พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 629 หันกลับมามองตัวเอง
ตอนที่ 629
หันกลับมามองตัวเอง
“มัวยืนทำอะไรกันอยู่? ไปกินข้าวสิ” หลังจาก ลิ่นอวี๋เหยียนเดินออกมา บรรยากาศรอบข้างก็ผ่อนคลายลง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพาเสี่ยวเป่ากับมู่อวี้เฉิงเข้าไปนั่งลง จากนั้นพวกเขาก็กินข้าวด้วยกัน
ดูไม่ได้แตกต่างไปจากปกติ
ความวิตกกังวลกำลังก่อเกิดขึ้นในหัวใจของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เธอรู้สึกว่าเรื่องด่วนที่ต้องจัดการในตอนนี้คือเรื่องของเสี่ยวเป่า
เดินทีเธอตั้งใจจะพูดถึงร่างกายของเธอให้ลิ่นอวี๋เหยียนฟัง
แต่เมื่อเธอค้นพบว่าเสี่ยวเป่าเปลี่ยนไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เสียสติทันที
เธออยากรู้ว่าเสี่ยวเป่ากำลังคิดอะไรอยู่
หลังจากกินอาหารเสร็จแล้วก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก เธอจึงพาเสี่ยวเป่ากลับบ้านทันที
แต่ดูเหมือนว่าเสี่ยวเป่าจะมีอาการเจ็ทแล็กเล็กน้อยและผล็อยหลับไประหว่างเดินทางกลับ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากปลุกเขาขึ้นมาถาม จึงทำได้เพียงเลื่อนเรื่องนี้ออกไปก่อน
มู่อวี้เฉิงอุ้มเสี่ยวเป่าไปวางลงในห้อง
เมื่อกลับมา เขาก็พบว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูกังวลเป็นพิเศษ
“เกิดอะไรขึ้น?” มู่อวี้เฉิงถาม
“อวี้เฉิง คุณไม่ได้สังเกตท่าทางของเสี่ยวเป่าเลยเหรอ?” เธอพบว่ามู่อวี้เฉิงไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากเช่นกัน
“ให้สนใจอะไรล่ะ? บางทีเสี่ยวเป่าอาจจะแค่คิดว่าผมเข้มงวดกับเขามากเกินไป ก็เป็นปกติที่จะต้องไม่ชอบผม เด็กเล็กก็ชอบทำตัวติดแม่เสมอ อย่าไปคิดมากนักเลย คุณกำลังป่วยอยู่ ไปพักผ่อนเถอะ ไม่ต้องคิดมาก เข้าใจมั้ย?” มู่อวี้เฉิงตบไหล่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพื่อปลอบโยน
ความคิดเหลวไหลอาจเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในตัวผู้หญิงทุกคน
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าเรื่องทุกอย่างไม่ได้เรียบง่ายแบบนั้น
เธอสัมผัสได้ว่าจิตใจของเสี่ยวเป่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน
มู่อวี้เฉิงคือพ่อของเขา
ทำไมเขาถึงต่อต้านล่ะ?
ตอนนี้ยังเล็กอยู่จึงดูออกไม่ชัดเจน
แต่ถ้าโตไป ปัญหาจะใหญ่ขึ้น
เธอเลี้ยงดูเสี่ยวเป่ามาตั้งแต่เด็กจนโต เธอรู้ดีว่าเสี่ยวเป่าคิดอย่างไร
เขาไม่ได้ซื้อของขวัญมาฝากมู่อวี้เฉิงแน่นอน
นี่อาจเป็นบทลงโทษเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเสี่ยวเป่า ลงโทษที่มู่อวี้เฉิง “ขโมย” เธอไป
แม้ว่าพวกมู่อวี้เฉิงจะไม่เข้าใจ แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจ
ในตอนเช้า หลังจากมู่อวี้เฉิงออกไปทำงานแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ใช้เวลาว่างครึ่งวันพูดคุยกับเสี่ยวเป่าที่บ้าน
