พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 625 แตะต้องไม่ได้
ตอนที่ 625
แตะต้องไม่ได้
มู่อวี้เฉิงกลับมาที่โรงพยาบาล
นางพยาบาลกำลังเฝ้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ แต่เมื่อเธอเห็นมู่อวี้เฉิงเดินเข้ามา ดวงตาของเธอก็เป็นประกายทันที เธอจ้องมองมู่อวี้เฉิงอย่างตั้งใจเพราะว่าเธอไม่เคยเห็นผู้ชายที่หล่อเหลาขนาดนี้มาก่อน
มู่อวี้เฉิงหน้าตาดีกว่าดาราในโทรทัศน์ด้วยซ้ำ
ดวงตาเย็นชาของมู่อวี้เฉิงจับจ้องไปที่นางพยาบาลจนนางพยาบาลตกใจ จากนั้นเธอก็กลับมาได้สติและรีบก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว
การมองผู้ชายหล่อเป็นเรื่องปกติ แต่เธอจะต้องรักษาชีวิตของตัวเองด้วย
“ภรรยาผมตื่นขึ้นมาบ้างหรือยัง?” มู่อวี้เฉิงมองดูดวงตาเปลือยเปล่าของนางพยาบาลด้วยสายตารังเกียจ
เพราะเห็นแก่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาถึงได้พยายามอดทนอยู่
ผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาของเขาเหรอ?
ไม่แปลกใจเลย เพราะแม้แต่หน้าสดของผู้หญิงคนนี้ยังดูดี
ทำไมผู้ชายหน้าตาดีถึงรีบแต่งงานกันหมดนะ?
นางพยาบาลคิดอย่างเศร้าใจ
เธอคิดไปเรื่อยเปื่อยและลืมตอบคำถามของมู่อวี้เฉิงไปเสียสนิท
“นี่คือนางพยาบาลระดับมืออาชีพเหรอ?” น้ำเสียงเย็นชาของมู่อวี้เฉิงดังขึ้นอีกครั้ง
“ขะ ขอโทษค่ะคุณผู้ชาย” มู่อวี้เฉิงมีออร่าที่แข็งแกร่งมาก เพียงแค่ยืนอยู่ตรงหน้ามู่อวี้เฉิง เธอก็รู้สึกราวกับว่าร่างกายของเธอกำลังจะถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ
เมื่อไหร่เธอจะเลิกนิสัยชอบจ้องมองคนหล่อสักที?
แม้ว่าเธอจะตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว แต่มู่อวี้เฉิงก็ไม่ได้แสดงความเห็นอกเห็นใจออกไปแม้แต่น้อย และพูดถามคำถามเดิมอย่างเย็นชา
“คุณผู้หญิงตื่นขึ้นมาแล้ว และเพิ่งนอนหลับอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้ค่ะ” นางพยาบาลตอบตามตรงและไม่กล้าเงยหน้ามองไปรอบ ๆ
“เอาล่ะ คุณกลับออกไปได้ และหลังจากนี้ไม่ต้องมาอีก” มู่อวี้เฉิงขับไล่เธอออกไปและพูดอย่างไม่แยแส
คนไข้ที่พักฟื้นอยู่ในตึกวีไอพีล้วนเป็นผู้มั่งคั่งและมีอำนาจ
นางพยาบาลไม่กล้าร้องขอความเมตตาและรีบวิ่งออกไปทันที
จนกระทั่งเดินออกมานอกประตู เธอก็ตบหน้าอกปลอบโยนตัวเองราวกับเพิ่งผ่านชีวิตหลังความตายมา
ทำไมเมื่อกี้เธอถึงกล้ามองคนอื่นทั้งที่ใจปลาซิว?
หากเธอทำให้เขาขุ่นเคือง เธอก็อาจจะตกงานได้
โชคดีที่เรื่องนี้ไม่ได้ร้ายแรงมากนัก
หลังจากนางพยาบาลออกไปแล้ว มู่อวี้เฉิงก็เข้าไปปรึกษาหมอในห้องทำงาน
หากพูดตามหลักเหตุผลแล้ว อาการป่วยมีไข้ไม่น่าจะนอนเยอะขนาดนี้
ทำไมเธอถึงนอนหลับตลอดเวลา?
