พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 598 คุกเข่า
ตอนที่ 598
คุกเข่า
“ลู่ซีจวี๋ ถ้าคุณจะมาทำตัวบ้า ๆ ก็อย่ามาทำตัวบ้าที่บ้านของฉันได้มั้ย? อย่ามารั้งฉันไว้เลย” อินอวี่โหรวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ทำไมเธอถึงโชคร้ายแบบนี้? ไม่ว่าจะคนแรกหรือคนสองก็ไม่ใช่คนปกติทั้งนั้น
“ฉินคั่วทำใช่มั้ย? ฮะ? ใช่มันมั้ย?” ลู่ซีจวี๋คิดว่าเขาเดาถูกทุกอย่างแล้ว ฉินคั่วเป็นคนทิ้งไว้รอยนี้เอาไว้บนริมฝีปากของอินอวี่โหรวจริง ๆ
อินอวี่โหรวไม่เข้าใจว่าทำไมลู่ซีจวี๋ถึงมาถามเธอแบบนี้ ราวกับว่าเขากำลังตามจับคนร้ายที่กระทำเธออยู่
เดิมทีเธอรู้สึกผิดอย่างอธิบายไม่ถูก แต่ตอนนี้พฤติกรรมของลู่ซีจวี๋กลับทำให้เธอไม่ได้รู้สึกผิดอีกต่อไป
“ลู่ซีจวี๋ ถ้าเขาทำจริง ๆ แล้วยังไง? ไม่ใช่เขาแล้วยังไง? อย่าลืมว่าเราหย่ากันไปแล้ว คุณมีสิทธิ์อะไรมายุ่งเรื่องของฉัน? ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายให้คุณฟัง” อินอวี่โหรวคิดจะสะบัดมือออกจากลู่ซีจวี๋
แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมปล่อยเธอ
“ผมไม่ยอม อวี่โหรว คุณเป็นของผมคนเดียว” ก่อนหน้านี้เขาวางตัวราวกับเจ้าแห่งนรก แต่ตอนนี้เขากลับกอดอินอวี่โหรวด้วยความเศร้าเสียใจราวกับสุนัขตัวใหญ่ที่ถูกทอดทิ้ง
อินอวี่โหรวตกใจกับความแตกต่างที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอไม่ตอบสนองและปล่อยให้ลู่ซีจวี๋กอดเธอ
ลู่ซีจวี๋มองดูและเม้มปากด้วยความรู้สึกประสบความสำเร็จ
คนอย่างอินอวี่โหรวมักจะเลือกด้านที่อ่อนโยนมากกว่าแข็งแกร่งเสมอ
ก่อนหน้านี้เขาโกรธมากจนเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้
แต่ตอนนี้เขาได้สติแล้ว และตระหนักได้ว่าเขาไม่สามารถทำให้อินอวี่โหรวหวาดกลัวได้
ตอนนี้อินอวี่โหรวกำลังหลีกเลี่ยงเขา ถ้าเกิดหลังจากนี้เธอไม่อยากเจอหน้าเขาอีกจะทำยังไง?
ลมหายใจร้อนโรยรินอยู่บนซอกคอของอินอวี่โหรวจนทำให้เธอรู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อย
เธออดไม่ได้ที่จะหดคอลงและค่อย ๆ ได้สติกลับคืนมา
เธอผลักลู่ซีจวี๋ออก “คุณ ปล่อยฉันก่อน”
คราวนี้ลู่ซีจวี๋เชื่อฟัง ไม่บีบบังคับ และปล่อยอินอวี่โหรว ออก
เขาก้มหน้าลงจ้องมองข้อมือของอินอวี่โหรว
รอยแดงปรากฏขึ้นรอบข้อมือขาว ทำให้คนมองสังเกตเห็นความงามที่เกิดจากการข่มเหง
ร่างที่ขาวนวลไร้ที่ติทำให้เขาอยากจะทิ้งร่องรอยเอาไว้เหลือเกิน
ลู่ซีจวี๋ระงับความเร่าร้อนที่ทวีคูณเพิ่มขึ้น จากนั้นก็ยื่นมือออกไปลูบข้อมือของอินอวี่โหรวเบา ๆ “ขอโทษนะ เจ็บมั้ย?”
