พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 674 หลงใหล
ตอนที่ 674
หลงใหล
“คุณ คุณพูดจาไร้สาระอะไร ถึงมันจะเป็นเรื่องปกติ แต่คุณก็ทำบ่อยเกินไป…” อินอวี่โหรวพึมพำแล้วย่อตัวกลับ
“ผมแค่รู้สึกว่ามันยังไม่พอน่ะอวี่โหรว” ลู่ซีจวี๋ค่อย ๆ เขยิบเข้ามาใกล้จนร่างกายของพวกเขาแนบชิดติดกัน
ระยะห่างเริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ
“แต่วันนี้ฉันไม่อยากทำ ทำอย่างอื่นไม่ได้เหรอ?” เธอจะต้องใช้เวลาอยู่บนเตียงเกือบทุกครั้งที่เธอเข้ามาหาลู่ซีจวี๋
และกว่าจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว ไม่ได้ทำอะไรเลย
“แต่ตอนนี้ผมทำงานอยู่ ไม่มีเวลาออกไปไหนกับคุณน่ะสิ คุณอยากจะทำอะไรล่ะ?” ลู่ซีจวี๋กดปลายจมูกแนบชิดกับ อินอวี่โหรว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหลงใหล
“แค่นั่งอยู่เป็นเพื่อนฉันไม่ได้เหรอ? ไหนครั้งที่แล้วคุณบอกจะสอนวิธีบริหารบริษัทให้ฉันไง? ฉันมีคำถามอยากจะถามคุณหลายข้อเลย” อินอวี่โหรวแค่อยากให้พวกเขาอยู่ด้วยกัน
ในพื้นที่ในห้วงอากาศเดียวกัน จะได้สัมผัสถึงการมีอยู่ของกันและกัน
ด้วยวิธีการนี้ ความสัมพันธ์และระยะห่างระหว่างทั้งสองคนจะได้สะดวกสบายขึ้น
แม้ว่าการทำเรื่องอย่างว่ากับลู่ซีจวี๋จะไม่อึดอัด และ อินอวี่โหรวก็มีความสุขกับมัน
แต่เธอไม่สามารถดื่มด่ำกับเรื่องอย่างว่าได้ตลอดเวลา เพราะมันทำให้เธอรู้สึกราวกับว่าเธอเป็นเพียงของเล่นของลู่ซีจวี๋
ถึงตอนนี้ลู่ซีจวี๋จะใจดีกับเธอมาก
แต่เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เธอก็ยังรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
“ก็ได้ คุณไปวงคำถามมาแล้วเดี๋ยวผมจะตอบให้” ลู่ซีจวี๋ครุ่นคิดก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟามายืนอยู่ตรงหน้าอินอวี่โหรว
“ฮะ?” อินอวี่โหรวเงยหน้ามอง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ลู่ซีจวี๋จะเห็นด้วยอย่างง่ายดาย
มันง่ายเกินไปหรือเปล่า?
โดยปกติแล้วลู่ซีจวี๋ไม่ใช่คนที่จะยอมความอะไรง่าย ๆ
“ทำไม? หรือว่าอยากจะทำต่อ?” อินอวี่โหรวเพิ่งไปหา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและกลับมาด้วยอารมณ์อ่อนไหว
ลู่ซีจวี๋จึงไม่อยากบีบบังคับเธอ
แม้ว่าเขาจะต้องการทำ แต่เขาก็ไม่ใช่สัตว์ร้ายขนาดนั้นสักหน่อย
เขากับอินอวี่โหรวไม่ได้ด้วยอยู่กันเพราะเหตุผลนี้
หลังจากได้ยินเช่นนั้น อินอวี่โหรวก็ลุกขึ้นจากโซฟาทันที ยกมือขึ้นมาจัดระเบียบกระโปรงและพูดว่า “ได้ มาฟังคำอธิบายของคุณลู่กันดีกว่า”
เมื่อเห็นว่าเธอพูดเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน ลู่ซีจวี๋ก็เอื้อมมือออกไปลูบหัวอินอวี่โหรว
ลู่ซีจวี๋มีความรู้และความสามารถ เขาจึงสามารถบริหารบริษัทยักษ์ขนาดนี้ได้
