พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 626 จะรังเกียจคุณได้ยังไง
ตอนที่ 626
จะรังเกียจคุณได้ยังไง
หลังจากได้ยินคำพูดอธิบายของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาก็พอจะคาดเดาได้ว่าอดีตผ่านที่มามันยากลำบากสำหรับเธอและเสี่ยวเป่ามากแค่ไหน
ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือเรื่องราวที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเคยประสบมาเป็นการส่วนตัว
“ผมขอโทษ ผมขอโทษนะเหมี่ยวเหมี่ยว มันเป็นความผิดของผมเอง” หากเขารู้ตัวเร็วกว่านี้ก็คงจะดี
“มันไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อย” หากเธอไม่หลับหูหลับตาเชื่อคนอื่น และเชื่อใจมู่อวี้เฉิง ผลลัพธ์คงไม่ออกมาเป็นแบบนี้
นี่คือบทลงโทษของพระเจ้าที่เธอยืนกรานจะพาเสี่ยวเป่าหนีไป
“ไม่ต้องห่วงนะ หลังจากนี้ผมจะหาอาหารเสริมดี ๆ มาให้คุณ คุณจะต้องดีขึ้น” มู่อวี้เฉิงหวังว่าเขาจะสามารถทุกข์ทรมานแทนถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้
“แค่ความหวังของแม่อาจจะพังทลายลง” ลิ่นอวี๋เหยียนอยากให้พวกเขามีลูกคนที่สอง เพื่อจะได้ดูแลเด็กน้อยน่ารักอีกสักคน
แต่ด้วยสภาพร่างกายของเธอ เกรงว่าจะไม่ไหว
เธอไม่เคยจริงจังกับเรื่องนี้มาก่อน และหลังจากมาถึงเมืองเป่ยเธอก็ไม่เคยป่วยหนักอีกเลย ทำให้เธอไม่ได้เข้าไปรับการตรวจร่างกาย
หลังจากนี้อาจจะสามารถมีลูกได้ แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้ดีว่าการคลอดลูกอาจเป็นอันตรายต่อตัวเธอ
“แม่รักคุณมาก และอยากให้คุณมีร่างกายแข็งแรง ไม่ต้องห่วง เรามีเสี่ยวเป่าแล้ว ส่วนลูกอีกคน ไว้รอร่างกายแข็งแรงขึ้นก่อนค่อยมีก็ได้ หรือถ้าไม่อยากมีก็ไม่เป็นไร” มู่อวี้เฉิงพูดและก้มลงจูบปลายนิ้วของเธอ
“อวี้เฉิง คุณไม่รังเกียจฉันเหรอ?” ร่างกายของเธอไม่แข็งแรงพอที่จะมีลูกคนที่สองด้วยซ้ำ
ลิ่นอวี๋เหยียนดีกับเธอมาก ดังนั้นเธอจึงไม่อยากทำให้พวกเขาผิดหวัง
“ยัยบ๊อง พูดไร้สาระอะไร ผมรักคุณขนาดนี้ จะรังเกียจคุณได้ยังไง?” มู่อวี้เฉิงบีบแก้มถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของมู่อวี้เฉิงเงียบ ๆ คอยสัมผัสความอบอุ่นจากเขา
เธอครอบครองมันอย่างตะกละตะกลาม
หวังว่าความอบอุ่นและความรักนี้จะไม่จางหายไป
…
มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นในบริษัท และถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่ได้อยู่ที่นั่น ลู่ซีจวี๋จึงต้องกลับไปก่อน
อินอวี่โหรวนั่งแนบชิดติดบานกระจก มองดูทิวทัศน์อยู่ในเลานจ์ของโรงแรม
มือคู่สวยถือแก้วน้ำผลไม้อย่างสบายใจเฉิบ มองดูก็รู้ว่าเธอสบายมากแค่ไหน
ลู่ซีจวี๋เดินเข้ามากอดเธอจากทางด้านหลังและจูบใบหูเธอ “อวี่โหรว พอดีมีเรื่องเกิดขึ้นที่บริษัท ผมต้องกลับไปที่ เมืองเป่ยก่อน คุณจะกลับไปกับผมมั้ย?”
