พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 602 แต่ยังมีลูกชายอีกด้วย
ตอนที่ 602
แต่ยังมีลูกชายอีกด้วย
มู่อวี้เฉิงสูดลมหายใจเข้าลึก เขากลายมาเป็นเพื่อนกับฉินคั่วได้อย่างไร?
เมื่อเห็นว่าเขาไม่พูดอะไร ฉินคั่วก็มีสีหน้ากังวล “มีอะไรจะพูดก็พูดมา แกก็รู้ว่าฉันเป็นคนตรง ๆ มาพูดกับฉันอ้อมค้อมแบบนี้ แกจงใจใช่มั้ย?”
“โง่ชัด ๆ” มู่อวี้เฉิงไม่อยากจะเสวนากับเขาอีก
หลังจากนั้นไม่นาน มู่อวี้เฉิงก็พูดขึ้นว่า “แกเป็นนายน้อยตระกูลฉิน อยู่ห่างบ้านมานานหลายปี กลับมาทั้งทีก็ต้องจัดงานเลี้ยงหน่อยมั้ย?”
“ครั้งล่าสุดปู่บอกจะจัดงานเลี้ยงให้ฉัน แต่ฉันรู้สึกว่ามันฉูดฉาดไปหน่อยก็เลยปฏิเสธไป” ฉินคั่วเอามือเกาท้ายทอยอย่างทำอะไรไม่ถูก
ความโกรธเคืองค่อย ๆ ลุกโชนอยู่ในแววตาของมู่อวี้เฉิง เขาพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ลุกขึ้นไปต่อยและหัวเราะออกมาดัง ๆ “ถ้าแกจัดงานเลี้ยง อินอวี่โหรวก็ต้องไปเจอแกหรือเปล่า? ตระกูลฉินมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลลู่ ยังไงแกก็ต้องเชิญพวกเขามั้ย?”
ตอนนี้เขาพูดทุกอย่างหมดเปลือกแล้ว หากฉินคั่วยังไม่เข้าใจอีก เขาก็จะดับเครื่องชนกำแพงแล้วนะ
“โอ้…” ฉินคั่วร้องอุทานทันที
“หมายความว่าแบบนี้นี่เอง เดี๋ยวฉันจะกลับไปบอกปู่ ว่าแต่แกรู้มากขนาดนี้เชียวเหรอ? อย่าบอกนะว่าเคยทำแบบนี้มาก่อน?” ฉินคั่วหันไปขยิบตาให้มู่อวี้เฉิง
“อืม” มู่อวี้เฉิงตอบกลับเบา ๆ
ฉินคั่วนึกไม่ถึงว่ามู่อวี้เฉิงจะยอมรับมันจริง ๆ
คงจะมีเรื่องราวมากกว่านี้สินะ
ดวงตาของฉินคั่วเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากจะรู้เรื่องซุบซิบเต็มทน “จริงดิ แกตามจีบเมียตัวเองเหรอ? คุณมู่ชอบผู้หญิงประเภทไหนกันนะ? แค่กวักนิ้วผู้หญิงก็เข้าหาแล้ว ต้องไปไล่ตามด้วยเหรอ พิลึกจริง ๆ”
ต้องบอกว่าคราวเมื่ออยู่ในโรงเรียน มู่อวี้เฉิงเป็นดาวเรื่องชื่อประจำโรงเรียนของพวกเขา
หญิงสาวมากหน้าหลายตาประมาณแปดร้อยถึงพันคนต่างมาชื่นชอบเขา
แล้วยังมีสาวประเภทไหนหลงเหลืออยู่อีก? สุดท้ายแล้วไม่มีใครที่ไม่ชอบมู่อวี้เฉิง
ด้วยสายตาที่หลักแหลมเช่นนี้ เผลอไปตกหลุมรักเทพธิดาคนไหนเข้านะ?
พวกเขาแต่งงานกันเร็วอย่างไม่คาดคิด
“ยังมีอีกหลายอย่างที่แกไม่รู้” มู่อวี้เฉิงเห็นว่าฉินคั่วประหลาดใจจึงพูดเยาะเย้ยเขา
ไม่ว่าจะแข็งแกร่งสักเพียงไหน เขาก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง
ใครจะคิดว่าเขาจะยอมจำนนให้กับถงเหมี่ยวเหมี่ยวขนาดนี้?
