พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 599 อย่าไปอยู่กับคนอื่นได้มั้ย
ตอนที่ 599
อย่าไปอยู่กับคนอื่นได้มั้ย
ขณะเดียวกัน ผู้เฒ่าอินเฝ้าดูเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านห้องรักษาความปลอดภัย
เขารู้นิสัยของคนตระกูลลู่ แต่นึกไม่ถึงว่าลู่ซีจวี๋จะทำแบบนี้เพื่ออินอวี่โหรว
โชคชะตาเล่นตลกกับผู้คนจริง ๆ
ในตอนแรกอินอวี่โหรวคอยวิ่งไล่ตามลู่ซีจวี๋ เธอพยายามทำดีกับเขาทุกอย่าง
แต่ลู่ซีจวี๋กลับไม่เคยตอบรับอินอวี่โหรวเลย
ใครจะคิดว่าเรื่องราวต่าง ๆ จะกลับตาลปัตรเช่นนี้ในตอนหลัง
“นายท่าน มาแอบมองพวกเขาแบบนี้จะดีเหรอคะ? เพราะยังไงซะคุณชายลู่ก็เป็นหลานชายของผู้เฒ่าลู่” แม่บ้านที่ยืนอยู่ด้านข้างพูดขึ้น
ก่อนหน้านี้เธอรังเกียจพฤติกรรมของลู่ซีจวี๋ที่มีต่อ อินอวี่โหรวมาก
แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ลู่ซีจวี๋แสดงความจริงใจออกมา จริง ๆ
ตามที่คาดเอาไว้ นอกเหนือจากผู้เฒ่าลู่แล้ว ลู่ซีจวี๋ก็ไม่เคยคุกเข่าให้ใครอีกเลย
แม้ว่าผู้เฒ่าอินจะชอบทะเลาะกับผู้เฒ่าลู่ แต่เขาก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อย
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นแค่เรื่องตลกขำ ๆ
ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนจึงคงอยู่นานนับศตวรรษ
แม้ว่าผู้เฒ่าลู่จะไม่พูดอะไร แต่ลู่ซีจวี๋ก็เป็นหลานชายเพียงคนเดียวในตระกูลลู่ แล้วผู้เฒ่าลู่จะไม่สนใจได้อย่างไร
ผู้เฒ่าอินโบกมือแล้วพูดว่า “ช่างเถอะ ไปเรียกเขาเข้ามาแล้วเตรียมชาขิงให้เขาด้วย บอกให้เขาทำร่างกายให้อุ่น ไม่งั้นผู้เฒ่าลู่รู้เรื่องเมื่อไหร่ โกรธฉันตายแน่”
ผู้เฒ่าอินเฝ้าดูลู่ซีจวี๋เติบโตขึ้นมาเช่นกัน
พอเห็นเขาเป็นแบบนี้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแย่ในใจ
“ค่ะ นายท่าน” แม่บ้านตอบรับคำสั่งและเดินไปที่ประตูรั้ว
เธอมองดูลู่ซีจวี๋และพูดชักชวนเบา ๆ “คุณชายลู่ กลางคืนมืดแล้วน้ำค้างลงเยอะ เข้ามาดื่มชาขิงทำร่างหายให้อุ่นก่อนเถอะค่ะ แล้วอยากจะพูดอะไรก็ค่อยพูด”
ลู่ซีจวี๋มองไปทางห้องของอินอวี่โหรวด้วยดวงตาที่หรี่ลงเล็กน้อย
เขาตอบรับเบา ๆ ว่า “ถ้าอินอวี่โหรวไม่ตกลง ผมก็จะไม่ลุกขึ้นครับ”
“กับคุณหนูต้องใช้ไม้อ่อนค่ะ ไม่ใช่ไม้แข็ง คุณลองพูดดี ๆ กับคุณหนูก่อน เดี๋ยวเธอก็ให้อภัยคุณเองค่ะ” ก่อนหน้านี้แม่บ้านรู้สึกเกลียดชังลู่ซีจวี๋มาก
แต่เมื่อเห็นลู่ซีจวี๋ทำแบบนี้เพื่ออินอวี่โหรว เธอก็รู้สึกเกลียดเขาไม่ลงจริง ๆ
ท้ายที่สุดผู้คนจากตระกูลสูงส่งมักจะสนใจเรื่องศักดิ์ศรีของตัวเองมากที่สุด
แต่ลู่ซีจวี๋กลับยอมทิ้งมันไว้เบื้องหลัง
เห็นได้ชัดว่าเขาชอบอินอวี่โหรวถึงขนาดนี้เลย
หากเขามีทางเลือกอื่นจริง ๆ เขาก็คงจะไม่คุกเข่าลง
“ไม่ ถ้าเธอไม่ตกลงผมก็จะคุกเข่าอยู่แบบนี้ คุณไปทำธุระของคุณเถอะครับ ไม่ต้องสนใจผมหรอก” ลู่ซีจวี๋ตั้งใจจะขอร้องให้อินอวี่โหรวยกโทษให้เขาภายในวันนี้
“คุณชายลู่ จะลำบากทำไมคะ” แม่บ้านถอนหายใจ เบา ๆ เมื่อเห็นว่าลู่ซีจวี๋ยังไม่ยอมขยับ เธอจึงส่ายหัวและเดินกลับเข้าไปในบ้าน