มู่อวี้เฉิงเป็นกังวลกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาก และถ้าหากไม่ถามให้ชัดเจน เขาคงจะรู้สึกไม่สบายใจมากกว่านี้
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หมอก็ยิ้มให้มู่อวี้เฉิงแล้วบอกว่า “ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ แค่ยาที่ให้ผ่านหลอดเลือดดำมีฤทธิ์กล่อมประสาท ทำให้คุณผู้หญิงง่วงนอนบ่อย ๆ แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วครับ”
“เข้าใจแล้วครับ” มู่อวี้เฉิงกล่าวขอบคุณหมอและเดินกลับไปที่ห้อง
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตื่นนอน
เมื่อลืมตาขึ้นและเห็นมู่อวี้เฉิง เธอก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “อวี้เฉิง กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“เพิ่งมาไม่นาน กินข้าวก่อนสิ ยังร้อน ๆ อยู่เลย” มู่อวี้เฉิงเกลี่ยผมที่บดบังหน้าผากของถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกไป จากนั้นก็เลื่อนโต๊ะที่อยู่ใต้เตียงถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกมาและจัดวางอาหาร
หลังจากมองดูกองอาหารอันโอชะ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกซาบซึ้งใจ
มู่อวี้เฉิงใช้มือเซ็นสัญญามูลค่าหลายสิบล้านทุกวัน แต่ตอนนี้มือคู่นั้นกลับมาทำอาหารให้เธอ
เทพทรงมาโปรดจริง ๆ
“ขอบใจนะอวี้เฉิง ว่าแต่คุณยังไม่ได้กินข้าวใช่มั้ย?” มู่อวี้เฉิงมักจะทำตัวยุ่งจนลืมกินข้าวกินปลาเสมอ
จนเธอต้องคอยดูแลทุกครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้มู่อวี้เฉิงกำลังเป็นกังวลกับเธอมาก และเขาน่าจะไม่ได้สนใจตัวเองมากนัก
“เดี๋ยวผมค่อยไปหาอะไรกินทีหลัง สองวันนี้คุณกินอะไรไปบ้าง จากนี้กินให้เยอะ ๆ นะ” มู่อวี้เฉิงไม่ได้สนใจตัวเองเลย
“ที่นี่ก็มีอาหารตั้งเยอะแยะ คุณกินกับฉันก็ได้นะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าพูดกับเขา
“ไม่เป็นไร คุณรีบกินเถอะ” อาหารพวกนี้ถูกทำขึ้นเพื่อ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว และส่วนที่เหลือไว้ให้ฉินคั่วก็มีไม่มากนัก
หากเขากินด้วย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะกินอะไรล่ะ?
“ฉันไม่ได้กินเยอะขนาดนั้นสักหน่อย กินกับฉันนะ? ไม่งั้นฉันก็จะไม่กินเหมือนกัน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแล้ววางตะเกียบลงบนโต๊ะ
มู่อวี้เฉิงรู้สึกหมดหนทาง แต่เขาไม่สามารถทำอะไรถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้
ท้ายที่สุดเขาไม่สามารถเอาชนะถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ มู่อวี้เฉิงจึงต้องกินอาหารกับเธอ
หลังจากกินอาหารและดื่มซุปแล้ว ทั้งสองคนก็รู้สึกอิ่มพอดี
มู่อวี้เฉิงทำความสะอาดของบนโต๊ะ
พอเขาเขยิบเข้ามาใกล้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กอดเอวของมู่อวี้เฉิงเอาไว้
“เป็นอะไรไป? เห็นมั้ยว่ามือผมเปียกอยู่? อย่าให้โดนนะ” มู่อวี้เฉิงหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดมือ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองสันกรามที่ได้รูปสมบูรณ์แบบของมู่อวี้เฉิง
เธอสัมผัสกล้ามหน้าท้องของมู่อวี้เฉิงอย่างซุกซน
มันรู้สึกดีมากจริง ๆ
มู่อวี้เฉิงแอบกลืนน้ำลายเบา ๆ แม้แต่ลำคอของเขาก็กระชับขึ้น
เขาหันกลับมากดถงเหมี่ยวเหมี่ยวไว้ใต้ร่าง “เหมี่ยวเหมี่ยว อย่าเอาร่างกายที่ปวกเปียกของคุณมาเล่นกับไฟ”
“คุณพูดอะไร? หรือว่าฉันแตะต้องไม่ได้เหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกะพริบตาอย่างไร้เดียงสา
“เฮอะ” มู่อวี้เฉิงหัวเราะเบา ๆ จากนั้นก็โน้มตัวลงไปกดทับริมฝีปากของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
จนกระทั่งจบลง ริมฝีปากของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็บวมเป่งเล็กน้อย ริมฝีปากสีแดงสดของเธอยังมีน้ำเปื้อนอยู่เล็กน้อย ทำให้ดูน่าลิ้มลองมากขึ้น
มู่อวี้เฉิงจูบริมฝีปากเธออีกครั้ง และกอดถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้ในอ้อมแขน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโน้มตัวเข้าไปใกล้หัวใจของมู่อวี้เฉิง
เอาหูแนบฟังจังหวะการเต้นของหัวใจ
จู่ ๆ เธอก็ถามขึ้นว่า “อวี้เฉิง คุณกำลังปิดบังอะไรจากฉันหรือเปล่า?”
