พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 576 อยากซ่อนเธอเอาไว้
ตอนที่ 576
อยากซ่อนเธอเอาไว้
แม้ว่าอินอวี่โหรวจะบอกว่าต้องการทดสอบ แต่เธอกลับคิดอะไรไม่ออกเลย
เธอเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว ไม่สามารถคิดหาวิธีการได้แม้ว่าจะพยายามคิดมากเท่าไหร่ก็ตาม
นอกจากนี้เธอยังรู้สึกอายเกินกว่าจะร้องขอความช่วยเหลือจากถงเหมี่ยวเหมี่ยว
อินอวี่โหรวนอนอ้อยอิ่งอยู่บนเตียงทั้งวัน
หลังจากอาบน้ำเสร็จและเดินลงไปข้างล่าง เธอก็เห็น คุณปู่ลู่กับลู่ซีจวี๋นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น
แม้ว่าฉินคั่วจะเป็นหลานของเพื่อนผู้เฒ่าอิน แต่ทั้งสองครอบครัวก็ห่างไกลกันนัก ช่วงปีที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน ดังนั้นทุกคนจึงเริ่มไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่
ไม่เหมือนคุณปู่ลู่ที่เป็นเพื่อนกับผู้เฒ่าอินมานานหลายสิบปี
ดังนั้นคุณปู่ลู่จึงพยายามอย่างหนักและแบกหน้าพาหลานชายมาถึงหน้าประตูบ้าน เนื่องจากเป็นเพื่อนกันมาหลายสิบปีแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่ผู้เฒ่าอินจะไม่ไว้หน้าเขาเลย
ทำให้อินอวี่โหรวลงมาเห็นฉากดังกล่าว
ฉินคั่วกับลู่ซีจวี๋มักจะมาดักอินอวี่โหรวที่หน้าประตูบ้านเสมอ และไม่ได้ปกปิดการกระทำเลย
ความโกลาหลนี้มักจะเกิดขึ้นในทุก ๆ วันถัดไป
พวกลู่ซีจวี๋ยังรับรู้มาว่าฉินคั่วคือนายน้อยคนโตจากตระกูลฉินในเมืองหนาน
ตระกูลฉินเป็นทหารรับใช้ชาติมาชั่วอายุคน แม้แต่ฉินคั่วผู้ไม่สนใจสิ่งใดยังเป็นถึงทหารชั้นที่หนึ่งที่ล่าถอยกลับมาจากชายแดน
ทุกคนในตระกูลฉินแข็งแกร่งและจะไม่ยอมแพ้หากไม่ได้สิ่งที่ต้องการ
ในช่วงปีแรก ๆ ได้ยินมาว่าฉินคั่วไม่ค่อยเชื่อฟังและไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงมาดูตัวตามที่ตระกูลอินนัดหมาย
คุณปู่ลู่มีประสบการณ์มาก่อน และเขาคาดเดาว่าเหตุผลหลักที่ทำให้ฉินคั่วมาที่นี่คืออินอวี่โหรว
แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าผู้เฒ่าอินมีความสัมพันธ์แบบใดกับ ฉินคั่วก็ตาม
แต่หลานชายของเขาไม่ได้เลวร้าย และนอกจากนี้ลู่ซีจวี๋ยังชอบอินอวี่โหรวมาก เขาจึงต้องช่วยลู่ซีจวี๋คว้าโอกาสนี้มาให้ได้
ดังนั้นเขาจึงแบกหน้าพาลู่ซีจวี๋มาที่นี่
โชคดีที่ผู้เฒ่าอินยังไว้หน้าเขาอยู่
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเข้ามาในบ้านตระกูลอินได้
เมื่อเขาเห็นว่าอินอวี่โหรวมาปรากฏตัวและเห็นว่าดวงตาของลู่ซีจวี๋จับจ้องไปที่ร่างกายของอินอวี่โหรว เขาก็รู้สึกอับอายขายขี้หน้ามากจริง ๆ
ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดว่าหลานชายด้านชาและไม่มีจิตวิญญาณแบบชายหนุ่ม
แต่ตอนนี้ลู่ซีจวี๋ดูเป็นผู้เป็นคนมาก
ขณะที่คุณปู่ลู่กำลังหันไปคุยกับผู้เฒ่าอิน ลู่ซีจวี๋ก็เดินเข้าไปหาอินอวี่โหรวอย่างกล้าหาญ
ผู้เฒ่าอินเหลือบมองเบา ๆ แต่กลับไม่พูดอะไร
อันที่จริงผู้เฒ่าอินค่อนข้างเอียงเอนไปทางลู่ซีจวี๋มากกว่าฉินคั่ว
พวกเขาเห็นการเปลี่ยนแปลงของลู่ซีจวี๋ในช่วงเวลานี้
การที่เขาทำแบบนี้เพื่ออินอวี่โหรวก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขากลับตัวกลับใจแล้ว
ส่วนเหตุผลที่เขาเลือกฉินคั่วให้อินอวี่โหรวไปกินข้าวเย็นด้วยนั้น เพราะว่ารูปภาพของฉินคั่วดูค่อนข้างสะดุดตา
แต่ต่อมาเขากลับได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับฉินคั่ว อินอวี่โหรวที่เปราะบางจะอดทนต่อนิสัยที่เสื่อมทรามและไม่ยอมคนอย่างนั้นได้อย่างไร?