“จุ๊ ๆ ๆ” ไม่รู้ว่าฉินคั่วแค่ล้อเลียนหรือแปลกใจกันแน่ เขาถึงได้แต่เดาะลิ้นตัวเอง
มู่อวี้เฉิงอารมณ์เสียเมื่อได้ยินเสียงเดาะลิ้น “ถ้าแกไม่อยากพูด งั้นฉันก็ตัดลิ้นแกไปบริจาคให้คนที่ต้องการ”
“ก็แค่ล้อเล่นเอง ไม่ได้เหรอ? จะโมโหทำไม?” ฉินคั่วยังคงทำสีหน้าไม่รู้สึกผิด
“แต่แกกับฉันไม่เหมือนกันปะ? แกชอบเธอแต่เธอไม่ได้ชอบนิ? สุดท้ายอินอวี่โหรวก็ไม่ได้ชอบแกไม่ใช่เหรอ?” มู่อวี้เฉิงพูดจาเยาะเย้ยอย่างไม่เกรงใจ
ใครก็ตามที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์เขา ชีวิตนี้ก็อย่าได้คิดจะไปผุดไปเกิดอีกเลย
“แกจะมาซ้ำเติมคนล้มแบบนี้มันก็ไม่ถูกนะ อีกอย่างถึงตอนนี้ไม่ใช่ของฉัน ในอนาคตก็ต้องเป็นของฉันอยู่ดี” ฉินคั่วตอบกลับอย่างมั่นใจ
“ไม่มีทาง แกอย่าลืมว่าอินอวี่โหรวชอบลู่ซีจวี๋มากจนยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา แค่นี้แกก็แพ้แล้ว” มู่อวี้เฉิงพูดเบา ๆ แต่คำพูดทุกอย่างกลับเป็นความจริง
“ถ้าฉันไม่ต้องไปกองทัพ ไอหมอนั้นจะทำอะไรได้มั้ย?” ฉินคั่วโมโหและหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบอึกใหญ่
“พลาดแล้วพลาดเลย ตอนนี้ทำได้แค่ชดเชยเท่านั้น แต่ฉันขอแนะนำให้แกยอมแพ้ไปซะ เพราะมันไม่มีความหวังอะไรทั้งนั้น อินอวี่โหรวไม่ได้สนใจแกเลย ไม่ว่าแกจะพยายามแค่ไหนมันก็เปล่าประโยชน์” มู่อวี้เฉิงทำตัวขัดหูขัดตาฉินคั่วมาก
เขาไม่เคยพูดจาปลอบโยนดี ๆ เลย มีแต่พูดถึงข้อเท็จจริง
“ได้ไง ฉันไม่ยอมแพ้หรอก เธอบอกว่าระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้ ฉันเป็นแค่รุ่นพี่ หนำซ้ำแกยังมาพูดแทงใจดำใส่ฉันอีก พูดปลอบใจฉันสักสองสามคำมันจะตายมั้ย?” ฉินคั่วอยากจะร้องไห้
“ฉันก็แค่พูดให้แกมองเห็นความจริง ไม่มีอะไรสวยหรูไปกว่าคำพูดพวกนี้แล้ว ฉินคั่ว ถ้าแกอยากจะตามจีบก็ตามจีบได้นะ แต่ฉันหวังว่าแกจะทำตัวดี ๆ ไม่ใจร้อนอีก” ฉินคั่วเป็นคนอารมณ์ร้อนสุดโต่ง
เมื่อเขาตัดสินใจทำอะไรแล้ว วัวสิบตัวก็ฉุดเขากลับมาไม่ได้
เหตุผลที่มู่อวี้เฉิงพูดชักชวนเขาเพราะไม่อยากให้ฉินคั่วเผลอทำอะไรที่ไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้
“แล้วฉันจะทำอะไรได้?” ฉินคั่วตอบกลับอย่างอารมณ์เสีย
“แกทำอะไรได้บ้าง แกก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ” มู่อวี้เฉิงเห็นว่าฉินคั่วไม่มีท่าทางอยากจะเสวนาด้วย เขาจึงไม่ได้พูดอะไรอีก
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนค่อนข้างเงียบสงัด
“ให้น้องสะใภ้ออกมากินข้าวกับฉันสักวันสิ ฉันอยากเจอเธอ” ฉินคั่วพูดเปลี่ยนเรื่อง
“แกอยากเจอแล้วฉันจะต้องให้แกเจอด้วยเหรอ? อย่าถือหางไปหน่อยเลย” น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงเย็นชาขึ้นเล็กน้อย
“อย่าขี้งกนักสิ” ฉินคั่วพยายามพูดประจบประแจง
“ก็ได้ รอพ่อแม่ฉันพาลูกชายมาส่งก่อน ฉันจะพาออกมากินข้าวกับแกหรือจะไปกินที่บ้านฉันก็ได้” มู่อวี้เฉิงไม่ได้คิดจริงจังกับคำพูดของเขานัก
“อะไรนะ แกมีลูกชายด้วยเหรอ?” ฉินคั่วมองดูมู่อวี้เฉิงด้วยสายตาเหลือเชื่อ
หลายปีที่ผ่านมา ระหว่างที่เขาไม่อยู่ที่นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง?
