พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 621 ไม่กล้ามีชีวิตอยู่ต่อ
ตอนที่ 621
ไม่กล้ามีชีวิตอยู่ต่อ
ลู่ซีจวี๋ซึ่งนั่งอยู่ที่เดิมอยู่ไม่สุขและหันหน้าไปมองทางนั้นบ่อยครั้ง
เขาเหลือบมองดูนาฬิกาและเห็นว่าอินอวี่โหรวกับฉินคั่วอยู่กันตามลำพังเป็นเวลาสิบนาทีแล้ว
ไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน
อินอวี่โหรวเป็นคนประพฤติตนดี แต่ฉินคั่วไม่ใช่
ยิ่งคิดเรื่องนี้มากเท่าไหร่ ลู่ซีจวี๋ก็ยิ่งไม่สบายใจมากเท่านั้น เขาลุกขึ้นยืนและเตรียมจะเดินไป
แต่กลับเห็นอินอวี่โหรวกับฉินคั่วเดินกลับมาก่อน
เขาแสร้งทำเป็นนั่งลงอย่างสงบ
เขามองสังเกตท่าทางของอินอวี่โหรวอย่างระมัดระวัง และพบว่าเธอดูมีความสุขมาก
ไม่รู้ว่าฉินคั่วพูดเรื่องที่น่าสนใจอะไร อินอวี่โหรวถึงได้เดินยิ้มมาแบบนี้
“ออกไปเที่ยวเล่นเถอะ ถ้ามีอะไรก็มาหาฉันนะ” ฉินคั่วลูบผมของอินอวี่โหรวอีกครั้ง เมื่อเดินผ่านลู่ซีจวี๋เขาเหลือบมอง ลู่ซีจวี๋อย่างยั่วยุ จนกระทั่งฉินคั่วเดินเข้าไปในห้อง ลู่ซีจวี๋ก็หันกลับมา
“อวี่โหรว เขาคุยอะไรกับคุณ?” ลู่ซีจวี๋พูดถามด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ
เมื่อเปรียบเทียบกับเขาแล้ว ภูมิหลังทางครอบครัวของฉินคั่วคล้ายคลึงกับเขา หรืออาจจะดีกว่า
ในอดีตลู่ซีจวี๋ทำเรื่องที่โง่เขลามากมายกับอินอวี่โหรว
กว่าอินอวี่โหรวจะยกโทษให้เขานั้นมันไม่ง่ายเลย เขากังวลว่าอินอวี่โหรวจะเปลี่ยนใจและตกไปอยู่ในอ้อมกอดของคนอื่น
“ไม่มีอะไร แค่คุยกันเฉย ๆ น่ะ” ดวงตาของอินอวี่โหรว กลายเป็นรูปสระอิ ใบหน้าของเธอดูมีความสุขอย่างมาก
หลังจากคุยเปิดใจกับฉินคั่วแล้ว เธอก็รู้สึกผ่อนคลายลง
ราวกับว่าก้อนหินก้อนใหญ่ได้หลุดร่วงลงมา
ในที่สุดเธอก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดกับความสัมพันธ์ของฉินคั่วอีกต่อไป และกลับมาเป็นเหมือนเดิมเหมือนสมัยตอนที่อยู่ในโรงเรียน
“อวี่โหรว ฉินคั่วชอบพูดโกหก อย่าไปเชื่อที่เขาพูดนักเลย” ลู่ซีจวี๋อยากจะรู้จริง ๆ ว่าบทสนทนาที่เรียกว่า “คุยกันเฉย ๆ” นั้นหมายความว่าอะไร
เห็นได้ชัดว่าอินอวี่โหรวไม่อยากจะบอกเขา
“ฉันก็บอกคุณไปแล้วว่าเขาพูดอะไรบ้าง คุณยังคิดว่าเขาพูดจาไม่ดีเหรอ?” อินอวี่โหรวจ้องมองลู่ซีจวี๋ด้วยความโกรธ
“เขาเป็นคู่แข่งผมนะ คุณยังอยากจะให้ผมพูดอะไรดี ๆ ถึงเขาอีกเหรอ?” ลู่ซีจวี๋นั่งลงบนเก้าอี้อย่างไม่สบอารมณ์
บางทีอินอวี่โหรวอาจจะตระหนักได้ว่าลู่ซีจวี๋โกรธมากจริง ๆ
แต่เมื่อนึกถึงทุกอย่างที่ลู่ซีจวี๋ทำให้เธอในช่วงนี้แล้ว เธอก็ไม่สามารถเพิกเฉยต่อเขาได้
“ที่จริงพี่ฉินคั่วไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นหรอก” อินอวี่โหรวพูดอธิบายเบา ๆ
