พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 632 ไม่ปล่อยให้เธอทุกข์ทรมานอีกต่อไป
ตอนที่ 632
ไม่ปล่อยให้เธอทุกข์ทรมานอีกต่อไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ และมันก็แทบจะติดอยู่ในลำคอของเธอ
อินอวี่โหรวตกใจมากเช่นกัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกระแอมในลำคอก่อนจะถามว่า “ใคร?”
มีคนไม่รู้เวล่ำเวลาขนาดนี้ได้ยังไง แทนที่จะมาก่อนหน้านี้หรือมาหลังจากนี้ แต่กลับมาในตอนนี้
“ฉันเอง” เสียงนอกประตูแผ่วเบามากและมันก็เป็นเสียงของลู่ซีจวี๋
อินอวี่โหรวมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างทำอะไรไม่ถูก
เธอจึงชี้นิ้วไปที่ห้องน้ำ
อินอวี่โหรวเข้าใจได้ในทันที เก็บข้าวของและรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินไปเปิดประตูและขวางร่างของลู่ซีจวี๋เอาไว้ “รุ่นพี่ มีเรื่องอะไรคะ?”
ลู่ซีจวี๋ตัวสูงกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาก แม้ว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะยืนขวางทางเขาเอาไว้แต่เขาก็ยังมองเห็นฉากในห้องทำงานได้ทั้งหมด
เมื่อไม่เห็นอินอวี่โหรว ลู่ซีจวี๋ก็ขมวดคิ้ว “อวี่โหรวล่ะ?”
“อยู่ในห้องน้ำ จะไปไหนได้อีกล่ะ? รุ่นพี่ ทำหน้าอะไรน่ะ ทำอย่างกับจะกินอวี่โหรวแน่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกอดอกและเลิกคิ้วมองลู่ซีจวี๋
“พวกเธอทำอะไรกันอยู่?” ลู่ซีจวี๋ถามออกไปอย่างไม่มั่นใจนัก
ลู่ซีจวี๋เดินกลับไปที่ห้องทำงานแล้ว แต่กลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจเลยสักนิด
เขาสั่งให้ผู้ช่วยคอยจับตาดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับ อินอวี่โหรว และรายงานให้เขารู้ทันทีหากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
ผู้ช่วยรีบมาบอกในทันทีว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวสั่งซื้อของบางอย่าง และปิดประตูลงกลอนห้องทำงานอีกครั้ง
โดยเฉพาะอินอวี่โหรวอยู่ข้างในนี้ด้วย ลู่ซีจวี๋จึงรู้สึกสงสัยมาก
เขาคาดเดาอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
มันน่าจะมีสาเหตุมาจากเรื่องที่เขากับอินอวี่โหรวทะเลาะกันในครั้งที่แล้ว
ตอนนี้ผ่านมาสัปดาห์หนึ่งแล้ว จะสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ต่าง ๆ ได้
อินอวี่โหรวไม่กล้าตรวจสอบมันที่บ้านอย่างแน่นอน ภายในบ้านตระกูลอิน หากผู้เฒ่าอินอยากรู้เรื่องอะไรบางอย่างขึ้นมา อินอวี่โหรวก็จะไม่สามารถปิดซ่อนมันเอาไว้ได้
ดังนั้นถ้าเธออยากรู้ผลการทดสอบ เธอก็ต้องมาหา ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ไม่แปลกใจเลยที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูประหลาดใจมากเมื่อเห็นเขา
กลับกลายเป็นว่าเธอตั้งใจจะจัดการเรื่องทุกอย่างระหว่างที่เขาออกไปหารือเรื่องความร่วมมือและปิดบังเรื่องนี้เอาไว้จากเขา
ทว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาของอินอวี่โหรวคนเดียวทั้งหมด
เด็กคนนั้นก็เป็นลูกของเขาด้วย
ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าท้องหรือไม่ท้อง แต่ลู่ซีจวี๋ก็รู้สึกกังวลมาก
ดังนั้นเขาจึงรีบวิ่งเตลิดมาที่นี่
“พวกเราจะทำอะไรล่ะ ก็แค่คุยกันเรื่อยเปื่อย ทำไม? ฉันต้องรายงานให้พี่รู้ด้วยเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดาว่าลู่ซีจวี๋น่าจะรู้เรื่องดังกล่าว
แต่เธอสามารถป้องกันได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น
เรื่องต่าง ๆ มาถึงจุดนี้แล้วและไม่มีวิธีการที่จะแก้ไขได้
“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เหมี่ยวเหมี่ยว ถ้าเกิดมีเรื่องอะไร ฉันขอแนะนำให้เธอบอกพี่มาซะดีกว่า เรื่องบางอย่างคนนอกอย่างเธอเข้ามาแก้ไขอะไรไม่ได้หรอก” ไม่บ่อยนักที่ลู่ซีจวี๋จะพูดจาแย่ ๆ กับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้ยินเช่นนั้นหัวเราะเยาะอยู่ในใจ
ตามที่คิดเอาไว้ไม่มีผิด ลู่ซีจวี๋น่าจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว
รู้แบบนั้นทำไมไม่ระวังตั้งแต่แรกล่ะ?
