พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 696 เปิดโปง
ตอนที่ 696
เปิดโปง
“อย่าเพิ่งพูดถึงตัวเอกสารเลย กว่าจะออกมาสมบูรณ์แบบขนาดนี้ต้องใช้ตราประทับที่คนทั่วไปไม่สามารถขโมยออกไปได้ อีกอย่างคู่แข่งเราเพิ่งจะปล่อยข่าวออกมาเอง ทำไมลุงหวางถึงรู้แล้วล่ะ? เป็นคนที่ตามข่าวสารบ้านเมืองดีจังเลยนะครับ” มู่อวี้เฉิงแสยะยิ้ม
ดวงตาสีนิลจ้องมองไปที่ลุงหวาง
ขณะเดียวกัน ลุงหวางก็รู้สึกว่ามู่อวี้เฉิงรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว
ไม่มีทาง พวกเขาวางแผนอย่างรอบคอบ มู่อวี้เฉิงเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับเฉิงจิ่วจิ่ว จะต้องไม่มีทางมองออก
คนอย่างมู่อวี้เฉิงไม่มีทางแสดงละครร่วมกับผู้หญิงเด็ดขาด
“มู่อวี้เฉิง แกไม่อยากจับคนชั่วหรือไง เอกสารอยู่ในมือแก ตราประทับก็อยู่ในมือแก พวกเราจะรู้ได้ยังไง? รีบหยิบตราประทับออกมาให้พวกเราดูเดี๋ยวนี้!” ลุงหวางพูดอย่างเกรี้ยวกราด
ตอนนี้เขาแทบทนรอมู่อวี้เฉิงลงมาจากตำแหน่งไม่ไหวแล้ว เขาจะได้ขึ้นไปดำรงตำแหน่งประธานบริษัทสักที
หากมู่อวี้เฉิงไม่หยิบตราประทับออกมา ผู้อาวุโสคนอื่นก็ไม่ใช่คนโง่เขลา พวกเขาจะไม่มีวันปล่อยให้มู่อวี้เฉิงหลอกลวงพวกเขาง่าย ๆ แน่
“ของสำคัญอย่างตราประทับจะให้เอาออกมาแสดงต่อหน้าง่าย ๆ ได้ยังไงครับ? หรือว่าลุงหวางแก่แล้วจะสติฟั่นเฟือน?” มู่อวี้เฉิงยังคงเอนหลังบนเก้าอี้อย่างเกียจคร้านและไม่ได้ท่าทางตื่นตระหนกอะไร
“มู่อวี้เฉิง ตอนนี้มันเป็นชั่วโมงเร่งด่วนนะ แกคงจะไม่นั่งดูหุ้นตกเฉย ๆ หรอกใช่มั้ย? หรือว่าตอนนี้แกเอาตราประทับออกมาไม่ได้?” ลุงหวางพูดถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
คนในตระกูลมู่มักจะทำตัวสูงส่งอยู่เหนือมวลชนเสมอ
เขาแทบจะทนรอไม่ไหวให้มู่อวี้เฉิงเปิดประตูตู้ออกแล้วเห็นว่าภายในตู้ไม่มีอะไรอยู่เลย
เพราะเมื่อคืนนี้เฉินจิ่วจิ่วให้ส่งมอบตราประทับของมู่กรุ๊ปให้เขาแล้ว
และมู่อวี้เฉิงจะไม่มีทางสังเกตเห็น
จากคำพูดอธิบายของเฉินจิ่วจิ่ว มู่อวี้เฉิงจะต้องรัก เฉินจิ่วจิ่วมากใช่ไหม?