หากต้องอยู่กับเจ้าหมาป่าฉินคั่วจริง ๆ อินอวี่โหรวก็คงจะทุกข์ทรมาน
ดังนั้นตอนนี้เขาจึงตั้งใจผ่อนคลายเงื่อนไขให้กับลู่ซีจวี๋
ไม่ว่าลู่ซีจวี๋จะทำอะไร เขาก็จะทำเป็นปิดตาข้างหนึ่งเสมอ
สำหรับฉินคั่ว เขาจะยังไม่พิจารณาในตอนนี้
อินอวี่โหรวยืนนิ่งอยู่บนบันได แต่จู่ ๆ ร่างหนึ่งก็วิ่งตรงเข้ามาหาเธอ
อินอวี่โหรวก้าวถอยหลัง “ทำไม…”
แต่ก่อนที่อินอวี่โหรวจะพูดจบ ลู่ซีจวี๋ก็ดึงอินอวี่โหรวไปที่สวนหลังบ้าน
ผู้เฒ่าอินกำลังคุยกับคุณปู่ลู่อยู่ และไม่ได้สนใจการเคลื่อนไหวของลู่ซีจวี๋เลย
แน่นอนว่าเขาไม่คิดว่าลู่ซีจวี๋จะทำตัวใจกล้าต่อหน้าเขาขนาดนี้ กล้าดียังไงมาลักพาตัวหลานสาวของเขาไป
“เจ็บนะ ลู่ซีจวี๋ ปล่อยฉัน” ลู่ซีจวี๋มีพละกำลังที่แข็งแกร่งจึงทำให้อินอวี่โหรวที่ถูกลากออกไปเจ็บปวด
เธออดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
เมื่อได้ยินเสียงเธอ ลู่ซีจวี๋ก็ชะงักชั่วคราว แต่กลับไม่ได้มีความตั้งใจที่จะหยุดลง
เขาผ่อนกำลังลงเล็กน้อย แต่ยังคงจับแขนของอินอวี่โหรวเอาไว้ในกำมือ
ด้านหลังคฤหาสน์ตระกูลอินมีบ้านพักขนาดเล็กตั้งอยู่
คราวเมื่อพ่อแม่อินอาศัยอยู่ในเมืองเป่ย พวกเขาอาศัยอยู่ที่ลานหน้าบ้าน แต่ต่อมาพ่อแม่อินย้ายไปทำงานที่ต่างประเทศเพื่อหาเงินเลี้ยงดูอินอวี่โหรว ผู้เฒ่าอินจึงย้ายบ้านหลังนี้จากลานหน้าบ้านมาอยู่หลังบ้านแทน
ตอนนี้ยังมีคนมาทำความสะอาดบ้านพักหลังเล็กอยู่ แต่เข้ามาทำความสะอาดเสร็จแล้วก็กลับออกไป ตอนนี้คนทำความสะอาดยังไม่เข้ามาทำความสะอาดและไม่มีใครอยู่ในบ้านพักหลังเล็ก
อินอวี่โหรวไม่เข้าใจว่าทำไมลู่ซีจวี๋ถึงพาเธอมาที่นี่
ทว่าทัศนคติของลู่ซีจวี๋ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
หลังจากเดินเข้ามาในห้องโถงบ้านพัก ลู่ซีจวี๋ก็ปิดประตูลง
ดวงตาของอินอวี่โหรวหดตัวลงเมื่อเห็นการกระทำของเขา เธอไม่เข้าใจและพยายามก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว
สายตาของลู่ซีจวี๋เหมือนกับสุนัขหมาป่าที่จ้องมองลูกแกะ ราวกับวินาทีต่อมาอินอวี่โหรวจะกลายไปเป็นอาหารของเขาและถูกเขาฉีกออกเป็นชิ้น ๆ อยู่ในท้อง
“ลู่ซีจวี๋ นี่มันบ้านฉันนะ อย่าทำอะไรฉันเลย ไม่งั้นหลังจากนี้คุณปู่จะไม่ยอมให้คุณเข้ามาอีก” อินอวี่โหรวพยายามพูดด้วยน้ำเสียงสงบ