มู่อวี้เฉิงไม่ได้มีแค่ภรรยา แต่ยังมีลูกชายอีกด้วย
แต่ระยะเวลามันก็สองปี น่าจะเป็นไปได้
ฉินคั่วคิดกับตัวเอง
จากนั้นเขาก็ถามต่อว่า “ลูกแกกี่ขวบแล้ว? นี่มันนายน้อยตระกูลมู่นี่หว่า”
“เกือบเจ็ดขวบล่ะ” มู่อวี้เฉิงตอบ
“เจ็ดขวบ? เจ็ดปีที่แล้ว?” ฉินคั่วสับสน
เขาเข้าร่วมกองทัพครั้งแรกเมื่อเจ็ดปีที่แล้วไม่ใช่เหรอ?
ลูกของมู่อวี้เฉิงอายุเจ็ดขวบแล้วเหรอ? ทำไมเขาถึงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย?
จู่ ๆ ฉินคั่วก็ตระหนักถึงความเป็นไปได้ เขากลืนน้ำลายแล้วหันไปมองมู่อวี้เฉิงอย่างระมัดระวัง “อวี้เฉิง แกคงไม่ได้ไปรับเป็นพ่อแทนคนอื่นใช่มั้ย? พระเจ้า เป็นไปได้ยังไง?”
มู่อวี้เฉิงตกหลุมรักผู้หญิงที่มีลูกแล้ว หรือว่าเขาจะใช้วิธีการคดโกงขับไล่บุคคลนั้นไป?
มู่อวี้เฉิงเห็นว่าฉินคั่วกำลังคาดเดาเรื่องราวต่าง ๆ นานาจึงพอจะคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขาเคาะหัวของฉินคั่วแล้วพูดว่า “หยุดคิดอะไรบ้า ๆ เดี๋ยวนี้”
“ไหนบอกฉันที เกิดอะไรขึ้น? ลูกแกเจ็ดขวบแล้วเหรอ?” ฉินคั่วรู้สึกว่านี่คือความจริง แต่มู่อวี้เฉิงปฏิเสธที่จะยอมรับมัน
“เรื่องมันยาวน่ะ พูดยากนิดนึง” สถานการณ์ซับซ้อนเกินไปจนมู่อวี้เฉิงไม่อยากพูดถึง
“งั้นก็เล่าให้ฉันฟังสั้น ๆ สิโว้ย” ฉินคั่วเริ่มกังวลเล็กน้อย
มู่อวี้เฉิงไม่อยากพูดแบบนี้ ความสงสัยของเขาก็น่าจะถูกต้องหรือเปล่า?
มู่อวี้เฉิงไม่ได้ตั้งใจจะพูดมัน แต่ด้วยอุปนิสัยของฉินคั่วแล้ว เขาน่าจะคิดไปไกลและสร้างเรื่องราวต่าง ๆ จากความเงียบงัน เขาจึงเล่าเรื่องสั้น ๆ ระหว่างเขากับถงเหมี่ยวเหมี่ยวเมื่อสามปีที่แล้วให้อีกฝ่ายฟัง
ฉินคั่วเข้าใจทันทีหลังจากรับฟัง
“ไม่แปลกใจเลย ตอนนั้นแกไม่ชอบเธอ แต่ตอนนี้คิดได้ กรรมสนองทันตาเห็นจริง ๆ” ฉินคั่วยิ้มเยาะ
“กรรมตามสนอง แต่ตอนนี้เธอก็กลายมาเป็นเมียฉันแล้วไม่ใช่ไง? จดทะเบียนและย้ายทะเบียนเข้ามาอยู่ในบ้านฉันแล้ว แล้วแกล่ะ? หวังลม ๆ แล้ง ๆ” มู่อวี้เฉิงเลิกคิ้ว
นี่อยากจะยั่วยุชายโสดอย่างเขาจริง ๆ เหรอ?
ไม่รู้เสียแล้วว่าเขามีความสามารถมากแค่ไหน
“มู่อวี้เฉิง แกใจดำกับเพื่อนมาก เมียแกรู้บ้างมั้ย?” ฉินคั่วพูดด้วยความโมโห
“กับเพื่อนอย่างแก คิดว่าคงไม่อยากรู้หรอก” มู่อวี้เฉิงตอบกลับอย่างเกียจคร้าน
ฉินคั่ว…
ฉินคั่วอารมณ์เสียมากถึงกับพูดไม่ออก