หลังกินอาหารเช้าแล้ว เสี่ยวเป่าก็พาถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปนั่งเล่นเกมที่ห้องนั่งเล่น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้พูดอะไร
เธอแค่จ้องมองไปที่เสี่ยวเป่า
“หม่ามี้ มีอะไรเหรอฮะ?” เสี่ยวเป่าอยากเล่นเกม แต่เขาไม่กล้าขยับเขยื้อน
เขารู้สึกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังโกรธ
“เสี่ยวเป่า ลูกก็น่าจะรู้หม่ามี้จะถามอะไร ลูกเป็นคนเก่ง ต้องเดาได้อยู่แล้วใช่มั้ย? เพราะงั้นหม่ามี้หวังว่าลูกจะเริ่มบอกหม่ามี้ก่อน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดกับเสี่ยวเป่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เธอมักจะรู้สึกว่าเสี่ยวเป่ามีเหตุผล ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งแรกที่เธอต้องเผชิญหน้าและรับมือกับเรื่องนี้
เธอกลัวว่าหากเธอพูดอะไรไม่เข้าท่า เธอจะเผลอทำให้เสี่ยวเป่าขุ่นเคือง
“หม่ามี้จะถามเรื่องที่ผมไม่ได้ซื้อของขวัญมาฝากแด๊ดดี้เหรอ?” เสี่ยวเป่าถามพร้อมกับเอียงหัว
“ใช่ ลูกกำลังคิดอะไรอยู่ เกลียดแด๊ดดี้หรือเปล่า” เมื่อเห็นว่าเสี่ยวเป่าหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ถามเข้าประเด็น
“ผมไม่ชอบแด๊ดดี้” เสี่ยวเป่าพูดตอบเสียงอู้อี้
“ทำไมล่ะ? ตอนลูกรู้ความ ตอนที่อยู่ต่างประเทศ ลูกเห็นเด็กคนอื่นมีพ่อแล้วลูกก็บอกว่าลูกอิจฉาพวกเขาไม่ใช่เหรอ แด๊ดดี้คือพ่อของลูกนะ เป็นคนที่เชื่อมโยงกับลูกทางสายเลือด จะไม่ชอบเขาได้ยังไง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นตระหนกเล็กน้อยจนน้ำเสียงของเธอดังขึ้น
แต่หลังจากเธอพูดจบ เธอก็ค้นพบว่าเสี่ยวเป่าดูหวาดกลัว ดังนั้นเธอจึงลดเสียงลงแล้วพูดว่า “เสี่ยวเป่า บอกหม่ามี้หน่อย อะไรทำให้ลูกไม่ชอบแด๊ดดี้เหรอ?”
เธอจำได้ว่าเมื่อคราวเสี่ยวเป่าพบเจอกับมู่อวี้เฉิงครั้งแรก เขาไม่ได้แสดงทัศนคติต่อต้านแบบนี้
ทำไมหลังจากอยู่ด้วยกันมานานถึงกลายมาเป็นแบบนี้ได้?
“เพราะแด๊ดดี้ขโมยหม่ามี้ไป หม่ามี้ลองคิดดูสิ หลังจากกลับมาแล้ว หม่ามี้อยู่กับผมนานเท่าอยู่กับแด๊ดดี้หรือเปล่า? แต่ก่อนเวลาว่างงานหม่ามี้จะอยู่กับผมตลอด แต่ตอนนี้ต่อให้อยู่บ้านก็ไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน เอาแต่คลุกตัวอยู่กับแด๊ดดี้ ต่อไปจะทิ้งผมไปเพราะแด๊ดดี้มั้ย?” เสี่ยวเป่าพูดขึ้นด้วยความโกรธ
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ทำอะไรไม่ถูก
เธอลูบคลำแก้มของเสี่ยวเป่า “ทำไมลูกคิดแบบนั้นล่ะ? เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ เราเป็นหนึ่งเดียวกัน หม่ามี้ไม่ทอดทิ้งลูกเพราะแด๊ดดี้หรอก ลูกดูสิ พอเราได้อยู่กับแด๊ดดี้แล้ว เราได้อยู่บ้านดี ๆ มีคุณปู่คุณย่าด้วย หลังจากนี้แด๊ดดี้จะเป็นความแข็งแกร่งให้ลูก ลูกต้องเรียนรู้จักการยอมรับมัน แทนที่จะหลีกเลี่ยงนะรู้มั้ย? เกิดแด๊ดดี้มารู้เข้า เขาอาจจะเสียใจแย่”
