พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 595 ความกังวลที่ไม่จำเป็น
ตอนที่ 595
ความกังวลที่ไม่จำเป็น
ตกกลางคืน ทุกคนมารอถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ที่หน้าประตู
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงตัดสินใจทำอาหารด้วยตัวเอง
ไม่ใช่ว่าไม่อยากเปลืองเงิน แต่แค่รู้สึกว่าการทำอาหารด้วยตัวเองมีความจริงใจมากกว่า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบอกให้พวกเขาเลือกอาหารที่อยากกิน
พวกเขาไม่เคยกินอาหารของประเทศจีนมาก่อน พวกเขาจึงคิดว่ามันค่อนข้างแปลกใหม่
ทุกคนมีสติครบถ้วนและเลือกเครื่องเคียงที่พวกเขา ชื่นชอบ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนเลือกอาหารจานหลักเอง ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงตัดสินใจเลือกทำอาหารทะเล เดิมทีเธออยากจะทำบาร์บีคิว แต่เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ต่างประเทศ
วัตถุดิบหลายอย่างในประเทศจีนไม่มีขายที่นี่
สิ่งสำคัญที่สุดของบาร์บีคิวคือซอสบาร์บีคิวและผงยี่หร่า ทว่าที่นี่กลับไม่มีวางขายเลย
เพราะฉะนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงยอมแพ้
หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงต่อมา พวกถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กลับมาพร้อมกับข้าวของมากมาย
เมื่อมาถึงบ้านพัก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลัวว่าทุกคนจะหิว ดังนั้นเธอจึงนำขนมและผลไม้มาให้พวกเขาก่อน
สถานที่ที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังทำอาหารอยู่ในครัว โดยมีมู่อวี้เฉิงคอยช่วยเหลือ
แซนดี้มองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสายตาอิจฉา
เมื่อไหร่เธอจะมีแฟนแบบถงเหมี่ยวเหมี่ยวบ้าง
เขาไม่ได้แค่หล่อ แต่ยังทำอาหารเก่งและรวยมากอีกด้วย หึ ๆ
ดูเหมือนว่าสิ่งดี ๆ จะตกไปอยู่กับถงเหมี่ยวเหมี่ยวเสียหมด
แน่นอนว่าเธอเป็นแค่คนธรรมดาทั่วไป
เมื่อเห็นว่าพวกเขายุ่งมาก แซนดี้ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อาจารย์ซ่งฉิงก็พูดเบา ๆ “อาจารย์ซ่งฉิงคะ พอจะรู้จักผู้ชายดี ๆ จากประเทศจีนอีกมั้ยคะ? แนะนำให้ฉันรู้จักหน่อยสิ ฉันก็อยากมีแฟนเหมือนเหมี่ยวเหมี่ยวบ้าง”
“อะไรนะ? ตอนนี้เธอคิดจะมีแฟนกับเขาแล้วเหรอ?” อาจารย์ซ่งฉิงเหลือบมองเธอ
“ก็ใช่สิคะ ดูคู่เหมี่ยวเหมี่ยวสิ น่ารักขนาดไหน” แซนดี้ พยักหน้ายืนยัน
“แล้วเธอเต็มใจจะไปอยู่กับแฟนที่ประเทศจีนหรือเปล่า?” อาจารย์ซ่งฉิงถาม
“ทำไมเขาไม่มาอยู่กับฉันที่ประเทศวายล่ะคะ?” แซนดี้สับสน
“พวกเราคนจีนมีความคิดที่แตกต่างจากพวกเธอ หลังจากเธอแต่งงานเป็นสะใภ้จีนแล้ว เธอจะต้องช่วยดูพ่อแม่ด้วย ไม่เหมือนพวกเธอ ที่พออายุสิบแปดแล้วก็เลี้ยงปล่อยได้” อาจารย์ซ่งฉิงพูดด้วยรอยยิ้ม