ลู่ซีจวี๋นึกไม่ถึงว่าอินอวี่โหรวจะเกลียดชังเขามากขนาดนี้
เขาทำถึงขนาดนี้แล้ว แต่เธอก็ยังไม่มีความตั้งใจที่จะลงมาหาเขา
ไม่สำคัญว่าอินอวี่โหรวจะให้อภัยเขาหรือไม่ เขาแค่อยากจะคุกเข่าเพื่อชดใช้บาปของเขา ชดใช้ให้ลูกของพวกเขา และสิ่งที่เขาเคยกระทำกับอินอวี่โหรวมาก่อน
ในเมื่อเธอปฏิเสธที่จะให้อภัย เขาก็จะคุกเข่าจนกว่าเธอจะให้อภัย
ลู่ซีจวี๋ไม่สนใจ
มันก็แค่การคุกเข่าเองไม่ใช่เหรอ? อินอวี่โหรวทำอะไรให้เขาตั้งเยอะแยะ ทำไมแค่นี้เขาจะทำให้เธอบ้างไม่ได้?
แม่บ้านเดินกลับที่ห้องสมุดและบอกเล่าคำพูดที่ได้ยินจากลู่ซีจวี๋ให้ผู้เฒ่าอินฟัง
ผู้เฒ่าอินส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
เขาอยากสั่งสอนให้ลู่ซีจวี๋รับรู้บทเรียนก็จริง หากแต่อีกฝ่ายทำเช่นนี้ มันก็จะดูไปไกลเกินไป
ผู้เฒ่าอินลุกขึ้นจากเก้าอี้ “ฉันจะไปคุยกับอวี่โหรว และถามว่าหลานคิดยังไง”
เขาพูดและเดินขึ้นไปที่ชั้นบน
อินอวี่โหรวอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนแล้วและกำลังนอนอยู่บนเตียง ถึงอย่างนั้นเธอกลับนอนไม่หลับ ในหัวเธอเอาแต่คิดถึงภาพที่ลู่ซีจวี๋คุกเข่าลงตรงหน้า
เธอรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นจริง ๆ
แต่เธอจะปล่อยให้ลู่ซีจวี๋ทำแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?
อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้วางแผนที่จะอยู่กับใครอีกแล้ว
หรือว่าเธอควรจะตอบตกลงส่ง ๆ เพื่อให้เขากลับไปก่อน แล้วค่อยหารือกันพรุ่งนี้
ขณะที่อินอวี่โหรวกำลังคิดฟุ้งซ่านและวางแผนจะประนีประนอม เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น
อินอวี่โหรวจัดแจงเสื้อผ้า ลุกขึ้นยืนและเดินไปเปิดประตู
“คุณปู่ ดึกแล้วทำไมยังไม่นอนคะ?” เธอก้าวออกไปด้านข้างเพื่อให้ผู้เฒ่าอินเดินเข้ามาในห้อง และขยับเก้าอี้ให้ผู้เฒ่าอินนั่งลง
“ปู่จะนอนหลับได้ยังไง? ลู่ซีจวี๋ยังคุกเข่าอยู่ข้างนอกอยู่เลย” ผู้เฒ่าอินเหลือบมองอินอวี่โหรวและพยายามสังเกตสีหน้าเธอ
ดวงตาของอินอวี่โหรวเปิดกว้าง “อะไรนะ? ลู่ซีจวี๋ยังคุกเข่าอยู่เหรอคะ?”
เธอนึกว่าลู่ซีจวี๋กลับไปแล้ว
เธอกลับเข้ามาในบ้านได้สองชั่วโมงแล้ว
ลู่ซีจวี๋คุกเข่ามานานมากจริง ๆ
“อวี่โหรว บอกปู่หน่อยว่าหลานคิดยังไง? ปู่เพิ่งให้แม่บ้านไปเกลี้ยกล่อมเขา แต่เขาบอกว่าเขาจะไม่ลุกจนกว่าหลานจะให้อภัย” ผู้เฒ่าอินบอกอินอวี่โหรวว่าลู่ซีจวี๋พูดอะไรบ้าง
แน่นอนว่าเขาไม่ได้บีบบังคับให้อินอวี่โหรวเห็นด้วย
เขาเคารพการตัดสินใจของอินอวี่โหรว
“คุณปู่ เดี๋ยวหนูไปคุยกับเขาเองค่ะ” อินอวี่โหรวรีบเดินลงไปที่ชั้นล่างโดยไม่สวมเสื้อคลุมด้วยซ้ำ
จากการกระทำนี้ ทำให้เห็นว่าอินอวี่โหรวยังชอบลู่ซีจวี๋
ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพยายามของลู่ซีจวี๋แล้วว่าจะได้ผลไหม
อินอวี่โหรววิ่งลงไปที่ชั้นล่างด้วยลมหายใจเพียงอึกเดียว
เมื่อเห็นว่าลู่ซีจวี๋ยังคงคุกเข่าอยู่ อินอวี่โหรวก็รู้สึกแสบจมูก
เธอวิ่งเข้าไปโน้มตัวลงและทุบตีลู่ซีจวี๋ “คุณทำอะไร? ทำอะไร? ตั้งใจใช่มั้ย?”
