พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 630 ทำให้เธออิจฉา
ตอนที่ 630
ทำให้เธออิจฉา
ตกเย็น หลังจากที่มู่อวี้เฉิงกลับมาบ้าน เขาก็ได้ยินเจ้าคนตัวเล็กพูดขอโทษด้วยสีหน้าจริงจัง
อันที่จริงมู่อวี้เฉิงไม่ได้สนใจอะไรเรื่องนี้เลย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขยิบตาส่งสัญญาณให้เขาตอบสนอง
เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ
ในโลกใบนี้คงมีแค่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคนเดียวที่ใส่ใจความรู้สึกของเขาตลอดเวลา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคงจะกังวลเกี่ยวกับเขา หาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่พูดอะไร เสี่ยวเป่าก็คงจะไม่เข้าใจอย่างแน่นอน
มู่อวี้เฉิงพูดปลอบโยนเสี่ยวเป่าและบอกเขาว่าแด๊ดดี้ไม่โกรธ
เสี่ยวเป่ามีความสุขมากและวิ่งเข้าไปเล่นของเล่นในห้องของเขา
เขายังคงรู้สึกลำบากใจเล็กน้อยที่ต้องเผชิญหน้ากับเรื่องนี้
“ทำไมจู่ ๆ ถึงมาขอโทษได้ล่ะ?” หลังจากเสี่ยวเป่าออกไปแล้ว มู่อวี้เฉิงก็หันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสายตาที่มีความสุข
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเล่าเรื่องบทสนทนากับเสี่ยวเป่าในตอนเช้าให้มู่อวี้เฉิงฟัง
มู่อวี้เฉิงประหลาดใจมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น
เขาไม่เคยคิดว่าเสี่ยวเป่าจะมีความคิดแบบนี้
“เด็กคนนี้ก็เหมือนผม ขี้หวงมากมาตั้งแต่เด็ก ๆ หลังจากนี้จะทำไงดีล่ะ?” มู่อวี้เฉิงพูดแล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตีแขนมู่อวี้เฉิงเบาๆ “หัวเราะอะไร? ปล่อยให้ลูกคิดแบบนี้มันไม่ดีไม่ใช่เหรอ? เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ”
ยิ่งไปกว่านั้นลูกชายปริปากบอกว่าไม่ชอบเขาแท้ ๆ ทำไมเขาถึงได้มีความสุขนัก
“มันเป็นเรื่องปกติของเด็กผู้ชายที่จะคิดอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้” มู่อวี้เฉิงไม่ได้จริงจังนัก
“มู่อวี้เฉิง ทำไมฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคุณให้ท้าย เสี่ยวเป่าขนาดนี้?” เขาอาจจะดูเข้มงวดแต่จริง ๆ แล้วเขาให้ท้ายลูกมากกว่าใคร ๆ
“ให้ท้ายที่ไหน? ผมก็แค่แสดงความคิดเห็น เหมี่ยวเหมี่ยว อย่าไปจริงจังอะไรมาก ทุกคนมีเส้นทางการเติบโตของตัวเอง มีใครไม่มีความคิดเป็นของตัวเองบ้างล่ะ?” มู่อวี้เฉิงไม่ต้องการให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกดดันตัวเองมากเกินไป
บางทีการจงใจเปิดเผยอะไรบางอย่างมันไม่ใช่ผลดี
“แล้วมันเป็นความผิดฉันหรือไงล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอย่างไม่สบอารมณ์
เธอพยายามช่วยให้พ่อกับลูกชายคืนดีกันอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายมันก็กลายเป็นความผิดของเธอ
เธอไม่ควรพูดมากสินะ
“ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เหมี่ยวเหมี่ยว ที่ผมหมายถึงคือคุณไม่จำเป็นต้องจริงจังอะไร เข้าใจมั้ย?” มู่อวี้เฉิงทำอะไรไม่ถูก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกหดหู่เล็กน้อย ก้มหน้าลงแล้วตอบว่า “รู้แล้ว”
