พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 596 เกลียดการจากลา
ตอนที่ 596
เกลียดการจากลา
แหวนแต่งงานของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเกือบจะออกแบบเสร็จแล้ว แต่ยังมีบางส่วนที่ไม่เข้าที่เข้าทาง เธอจึงส่งมอบให้อาจารย์ซ่งฉิงตกแต่งเพิ่มเติม
สำหรับแหวนแต่งงานนั้นจะต้องใช้เวลาทำสักระยะหนึ่ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงไม่สามารถรอคอยอยู่ที่ประเทศวายตลอดไปได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงตั้งใจจะอยู่เที่ยวเล่นในประเทศวายต่อสักอีกสองวัน หลังจากมองดูสถานที่โด่งดังในประเทศวายหมดแล้ว พวกเขาก็วางแผนจะเดินทางกลับประเทศจีน
ท้ายที่สุดพวกเขาอยู่ที่นี่กันนานไปแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากบอกอาจารย์ซ่งฉิง เพราะกลัวว่าเธอจะทนไม่ไหว
ในช่วงนี้ เธอกับอาจารย์ซ่งฉิงตัวติดกันและสนิทสนมกันมาก
เธอถือว่าอาจารย์ซ่งฉิงเป็นผู้อาวุโสที่เปรียบเสมือนแม่คนหนึ่งของเธอจริง ๆ
หากต้องจากไปจริง ๆ เธอก็คงจะรู้สึกทนไม่ไหวอย่างมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยากจะหลบหนี ไม่อยากเผชิญหน้า
ในคืนนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังเก็บข้าวของอยู่ จู่ ๆ มู่อวี้เฉิงก็บอกว่าอาจารย์ซ่งฉิงมาหา
เธอสับสนเล็กน้อยและอยากจะเข้าไปหลบซ่อนตัว
หากอาจารย์ซ่งฉิงเข้ามาเห็นข้าวของพวกนี้ก็คงจะรู้ว่าเธอกำลังจะจากไป
แต่ความตั้งใจเดิมของเธอคือการจากไปแบบเงียบ ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสับสนเล็กน้อยและรีบยัดข้าวของเข้าไปในตู้เสื้อผ้า
หลังจากปิดบังใบหน้าที่หดหู่ได้แล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ส่งยิ้มให้อาจารย์ซ่งฉิง “แม่ทูนหัว มาทำอะไรคะ?”
“เธอกับอวี้เฉิงจะไปแล้วเหรอ?” อาจารย์ซ่งฉิงถามตรง ๆ โดยไม่อ้อมค้อม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบิกตากว้างและมองไปที่มู่อวี้เฉิง
เธอคิดว่ามู่อวี้เฉิงเป็นคนบอกอาจารย์ซ่งฉิง
แต่มู่อวี้เฉิงกลับส่ายหัว
อาจารย์ซ่งฉิงฉลาดแค่ไหน? แค่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ไปสตูดิโอสองวันติดต่อกัน อาจารย์ซ่งฉิงก็พอจะคาดเดาได้แล้ว
ในเมื่ออาจารย์ซ่งฉิงถาม ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่จำเป็นต้องโกหก
ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงพยักหน้าตอบอย่างกล้าหาญ
