พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 693 อย่ารังเกียจกัน
ตอนที่ 693
อย่ารังเกียจกัน
หลายวันแล้วก็ยังหาโอกาสไม่ได้สักที
เฉินจิ่วจิ่วเริ่มวิตกกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดกิจกรรมทุกอย่างที่ทำให้เธอเพลิดเพลิน
และอารมณ์เสียใส่คนรับใช้ที่เข้ามาหาทุกครั้ง
ในสายตาของเธอ ตระกูลมู่เป็นเหมือนครอบครัวของเธอเอง และต่อให้เธอไม่ทำอะไรเธอก็จะได้รับการยอมรับอยู่ดี
ลิ่นอวี๋เหยียนกับมู่อวี้เฉิงมีความสุขที่เห็นเฉินจิ่วจิ่วกลายมาเป็นแบบนี้
ยิ่งเธอวิตกกังวลมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งพิสูจน์ได้ว่าเธอไม่สามารถนั่งเฉย ๆ ได้อีกต่อไป
พวกเขารู้ดีว่าเฉินจิ่วจิ่วเป็นเพียงตัวหมาก
เธอเพียงดำเนินการตามคำสั่งที่ได้รับเท่านั้น
ดังนั้นตอนนี้พวกเขาจะมอบโอกาสให้กับเธอ
เธอจะไม่ต้องการมันได้อย่างไร?
ขณะที่เฉินจิ่วจิ่วกำลังด่าทอคนรับใช้ที่ทำให้เธอโกรธเคือง เธอก็ปลายตามองและเห็นว่าคนรับใช้เดินเอากล่องอาหารไปให้ลิ่นอวี๋เหยียน
เธอรีบวิ่งเข้าไปหาทันที “คุณป้า นี่อะไรเหรอคะ?”
“อาหารที่ป้าให้คนครัวเตรียมให้อวี้เฉิงน่ะ เขาไม่คุ้นเคยกับการกินข้าวข้างนอก” ลิ่นอวี๋เหยียนตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีวัตถุดิบอะไรที่มู่อวี้เฉิงแพ้ จากนั้นก็ส่งกล่องอาหารให้แม่บ้านอีกครั้ง “รีบไปส่งซะ อวี้เฉิงให้จะพักเที่ยงแล้ว”
“ค่ะคุณนาย” แม่บ้านหยิบกล่องอาหารกลางวันขึ้นมาและเตรียมจะออกไปข้างนอก
เฉินจิ่วจิ่วกลอกตาแล้วรีบเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าแม่บ้าน “คุณป้า งั้นเดี๋ยวหนูเอาไปส่งให้พี่อวี้เฉิงแทนก็ได้ค่ะ”
“จะลำบากทำไม? หนูไปมู่กรุ๊ปถูกเหรอ?” ลิ่นอวี๋เหยียนปฏิเสธอย่างเกรงใจ
“เราเป็นครอบครัวเดียวกัน จะลำบากอะไรล่ะคะ? อีกอย่างหนูเคยไปมู่กรุ๊ปมาแล้ว รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน คุณป้าลืมไปแล้วเหรอคะว่าตอนหนูมาที่นี่วันแรก หนูก็ไปมู่กรุ๊ปมา” เฉินจิ่วจิ่ว กะพริบตาและแสดงท่าทางไร้เดียงสา
“ดูป้าสิหลง ๆ ลืม ๆ ลืมไปหมดแล้วเนี่ย งั้นก็ฝากทีนะจ๊ะ เดี๋ยวป้าให้คนขับรถไปส่ง” ลิ่นอวี๋เหยียนดูผ่อนคลายขึ้นมาก
นี่คือสิ่งที่พวกเขาต้องการ
“คุณป้า ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูสัญญาว่าจะเอาไปส่งถึงมือเลย พี่อวี้เฉิงจะต้องได้กินตอนพักแน่ ๆ” เฉินจิ่วจิ่วถือกล่องอาหารไว้ในอ้อมแขน