“หมายความว่ายังไง?” ลู่ซีจวี๋พูดถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
อินอวี่โหรวยินดีจะอธิบายให้เขาฟัง ทว่าเขากลับดูภาคภูมิใจและทัศนคติก็ดูโอ้อวดมาก
อินอวี่โหรวบอกลู่ซีจวี๋ว่าฉินคั่วมาขอโทษเธอ
อย่างไรก็ตามลู่ซีจวี๋รู้เรื่องริมฝีปากของเธอตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว
เก็บงำไว้เป็นความลับมันไม่เข้าท่าเลย
หลังจากฟังแล้ว สีหน้าเย็นชาของลู่ซีจวี๋ก็ยิ่งแย่ลงกว่าเดิม “ผมรู้อยู่แล้วว่าแผลบนปากคุณเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของฉินคั่ว”
ลู่ซีจวี๋ลุกขึ้นยืนและเดินตรงออกไป
สีหน้าของเขาดูโกรธเคืองอย่างชัดเจน จนทำให้ อินอวี่โหรวทำอะไรไม่ถูก
เธอไม่ได้ขยับเขยื้อน และยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกว่างเปล่า
ลู่ซีจวี๋ที่เดินไปได้ครึ่งทางหันกลับมาคว้าข้อมือของ อินอวี่โหรว และดึงเธอออกไปข้างนอก
ลู่ซีจวี๋เคลื่อนไหวเร็วมาก จนอินอวี่โหรวทำได้เพียงวิ่งเหยาะ ๆ ตามหลังเขา
ลู่ซีจวี๋เดินไปที่ลานจอดรถและเปิดประตูเบาะหลัง โยนอินอวี่โหรวเข้าไปข้างในและโน้มตัวเข้าไปหา
ลู่ซีจวี๋ใช้เท้าเกี่ยวประตูรถยนต์ จนประตูรถยนต์ปิดดัง “ปัง” ส่งผลให้การมองเห็นของอินอวี่โหรวมืดมนลง
ใบหน้าของลู่ซีจวี๋เผยให้เห็นความเย็นชาท่ามกลางแสงริบหรี่ ทำให้อินอวี่โหรวอยากจะหลบหนี
เพียงแต่พื้นบริเวณนี้ค่อนข้างคับแคบ
จะหลบหนีได้อย่างไร? แล้วจะหนีไปอยู่ตรงไหน?
อินอวี่โหรวพยายามหดตัวเป็นลูกบอล โดยคิดจะตัดระยะห่างจากลู่ซีจวี๋
การเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอทำให้ลู่ซีจวี๋ยกมุมปากขึ้น
แต่กลับไม่มีรอยยิ้มในดวงตาของเขาเลย
เมื่ออินอวี่โหรวถอยหลังกลับ เขาก็ถอยตาม เมื่อ อินอวี่โหรวเขยิบมาข้างหน้า เขาก็เขยิบมาข้างหลัง ราวกับเล่นชักกะเยอ จนกระทั่งอินอวี่โหรวไม่สามารถถอยกลับไปได้แล้ว ลู่ซีจวี๋ก็กักขังเธอไว้ใต้ล่างอย่างแน่นหนา
ออร่าบนร่างกายของลู่ซีจวี๋มักจะดูอบอุ่นเสมอ แต่ตอนนี้ความอบอุ่นดังกล่าวกลับถูกแต่งแต้มไปด้วยความร้อนแรงที่กำลังแผดเผา
ไม่ให้ความรู้สึกปลอดภัยอีกต่อไป การจ้องมองและภาพลักษณ์ของเขาดูดุดันมากจนทำให้อินอวี่โหรวอยากจะหนีไปซ่อนตัว
ความหวาดกลัวทวีคูณความรุนแรงมากขึ้นจนร่างกายของอินอวี่โหรวสั่นเทา
แต่ดูเหมือนว่าลู่ซีจวี๋จะมองไม่เห็น เขาเงยหน้าขึ้นและลูบไล้ริมฝีปากของเธอ
จนกระทั่งริมฝีปากซีดเซียวถูกย้อมด้วยสีสันสดใส
“ผมแตะต้องไม่ได้แล้วฉินคั่วมีสิทธิ์อะไรมาแตะต้อง? คุณเป็นของผม ของผมทั้งหมด” ลู่ซีจวี๋แทบจะไม่หลงเหลือสติแล้ว
เขาโน้มตัวลงไปจูบอินอวี่โหรวอย่างดุเดือด