“งั้น งั้นฉันก็อยากลองดูค่ะ” หลังจากเห็นสร้อยข้อมือที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกแบบแล้ว แซนดี้ก็อยากจะเข้าใจวัฒนธรรมของประเทศจีนให้มากขึ้น
“เธอก็รู้ว่าอาจารย์ไม่ได้กลับจีนนานแล้ว เรื่องนี้คงต้องถามเหมี่ยวเหมี่ยวดู หรือว่าจะถามสามีของเหมี่ยวเหมี่ยวก็ได้นะ” อาจารย์ซ่งฉิงรู้สึกว่าแซนดี้มีบุคลิกร่าเริงและอาจจะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมของประเทศจีนได้
“หืม? ช่างเถอะค่ะ” ไม่รู้ว่าแซนดี้กำลังคิดอะไรอยู่ เธอถึงได้หดตัวลง
“ทำไมล่ะ?” อาจารย์ซ่งฉิงถาม
“ฉันรู้สึกว่าสามีของเหมี่ยวเหมี่ยวดูดุดัน ฉันไม่กล้าถามหรอกค่ะ เมื่อกี้ฉันเข้าไปกอดเหมี่ยวเหมี่ยว เขาก็มองแรงใส่ฉัน ฉันนึกว่าจะโดนรังสีเย็นชาสาปส่งจนตายแล้ว ช่างมันเถอะค่ะ” แซนดี้รู้สึกว่าชีวิตของเธอมีความสำคัญมากกว่าแฟนหนุ่ม
“เป็นนิสัยปกติของอวี้เฉิงเขาน่ะ” เมื่อนึกถึงร่องรอยบนตัวของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก่อนหน้านี้ เธอก็รับรู้ได้ว่ามู่อวี้เฉิงเป็นคนขี้หวงมาก
“ช่างเถอะค่ะ ช่างเถอะ ไว้ฉันหาโอกาสถามเหมี่ยวเหมี่ยวเองก็ได้” แซนดี้โบกมือปฏิเสธและนั่งคุยกับคนอื่นต่อ
การทำอาหารทะเลค่อนข้างซับซ้อน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่กำลังยุ่งอยู่ในห้องครัวจึงมีเหงื่อไหลลงมาไม่ขาดสาย
มู่อวี้เฉิงถอดถุงมือออกและหยิบกระดาษทิชชูมาซับเหงื่อบนหน้าผากเธอ “เหนื่อยมั้ย? ให้ผมทำแล้วคุณไปพักผ่อนเถอะ”
“จะทำแบบนั้นได้ไง? ทำด้วยกันสิ เหลือไม่เยอะแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดและก้มหน้าทำอาหารอย่างขะมักเขม้น
วันนี้เป็นวันดี อาจารย์ซ่งฉิงจึงประกาศให้เลิกงานเร็วขึ้น
ดังนั้นอาหารทุกอย่างจึงถูกเตรียมเสร็จตอนฟ้ายังไม่มืด
อาหารทะเลไม่จำเป็นต้องปรุงสุกมาก แค่ผัดนึ่งก็อร่อยแล้ว
หลังจากผ่านมาหนึ่งชั่วโมง อาหารทะเลก็ถูกปรุงเสร็จ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงนำอาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะ
ไม่ต้องรอให้เธอพูด คนอื่น ๆ ก็รีบตามมาช่วยยกจานอาหาร
แซนดี้ที่ได้กลิ่นอาหารพูดขึ้นว่า “ว้าว หอมจัง”
“พวกเธอคงไม่รู้ว่าเหมี่ยวเหมี่ยวทำอาหารเก่งมาก มาลองชิมกันเถอะ” อาจารย์ซ่งฉิงช่วยจัดตะเกียบให้
“ใช่ ลองกินกันดูนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูอาหารบนโต๊ะแล้วรู้สึกกังวลเล็กน้อย
เธอคิดว่าเธอทำอาหารเยอะเกินไปหน่อย
ทุกคนเป็นผู้หญิงและกินอาหารกันค่อนข้างน้อย ดังนั้นอาจจะกินกันไม่หมด
แต่ต่อมาถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตระหนักได้ว่าความกังวลก่อนหน้านี้ของเธอไม่จำเป็นเลย
ทุกคนพูดคุยและหัวเราะกัน กว่าจะรู้ตัวอีกทีอาหารตรงหน้าก็หมดเกลี้ยงแล้ว
แซนดี้เลียริมฝีปาก ขณะที่มือมันเยิ้ม
เธอพูดอย่างมีความสุขว่า “เหมี่ยวเหมี่ยว ฉันรู้สึกว่าประเทศของเธอมีความน่าสนใจมากจริง ๆ ไว้มีโอกาสจะแวะไปเที่ยวที่นั่นแน่นอน”