ไม่รู้ว่ามู่อวี้เฉิงจะรู้สึกอย่างไรหากรู้ว่าคนที่เขารักทรยศหักหลังเขา
“ลุงหวางแน่ใจเหรอว่าอยากเห็น?” มู่อวี้เฉิงนึกไม่ถึงว่าลุงหวางจะรีบร้อนขนาดนี้ ถึงขนาดเรียกร้องขอตราประทับจากเขา
ลุงหวางรีบร้อนขนาดนี้ คงจะรู้เรื่องทุกอย่างแล้วว่าคนคนนั้นได้ลงมือทำมันแล้ว
“ก็ต้องอยากเห็นน่ะสิ คิดว่าฉันพูดไร้สาระไปเรื่อยหรือไง?” ลุงหวางตะคอกอย่างเย็นชา
แต่คงหยิบออกมาไม่ได้ปะ? ดูสิว่ามู่อวี้เฉิงจะหยิ่งยโสโอหังไปอีกนานแค่ไหน
“ในเมื่อลุงหวางอยากเห็น คนรุ่นหลานอย่างผมก็ต้องตอบสนองคำสั่งการ” มู่อวี้เฉิงพูดแล้วเปิดประตูตู้ต่อหน้าทุกคน จากนั้นก็สแกนนิ้วเปิดกล่องสีเงิน
ทว่าหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมานาน
ลุงหวางแสดงสีหน้าดีอกดีใจ “ไอหยา ถ้าหยิบออกมาไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืนหรอก”
ท้ายที่สุดแล้วตราประทับตัวจริงอยู่ในกำมือของเขาแล้ว มู่อวี้เฉิงจะมีอันสำรองได้อย่างไร
“ใครบอกว่าผมหยิบออกมาไม่ได้?” มู่อวี้เฉิงลุกขึ้นยืนแล้วถือตราประทับไว้ในกำมือ
“ดะ ได้ยังไง?” ดวงตาของลุงหวางเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ
มู่อวี้เฉิงมีตราประทับอยู่ในมือ งั้นอันที่อยู่กับเขาก็…
“ลุงหวางสงสัยใช่มั้ยว่าทำไมผมถึงมีตราประทับอีกอันอยู่ในมือ ทั้ง ๆ ที่มีคนขโมยมันไปเมื่อคืนนี้แท้ ๆ” มู่อวี้เฉิงจ้องมองลุงหวางด้วยสายตาเย็นชา
“แกพูดไร้สาระอะไร? อันที่อยู่ในมือแกต้องเป็นของปลอมแน่ ๆ” ลุงหวางคิดว่ามู่อวี้เฉิงสังเกตเห็นตั้งแต่เมื่อคืนนี้จึงเอาของปลอมมาวางแทนที่
แต่เมื่อเห็นมู่อวี้เฉิงยืนอยู่ในท่าทางสงบ ลุงหวางก็รู้สึกตื่นตระหนก
ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังระวังความตื่นตระหนกเอาไว้ข้างใน
“ลุงหวางจะด่วนสรุปได้ยังไงว่าของในมือผมเป็นของปลอม? หรือว่าลุงจะมีของจริงอยู่ในมือ? ตั้งแต่อดีตมีแค่คนที่ปกครองมู่กรุ๊ปเท่านั้นถึงจะมีตราประทับ ลุงหวางมาบอกว่าของปลอมแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ?” ตัวตนที่แท้จริงของลุงหวางกำลังถูกเปิดเผยในเร็ว ๆ นี้ เขาจึงไม่รังเกียจที่จะเสียเวลาเพิ่มกับลุงหวางอีกสักหน่อย
“ฉันทำงานกับพ่อแกมาตั้งนาน ฉันก็ต้องบอกได้อยู่แล้วว่าอันจริงไม่จริง” คำพูดของลุงหวางเหมือนจะเป็นคำอธิบายกลาย ๆ
“ลุงหวางไม่คิดว่าพูดอธิบายแบบนี้แล้วมันจะแทงใจผมไปหน่อยเหรอ? แต่มันก็เป็นแผนการที่ลุงวางเอาไว้นี่เนาะ ลุงก็ต้องรู้อยู่แล้ว เดี๋ยวเร็ว ๆ นี้บริษัทคู่แข่งก็คงจะได้รับจดหมายจากทนายของมู่กรุ๊ป ส่วนความผิดในเรื่องขโมยเอกสารและอื่น ๆ ผมคงบอกลุงไม่ได้หรอก หรือลุงหวางคิดว่าผมควรบอกลุงล่ะ?” การไม่เปิดเผยอาชญากรรมของลุงหวางต่อหน้าผู้ถือหุ้นทุกคนถือว่าเป็นความเมตตาอย่างสุดซึ้งแล้ว
