พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 601 ซ้ำเติมคนล้ม
ตอนที่ 601
ซ้ำเติมคนล้ม
เมื่อเห็นว่าอินอวี่โหรวเงียบ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พูดต่อว่า “อวี่โหรว ความจริงคือฉันเอนเอียงไปทางรุ่นพี่ด้วยแหละ และอีกอย่างมันเป็นความคิดเห็นของฉันเฉย ๆ เธอคิดเอาเองดีกว่า”
“ขอฉันคิดดูก่อนนะ” อันที่จริงอินอวี่โหรวไม่ได้คิดถึงเรื่องของพวกเขาทั้งสองเลย เธอรู้สึกว่าอยู่คนเดียวน่าจะดีกว่า
ไม่ว่าจะฉินคั่วหรือลู่ซีจวี๋ อินอวี่โหรวก็รู้สึกราวกับว่าพวกเขาเป็นเหมือนลมกรรโชกที่ไม่สามารถจับเอาไว้ได้
มีเพียงตัวเธอเท่านั้นที่เป็นของจริง
หากแต่เธอไม่เห็นด้วย ด้วยอุปนิสัยของฉินคั่วกับลู่ซีจวี๋แล้ว พวกเขาก็จะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน
อินอวี่โหรวรู้สึกไม่สบายใจ
ทำไมปัญหาเหล่านี้ถึงกระโจนเข้าใส่เธอนัก?
เมื่อเห็นว่าอินอวี่โหรวขมวดคิ้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ส่งน้ำผลไม้ให้เธอ
“ไอหยา อย่าไปเศร้าเลย เศร้าให้ผู้ชายพวกนั้นมันไม่คุ้มหรอก ฉันกลับมาแล้ว เธอแค่ออกมาเที่ยวเล่นกับฉันก็พอ ฉันอยู่ที่นี่ทั้งคน พวกนั้นไม่กล้าทำอะไรหรอก”
“อืม” อินอวี่โหรวกลอกตาและทิ้งเรื่องราวยุ่งเหยิงเหล่านั้นเอาไว้เบื้องหลังชั่วคราว
หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับ อินอวี่โหรวก็ไปซื้อของ กินอาหารเย็นด้วยกันอีกครั้งและแยกย้ายกันกลับ
เมื่อนึกเวลาจากลา อินอวี่โหรวพูดขึ้นมาว่า “ตอนนี้ลู่ซีจวี๋ยังอยู่ที่บ้านฉัน ฉันไม่กล้ากลับไป ฉันไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับเขายังไงดี โดยเฉพาะเขาทำแบบนั้นกับฉันด้วย เหมี่ยวเหมี่ยว อยู่เป็นเพื่อนฉันหน่อยได้มั้ย?”
โดยปกติแล้วลู่ซีจวี๋จะใจดีกับเธอและเสี่ยวเป่ามาก
หากเธอทำตามที่อินอวี่โหรวร้องขอ เธอก็อาจจะดูกลายเป็นคนเลว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูท่าทางน่าสงสารของอินอวี่โหรวแล้วรู้สึกว่าไม่สามารถปฏิเสธได้
ช่างเถอะ คนเลวก็คือคนเลว
เพื่อเห็นแก่เพื่อนสาว เธอขอเป็นคนเลวสักหนึ่งวันแล้วกัน
“รอฉันแป๊บ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดและส่งข้อความไปอธิบายเหตุผลกับมู่อวี้เฉิงทันที
มู่อวี้เฉิงไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ขอให้เธอคอยดูแลตัวเอง
หลังจากทั้งสองพูดคุยกันอีกสองสามคำ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กดวางสายอย่างมีความสุขและพูดขึ้นว่า “อวี้เฉิงตอบตกลงแล้ว ไปกันเถอะ”
อินอวี่โหรวจึงเดินควงแขนถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกไป
พวกเธอเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่แทบจะไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย
พอคิดว่าจะได้อยู่ด้วยกันแล้วก็มีความสุขมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับอินอวี่โหรวเดินทางมาถึงบ้านตระกูลอินพร้อมกัน
ลู่ซีจวี๋ยังคงอยู่ที่นี่ และกำลังนั่งเล่นหมากรุกกับผู้เฒ่าอินอยู่
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ลู่ซีจวี๋ก็คาดเดาได้ว่าอินอวี่โหรว กลับมาแล้ว