“ได้เลย ถ้าเธอมาเที่ยวเมื่อไหร่โทรบอกฉันนะ เดี๋ยวฉันจะไปเป็นไกด์พาเที่ยวให้” หากแซนดี้แวะไปเที่ยว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยินดีต้อนรับเช่นกัน
ทุกคนที่นี่คือเพื่อนของเธอ
หากพวกเขาเดินทางหลายพันไมล์เพื่อมาเจอเธอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็คงจะมีความสุขมาก
“ไม่ต้องห่วง ฉันไปแน่นอน แต่รอฉันเก็บเงินครบก่อนนะ” แซนดี้แตะกระเป๋าที่แบนฟีบของเธอด้วยความโศกเศร้า
“ไม่เป็นไร ฉันจะรอ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตบไหล่เธอ
การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่อยากให้แซนดี้ทำอะไรเกินตัว
“เหมี่ยวเหมี่ยว เธอทำอาหารเก่งจัง ไว้มีเวลาว่างแล้วช่วยสอนฉันทำอาหารบ้างได้มั้ย?” หญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้นขณะจ้องมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ไว้มีโอกาส ฉันจะสอนเธอแน่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวใกล้จะต้องเดินทางกลับประเทศจีนแล้ว
เธอเดินทางออกมานาน ไม่กลับไปคงไม่ได้
นอกจากนี้เธอยังคิดถึงเสี่ยวเป่ามากเช่นกัน
เดิมทีเธออยากกลับไปพาเสี่ยวเป่ากลับมาจากซานย่าและพาเสี่ยวเป่าออกไปเที่ยวเล่น
แต่เพียงชั่วพริบตา วันหยุดของเสี่ยวเป่าก็ดำเนินมา ครึ่งทางแล้ว
พวกเขาใช้เวลาอยู่ที่นี่นานเกินไป
ทุกคนพูดคุยกันแบบสบาย ๆ บางคนก็พูดถึงเรื่องในอดีต ส่วนบางคนก็พูดถึงเรื่องในอนาคต
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ดีจริง ๆ
หลังเลิกงานทุกคนมารวมตัวกันกินข้าวดื่มด่ำบรรยากาศ พูดคุยเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆ
บรรยากาศผ่อนคลายมาก
จนกระทั่งท้องฟ้ามืดสนิท
ทุกคนไม่อยากกลับบ้านเลย แต่น่าเสียดายที่พวกเขาต้องกลับกันแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย “พวกเธอกลับกันได้จริง ๆ เหรอ? อวี้เฉิง? ไปส่งพวกเธอหน่อยได้มั้ย?”
ข้างนอกมืดสนิทอาจเกิดอันตรายกับพวกผู้หญิงได้ง่าย
“ไม่ต้องหรอกเหมี่ยวเหมี่ยว วันนี้พวกเธอเหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว พวกเรากลับกันเองได้” แซนดี้รีบออกมาพูดปฏิเสธ
“แต่มันไม่ปลอดภัยนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว
“ไม่เป็นไร พวกเราเช่าห้องอยู่ที่เดียวกัน อาจารย์ซ่งฉิงเป็นคนแนะนำให้ ค่าเช่าถูกมากและระบบรักษาความปลอดภัยก็ดี” แซนดี้พูดบอกและยิ้ม
เนื่องจากเดินทางไปด้วยกันหลายคน ความเสี่ยงจึงลดต่ำลง
ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงบอกให้พวกเขารีบกลับไป และย้ำให้พวกเขาใส่ใจเรื่องความปลอดภัย
แซนดี้ไม่ได้รู้สึกรำคาญ เธอตอบกลับอยู่หลายครั้ง ก่อนจะนั่งรถออกไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนมองพวกเขาจางหายไปใน ความมืดมิด