ในเมื่อลู่ซีจวี๋แข็งกร้าวขึ้น อินอวี่โหรวก็สามารถแข็งกร้าวได้เช่นกัน
แต่ตอนนี้เขาสงบลงแล้ว อินอวี่โหรวจึงไม่รู้ว่าเธอจะต้องทำอย่างไรต่อ
มือของลู่ซีจวี๋อบอุ่นมาก และฝ่ามือใหญ่ที่ลูบข้อมือของเธอก็ดูเหมือนจะมีพลังวิเศษที่ทำให้ร่างกายของเธออบอุ่น
อินอวี่โหรวอยากได้รับความอ่อนโยนเช่นนี้
เธอคิดฟุ้งซ่านไปไกล
แต่ทันใดนั้นเธอก็ตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ เธอตกใจมากและรีบสะบัดมือของลู่ซีจวี๋ออกราวกับถูกไฟช็อต
อินอวี่โหรวสับสน เธอรู้สึกว่าหัวใจของเธอกำลังหวั่นไหวและไม่สามารถปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้อีก
เธอทุกข์ใจเพราะลู่ซีจวี๋มามากพอแล้ว และเธอไม่สามารถตามใจตัวเองได้อีก
อินอวี่โหรวหันหน้ามองด้านข้าง ไม่กล้ามองตรงไปที่ ลู่ซีจวี๋
จนกระทั่งเธอสงบลง เธอก็หันกลับไปมองลู่ซีจวี๋ด้วยสีหน้าเย็นชา “ลู่ซีจวี๋ หลังจากนี้ไม่ต้องมาหาฉันแล้วนะ”
ลู่ซีจวี๋ไม่เข้าใจว่าทำไมท่าทางของอินอวี่โหรวถึงเปลี่ยนไปกะทันหัน
เขาเดาไม่ออกว่าอินอวี่โหรวกำลังคิดอะไรอยู่ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงพูดเกลี้ยกล่อมเธอ
“อวี่โหรว ก่อนหน้านี้คุณสัญญากับผมว่าคุณจะอนุญาตให้ผมคอยติดตามคุณ” น้ำเสียงของลู่ซีจวี๋แผ่วเบามากราวกับว่าเสียงดังสามารถจางหายไปได้ในทันทีที่มีลมพัดผ่าน
อินอวี่โหรวมองเห็นความถ่อมตนและความเปราะบางในน้ำเสียงของลู่ซีจวี๋
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมตอนนี้เธอถึงไม่สามารถพูดคำที่ต้องการพูดออกไปได้
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกและพูดด้วยน้ำเสียงสงบ “ฉันตกลงให้คุณติดตามฉันเพราะฉันคิดว่าคุณจะไม่มารบกวนชีวิตฉันอีก แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าคุณกำลังรบกวนชีวิตฉันอยู่ และคุณควรหยุดซะ”
“ผมสัญญาว่าจะไม่บังคับคุณอีก คุณจะให้ผมไล่ตามคุณนานแค่ไหนก็ได้ แต่อวี่โหรว ช่วยมองมาที่ผมอีกสักครั้งได้มั้ย? อย่าไปอยู่กับคนอื่นเลยนะ ไม่อย่างนั้นผมก็รับประกันไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ลู่ซีจวี๋พูดขอร้องด้วยสายตาวิงวอน
อินอวี่โหรวหัวเราะด้วยความโกรธจัด “นี่คือไม่บังคับฉันแล้วเหรอ?”
ภายนอกดูโอ่อ่าแต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น
“ยกเว้นแต่ว่าคุณอยู่กับคนอื่น ถ้าเป็นเรื่องอื่นผมตกลงทุกอย่าง โอเคมั้ย?” ลู่ซีจวี๋นึกไม่ถึงว่าชีวิตนี้เขาจะต้องมาทำอะไรเพื่อคนคนเดียว
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ฉันตกลงกับคุณ?” อินอวี่โหรวไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขที่เอาแต่ใจ
หากเธอตอบตกลงจริง ๆ เธอจะไม่ต้องผูกมัดกับเขาไปตลอดชีวิตเหรอ?