“ฉันไม่เข้าใจว่ารุ่นพี่หมายความว่ายังไง แต่ถ้าอยากเข้ามาตรวจงานฉันก็ยินดีค่ะ ตรวจดูได้ตามใจชอบเลย ส่วน อวี่โหรวน่ะเป็นเพื่อนของฉัน ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันบอกพี่ พี่ก็ไม่มีสิทธิ์รู้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวต่อสู้ฟาดฟันกับลู่ซีจวี๋เพื่อป้องกัน อินอวี่โหรว
เธอไม่รู้ว่าลู่ซีจวี๋รักอินอวี่โหรวจริง ๆ หรือไม่
และเธอก็ไม่ได้รู้สึกสงสารเลย
“เธอ…” ลู่ซีจวี๋ถึงกับพูดไม่ออก
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเริ่มตึงเครียด
จู่ ๆ ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก
อินอวี่โหรวเดินออกมาแล้วพูดด้วยสีหน้าปกติว่า “เกิดอะไรขึ้นเหมี่ยวเหมี่ยว?”
จากนั้นเธอก็มองไปที่ลู่ซีจวี๋ “คุณมาทำอะไรที่นี่?”
เมื่อเห็นอินอวี่โหรว ลู่ซีจวี๋ก็รีบเดินเข้าไปจับมือของ อินอวี่โหรวทันที
มือของอินอวี่โหรวเย็นเฉียบเล็กน้อย ลู่ซีจวี๋จึงช่วยลูบมือให้เธอ “อวี่โหรว ไม่เป็นไรใช่มั้ย?”
อินอวี่โหรวเข้าใจสิ่งที่ลู่ซีจวี๋พูด แต่เธอแค่แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจและขมวดคิ้ว “ลู่ซีจวี๋ ถ้ามีอะไรก็แค่มาเรียกฉัน ทำไมจะต้องทำให้เหมี่ยวเหมี่ยวลำบากใจด้วย?”
ลู่ซีจวี๋เห็นว่าสีหน้าของอินอวี่โหรวดูปกติดี ราวกับว่าเธอไม่ได้แสร้งทำ และดูเหมือนว่าเธอจะเข้ามาที่นี่เพื่อพูดคุยกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจริง ๆ
หรือว่าเขาจะคิดมากไปเอง?
แต่ถ้าเขาคิดผิด ทำไมถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงเข้ามาขวางเขาล่ะ?
มันดูผิดปกติมาก
“ผมไม่ได้ทำให้เธอลำบากใจสักหน่อย ผมแค่อยากเจอคุณ คุณไปนั่งเล่นที่ออฟฟิศผมมั้ย?” เขามีเรื่องบางอย่างอยากจะถามอินอวี่โหรว
“งั้นคุณก็ไปก่อนสิ ฉันจะตามไปทีหลัง ฉันขอคุยกับเหมี่ยวเหมี่ยวก่อน” อินอวี่โหรวไม่ได้ปฏิเสธ แต่เห็นด้วย
“ก็ได้” ลู่ซีจวี๋พยักหน้าและหันหลังกลับไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปิดประตูลงอีกครั้ง
เธอคว้ามืออินอวี่โหรวอย่างวิตกกังวล “ผลตรวจเป็นยังไงบ้างอวี่โหรว? ท้องมั้ย?”