เสี่ยวเป่าไม่พูดอะไรหลังจากได้ยินดังนั้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้กดดันเขาและปล่อยให้เขาคิดด้วยตัวเอง
เสี่ยวเป่าฉลาดมาก เขาจะต้องเข้าใจอย่างแน่นอน
ทันใดนั้นเสี่ยวเป่าก็เงยหน้าขึ้นมองไปทาง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและตระหนักได้ว่าเขาเห็นแก่ตัวเกินไป
หม่ามี้เคยวิ่งหาเลี้ยงชีพและกลับมาบ้านอย่างเหนื่อยล้าเสมอ
แต่ตอนนี้พอได้มาอยู่กับแด๊ดดี้ ใบหน้าของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็มีรอยยิ้มที่สดใสขึ้น
มู่อวี้เฉิงอาจจะดูเข้มงวด แต่สิ่งที่เขามอบให้นั้นดีที่สุด
นอกจากนี้เขายังมีคุณปู่คุณย่าที่แสนวิเศษ
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เสี่ยวเป่าไม่ควรมีความคิดเช่นนี้
เมื่อนึกถึงความเจ็บปวดของมู่อวี้เฉิงเมื่อคืนนี้ เสี่ยวเป่าก็รู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น
“หม่ามี้ ขอโทษฮะ ผมผิดเอง” เสี่ยวเป่าก้มหน้าขณะที่เปลือกตาของเขาตกลง จนคนมองรู้สึกสงสารจับใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลูบผมที่ชี้โด่ชี้เด่ของเสี่ยวเป่า “ไม่เป็นไร การเรียนรู้ข้อผิดพลาดและแก้ไข้ให้ถูกต้องเป็นสิ่งที่ดีเสมอใช่มั้ย? เสี่ยวเป่าของเราเป็นเด็กดี แต่หนูควรจะไปขอโทษแด๊ดดี้ด้วยหรือเปล่า? เมื่อคืนนี้แด๊ดดี้เศร้ามากนะ”
“หม่ามี้ ผมเข้าใจแล้วฮะ ผมจะไปขอโทษแด๊ดดี้ ครั้งนี้ผมผิดเอง แด๊ดดี้บอกว่าลูกผู้ชายถ้าทำผิดก็ต้องขอโทษ” เสี่ยวเป่าพยักหน้า
“ดูสิเสี่ยวเป่า ลูกยังจำคำพูดของแด๊ดดี้ได้และทำตามตำพูดของเขาเสมอ นั่นหมายความว่าลูกไม่ได้เกลียดแด๊ดดี้สักหน่อย ลูกแค่เผลอคิดผิดไปชั่วคราว หลังจากนี้ถ้ามีอะไรอีกต้องมาคุยกับหม่ามี้นะ อย่าเก็บไว้คนเดียวนะลูกรัก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอุ้มเสี่ยวเป่าไว้ในอ้อมกอด
เขายังเป็นเด็กอยู่ คงจะรู้สึกทุกข์ใจมาก
เพียงแต่เธอไม่อยากให้เสี่ยวเป่าเดินไปสู่เส้นทางที่ไม่ดีด้วยเหตุผลนี้
ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเสี่ยวเป่ากับมู่อวี้เฉิงตึงเครียดมาก หลังจากนี้เธอควรจะทำอย่างไรดี?
“หม่ามี้ ผมเข้าใจแล้ว ผมจะขอโทษแด๊ดดี้ ขอโทษหม่ามี้ด้วย” เสี่ยวเป่าซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงียบ ๆ น้ำเสียงของเขานุ่มนวลและน่ารักมาก น่ารักไม่ไหวจริง ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจับหน้าเสี่ยวเป่าแล้วหอมแก้มเขา
“เรื่องนี้ แด๊ดดี้กับหม่ามี้เองก็ผิดหลายอย่าง มันไม่ใช่ความผิดของลูกคนเดียว หลังจากนี้หม่ามี้กับแด๊ดดี้จะใช้เวลาอยู่กับลูกให้มากขึ้น ไม่ทิ้งลูกไว้ตามลำพังแล้ว ตกลงมั้ย?” ขณะที่เสี่ยวเป่าขอโทษ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หันกลับมามองตัวเองเช่นกัน
“ฮะ หม่ามี้ มาเกี่ยวก้อยสัญญากันเถอะ” เสี่ยวเป่ายื่นนิ้วก้อยออกมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกนิ้วขึ้นและยื่นไปเกี่ยวนิ้วกับเสี่ยวเป่า “เกี่ยวก้อยสัญญา ร้อยปีห้ามเปลี่ยนแปลง!”