พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 673 พิสูจน์ได้ว่าผมชอบคุณมากแค่ไหน
ตอนที่ 673
พิสูจน์ได้ว่าผมชอบคุณมากแค่ไหน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อได้กินอาหารที่อยากกิน
แต่เมื่ออินอวี่โหรวเดินไปซื้อของวางข้างทางที่ไม่เผ็ดมาให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยนึง
อินอวี่โหรวพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไปที่บริษัท
หลังจากเข้าไปในบริษัทแล้ว พวกเธอก็เห็นว่าลู่ซีจวี๋กำลังเดินมา
เขาไม่พูดไม่จารีบดึงอินอวี่โหรวออกไปโดยตรง “มาที่นี่ทำไมไม่มาหาผม?”
อินอวี่โหรวต้องการหยุด แต่เธอไม่สามารถต้านทานพละกำลังของลู่ซีจวี๋ได้
หลังจากถูกเขาดึงเข้าไปในห้องทำงานแล้ว เธอก็มองดูเขาปิดประตูห้องทำงานอย่างทำอะไรไม่ถูก
“ฉันจะไปไหนต้องรายงานให้คุณรู้ด้วยหรือไง?” อินอวี่โหรวไม่ได้เจอถงเหมี่ยวเหมี่ยวมานานแล้ว และเธออยากใช้เวลากับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ดังนั้นเธอจึงไม่ได้บอกลู่ซีจวี๋
เธอกลัวว่าลู่ซีจวี๋จะเป็นแบบนี้ ขโมยเอาเวลาว่างของเธอไปจนหมด
ถ้าเธอบอกลู่ซีจวี๋ เธอจะไม่มีวันได้ออกไปเที่ยวเล่นกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ผมไม่ได้ตั้งใจทำแบบนั้น ผมส่งข้อความไปบอกคุณว่าคิดถึง แต่คุณไม่ยอมตอบกลับ คุณออกมาเจอเหมี่ยวเหมี่ยวไม่บอกผมสักคำ” ความรู้สึกดังกล่าวทำให้ลู่ซีจวี๋รู้สึกไม่พอใจ
มันเหมือนว่าอินอวี่โหรวไม่ได้ใส่ใจเขาเลย
“เปิดประตู เหมี่ยวเหมี่ยวขาเจ็บอยู่ ฉันต้องไปดู” ก่อนที่เธอจะทันได้พูดอะไรกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอก็ถูกลู่ซีจวี๋ดึงเข้ามาข้างในนี้
“เธอเข้าไปในห้องทำงานแล้วเดี๋ยวก็มีคนดูแลเอง คุณไม่ต้องไปดูหรอก” ลู่ซีจวี๋พูดแล้วพยายามจะจูบอินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวหันหน้าหนี “ได้ยังไง?”
เมื่อเห็นว่าอินอวี่โหรวไม่หันมามองเขาและไม่ยอมให้เขาจูบ ลู่ซีจวี๋ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที เขาจับคางอินอวี่โหรวให้หันมาเผชิญหน้า “ยังไงเหรอ? ในสายตาคุณเธอสำคัญกว่าผมสินะ?”
อินอวี่โหรวหัวเราะเยาะเมื่อเห็นว่าลู่ซีจวี๋ทำตัวเป็นเด็กขี้อิจฉา
“ลู่ซีจวี๋ คุณเคยสนใจอะไรบ้างมั้ย? ตอนที่ฉันลำบากทำอะไรไม่ได้ก็มีแค่เหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่เคียงข้างฉันเสมอ ถ้าไม่มีเหมี่ยวเหมี่ยว คุณอาจจะไม่ได้เห็นหน้าฉันอีกครั้งด้วยซ้ำ ฉันคงจะตายไปนานแล้ว! คุณมีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนี้” อินอวี่โหรวโกรธมากจนตัวสั่น
“ฉันเพิ่งเดินประคองเหมี่ยวเหมี่ยวได้แป๊บเดียว คุณก็ดึงฉันเข้ามา คุณคิดว่าสิ่งที่ฉันทำมันพอตอบแทนบุญคุณ เหมี่ยวเหมี่ยวได้แล้วเหรอ?”