“ไม่ต้องซ่อนแม่หรอกเหมี่ยวเหมี่ยว ไม่มีอะไรเลย ชีวิตยังมีอีกหลายอย่างที่เอาชนะความตายและการจากลาได้ แม่ทูนหัวอายุปูนนี้แล้ว มองข้ามเรื่องนี้ไปนานแล้วล่ะ” อาจารย์ซ่งฉิงเดาว่าที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่บอกเธอเพราะไม่อยากให้เธอเศร้า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้ยินคำพูดของอาจารย์ซ่งฉิงรู้สึกแสบจมูกขึ้นมาทันที
เธอเข้าไปกอดอาจารย์ซ่งฉิงและพูดว่า “แม่ทูนหัว แต่หนูทนไม่ไหวจริง ๆ”
เธอบอกว่าเธอกลัวว่าอาจารย์ซ่งฉิงจะเสียใจ แต่จริง ๆ แล้วเป็นเธอต่างหากที่กลัวว่าตัวเองจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเกลียดการจากลามากจริง ๆ
เกือบทุกคนในชีวิตของเธอทิ้งเธอไปด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน
“เด็กดี รอหนูแต่งงานก่อนนะ แล้วแม่ทูนหัวจะไปหาเร็ว ๆ เลย ถึงตอนนั้นแม่จะไปหาดูแน่ ๆ แม่ทูนหัวรู้ว่าหนูไม่ได้ขาดตกบกพร่องอะไร เพราะงั้นแม่ก็อยากจะส่งต่อชุดที่แม่ออกแบบเองให้หนูทั้งหมด” อาจารย์ซ่งฉิงหยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมา ซึ่งบรรจุผลงานการออกแบบของเธอตั้งแต่สมัยยังสาวจนถึงปัจจุบัน
เธอมักจะเก็บผลงานพวกนี้ไว้ในตู้จัดแสดง การออกแบบของอาจารย์ซ่งฉิงมีคุณค่ามาก และการที่เธอยกของพวกนี้ให้ก็หมายความว่าเธอเต็มใจจริง ๆ
“ไม่นะ แม่ทูนหัว เสื้อผ้าพวกนี้มีราคาแพงเกินไป หนูรับไว้ไม่ไหวหรอกค่ะ” ชอบก็ส่วนชอบ แต่นี่เป็นน้ำพักน้ำแรงของอาจารย์ซ่งฉิง เพราะฉะนั้นเธอไม่สามารถพรากของรักของ หวงของใครไปได้
“ไหน ๆ ก็เรียกแม่ว่าแม่ทูนหัวแล้วก็รับมันไปเถอะ ชุดพวกนี้ไม่มีราคาอะไรเลย มันจะมีค่าก็ต่อเมื่อมีคนใส่มัน แม่ทูนหัวก็เลยนึกถึงหนูไง” อาจารย์ซ่งฉิงตบไหล่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพื่อปลอบโยน
“แม่ทูนหัว หนูเข้าใจแล้วค่ะ” ดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปลี่ยนเป็นสีแดง
เดิมทีเธอไม่อยากเจออาจารย์ซ่งฉิงแท้ ๆ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าอาจารย์ซ่งฉิงจะกลายเป็นฝ่ายมาปลอบเธอ
“เด็กดี ไว้กลับมาดูสตูดิโอของแม่ทูนหัวอีกนะ” อาจารย์ซ่งฉิงกอดเธอ
“อืม ๆ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า
ยกเว้นอาจารย์ซ่งฉิงก็ไม่มีใครในสตูดิโอรู้สักคนว่าพวกถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะจากไป
อาจารย์ซ่งฉิงเล่าเรื่องนี้ให้พวกเขาฟังในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่พวกถงเหมี่ยวเหมี่ยวจากไปแล้ว
แซนดี้ลุกขึ้นยืนด้วยความเหลือเชื่อ “เหมี่ยวเหมี่ยวออกไปเที่ยวเฉย ๆ ไม่ใช่เหรอคะ? ทำไมกลับจีนกะทันหันล่ะ? กลับไปไม่บอกพวกเราแบบนี้ คงไม่คิดว่าพวกเราเป็นเพื่อนใช่มั้ย?”