การเคลื่อนไหวของเขาดุดันมาก จนในไม่ช้ารสจูบก็ทำให้ร่างกายของอินอวี่โหรวอ่อนปวกเปียกและนอนราบเป็นแอ่งน้ำ
อินอวี่โหรวไม่สามารถขัดขืนได้ เธอจึงทำได้เพียงตอบรับเท่านั้น
หลังจากรับรู้ความจริงใจของลู่ซีจวี๋ที่มีต่อเธอและตระหนักรู้ถึงความรู้สึกของตัวเองแล้ว อินอวี่โหรวก็อนุญาตให้ ลู่ซีจวี๋ทำตัวสนิทสนมทั้งในตอนที่เธอตั้งใจและไม่ตั้งใจ หากมันไม่มากเกินไปเธอก็จะไม่หยุดเขา
ขณะนี้อินอวี่โหรวตระหนักได้ว่าลู่ซีจวี๋กำลังโกรธ ดังนั้นเธอจึงปล่อยให้เขาจูบเพื่อระบายความโกรธ และความโกรธจะค่อย ๆ จางหายไปเองตามธรรมชาติ
จู่ ๆ ก็มีคนเดินผ่านหน้ารถยนต์
อินอวี่โหรวรีบงอหัวลงเพราะกลัวว่าจะถูกคนอื่นค้นพบ
ดูเหมือนว่าคนคนนั้นจะมองไม่เห็นเกตการณ์ด้านใน เขาจึงเดินผ่านรถยนต์ไป
ที่นี่คือลานจอดรถ มีผู้คนเดินเข้าออกกวักไกว่ ดังนั้นพวกเขาอาจจะถูกค้นพบได้
เธอผลักลู่ซีจวี๋ออกแล้วพูดว่า “ลู่ซีจวี๋ ลุกขึ้น อย่าทำแบบนี้”
ลู่ซีจวี๋ไม่ขยับและยังคงลุกล้ำต่อไป
“อืม… ฮึ่ม…” อินอวี่โหรวอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงออกมา
เธอหน้าแดงด้วยความอับอาย
เหตุการณ์แบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น
อินอวี่โหรวสวมกระโปรงอยู่จึงตั้งใจจะผลักลู่ซีจวี๋ออกไป แต่เธอทำให้แค่ส่งเสียงหอบและจ้องมองไปที่ลู่ซีจวี๋
ลู่ซีจวี๋มองดูหางตาของเธอที่เปียกชื้นและกลายเป็นสีแดงระเรื่อ โดยรู้สึกว่าภาพลักษณ์ดังกล่าวเป็นเหมือนกับการถูกล่อลวง
ลำคอของลู่ซีจวี๋แห้งผากและการเคลื่อนไหวของเขาก็หนักหน่วงขึ้น
อินอวี่โหรวพยายามบีบบังคับไม่ให้ตัวเองส่งเสียง
ไม่อย่างนั้นจะถูกค้นพบได้
เสียงหอบภายในรถยนต์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ลู่ซีจวี๋ นี่มัน… ลานจอดรถนะ คุณ คุณออกไป” หากถูกค้นพบ เธอคงจะไม่กล้ามีชีวิตอยู่ต่อ
“ออกไปไหน? ให้อุ้มคุณออกไปเหรอ? หรือว่าคุณชอบข้างนอก?” ลู่ซีจวี๋ขบเม้มติ่งหูของเธอ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนมากแต่การกระทำของเขากลับไม่ได้อ่อนโยนเลย
“คุณก็รู้ว่าฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” อินอวี่โหรวรู้สึกเขินอายและรำคาญในเวลาเดียวกัน
หนำซ้ำยังแอบต่อว่าตัวเองที่ไม่ยอมเด็ดเดี่ยว
หากเธอมั่งคงกว่านี้ ลู่ซีจวี๋ก็จะไม่มีทางทำแบบนี้
“แล้วหมายความว่ายังไง?” ลู่ซีจวี๋พูดขณะเร่งการเคลื่อนไหวขึ้น
อินอวี่โหรวอยากจะพูดตอบโต้แต่เธอกลับไม่สามารถพูดเป็นคำได้ ทำได้เพียงกัดปากเพื่อไม่ให้ตัวเองส่งเสียงแปลก ๆ
อินอวี่โหรวเกร็งเข่าอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งลู่ซีจวี๋หยุดการเคลื่อนไหวและเอนกายลงบนร่างของอินอวี่โหรว