พิจารณาจากความมานะอุสาหะที่เขาทำเพื่อบริษัท มู่อวี้เฉิงก็ไม่อยากให้เขาถูกต่อว่ากลางที่สาธารณะ
ส่วนบทลงโทษอื่น ๆ ที่เขาสมควรจะได้รับ เขาก็ยังต้องรับผิดตามนั้น
มู่อวี้เฉิงพูดถึงขนาดนี้แล้ว ลุงหวางจะยังไม่เข้าใจอะไรอีก
มู่อวี้เฉิงค้นพบเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับเขา
เขาไม่ควรเชื่อคนโง่เขลาอย่างเฉินจิ่วจิ่วที่มาบอกมู่อวี้เฉิงหลงรักเธอหัวปักหัวปำ
ในความเป็นจริงถ้ามองพิจารณาจากรายละเอียดต่าง ๆ แล้วจะพบว่ามู่อวี้เฉิงร่วมแสดงกับพวกเขา
ทว่าครั้งนี้มู่อวี้เฉิงยอมทำอะไรแตกต่างไปจากพฤติกรรมปกติของเขา จึงทำให้ลุงหวางสับสนและเชื่อว่ามันเป็นแบบนั้นจริง ๆ
ท้ายที่สุดเขาก็พ่ายแพ้ให้กับมู่อวี้เฉิง
พวกเขาดูถูกศัตรูมากเกินไปจริง ๆ
จู่ ๆ ลุงหวางก็คิดอะไรบางอย่างออกและสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือด
หากตราประทับเป็นของปลอมจริง ๆ ก็จะต้องจำมันได้แน่นอน
คนที่เขาฝึกสอนมาอาจจะตกอยู่ในอันตราย และจากนั้นเขาก็จะต้องถูกเปิดเผยเช่นกัน
ลุงหวางคิดจะออกไปโทรศัพท์แจ้งพวกเขาก่อนที่เรื่องจะร้ายแรงไปมากกว่านี้
แต่กลับไม่คิดว่าลู่หมิงจะส่งคนมาปิดกั้น
มู่อวี้เฉิงเห็นการเคลื่อนไหวของลุงหวางจากหางตาและน้ำเสียงเยาะเย้ยก็ดังขึ้น “ลุงหวาง จะไปไหน?”
นอกเหนือจากสุนัขรับใช้ของลุงหวางแล้ว ผู้ถือหุ้นรายอื่นก็มองไปทางลุงหวาง
เมื่อเห็นท่าทางดังกล่าว ทุกคนก็รับรู้ว่าลุงหวางกำลังถูกเปิดโปง
และยังพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์แบบ
“ฉัน ฉันปวดฉี่ ขอออกไปเข้าห้องน้ำหน่อยไม่ได้เหรอ? ให้คนมาขวางทางแบบนี้หมายความว่ายังไง?” ลุงหวางพูดตะกุกตะกัก
เขาถือโทรศัพท์มือถือไว้ในมือขณะที่รู้สึกกังวลจนเหงื่อผุดขึ้นมาบนหน้าผาก
“ในออฟฟิศผมก็มีห้องน้ำ ลุงหวางเข้าในนี้สิ เสร็จแล้วค่อยมาคุยผม เอาแบบนี้มั้ย?” มู่อวี้เฉิงเลิกคิ้วพร้อมกับแสยะยิ้ม
ผู้ถือหุ้นในปัจจุบันล้วนเป็นคนที่เฉลียวฉลาด
เหตุการณ์ต่าง ๆ กลายมาเป็นแบบนี้แล้ว พวกเขาจะยังไม่เข้าใจอะไรอีก?
พวกเขาแค่ต้องการหาข้ออ้างออกไป ส่วนที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นสงครามระหว่างลุงหวางกับมู่อวี้เฉิง
ผู้ถือหุ้นรายหนึ่งพูดอ้างว่า “ไอหยา ผมอยู่ที่นี่มานานแล้ว คงต้องขอตัวก่อน ยังมีธุระให้จัดการอีกเยอะเลย”
หลังจากที่ผู้ถือรายนี้ออกไป ผู้ถือหุ้นรายอื่นก็หาข้ออ้างและทยอยพากันออกไปจากห้องทำงาน
ลูกน้องทั้งสามคนของลุงหวางมองหน้ากันก่อนจะตัดสินใจเดินออกไป
ต่อให้พวกเขาอยู่ต่อก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้
ในไม่ช้าก็เหลือแค่มู่อวี้เฉิงกับลุงหวางสองคนอยู่ในห้องทำงาน
ลู่หมิงจัดการนำคนออกไปจากพื้นที่และเปิดทางให้ มู่อวี้เฉิงกับลุงหวางได้พูดคุยกัน
หลังจากออกไป ลู่หมิงก็ปิดประตูลง