เสียงหัวใจของมู่อวี้เฉิงกำลังเต้นแรง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว
เธอรู้สึกว่าท่าทางของมู่อวี้เฉิงดูผิดแปลกไปเล็กน้อยตั้งแต่เธอตื่นขึ้นมา
เธอแค่อยากจะทดสอบทัศนคติของมู่อวี้เฉิง
หรือว่ามู่อวี้เฉิงกำลังปิดบังอะไรจากเธอจริง ๆ?
“ไม่มีอะไร” หลังจากนั้นไม่นาน มู่อวี้เฉิงก็พูดตอบอย่างใจเย็น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนอนพิงร่างของมู่อวี้เฉิง “คุณโกหก! ต้องมีเรื่องเกิดขึ้น!”
“คุณอยากรู้จริง ๆ เหรอ?” มู่อวี้เฉิงลูบผมเธอแล้วพูด เบา ๆ
“จริงสิ” ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นไร ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่อยากให้มู่อวี้เฉิงปิดบังเธอ
“ก็ได้” มู่อวี้เฉิงเล่าเรื่องผลตรวจให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟัง
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตระหนักได้ทันที “แบบนี้นี่เอง”
เธอไม่ได้แสดงท่าทางประหลาดใจเลยราวกับว่าเธอรู้เรื่องนี้มานานแล้ว มู่อวี้เฉิงจึงถามว่า “ทำไม? คุณรู้อยู่แล้วเหรอ?”
หลังจากนั้นไม่นาน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พยักหน้าด้วยความลังเล
“เกิดอะไรขึ้น?” มู่อวี้เฉิงไม่เคยได้ยินถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดถึงเรื่องนี้เลย
“ตอนอยู่ต่างประเทศแล้วต้องอยู่เดือนน่ะ ตอนนั้นฉันอาศัยอยู่ในสลัมที่ไม่มีเครื่องซักผ้า พอเลิกงานมาแล้วฉันจะต้องมานั่งซักผ้าให้เสี่ยวเป่าทุกวัน แต่เพราะว่ามันไม่มีน้ำร้อน ฉันก็เลยต้องซักผ้าด้วยน้ำเย็นแทน บางครั้งอาการก็ดีขึ้น แต่บางครั้งก็เป็นลมกะทันหัน พอไปตรวจก็เลยรู้สาเหตุของโรค” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องของเธอ เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบมาก
ในความเป็นจริง แต่ก่อนสุขภาพของเธอย่ำแย่กว่านี้มาก
และยังต้องใช้เวลานานกว่าจะปรับตัวได้
เธอมักจะรักษาอาการชั่วคราวแทนที่จะไปรักษาที่ต้นเหตุ และนอกจากนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแค่หวาดกลัวความเหน็บหนาวเท่านั้น เธอจึงคิดว่ามันอาจจะไม่ได้แตกต่างจากแต่ก่อน จึงไม่เคยรักษามันจริงจังสักที
แต่ใครจะรู้ว่าปัญหาเหล่านี้จะเป็นสาเหตุของการเกิดไข้