดคิ้วแน่นจนใบหน้าเหี่ยวย่น
ผู้เฒ่าอินคุยกับเขามาได้ครึ่งทางแล้ว แต่กลับไม่ได้ยินเสียงตอบรับ
เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาเห็นคุณปู่ลู่กำลังมองไปอีกทางหนึ่ง
ผู้เฒ่าอินจึงแสดงท่าทางไม่พอใจทันที “มองอะไร? ไหนฉันดูมั่ง”
เมื่อเขาพูดแบบนั้น คุณปู่ลู่ก็รีบตอบสนองด้วยการปิดกั้นการมองเห็นของผู้เฒ่าอิน “ไม่มีอะไร ฉันเห็นดอกไม้ป่ามันขึ้นบานตรงนั้นน่ะ ดูสวยดี ก็เลยมองดูอยู่นาน”
ลู่ซีจวี๋เพิ่งสร้างความประทับใจเล็ก ๆ น้อย ๆ กับผู้เฒ่าอิน แต่จึงไม่สามารถปล่อยให้มันถูกทำลายได้
ไม่อย่างนั้นการเดินเข้ามาในบ้านตระกูลอินครั้งหน้าจะเป็นเรื่องยาก
“มีชีวิตอยู่มาตั้งนานแล้ว ยังจะมีอะไรที่แกไม่เคยเห็นอีกเหรอ?” ผู้เฒ่าอินมองดูคุณปู่ลู่ด้วยสายตารังเกียจ
“แล้วแกอายุน้อยมากมั้ง” ผู้เฒ่าอินตอบกลับอย่างไม่แยแส
จากนั้นทั้งสองคนก็ทะเลาะกันอยู่สักพักหนึ่ง
ขณะเดียวกันอินอวี่โหรวเดินเอาผลไม้มาเสิร์ฟให้พวกเขา ริมน้ำชาใส่แก้วทั้งสองไป และเดินจากพวกเขาไปเงียบ ๆ
จนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน คุณปู่ลู่กับผู้เฒ่าอินก็เดินถือถังเข้ามาสองใบ
ภายในถังสองถังมีปลาตัวใหญ่เต็มไปหมด
อินอวี่โหรวมองดูแล้วยิ้มกว้าง “คุณปู่ คุณปู่ลู่ วันนี้ตกได้เยอะเลยนะคะ”
“ใช่ เอาไปทำกินคืนนี้กัน นี่เป็นปลาที่เกิดเองตามธรรมชาติแท้ ๆ เลยนะ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง” หลังจากจับปลาได้จำนวนมากและเอาชนะคุณปู่ลู่มาได้ ผู้เฒ่าอินก็อารมณ์ดีขึ้นมาก
ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ค่ะ คุณปู่ เดี๋ยวหนูเอาปลาไปแร่ค่ะ” อินอวี่โหรวยิ้มและรับถังปลามาจากพวกเขาสองคน
ทว่าจู่ ๆ ผู้เฒ่าอินกลับรู้สึกไม่มีความสุขอีกครั้ง
“หลานเป็นผู้หญิงจะมาแล่ปลาได้ยังไง? ถือดี ๆ อย่าให้บาดมือล่ะ เอาไปให้คนในครัวทำความสะอาด เราจ่ายเงินเดือนให้พวกเขาไปแล้ว จะให้พวกเขามาอยู่ฟรีกินฟรีได้ยังไง” ช่วงนี้อินอวี่โหรวมักจะเข้าครัวไปทำอาหารเองตลอด
จนทำให้ผู้เฒ่าอินรู้สึกทุกข์ใจมาก
“ก็ได้ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะคุณปู่” อินอวี่โหรวเดินถือถังปลาไปวางไว้ในห้องครัวอย่างเชื่อฟัง จากนั้นก็สั่งให้พ่อครัวแล่ปลาก่อนจะเดินกลับออกมา
จนกระทั่งทุกอย่างเสร็จสิ้น ผู้เฒ่าอินก็ตระหนักได้ว่าภายในห้องนั่งเล่นมีคนหายไปหนึ่งคน
โดยปกติแล้วลู่ซีจวี๋จะเกาะติดกับอินอวี่โหรว แต่ทำไมวันนี้เขาไม่เห็นอีกฝ่ายเลย?
ผู้เฒ่าอินไอเบา ๆ และแสร้งทำเป็นถามสัพเพเหระ “ลู่ซีจวี๋ล่ะ? ไปไหน?”
อินอวี่โหรวตอบกลับอย่างสบาย ๆ “เห็นบอกว่าที่บริษัทมีเรื่องน่ะค่ะเลยขอตัวกลับก่อน ทำไมคะคุณปู่ ถามหาเขามีอะไรเหรอ?”
ใบหน้าของผู้เฒ่าอินดูไม่พอใจเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร
ช่วงนี้ลู่ซีจวี๋เสียเวลากับที่นี่มากเกินไปจริง ๆ มาขลุกตัวอยู่ที่นี่ทั้งวัน ไม่จัดการเรื่องของตัวเองมัวแต่ไปจัดการเรื่องของคนอื่น หากเป็นแบบนี้ต่อไป เขาก็คงไม่ชอบเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ?
คุณปู่ลู่มองดูผู้เฒ่าอินอย่างระมัดระวัง แล้วพูดขึ้นว่า “ซีจวี๋นี่จริง ๆ เลย จะออกไปทั้งที่ไม่รู้จักมาล่ำรากันก่อน เดี๋ยวพอเขากลับมาฉันจะสั่งสอนให้เอง”
“ไม่เป็นไร หายากที่คนหนุ่มจะชอบทำงาน จะไปก็ปล่อยให้ไปเถอะ” ผู้เฒ่าอินตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่อยากพูดยกย่องลู่ซีจวี๋อยู่ดี
“เกิดซีจวี๋ได้ยินคำพูดแก มันจะต้องมีความสุขมากแน่” คุณปู่ลู่พูดขึ้น
“จะดีใจอะไรนักหนา” ผู้เฒ่าอินถอนหายใจและสั่งให้คนรับใช้หยิบกระดานหมากรุกออกมา จากนั้นจึงชักชวนคุณปู่ลู่ให้เล่นหมากรุกด้วยกัน