อินอวี่โหรวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
ใช่แล้ว สองวันมานี้สะดวกสบายเกินไปจนเธอหลงลืมไปว่าลู่ซีจวี๋เป็นประธานบริษัทที่มีเรื่องราวมากมายให้จัดการ
ในช่วงสองวันที่ผ่านมา อินอวี่โหรวได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นอยู่หลายครั้ง
ลู่ซีจวี๋เพียงมองดูมันแต่ไม่ได้กดรับสาย จากนั้นเขาก็บอกว่าคนอื่นโทรผิด
ลู่ซีจวี๋จงใจพูดแบบนี้เพราะต้องการอยู่ติดตามเธอ
ทว่าคนที่โทรศัพท์มาหาเขาน่าจะเป็นคนจากที่บริษัท
ลู่ซีจวี๋อยู่ใช้เวลาอยู่ที่นี่กับเธอมานานเหมือนกัน
“งั้นก็กลับเถอะ” อินอวี่โหรวคิดอยู่พักหนึ่งแล้วตอบตกลง
ลู่ซีจวี๋กับเธอเที่ยวเล่นอยู่ในเมืองหนานมานานแล้ว ดังนั้นเดินทางกลับไปกับลู่ซีจวี๋ก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรใช่ไหม?
มันเป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยเท่านั้น
อินอวี่โหรวจงใจเพิกเฉยต่อความรู้สึกทุกข์ทรมานในใจ
เธอพูดแล้วเดินไปเก็บเสื้อผ้า
ลู่ซีจวี๋ติดตามหลังเธอไป “ผมว่าคุณน่าจะชอบเมืองหนาน คุณอยู่ที่นี่ต่ออีกสองสามวันก็ได้นะ เหมี่ยวเหมี่ยวก็ยังอยู่ที่นี่ ให้เธอมาเที่ยวเล่นกับคุณต่อสักสองวัน”
“เหมี่ยวเหมี่ยวมีคุณมู่อยู่แล้ว ฉันไม่อยากไปรบกวนเวลาพวกเขา กลับดีกว่า อยู่นี่นานแล้วคุณปู่จะเป็นห่วงเอา” อินอวี่โหรวไม่อยากยอมรับความจริงว่าเธอไม่อยากให้ลู่ซีจวี๋เดินทางกลับคนเดียว
ตอนนี้เธอยังไม่สามารถเปิดเผยความรู้สึกได้ เพราะเธอกลัวจะเป็นอย่างที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูด
หากได้ไปง่าย ๆ ก็เกรงว่าจะไม่หวงแหน
เสื้อผ้ามีอยู่แค่ชิ้นสองชิ้นเท่านั้น เธอจึงหากระเป๋าใบเล็กมายัดใส่เสื้อผ้า
อินอวี่โหรวเก็บของเรียบร้อยแล้ว แต่ลู่ซีจวี๋ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่
“คุณจะไม่เอาอะไรกลับไปเหรอ?” เธอจำได้ว่าลู่ซีจวี๋มีเสื้อผ้าอีกสองตัว หรือว่าเขาจะทิ้งมันไว้ที่นี่?
“ผมไม่มีอะไรต้องเอากลับไป อย่างเดียวที่จะเอากลับไปก็กลับมาด้วยแล้ว” ลู่ซีจวี๋พูดขณะดวงตาของเขาจับจ้องไปที่อินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวรู้สึกว่าสิ่งที่เดียวที่ลู่ซีจวี๋อยากจะเอากลับไปก็คือตัวเธอ
อินอวี่โหรวรีบเบือนหน้านี้อย่างทำอะไรไม่ถูก
“รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวถึงบ้านฟ้ามืด ขับรถแล้วจะไม่ปลอดภัย”
“อืม” ลู่ซีจวี๋ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม
หลังจากมาถึงรถยนต์ อินอวี่โหรวก็ส่งข้อความบอก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่าเธอกำลังจะเดินทางกลับ