“อวี่โหรว? เต็มใจลงมาหาผมแล้วเหรอ?” ริมฝีปากของ ลู่ซีจวี๋เปลี่ยนเป็นสีขาวซีดเล็กน้อย
อุณหภูมิข้างนอกตอนกลางคืนค่อนข้างต่ำ เขาคุกเข่ามานานแล้วจนเริ่มจะคุกเข่าไม่ไหวอีกต่อไป
โชคดีที่เขาได้รับการฝึกฝนมา ไม่อย่างนั้นหากเป็นคนธรรมดาทั่วไปคงไม่ไหวแล้ว
จู่ ๆ อินอวี่โหรวก็หยุดทุบตีและโน้มตัวลงไปกอดลู่ซีจวี๋ “ทำไมคุณโง่จัง ทำแบบนี้มันคุ้มแล้วเหรอ?”
ร่างกายของอินอวี่โหรวส่งกลิ่นหอมจาง ๆ ซึ่งทำให้รู้สึกดีมาก ลู่ซีจวี๋พิงพักไหล่ของอินอวี่โหรวอย่าพึงพอใจและโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน
ไม่ว่าเขาจะคุกเข่านานแค่ไหน ตราบใดที่อินอวี่โหรวเต็มใจเป็นฝ่ายเข้ามาหาเขาก่อน เขาก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่าแล้ว
“อวี่โหรว ผมไม่ขอให้คุณยกโทษให้ผมทันทีหรอก ผมรู้ว่าผมมันเลว ผมด่าผมเลยผมจะรับมันไว้ แต่อย่าไปอยู่กับคนอื่นเลยได้มั้ย? ผมทนไม่ไหวจริง ๆ” น้ำเสียงของลู่ซีจวี๋อู้อี้เล็กน้อยขณะพิงไหล่ของอินอวี่โหรว
หลังจากรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นบนไหล่ อินอวี่โหรวก็ตัวแข็งทื่อ
ลู่ซีจวี๋ร้องไห้เหรอ?
อินอวี่โหรวรู้สึกเจ็บปวดที่หน้าอก
เธอพูดเบา ๆ ว่า “ก็ได้ ฉันจะตอบรับคำขอของคุณชั่วคราว ลุกขึ้นก่อนเถอะ”
คำสัญญาของเธอจะเกิดขึ้นแค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่ดูแล้วหลังจากนี้ลู่ซีจวี๋ก็น่าจะยังชอบเธอต่อ เพราะฉะนั้นเธอก็ยังต้องติดหนึบกับลู่ซีจวี๋ต่อไปใช่ไหม?
มันไม่สมจริงเอาเสียเลย
“ได้” ลู่ซีจวี๋กำลังจะลุกขึ้นยืน แต่ใครจะคิดว่าหลังจากเขาลุกขึ้นยืนแล้ว เขาจะล้มลงไปคุกเข่าอีกครั้ง
อินอวี่โหรวกังวลว่าเข่าของเขาจะได้รับบาดเจ็บ เธอจึงพยายามฉุดรั้งเขาเอาไว้อย่างเต็มที่
โชคดีที่เข่าของลู่ซีจวี๋สัมผัสกับพื้นเบา ๆ เท่านั้น
เขาอาศัยแรงของอินอวี่โหรวและลุกขึ้นยืนหยัด
อินอวี่โหรวพาเขาเข้าไปในห้องนั่งเล่นและนำซุปขิงมาให้เขาคลายหนาว
ลู่ซีจวี๋ไม่ปฏิเสธและดื่มซุปขิงจนหมด
อินอวี่โหรวไปเอากล่องยามาและทายาให้ลู่ซีจวี๋
คืนนั้นลู่ซีจวี๋ได้รับสิทธิพิเศษ โดยเขาได้นอนพักอยู่ในห้องพักรับแขกของบ้านตระกูลอิน
มีเพียงกำแพงบาง ๆ ที่กั้นเขากับอินอวี่โหรวเอาไว้เท่านั้น
การคุกเข่าครั้งนี้คุ้มค่าจริง ๆ