เธอโกรธมาก
เธอยังอยากพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปเล่นที่บ้านเช่าของพวกเขา
ใครจะรู้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะจากไปโดยไม่บอกลาสักคำ
ขณะเดียวกัน หญิงสาวที่อยู่ถัดจากแซนดี้ก็ดึงแขนเสื้อของแซนดี้เบา ๆ และพูดว่า “พี่แซนดี้ เหมี่ยวเหมี่ยวคงไม่ได้ตั้งใจหรอก คงกลัวว่าพวกเราจะเศร้าเลยไม่มาบอกลากันมากกว่า”
“กลับไปแบบนี้ ไม่รู้จะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ เหมี่ยวเหมี่ยวไม่คิดจะมาลาพวกเราหน่อยเลยเหรอ?” แซนดี้โกรธมากจริง ๆ
“ที่เหมี่ยวเหมี่ยวทำแบบนี้เพราะทนบอกลาพวกเธอไม่ไหว เธอกังวลว่าเธอจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เธอแค่อยากจะทิ้งความประทับใจดี ๆ เอาไว้กับทุกคน” อาจารย์ซ่งฉิงพูดอธิบายเสียงดัง
แซนดี้ตกตะลึงและนั่งลงบนเก้าอี้อย่างหดหู่
เธอนับว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นเพื่อนคนหนึ่ง ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ให้ความสนใจมากขนาดนี้
แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความจริงได้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจากไปแล้ว
ขณะเดียวกัน เครื่องบินที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งไปเพิ่งแลนด์ถึงจุดหมายปลายทาง
เธอสูดอากาศที่คุ้นเคย และภาพที่คุ้นเคยตรงหน้าก็ทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสูดจมูก “ไม่คิดเลยว่าเราจะได้กลับมาแบบนี้ มันเหมือนฝันเลยเนอะ”
“ในอนาคตถ้ามีโอกาสเราก็ไปที่นั่นได้อีก อีกอย่างป้าซ่งฉิงจะมาร่วมงานแต่งของเราไม่ใช่เหรอ? ไม่ต้องกังวลไปหรอก” มู่อวี้เฉิงจับมือเธอและเดินออกไป
กระเป๋าเดินทางของพวกเขาถูกกลุ่มคนส่งกลับไปที่คฤหาสน์แล้ว
เนื่องจากตระกูลมู่ทุ่มทุนจำนวนมากให้อุตสาหกรรมการบินทุกปี นี่จึงเป็นบริการพิเศษที่มีเพียงแค่ตระกูลมู่เท่านั้นที่ได้รับสิทธิพิเศษนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า
หลังจากออกมาจากสนามบินแล้ว ลู่หมิงที่ขับรถมารับก็รออยู่ข้างนอกพอดี
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบเดินเข้าไป “ลู่หมิง ไม่ได้มารอนานแล้วใช่มั้ย?”
แม้ว่าจะเป็นแค่พนักงาน แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกลำบากใจที่ต้องปล่อยให้ใครสักคนรอเธอนานกลางดึกดื่น
บนเครื่องบินไม่มีสัญญาณ จึงไม่รู้ว่าลู่หมิงรอมานานแค่ไหนแล้ว
“ไม่นานครับคุณผู้หญิง ผมเพิ่งมาถึง” ลู่หมิงตรวจสอบเวลาเที่ยวบินโดนประมาณการ และไม่ได้รอนานนัก
“งั้นก็ดี” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มให้ลู่หมิงแล้วเดินไปขึ้นรถยนต์
มู่อวี้เฉิงเดินเข้าไปและเหลือบมองลู่หมิงเบา ๆ
หลังจากลู่หมิงสังเกตเห็นคำเตือนทางสายตาของ มู่อวี้เฉิง เขาก็รู้สึกทำอะไรไม่ถูก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มให้เขาเอง แล้วเขาผิดอะไร?
ดูเหมือนว่าหลังจากนี้คุณผู้หญิงจะไม่สามารถเหลือบมองใครได้เลย
หลังจากทั้งสองขึ้นไปบนรถแล้ว มู่อวี้เฉิงก็จับมือ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาประสานนิ้ว “เป็นไงบ้าง? หนาวมั้ย?”
ประเทศวายค่อนข้างร้อน แต่อากาศที่เมืองเป่ยเริ่มหนาวนิดหน่อย
เมืองเป่ยเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่ตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับสวมใส่ชุดกระโปรง
“ในรถไม่หนาวหรอก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหัว
ภายในสถานบินค่อนข้างอุ่น พวกเขาเดินมาขึ้นรถยนต์โดยตรง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่รู้สึกหนาวมากนัก
หลังจากมู่อวี้เฉิงพูดถาม เธอก็ตรวจดูอุณหภูมิและพบว่าตอนนี้อุณหภูมิเหลือแค่สิบองศาเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ลู่หมิงเอื้อมมือไปเปิดเครื่องทำความอุ่น
“เมืองเป่ยหนาวขนาดนี้ พวกเสี่ยวเป่าจะกลับมาหรือยังนะ? ถ้ายังคงต้องบอกให้พวกคุณพ่อกับคุณแม่ใส่เสื้อผ้าหนา ๆ หน่อย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดและส่งข้อความหาลิ่นอวี๋เหยียนทันที
มู่อวี้เฉิงมองดูและแอบหัวเราะเมื่อเห็นว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลายเป็นครอบครัวของเขาจริง ๆ แล้ว
ดีจัง