เขาหันกลับไปยิ้มให้อินอวี่โหรวอย่างอ่อนโยน แต่เมื่อเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนถัดอยู่จากอินอวี่โหรว ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ “เธอมาทำไม?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มและตอบว่า “ทำไม ทีพี่ยังมาได้เลย ฉันจะมาไม่ได้เหรอ? คุณปู่อินสวัสดีค่ะ”
เธอโค้งคำนับทักทายผู้เฒ่าอิน
“เหมี่ยวเหมี่ยว ไม่เจอกันนานเลย” ผู้เฒ่าอินชอบ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาก
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับอินอวี่โหรวในครั้งที่แล้ว ต้องขอบคุณเธอจริง ๆ ที่ทำให้อินอวี่โหรวมีชีวิตรอดมาได้
“หนูไม่อยู่เมืองเป่ยตั้งนาน วันนี้เลยแวะมารบกวนหน่อย หวังว่าจะไม่รังเกียจนะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกสนิทใจกับผู้เฒ่าอินมาก
เวลาที่ไม่มีอะไรทำ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมักจะมาพูดคุยกับผู้เฒ่าเหล่านี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีความสุขมากที่ได้เห็นรอยยิ้มของพวกเขา
“ไม่รังเกียจหรอก กินข้าวหรือยังล่ะ? ถ้ายังปู่จะได้ให้แม่ครัวไปเตรียมอาหาร” ผู้เฒ่าอินพูดขณะกวักมือเรียกแม่บ้านเข้ามา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบหยุดเขาอย่างว่องไว
“ไม่เป็นไรค่ะคุณปู่ หนูกับอวี่โหรวกินข้าวนอกบ้านกันมาแล้วค่ะ”
เธอกินไปเยอะมากและไม่สามารถกินได้อีก
“คุณปู่ หนูพาเหมี่ยวเหมี่ยวขึ้นไปบนห้องก่อนนะคะ” อินอวี่โหรวพูดโดยไม่หันหลังกลับมามองลู่ซีจวี๋ และดึง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขึ้นไปที่ชั้นบนโดยตรง
ขณะเดียวกัน คลับระดับไฮเอนด์ในเมืองเป่ย
ชายในชุดสูทสีดำเดินไปตามทางเดิน ตามมาด้วยชายวัยกลางคนที่มีลักษณะอ้วนท้วนและมีเหงื่อออกจากความหวาดระแวง
“คุณมู่ ผมไม่รู้ว่าคุณจะมา เลยไม่ได้ออกไปต้อนรับตั้งแต่เนิ่น ๆ คุณต้องการอะไรมั้ยครับ?” ชายคนนั้นมองดูมู่อวี้เฉิงด้วยสายตาระมัดระวัง แม้แต่น้ำเสียงของเขายังสั่นเทา
มู่อวี้เฉิงไม่ค่อยแวะมาเยือนสถานที่แบบนี้สักเท่าไหร่
แต่จู่ ๆ ก็แวะมากะทันหัน เขาไม่ได้รู้สึกโชคดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังกังวลว่าเขาอาจจะสร้างปัญหาได้
หากเขาทำให้มู่อวี้เฉิงขุ่นเคือง ไนต์คลับแห่งนี้ก็อาจจะต้องจบเห่
ในความเป็นจริง ทุกคนรู้ว่าการทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย
ผู้มีอิทธิพลพวกนี้เป็นเหมือนเทพเจ้าแห่งความมั่นคง แต่บางเขาพวกเขาก็เป็นเหมือนกับระเบิด
ถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากจะทำธุรกิจเงียบ ๆ ไม่มาพบปะกับขาใหญ่เหล่านี้
ทุกอย่างเป็นดาบสองคม เขาจึงไม่กล้าคิดอะไรมากนัก
ขอแค่เขาเปิดไนต์คลับในเมืองเฉินได้อย่างปลอดภัยก็พอ
“ฉินคั่วอยู่ไหน?” มู่อวี้เฉิงกวาดสายตามองรอบข้างและไม่ได้ตอบคำถามเขา
“ฉิน คุณฉิน มาเจอคุณฉินหรอกเหรอครับ” ชายคนนั้นเกาหัวแล้วพูดด้วยความตื่นตระหนก “เดี๋ยวผมพาไปพบครับ”
ห้องอื่นเต็มไปด้วยเสียงดนตรีดังสนั่นที่ทำให้ปวดแก้วหู
มีเพียงห้องส่วนตัวที่ชายคนนั้นพามู่อวี้เฉิงมาเท่านั้นที่เงียบสงบ
มู่อวี้เฉิงเปิดประตูและเดินเข้าข้างในโดยตรง
ฉินคั่วนั่งอยู่บนโซฟาเพียงลำพัง มีแก้วไวน์แดงอยู่ในมือ ดูโดดเดี่ยวเล็กน้อย
เมื่อเห็นเขา ดวงตาของฉินคั่วก็เป็นประกายขึ้นมา “ไอหยา วันนี้ไม่อยู่กับเมียเหรอ? ในที่สุดก็ออกมาได้แล้วหรือไง?”