อินอวี่โหรวมีคำถามที่ต้องการรู้จริง ๆ
และทั้งสองคนก็ตอบโต้กันจนบรรยากาศดูกลมกลืน
อินอวี่โหรวได้รับคำตอบจากคำถามทั้งหมดแล้ว
หลังจากฟังคำตอบของลู่ซีจวี๋ อินอวี่โหรวก็ตระหนักได้ว่า “เป็นแบบนี้นี่เอง”
“คำถามข้อนี้ค่อนข้างลึกซึ้ง เฉพาะคนที่เคยประสานงานกับบริษัทเท่านั้นแหละถึงจะเข้าใจได้ ไม่แปลกที่คุณจะไม่เข้าใจ แต่คุณก็ตอบคำถามอื่น ๆ ได้ดีนะ อวี่โหรว ถ้าจะเข้าไปบริหารบริษัทจริง ๆ อ่านแค่ข้อมูลพวกนี้ไม่พอหรอก มันต้องไปลองสนามจริง ในบริษัทโหดร้ายกว่าที่คุณคิดไว้มาก ถ้าคุณจะเข้าร่วมบริษัทจริง ๆ ก็ลองปลอมตัวเข้าไปทำตำแหน่งเล็ก ๆ ก่อน ลองเอาชนะใจคนอื่นดูก่อน เพราะถ้าคุณเข้าไปทำตำแหน่งสูงเลยทั้งที่ไม่มีประสบการณ์ หลายคนอาจจะไม่พอใจและมาสร้างปัญหาให้คุณ”
ลู่ซีจวี๋มีฝีมือและมีความโหดเหี้ยมเช่นกัน
แต่อินอวี่โหรวมีจิตใจอ่อนโยน ไม่เคยทำงานในบริษัท ดังนั้นเธออาจจะไม่เข้าใจถึงความอันตรายในบริษัท
อาจจะเผลอเชื่อใจคนอื่นได้ง่าย
ดังนั้นคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สมเหตุสมผล
จิตตั้งมั่นของคนเราสามารถถูกพัฒนาให้แข็งแกร่งขึ้นได้ แต่ถ้ามันไม่จำเป็นจริง ๆ เขาก็ไม่อยากให้อินอวี่โหรวลงมาสัมผัสเรื่องพวกนี้
หากแต่เธอชอบมัน ลู่ซีจวี๋ก็จะพยายามปกป้องเธออย่างเต็มที่
“เข้าใจแล้ว” อินอวี่โหรวค่อนข้างไร้เดียงสาแต่เธอก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
เธอรู้ว่าเธอจำเป็นต้องเรียนรู้อะไรบ้าง
“หิวมั้ย? ไปกินอะไรกันเถอะ” ลู่ซีจวี๋ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา เพียงพริบตาเดียวก็จวนจะถึงเวลากินข้าวแล้ว
“เลิกงานแล้วเหรอ?” อินอวี่โหรวมองดูท่าทางของลู่ซีจวี๋แล้วพูดถาม
“ใกล้เลิกแล้ว แต่เลิกงานก่อนเวลาสักสองสามนาทีก็ไม่เป็นไรหรอก” ลู่ซีจวี๋เป็นประธานบริษัท ต่อให้เขาเลิกงานเร็วก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
“ไปกันเถอะ” อินอวี่โหรวหิวมากแล้ว
แน่นอนว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
อินอวี่โหรวกับลู่ซีจวี๋ลงลิฟต์ตัวพิเศษของผู้บริการบริษัทจึงไม่มีใครสังเกตเห็นพวกเขา
เมื่อเดินผ่านแผนกต้อนรับ ลู่ซีจวี๋ก็กอดรัดอินอวี่โหรว อย่างแน่นหนาเพื่อไม่ให้มีใครมองเห็นเธอ
จะเห็นเพียงสองร่างเดินผ่านแผนกต้อนรับไป
เธอคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้มานานแล้ว
ทุกคนในบริษัทรู้ดีว่าลู่ซีจวี๋หลงชู้รักคนนี้มาก
ชู้รักของเขาจะมาปรากฏตัวที่บริษัทเกือบทุกครั้ง
และใช้เวลาอยู่นานกว่าจะกลับออกมา
ส่วนจะเข้าไปทำอะไรข้างในนั้น ไม่ต้องพูดทุกคนก็พอเข้าใจได้
อินอวี่โหรวกำลังนั่งเลือกร้านอาหารบนแอปพลิเคชั่นอยู่ในรถยนต์
เธอเงยหน้าขึ้นแล้วถามลู่ซีจวี๋ว่า “ซีจวี๋ อยากกินอะไรมั้ย?”