อย่างไรก็ตามลู่ซีจวี๋ไม่ฟังคำพูดของอินอวี่โหรวเลย เขาค่อย ๆ ก้าวเข้าไปข้างหน้าจนอินอวี่โหรวติดกับมุมห้อง
อินอวี่โหรวก้าวถอยหลังและเกือบจะล้มลง แต่ลู่ซีจวี๋จับเอวของเธอไว้ กดเธอเข้ากับกำแพงและกอดเธอเอาไว้แน่น
ทำให้พวกเขาสองคนต้องอัดกันอยู่ในช่องว่างเล็ก ๆ ตรงหน้าของอินอวี่โหรวคือลมหายใจอันร้อนแรงของลู่ซีจวี๋
ร่างกายของเธอร้อนวูบวาบไปทั้งตัว
อินอวี่โหรวรู้สึกอึดอัดมาก “ลู่ซีจวี๋ ปล่อยฉัน”
“ขอผมกอดคุณหน่อย ผมแค่จะกอดเฉย ๆ ไม่ได้จะทำอะไร อะ? อย่าขยับ ไม่งั้นผมก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้ผมไม่มั่นใจซะด้วยสิ” น้ำเสียงของลู่ซีจวี๋ฟังดูกระเซ้าเล็กน้อย
เขาแบบนั้นแต่อินอวี่โหรวก็ยังกล้าที่จะขยับ เธอหันหน้าหนีโดยไม่มองเข้าไปในดวงตาของลู่ซีจวี๋และปล่อยให้เขากอดเธอเอาไว้
ลู่ซีจวี๋ฝั่งศีรษะไว้กับซอกคอของเธอ จนกระทั่งได้กลิ่นหอมที่คุ้นเคยของเธอ ลู่ซีจวี๋ก็ค่อย ๆ สงบลง
ตอนเขาเห็นอินอวี่โหรวส่งยิ้มให้ฉินคั่ว เขาแทบจะเป็นบ้า
เขาทนไม่ได้ที่อินอวี่โหรวมีคนอื่นนอกจากเขา
เขาทนไม่ได้ที่เห็นอินอวี่โหรวไปอยู่กับคนอื่น
ตอนที่เขาเห็นฉินคั่ว เขาอยากจะฆ่ามันด้วยซ้ำ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวานนี้เขาไม่เจอหน้าอินอวี่โหรวเลย
เขาไม่สามารถควบคุมความคิดฟุ้งซ่านของเขาได้อีกต่อไป
เขาอดไม่ได้ที่จะคิดสงสัยว่าอินอวี่โหรวไปเจอกับฉินคั่วเป็นการส่วนตัวหรือไม่?
ยิ้มให้ฉินคั่วเหมือนที่เคยยิ้มให้เขาหรือเปล่า?
ความงามและรอยยิ้มของอินอวี่โหรวควรจะเป็นของเขาคนเดียว
ขณะเดียวกันความมืดมนยังคงแผ่ขยายอยู่ในใจของเขา เขาอยากจะซ่อนอินอวี่โหรวเอาไว้ ไม่ให้ใครมาหาเจออีก
หลังจากตระหนักได้ถึงอยากจะครอบครองเธอมากแค่ไหน ลู่ซีจวี๋ก็ตื่นตระหนก
เขาไม่เคยคิดว่าอินอวี่โหรวจะสำคัญกับเขาขนาดนี้
มันมาถึงจุดที่เขาขาดเธอไม่ได้แล้ว
อินอวี่โหรวไม่พูดอะไร และลู่ซีจวี๋ก็เงียบสนิท
ทำให้ทั้งสองติดอยู่ในทางตัน
ขณะที่ทั้งสองกำลังแนบชิดกัน อุณหภูมิภายในร่างกายก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น และบรรยากาศที่คลุมเครือก็เข้ามารายล้อมพวกเขา
สายตาของลู่ซีจวี๋จับจ้องไปที่ลำคอเรียวยาวของ อินอวี่โหรวที่อยู่ตรงหน้า
เธอยังคงยืนนิ่ง ราวกับว่าต่อให้เขาทำอะไร อินอวี่โหรวก็จะไม่ดิ้นรน
ลู่ซีจวี๋ก้มศีรษะและค่อย ๆ ลดริมฝีปากลง