ฉินคั่วรู้ข่าวตั้งแต่วันที่มู่อวี้เฉิงเดินทางกลับมาเมืองเป่ย
เขาชวนให้มู่อวี้เฉิงออกมาดื่มเหล้าด้วยกัน
แต่มู่อวี้เฉิงกลับปฏิเสธเขาโดยบอกว่าต้องการใช้เวลากับภรรยา
นอกจากนี้เขาอยากจะเห็นจริง ๆ ว่าภรรยาของมู่อวี้เฉิงเป็นคนแบบไหน ถึงสามารถปราบคนอย่างมู่อวี้เฉิงจนอยู่หมัด
“เมียฉันไปบ้านอินอวี่โหรว ถ้าฉันเดาไม่ผิดตอนนี้ลู่ซีจวี๋น่าจะอยู่ที่บ้านของอินอวี่โหรว” มู่อวี้เฉิงค่อย ๆ ยกแก้วขึ้นมาจิบขณะพูดทิ้งระเบิดให้ฉินคั่ว
แน่นอนว่าสีหน้าของฉินคั่วเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขากระแทกแก้วลงกับโต๊ะจนเกิดเสียงดัง ‘กึก’
“ไอเวรนี้ จริง ๆ เลย พอคนล้มก็ซ้ำเติม น่าขยะแขยง!” ฉินคั่วอยากจะแวะไปเช่นกันแต่เขาไม่กล้า ครั้งล่าสุดเขาเผลอพลั้งพลาดไป เขาจึงหวาดกลัวว่าอินอวี่โหรวจะจ้องมองเขาด้วยสายตาผิดหวัง
“แกก็ไปได้นิ ถ้ามัวแต่ขี้ขลาดแบบนี้ ฉันก็จะดูถูกแกเหมือนกัน” มู่อวี้เฉิงยกแก้วไวน์ขึ้นมาจ่อริมฝีปากและจิบเล็กน้อย
“แกฟังที่ฉันคิดนะ ความสัมพันธ์ครั้งนี้มันแตกต่างจากครั้งก่อนมาก ต่อให้กล้าหาญแค่ไหนก็จะบุ่มบ่ามไปที่นั่นไม่ได้หรอก อีกอย่างความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลอินกับตระกูลลู่เป็นยังไง ฉันจะนำหน้าได้เหรอ?” จริง ๆ แล้วฉินคั่วกำลังคิดหาวิธีการอยู่
แต่เขาคิดหาวิธีการไม่ออกและทำอะไรไม่ถูกเลย
“ในเมื่อเจอกันที่ลับไม่ได้ ทำไมไม่ไปแก้ต่างในที่แจ้งล่ะ? โง่จริง ๆ” มู่อวี้เฉิงจ้องมองฉินคั่วด้วยสายตารังเกียจ
ฉินคั่วเป็นชายหนุ่มที่มีพละกำลังแข็งแรง แต่เมื่อไหร่ที่ต้องใช้สมอง เขากลับทำอะไรไม่เป็นเลย
ทั้งที่เขาตกอยู่ในสภาพเงื่อนไขที่ดีกว่า แต่กลับต้องมาทิ้งโอกาสนั้นให้คนอื่น
แล้วใครกันจะไม่ตำหนิเขา?
“หมายความว่ายังไง?” ฉินคั่วจ้องมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า
ใบหน้าเย็นชาของมู่อวี้เฉิงกำลังจะระเบิดออก “พูดไปหมดแล้ว แกยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?”
“แล้วฉันจะรู้ได้ไงว่าแกพูดอะไร?” ฉินคั่วตอบกลับไม่สบอารมณ์