“ขอร้องล่ะ อวี่โหรว” ลู่ซีจวี๋อยากจะคว้ามืออินอวี่โหรวอีกครั้ง แต่เขากลัวว่าอินอวี่โหรวจะโกรธจึงไม่ได้ทำเช่นนั้น
อินอวี่โหรวมองดู โดยไม่รู้ว่าจะต้องรู้สึกอย่างไร
ไม่รู้ว่าผู้ชายที่จับมือเธออย่างครอบงำก่อนหน้านี้หายไปไหนแล้ว
“ฉันไม่เห็นด้วย” อินอวี่โหรวหันหน้าหนี
“แล้วต้องทำยังไงถึงจะตกลง?” ลู่ซีจวี๋กัดฟัน
“ไม่ว่าคุณจะพูดอะไร… ลู่ซีจวี๋จะทำอะไร!” อินอวี่โหรวกำลังตอบกลับอย่างสบาย ๆ แต่เมื่อเธอเห็นการกระทำของลู่ซีจวี๋ เธอก็ตกใจมากจนร้องเสียงหลง
นึกไม่ถึงว่าลู่ซีจวี๋จะคุกเข่าลงต่อหน้าเธอจริง ๆ
ว่ากันว่าลูกผู้ชายจะไม่คุกเข่าพร่ำเพรื่อ แต่คนที่หยิ่งยโสในตัวเองอย่างลู่ซีจวี๋กำลังคุกเข่าให้เธอจริง ๆ
เขาทำแบบนี้เพื่อเธอเหรอ?
อินอวี่โหรวรีบดึงลู่ซีจวี๋ขึ้นมาทันที “ลู่ซีจวี๋ ทำอะไร?”
ทว่าการฉุดรั้งของอินอวี่โหรวกลับล้มเหลว และไม่ทำให้ ลู่ซีจวี๋สั่นคลอนแม้แต่น้อย
ลู่ซีจวี๋ยังคงคุกเข่าลงต่อหน้าอินอวี่โหรว โดยที่หลังของเขายืดตรง
“จนกว่าคุณจะตอบตกลง ไม่งั้นผมก็จะไม่ลุกขึ้น” การกระทำของลู่ซีจวี๋ค่อนข้างจะขี้โกง
“ไหนคุณบอกว่าจะไม่บีบบังคับฉันไง” อินอวี่โหรวรู้สึกปวดหัวจริง ๆ
นี่คือไม่บังคับเธอเหรอ?
“ไม่ได้บังคับ หารือต่างหาก” ลู่ซีจวี๋พูดอย่างมั่นใจ
“ได้ ในเมื่ออยากจะหารือกับฉันก็ลุกขึ้นมาคุยกันดี ๆ” ใครเขาคุกเข่าคุยกับคนอื่นกัน?
แม้ว่าการกระทำดังกล่าวจะดูจริงใจมาก แต่มันกลับทำให้เธอไร้วาสนาที่จะมีความสุขจริง ๆ
“ไม่ ถ้าคุณไม่ตกลง ผมก็จะไม่ลุกขึ้น” ลู่ซีจวี๋ยังคงคุกเข่าอย่างดื้อรั้น
อินอวี่โหรวไม่มีทางเลือกอื่น เธอกัดริมฝีปากและพูดตรงไปตรงมาว่า “ได้ ถ้าอยากคุกเข่านักก็เชิญคุกเข่าไป ฉันไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรอยู่แล้ว!”
เธอพูดและเดินถือกระเป๋าเข้าไปในบ้าน เดิมทีเธออยากจะออกไปหาอะไรกินเพื่อระงับความหิวโหยในตอนกลางคืน แต่ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์แล้ว
แผ่นหลังของลู่ซีจวี๋ยังคงยืนหยัดอยู่ท่ามกลางความมืด ไม่โค้งงอแม้แต่น้อย
จะเห็นได้ว่าความจริงใจของเขาเต็มเปี่ยมมาก
แต่กลับไม่มีใครเห็นมัน
อินอวี่โหรวเดินกลับไปที่ห้องด้วยความรู้สึกหดหู่
ลู่ซีจวี๋ทำแบบนี้ทำไม?
เขาคุกเข่าให้เธอจริง ๆ
ตอนนี้เธอเชื่อแล้วว่าลู่ซีจวี๋ชอบเธอมาก
อินอวี่โหรวทนไม่ไหว ไม่สามารถปล่อยให้เขาคุกเข่านานได้ แต่เธอกลับเอาแต่บอกตัวเองว่าอย่าใจอ่อน
ลู่ซีจวี๋ไม่ใช่คนโง่เขลาขนาดนั้น เธอไม่อยู่แล้ว เดี๋ยวเขาก็คงกลับไป