“โชคดีที่ขึ้นมาแค่ขีดเดียว ฉันลองทดสอบชิ้นอื่นแล้ว ขึ้นเหมือนกัน” อินอวี่โหรวถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ฉนวนกันเสียงของบริษัทไม่ค่อยดีนัก
แม้ว่าจะปิดประตูลง อินอวี่โหรวก็ยังได้ยินบทสนทนาระหว่างลู่ซีจวี๋กับถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ดี
เธอทำการทดสอบไปได้ครึ่งทางแล้วจึงไม่กล้ารีบออกมา
จากนั้นเธอจึงทดสอบอุปกรณ์ทั้งหมดในคราวเดียว
เมื่อเห็นว่าผลลัพธ์ปรากฏแบบเดียวกัน อินอวี่โหรวก็ปลดปล่อยความวิตกกังวลที่สะสมมานานหลายวันออกมา
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้ทำให้อินอวี่โหรวกินไม่ได้นอนไม่หลับ
บ่อยครั้งที่เธอฝันถึงเด็กน้อยคอยร้องเรียกเธอว่าแม่ แต่เมื่อเธอเดินเข้าไปดูใบหน้าเด็กของคนนั้น เด็กคนนั้นก็หายตัวไป
อินอวี่โหรวรู้สึกว่าการแท้งลูกในครั้งก่อนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเธอมากมาย
อินอวี่โหรวรู้สึกกระสับกระส่ายราวกับแบกคนตัวเล็ก ๆ ไว้บนหลังตลอดเวลา
ในความเป็นจริง การจากไปอย่างกะทันหันของลูกน้อยทำให้จิตใจของอินอวี่โหรวบอบช้ำมาก
เธอจงใจไม่พูดถึงมัน และมีแต่ผู้เฒ่าอินเท่านั้นที่เดินทางไปปลอบโยนครอบครัวของคนขับรถ
เธอไม่กล้าเผชิญหน้า
ไม่ใช่ว่าเธอไม่สนใจ แต่เธออยากอยู่คนเดียวและหลีกหนีจากความจริงเหล่านั้น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความจริงอันนองเลือด
เปิดเผยความหวาดกลัวทุกอย่างออกมา
โชคดีที่พระเจ้าเห็นใจเธอและไม่ปล่อยให้เธอทุกข์ทรมานอีกต่อไป
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ฉันกลัวแทบตาย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตบหน้าอกเธอ
การพูดคุยกับคนอย่างลู่ซีจวี๋ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก
แต่ถึงอย่างนั้นลู่ซีจวี๋ก็ยังเป็นผู้มีพระคุณของเธอกับ เสี่ยวเป่าอยู่
มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเธอจริง ๆ
“ขอโทษนะเหมี่ยวเหมี่ยว มันเป็นปัญหาของฉันแท้ ๆ แต่ฉันกลับขอให้เธอช่วยทุกครั้งเลย” อินอวี่โหรวจ้องมอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความรู้สึกผิดและจับมืออีกฝ่าย
“ไม่เป็นไร ขอแค่เธอไม่เป็นไรก็พอ เพราะมันคือความปรารถนาสูงสุดของฉัน แต่อวี่โหรว หลังจากนี้เธอจะไปหารุ่นพี่ที่ห้องออฟฟิศจริง ๆ เหรอ?” เธอรู้สึกว่าอินอวี่โหรวไม่เหมาะสมกับลู่ซีจวี๋
เธอกังวลว่าอินอวี่โหรวจะถูกเคี้ยวจนไม่เหลือซากอีก
“ไปสิ ทำไมจะต้องไม่ไปล่ะ?” อะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องเกิด
เธอจะถือโอกาสนี้พูดมันให้กระจ่าง
แม้จะไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร แต่ไปดูก่อนก็คงไม่เป็นอะไร
“อืม พวกเธออย่าทะเลาะกันล่ะ ไม่งั้นฉันจะรู้สึกผิด” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเบา ๆ
“ไม่หรอก ฉันจะคุยกับเขาดี ๆ” อินอวี่โหรวยิ้มตอบ
เมื่อไม่มีเรื่องมารบกวนสมาธิ ใบหน้าที่ดูอมทุกข์ของเธอก็จางหายไปเช่นกัน