“แต่เหมี่ยวเหมี่ยว ผมขอบคุณนะที่เป็นห่วงความรู้สึกของผม ช่วยพูดกับเสี่ยวเป่าแทนผม ผมมีความสุขมากที่เสี่ยวเป่าเข้ามาขอโทษผม” มู่อวี้เฉิงจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังคิดอะไรอยู่
มันเป็นเฉกเช่นเดียวกับการทำงานหนัก แต่คนอื่นกลับบอกว่าไร้ค่า
ใคร ๆ ก็ต้องโกรธ
แต่เมื่อถึงเวลานั้นก็ยังต้องพูดออกไปเพื่อไม่ให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นกังวล
เขาเดาว่านี่คือสาเหตุที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบกลับมาจากบ้านหลังเก่า
“คุณก็รู้ว่าฉันทำเพื่อคุณ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดตะคอกอย่างเช่นกัน
“ผมรู้ และผมก็รู้ด้วยว่าคุณคือคนที่ดีที่สุดสำหรับผม” มู่อวี้เฉิงพูดแล้วโน้มตัวลงไปจูบแก้มถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“อย่ามายุ่งวุ่นวาย ฉันโกรธจริง ๆ นะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่แม้แต่จะยกมุมปากขึ้น
จากนั้นมู่อวี้เฉิงก็ล็อกตัวถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้ “โกรธเหรอ?”
“ก็ใช่น่ะสิ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบือนหน้านี้อย่างหงุดหงิด
จากนั้นมู่อวี้เฉิงก็ยื่นมือลงไปจั๊กจี้ส่วนที่อ่อนไหวของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนที่อ่อนไหวต่อการสัมผัสมาก
เมื่อมู่อวี้เฉิงสัมผัสโดนตัวเธอ เธอก็เริ่มดีดดิ้นทันที “อย่านะ มันจั๊กจี้ อย่า”
“แล้วยังโกรธอยู่หรือเปล่า” มู่อวี้เฉิงขยับมือไปตามร่างกายของถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างใจเย็น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามจะพูด แต่เธอหายใจไม่ออกและหอบอยู่หลายครั้ง
“ไม่ ไม่โกรธแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามยืนหยัดอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอจึงต้องจำใจประนีประนอม
มู่อวี้เฉิงหยุดการเคลื่อนไหว แต่ต้องตกใจกับสภาพที่เขาเห็นตรงหน้า
แก้มของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลายเป็นสีแดงระเรื่อ หางตาแดงก่ำและหน้าผากก็เต็มไปด้วยเหงื่อ
ราวกับเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจต่อสู้อันดุเดือด
มู่อวี้เฉิงค่อย ๆ โน้มตัวลงไปถูจมูกของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
บรรยากาศค่อนข้างคลุมเครือ
เมื่อเขาเข้ามาใกล้มากขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของมู่อวี้เฉิง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกังวลและผลักมู่อวี้เฉิงออกไปทันที “คุณจะทำอะไร? เสี่ยวเป่าอยู่ที่นี่ อย่าเพิ่ง”
หากเสี่ยวเป่าหลับไปแล้วคงไม่เป็นไร แต่ตอนนี้เสี่ยวเป่ายังเล่นของเล่นอยู่และถ้าเขาบังเอิญออกมาเห็นฉากอันไม่พึงประสงค์ มันก็ยากที่จะอธิบาย
“ผมไม่ทำอะไรหรอก แค่จูบ” มู่อวี้เฉิงพูดและค่อย ๆ โน้มตัวลงมา
“แด๊ดดี้หม่ามี้” มู่อวี้เฉิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับตอบสนองอย่างว่องไวและผลักมู่อวี้เฉิงออกไปทันที
เสี่ยวเป่าเดินเข้ามาและเห็นว่ามู่อวี้เฉิงลงไปกลิ้งอยู่กับพื้น
เขาเอียงหัวด้วยความสับสน “แด๊ดดี้กับหม่ามี้เล่นเกมใหม่อะไรเหรอฮะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มแฮะ ๆ แล้วพูดว่า “ใช่จ๊ะ แด๊ดดี้กำลังวิดพื้น เสี่ยวเป่ามีอะไรเหรอ?”