“กินอะไรก็ได้ คุณอยากกินอะไรล่ะ เอาที่คุณอยากกินเลย” ลู่ซีจวี๋ตอบกลับเธอขณะที่กำลังถอยรถ
อินอวี่โหรวมองดูรายการอาหารด้วยสีหน้าอมทุกข์
ช่วงนี้เธอมักจะออกมากินข้าวนอกบ้าน
จนพวกเขากินอาหารที่มีชื่อเสียงในละแวกใกล้เคียงไปจนเกือบหมดทุกร้านแล้ว
ลู่ซีจวี๋เหนื่อยจากงานมาแล้ว เธอจึงไม่อยากให้ลู่ซีจวี๋ขับรถออกไปไกล
ดังนั้นอินอวี่โหรวจึงเลือกร้านอาหารที่เธอเคยกินมาก่อน จากนั้นก็บอกตำแหน่งที่ตั้งให้ลู่ซีจวี๋
ลู่ซีจวี๋ขับรถไปที่ร้านอาหารและเดินจับมืออินอวี่โหรวเข้าไป
เดิมทีพวกเขาอยากจะเข้าไปนั่งในห้องอาหารส่วนตัวที่พวกเขาเคยเข้าไปใช้บริการ แต่กลับรับรู้มาว่ามีคนนั่งอยู่ในห้องอาหารนั้นแล้ว
ลู่ซีจวี๋พยายามเข้าไปพูดคุยกับผู้จัดการร้าน แต่ อินอวี่โหรวดึงแขนเข้าไว้ “ช่างเถอะ ถ้ามีคนอยู่ไปนั่งที่อื่นก็ได้ ไม่จำเป็นต้องนั่งกินในนั้นหรอก”
อินอวี่โหรวเป็นคนสบาย ๆ ไม่อะไรมากกับเรื่องนี้
“อืม” ลู่ซีจวี๋เคารพความคิดเห็นของเธอและพาเธอเข้าไปนั่งในห้องอาหารส่วนตัวอีกห้อง
คราวนี้คนที่สั่งอาหารคืออินอวี่โหรว เธอสั่งอาหารทุกอย่างที่ลู่ซีจวี๋ชอบกิน
เธอจะสั่งอาหารที่เธอชอบอย่างเดียวไม่ได้
ในเมื่อชอบพลอกันก็ต้องแบ่งกันซึ่งกันและกัน
แบ่งปันซึ่งกันและกันคือสิ่งที่ดีที่สุด
เมื่อลู่ซีจวี๋ได้ยินชื่อเมนูจากปากเธอ เขาก็หันมามองเธอด้วยความประหลาดใจ “อวี่โหรว ไม่ต้องเลือกให้ผมหรอก คุณอยากกินอะไรก็สั่ง ผมไม่อะไรหรอก”
“ไม่เป็นไร ฉันก็อยากลองเมนูอื่นบ้างเหมือนกัน” อินอวี่โหรวกัดตะเกียบและขยิบตาอย่างน่ารัก
เมื่อเมนูอาหารที่ประกอบด้วยกุ้งถูกนำมาเสิร์ฟ ลู่ซีจวี๋ก็ช่วยแกะเปลือกกุ้งให้อินอวี่โหรวอย่างตั้งใจ
เขาวางทุกอย่างลงบนจานและส่งจานให้อินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำและเพลิดเพลินกับการบริการของลู่ซีจวี๋
แน่นอนว่าเธอไม่ลืมที่จะป้อนอาหารให้ลู่ซีจวี๋สักคำสองคำ
ผลัดกันเขากินคำ เธอกินคำ จนกระทั่งอาหารตรงหน้าหมดเกลี้ยง
อินอวี่โหรวไม่ได้สั่งอาหารมาเยอะและรายการอาหารที่นี่ก็มีไม่มาก แม้เธอจะชอบอาหารที่มีปริมาณเยอะ แต่เธอกับลู่ซีจวี๋ก็กินอาหารจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือให้เสียดายของเลยสักนิด
หลังจากกินเสร็จแล้ว อินอวี่โหรวกับลู่ซีจวี๋ก็ออกมาจ่ายค่าอาหาร
อินอวี่โหรวมองตรงไปข้างหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง เธอชี้ไปที่คนตรงหน้าแล้วพูดว่า “ซีจวี๋ คุณว่าคนคนนั้นใช่คุณมู่หรือเปล่า?”