“ผม…” ลู่ซีจวี๋หงุดหงิด
เขาไม่ได้เจออินอวี่โหรวมานานแล้ว ดังนั้นเขาจึงดื้อดึงพูดจาอะไรไม่ฟัง
แต่เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนี้
“ขอโทษนะอวี่โหรว มันเป็นความผิดของผมเอง” ไม่ว่าอย่างไรก็ตามขอโทษเอาไว้ก่อน
สำหรับอินอวี่โหรวนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวใจดีกับเธอมาก
ดังนั้นในสายตาของเธอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงมีความสำคัญมากกว่าคนอื่น ๆ
อินอวี่โหรวจ้องเขม็งไปทางเขาก่อนจะเปิดประตูและเดินออกไป
ลู่ซีจวี๋คว้ามือเธอเอาไว้ แต่อินอวี่โหรวหันกลับมาพูดจาดุดันใส่เขาว่า “ทำอะไร? ปล่อยมือฉัน”
“เสร็จแล้วมาหาผมต่อได้มั้ย?” ลู่ซีจวี๋พยายามพูดชักชวนเธอ
อินอวี่โหรวมองดูท่าทางน่าสงสารของเขาและจงใจเชิดหน้าขึ้น “เดี๋ยวดูก่อนแล้วกัน”
ลู่ซีจวี๋ปล่อยมือและอินอวี่โหรวก็เดินออกไป
ย้อนกลับไปที่ห้องทำงานของถงเหมี่ยวเหมี่ยว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ขึ้นมาและกำลังประมวลเอกสาร
อินอวี่โหรวถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นเช่นนั้น “เหมี่ยวเหมี่ยว ขอโทษนะ จู่ ๆ ซีจวี๋ก็ดึงฉันออกไปน่ะ”
“ไม่เป็นไร พวกเธอไปเล่นกันเถอะ ฉันไม่เป็นไร” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
อินอวี่โหรวมาที่บริษัททั้งที คงจะแปลกถ้าลู่ซีจวี๋ปล่อยเธอไป
“เหมี่ยวเหมี่ยว ก่อนหน้านี้เธออุตส่าห์อยู่ดูแลฉัน แต่พอเธอขาเจ็บฉันกลับทำอะไรไม่ได้เลย ฉันนี่มันไร้ประโยชน์จริง ๆ” ดวงตาของอินอวี่โหรวเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า “เธอพูดอะไรน่ะ? ที่ฉันทำเพื่อเธอเพราะเห็นว่าเราเป็นเพื่อนสนิทกัน ฉันไม่ได้อยากให้เธอมาตอบแทนฉันสักหน่อย เธอคิดแบบนี้ได้ยังไง?”
“ฉันแค่รู้สึกแย่และอยากจะทำอะไรเพื่อเธอบ้าง” อินอวี่โหรวพูดขณะสะอึกสะอื้น
“ฉันไม่ได้อยากให้เธอทำอะไรสักหน่อย เธอสบายดีก็พอแล้ว เพื่อนรัก ไปอยู่กับรุ่นพี่เถอะ ฉันไม่อะไรหรอก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปลอบโยนเธอด้วยสายตา
อินอวี่โหรวขยี้ตาและเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงมีสีหน้าปกติ เธอจึงก้มหน้าลงและเดินเข้าไปหาลู่ซีจวี๋ในห้องทำงาน
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาทำงานจึงไม่มีใครสังเกตเห็นเธอ
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ลู่ซีจวี๋ก็เงยหน้าขึ้นและเห็นว่า อินอวี่โหรวกำลังทำหน้าหดหู่เดินเข้ามา
เขาเดินเข้าไปสวมกอดเธอ “เกิดอะไรขึ้น? เมื่อกี้ยังดี ๆ อยู่เลยนิ? หรือว่าเสียใจที่เจอผม?”
อินอวี่โหรวไม่ได้ดิ้นรนและปล่อยให้ลู่ซีจวี๋ประคองกอดเธอไปนั่งลงบนโซฟา
เธอนั่งลงบนโซฟา ชันเข่าขึ้นมาและนั่งกอดเข่า “ฉันไร้ประโยชน์ใช่มั้ย?”
ลู่ซีจวี๋ลูบผมเธอ “จะเป็นไปได้ยังไง? ใครพูด?”