“ผมง่วงแล้ว หม่ามี้ไปอาบน้ำให้หน่อยได้มั้ยฮะ?” เสี่ยวเป่าขยี้ตา
ดวงตาคู่นั้นชุ่มชื้นจนเปล่งประกายแวววาว น่ารักเสียจนถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบตกลง
แต่หลังจากนั้นเธอก็คิดได้ว่าเสี่ยวเป่าไม่ใช่เด็กเล็กอีกต่อไป
ท้ายที่สุดชายหญิงมีสรีระที่ค่อนข้างแตกต่างกัน เธอจึงไม่สามารถอาบน้ำกับเสี่ยวเป่าได้
เธอหันไปมองมู่อวี้เฉิงที่เพิ่งลุกขึ้นมายืนข้าง ๆ จากนั้นดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เปล่งประกายทันที “เสี่ยวเป่า เอาแบบนี้ได้มั้ย? วันนี้ให้แด๊ดดี้อาบน้ำให้ก่อน หม่ามี้ไม่ค่อยสบายน่ะ”
เสี่ยวเป่าหันหน้าไปมองมู่อวี้เฉิงก่อนจะตอบว่า “ได้ฮะ แด๊ดดี้ เดี๋ยวผมไปเตรียมน้ำอุ่นก่อนนะ”
หลังจากพูดจบ เจ้าคนตัวเล็กก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ
มู่อวี้เฉิงเดินเข้าไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยว หรี่ตาลงเล็กน้อยและกัดริมฝีปากของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก่อนจะเดินตามเสี่ยวเป่าเข้าไปในห้องน้ำ
เขาไม่ได้ออกแรงมากนัก แต่บนริมฝีปากของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยังมีรอยฟันให้เห็นอย่างเลือนราง
เธอกัดริมฝีปาก
ช่างเถอะ เธอคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่สำคัญอะไร จึงไม่ได้ลงโทษเขา
อีกอย่างการใช้มู่อวี้เฉิงอาบน้ำให้เสี่ยวเป่ายังเป็นโอกาสในการพัฒนาความสัมพันธ์อีกด้วย
หลังจากนั้น มู่อวี้เฉิงกับเสี่ยวเป่าก็กลับออกมา
มู่อวี้เฉิงกำลังเป่าผมให้เสี่ยวเป่า
ไม่รู้ว่าพวกเขาทั้งสองคุยอะไรกัน เสี่ยวเป่าถึงได้หัวเราะคิกคัก
เธอเขยิบเข้ามาใกล้เพื่อฟังมันให้ชัดเจน “แด๊ดดี้ คืนนี้เล่าเรื่องกุหลาบน้อยให้ผมฟังหน่อยได้มั้ยฮะ?”
“ได้สิ” มู่อวี้เฉิงพยักหน้าตอบรับอย่างอ่อนโยน
มู่อวี้เฉิงยอดเยี่ยมมาก ไม่ว่าจะทำอะไรเขาก็ทำมันออกมาดีเสมอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสงสัยเกี่ยวกับคำพูดของเสี่ยวเป่ามาก
เธอเคยได้ยินแต่เรื่องเจ้าชายน้อย เจ้าดอกกุหลาบน้อยนี่คืออะไร
ตกกลางคืน มู่อวี้เฉิงเข้าไปกล่อมเสี่ยวเป่าจนหลับ
หลังจากกลับมา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ถามว่า “กุหลาบน้อยคืออะไร?”
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพูดอย่างลึกลับ “มันเป็นสัญญาระหว่างผมกับเสี่ยวเป่า และผมสัญญากับ เสี่ยวเป่าแล้วว่าจะไม่เล่าให้ใครฟังอีก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองแผ่นหลังของมู่อวี้เฉิงอย่างหงุดหงิด
พ่อลูกคู่นี้มีความลับกันตั้งแต่เมื่อไหร่? มันทำให้เธออิจฉามากจริง ๆ