เธอไม่ได้โทรศัพท์หาเพราะกลัวว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะหลับอยู่และเผลอไปรบกวนการพักผ่อนของอีกฝ่าย
ดังนั้นอินอวี่โหรวจึงเปลี่ยนมาเป็นส่งข้อความแทน
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับส่งข้อความกลับมาว่าขอให้พวกเขาเดินทางปลอดภัย
อินอวี่โหรวเอนหลังพิงเบาะและผล็อยหลับไปหลังจากนั้นไม่นาน
เธอนอนหลับแค่แป๊บเดียวและตื่นมาในไม่ช้า อินอวี่โหรวรู้สึกไม่สบายใจจึงไม่ได้นอนต่อ
หลังจากขึ้นมาบนทางหลวงแล้ว ลู่ซีจวี๋ก็พยายามคว้านหาผ้าห่มมาห่มให้อินอวี่โหรว
แต่ก่อนจะคว้านหาเจอ อินอวี่โหรวก็ตื่นขึ้นมาก่อน
“ครึ่งทางแล้ว นอนต่ออีกหน่อยสิ ยังมีเวลาอีกนาน” ลู่ซีจวี๋ยื่นขวดน้ำแร่ที่ยังไม่เปิดให้อินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวรับน้ำมาดื่มด้วยสีหน้าผ่องใส
“ไม่ล่ะ ฉันไม่ง่วงแล้ว” อินอวี่โหรวส่ายหัวและไม่ได้หันไปมองลู่ซีจวี๋
แม้ว่าอินอวี่โหรวจะไม่ได้พูดออกมาอย่างเปิดเผย แต่ ลู่ซีจวี๋ก็รู้สึกได้ว่าทัศนคติของอินอวี่โหรวที่มีต่อเขากลับมาเย็นชาอีกครั้ง
ลู่ซีจวี๋ไม่เข้าใจว่าอินอวี่โหรวกำลังคิดอะไรอยู่
แต่การคั้นถามระหว่างขับรถมันไม่ง่ายเลย ดังนั้นเขาจึงได้แต่รอเพื่อถามอินอวี่โหรวว่าเกิดอะไรขึ้น
เห็นได้ชัดว่าระหว่างพวกเขาดีขึ้นแล้ว
อินอวี่โหรวยอมตามเขากลับมาด้วย แต่ทำไมมันถึงได้กลายมาเป็นแบบนี้อีก?
ลู่ซีจวี๋รู้สึกหงุดหงิดในใจ
ทว่าเขายังคงประคองรถยนต์อย่างมั่นคง คอยป้องกันไม่ให้อินอวี่โหรวได้รับการกระแทกใด ๆ
ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรอีก
บรรยากาศเงียบสงัดราวกับพายุลูกใหญ่กำลังจะมา
จนกระทั่งรถยนต์ขับผ่านร้านขายยา อินอวี่โหรวก็บอกให้ลู่ซีจวี๋จอดรถ “เดี๋ยวก่อน”
“มีอะไร?” ลู่ซีจวี๋ถามขณะชะลอความเร็ว
“ไปจอดที่ร้านขายยาที” อินอวี่โหรวพูดบอก
“ทำไม? ไม่สบายตรงไหนเหรอ?” ลู่ซีจวี๋สังเกตเห็นว่าใบหน้าของอินอวี่โหรวดูซีดเซียวเล็กน้อย
“ไม่ได้ไม่สบาย” อินอวี่โหรวพูด
“งั้นจะไปซื้ออะไรในร้ายขายยา คุณรออยู่ที่รถ เดี๋ยวผมไปซื้อให้” ร้านขายยาตั้งอยู่ห่างออกไปไกล และอินอวี่โหรวก็เป็นคนสวยมาก เกรงว่าออกไปแล้วจะถูกคนอื่นสังเกตเห็นได้ง่าย
“ซื้อยาคุม” อินอวี่โหรวพูดเบา ๆ
“ยาคุมอันตรายต่อร่างกายมากนะ แล้วคุณเพิ่งผ่าตัดมาเมื่อไม่นานนี้เอง…” ลู่ซีจวี๋พยายามพูดหยุดเธอ
อินอวี่โหรวหันหน้าไปมองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะพูดกับลู่ซีจวี๋อย่างคับข้องใจว่า “ทั้ง ๆ ที่คุณรู้เรื่องนี้แต่ทำไมคุณไม่ป้องกันอะไรเลย? ลู่ซีจวี๋ หรือว่าคุณอยากเห็นฉันแท้งลูกอีกครั้ง?”
อินอวี่โหรวพูดขณะเอนกายพิงเบาะรถยนต์และร้องไห้ออกมา
ลู่ซีจวี๋มองดูอินอวี่โหรวที่กำลังร้องไห้อย่างขมขื่นด้วยความรู้สึกสูญเสีย