“รบกวนด้วยนะจ๊ะ ถ้าอวี้เฉิงเห็นหนู เขาจะต้องมีความสุขมากแน่ ๆ” ลิ่นอวี๋เหยียนลูบหัวเธอ
เฉินจิ่วจิ่วหน้าแดงระเรื่อทันที
คนขับรถมาส่งเฉินจิ่วจิ่วที่บริษัท
เนื่องจากมู่อวี้เฉิงโทรศัพท์มาแจ้งก่อนหน้านี้ เฉินจิ่วจิ่วจึงเดินเข้าไปในห้องทำงานของท่านประธานได้อย่างราบรื่น
เมื่อเดินผ่านห้องทำงานของเลขานุการ เฉินจิ่วจิ่วก็จงใจยืดหลังตรง
เธอเดินเชิดหน้าชูตาเข้าไปด้านใน
กระทั่งเฉินจิ่วจิ่วปิดประตูลง
ห้องทำงานของเลขานุการก็ตกอยู่ในความโกลาหลทันที
“หรือว่าข่าวลือนั้นจะเป็นความจริง? ท่านประธานกับสะใภ้จะหย่ากันจริง ๆ เหรอ?” คนพูดเบิกตากว้างราวกับว่าเธอเพิ่งรับรู้เรื่องบางอย่างที่น่าเหลือเชื่อ
“มันยังไม่ชัดอีกเหรอ? นอกจากสะใภ้แล้วมีใครกล้าเดินเชิดหน้าชูตาเข้าไปเหมือนหล่อนบ้าง? ช่วงเวลาแห่งความรักนี่สั้นชะมัด พวกผู้ชายมันจะจริงใจกันได้สักกี่ปีเชียว”
“ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าท่านประธานถูกอกถูกใจอะไรผู้หญิงคนนี้ หล่อนก็ดูสวยนะแต่ไม่มีออร่าเลย เหมือนผู้หญิง แรด ๆ ทั่วไป”
“ใครจะรู้ล่ะ?” อีกฝ่ายยักไหล่ “หยุดพูดแล้วรีบกลับไปทำงานเถอะ เกิดตกงานขึ้นมา ชีวิตพวกเราจะหาไม่”
ท้ายที่สุดมันก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน และไม่ว่ามันจะชั่วร้ายแค่ไหน ทุกคนก็ยังอยากจะปีนป่ายขึ้นไปบนตำแหน่งที่น่าอิจฉานั้นอยู่ดี
มู่อวี้เฉิงกำลังประมวลเอกสารอยู่และแสร้งทำเป็นตกใจเมื่อเห็นเฉินจิ่วจิ่ว “จิ่วจิ่ว มาทำไม?”
“พี่อวี้เฉิง ฉันเอาข้าวมาให้พี่ นี่ฉันทำเองกับมือเลยนะ ครั้งแรกอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อย่ารังเกียจกันนะคะ” เฉินจิ่วจิ่วพูดพร้อมกับก้มหน้าลงอย่างเขินอาย
ลิ่นอวี๋เหยียนโทรศัพท์มาบอกก่อนหน้านี้ว่าเฉินจิ่วจิ่วกำลังมที่นี่
แม่ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับการทำอาหาร
เพราะฉะนั้นมาบอกว่าตัวเองทำอาหารเองมันไม่เกินไปหน่อยเหรอ?
“ขอบใจนะ จิ่วจิ่วนี่ใส่ใจดีจัง” มู่อวี้เฉิงเปิดกล่องอาหารแล้วแอบแสยะยิ้มเมื่อมองดูอาหารด้านใน
เฉินจิ่วจิ่วคิดว่าพวกเขาเป็นคนโง่เขลาจริง ๆ หรือไง?
เขาเคยกินอาหารที่บ้านเก่ามานานแค่ไหน เขาจะมองไม่ออกเลยหรือว่านี่เป็นอาหารฝีมือพ่อครัวในบ้านเก่า?
ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เฉินจิ่วจิ่วมีสภาพความเป็นอยู่แบบไหน ถึงได้พูดจาโกหกหลอกลวงอย่างง่ายดายโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
“ขอแค่พี่อวี้เฉิงพอใจกับอาหาร ฉันก็เต็มใจจะทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ให้เสมอ” เฉินจิ่วจิ่วตอบรับความดีความชอบทั้งหมด
มู่อวี้เฉิงไม่พูดอะไรอีกต่อไป
เขากลัวว่าถ้าเขาพูดอะไรต่อกับเฉินจิ่วจิ่วอีกสักคำสองคำ เขาจะกินข้าวไม่ลง
“เธอก็ไปนั่งลงก่อนเถอะ” มู่อวี้เฉิงชี้ไปที่โซฟาฝั่งตรงข้ามและก้มหน้ากินข้าว
เฉินจิ่วจิ่วเงยหน้ามองดูมู่อวี้เฉิงกินข้าวด้วยสายตาที่หลงใหล
ผู้ชายที่หล่อเหลาและเก่งกาจคนนี้กำลังจะตกมาเป็นของเธอ
หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว เฉินจิ่วจิ่วก็เข้าไปช่วยทำความสะอาด
จากนั้นเธอก็เดินมานั่งลงและบอกว่าจะอยู่ทำงานกับมู่อวี้เฉิงด้วย
มู่อวี้เฉิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตามใจเธอและสั่งให้เลขานำขนมและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้
ไม่ว่าเขาจะนั่งทำงานนานเท่าไหร่ เฉินจิ่วจิ่วก็นั่งรออยู่นานเท่านั้น
จวนจะใกล้เวลาเลิกงาน เฉินจิ่วจิ่วก็รู้สึกว่าเธอนั่งจนเหน็บชาแล้ว
เธอวางแผนจะออกไปกินอาหารเย็นกับมู่อวี้เฉิง
แต่มู่อวี้เฉิงกลับพูดขึ้นว่า “จิ่วจิ่ว พี่มีเอกสารด่วนที่ต้องจัดการ เธอเหนื่อยมั้ย กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ”
เฉินจิ่วจิ่วลุกขึ้นยืนแล้วหยุดชะงักทันที เธอกัดฟันและพูดว่า “พี่อวี้เฉิง ฉันอยากอยู่กับพี่ ถ้าพี่ยังอยู่ที่นี่ ฉันจะกลับออกไปก่อนได้ยังไง?”
“เหนื่อยเปล่า ๆ” มู่อวี้เฉิงพยายามพูดอย่างใจเย็นก่อนจะก้มหน้าประมวลเอกสาร
เฉินจิ่วจิ่วนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือบนโซฟาอย่างเบื่อหน่าย
จากนั้นเฉินจิ่วจิ่วก็เกิดความคิดบางอย่าง
เธอวางโทรศัพท์มือถือลงและเดินเข้าไปหามู่อวี้เฉิง “พี่อวี้เฉิง เดี๋ยวฉันไปชงกาแฟให้พี่นะ ชอบรสชาติแบบไหนล่ะ?”
“ได้หมดเลย” มู่อวี้เฉิงเงยหน้ามองเฉินจิ่วจิ่วอยู่นานก่อนจะพูดบอก
ในที่สุดก็ถึงเวลาลงมือแล้วสินะ?
เขาคิดว่าเฉินจิ่วจิ่วมีความอดทนที่จะเล่นกับเขาเหมือนกัน
ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในมู่กรุ๊ปแล้ว
เฉินจิ่วจิ่วจึงเดินไปที่ห้องน้ำชา หลังจากรินน้ำแล้วเธอก็เหลือบมองกล้องวงจรปิด
เธอเดินไปยังจุดที่กล้องวงจรปิดจับภาพไม่ถึง เทผงกาแฟลงไปแล้วหยิบถุงที่บรรจุผงสีขาวออกมาจากกระเป๋า
ผงสีขาวถูกเจือจางไปพร้อมกับน้ำกาแฟสีน้ำตาลจนหายไปจากผิวน้ำ
เฉินจิ่วจิ่วคนกาแฟในมือเบา ๆ ด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
ปริมาณเท่านี้ก็เพียงพอจะให้มู่อวี้เฉิงหลับไปจนถึงเช้าวันพรุ่งนี้
เดิมทีเธออยากจะเติมส่วนผสมอื่นให้มู่อวี้เฉิงด้วย แต่มันไม่มีทางอื่นแล้ว เธอไม่มีเวลาเหลือพอ เธอจึงทำให้มู่อวี้เฉิงนอนหลับชั่วคราวเท่านั้น
หากมีอะไรเกิดขึ้นกับคนระดับสูงอย่างมู่อวี้เฉิง ก็เกรงว่าเธอจะตายได้ใช่ไหม?
แต่ตอนนี้เธอมีสิ่งสำคัญกว่าที่ต้องทำ อย่างอื่นค่อยทำทีหลังก็ได้
หลังจากชงกาแฟเสร็จแล้ว เฉินจิ่วจิ่วก็เดินบิดเอวถือกาแฟเข้าไปหามู่อวี้เฉิง “พี่อวี้เฉิง ลองชิมดูสิคะว่าเป็นยังไง?”