“พวกคุณคอยช่วยเหลือฉัน แต่พอมีเรื่องเกิดขึ้นกับพวกคุณ ฉันกลับช่วยอะไรพวกคุณไม่ได้เลย ฉันมันขี้แพ้จริง ๆ” อินอวี่โหรวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์มากจนอดไม่ได้ที่จะร้องไห้
ลู่ซีจวี๋รีบเช็ดน้ำตาให้เธอ
น้ำตาเหมือนกับลูกปัดที่หล่นลงมาจากสร้อย ไม่ว่าจะพยายามเช็ดมันออกไปแค่ไหนมันก็ยังไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง
ลู่ซีจวี๋ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากช้อนคางเธอขึ้นมาอย่างอ่อนโยน และพรมจูบบนน้ำตาของเธอทีละหยด “แค่มีคุณอยู่ก็ถือว่าคุณเป็นสมบัติล้ำค่าของผมแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพื่อบ่งบอกความรู้สึกของตัวเองหรอก จริง ๆ ถ้าพวกเขาเข้าใจ พวกเขาก็จะเข้าใจความรู้สึกและตัวตนของคุณเอง”
“จริงเหรอ?” อินอวี่โหรวเงยหน้ามอง ดวงตาสีแดงจ้องมองไปทางลู่ซีจวี๋อย่างกระตือรือร้น
ดวงตาเปียกปอนตรงหน้าทำให้ลู่ซีจวี๋หวนนึกถึงลูกแมวน้อยข้างถนนที่เขาเคยเห็นในต่างประเทศ
แค่มองแวบเดียว หัวใจก็แทบละลาย
เขาจูบเปลือกตาของอินอวี่โหรวแล้วพูดว่า “คุณเห็นว่าเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ใช่มั้ย? เพราะเธอรู้ว่าคุณไม่ได้เห็นแฟนดีกว่าเพื่อน เธอก็เลยไม่สนใจไง”
อินอวี่โหรวค่อย ๆ สงบลงภายใต้คำปลอบโยนของลู่ซีจวี๋
ต่อมาเธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กน้อยที่เพิ่งทำผิดและเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในอ้อมกอดของพ่อแม่
แก้มของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดง จากนั้นเธอก็พยายามดิ้นรนออกมาจากอ้อมกอดของลู่ซีจวี๋
“ทำไม? ใช้ประโยชน์เสร็จก็ทิ้งกันเลยเหรอ? จะไม่ตอบแทนสามีบ้างเลยหรือไง?” ลู่ซีจวี๋กักขังอินอวี่โหรวเอาไว้บนโซฟา ปกคลุมทุกสัดส่วนของเธอด้วยร่างกายของเขา
กลิ่นหอมที่ล้อมรอบกายทำให้อินอวี่โหรวรู้สึกไม่สบายใจ
“ลู่ซีจวี๋ คุณว่าเราทำแบบนี้ตลอดมันไม่แย่ไปหน่อยเหรอ?” อินอวี่โหรวเม้มปากแล้วพูดถาม
“อะไร?” ลู่ซีจวี๋ไม่เข้าใจว่าอินอวี่โหรวหมายถึงอะไร
“ก็ทุกครั้งที่เราไม่ได้เจอกันนาน ๆ เราจะต้องทำเรื่องอย่างว่าทุกครั้งที่เจอกัน มันไม่แย่ไปหน่อยเหรอ?” อินอวี่โหรวพูดขณะพยายามอดกลั้นความอับอาย
อินอวี่โหรวรู้สึกว่าตัวเองเกือบจะสติหลุดทุกครั้งที่มีความสัมพันธ์แนบชิดกับลู่ซีจวี๋
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่ซีจวี๋ก็ดึงอินอวี่โหรวเข้ามาใกล้ “ที่รัก คุณต้องรู้ว่าผู้ชายไม่สามารถควบคุมตัวเองต่อหน้าคนที่ชอบได้ ถ้าผู้ชายไม่รู้สึกแบบนี้กับคุณ มันคงไม่โอเคหรอก”
หลังจากพูดจบ ลู่ซีจวี๋ก็จงใจเขยิบเข้าไปใกล้และใช้ส่วนล่างที่เริ่มตื่นตัวถูไถกับอินอวี่โหรว “ดูสิ ปฏิกิริยาทางร่างกายพิสูจน์ได้ว่าผมชอบคุณมากแค่ไหน”