พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 697 ไม่กลับใจ
ตอนที่ 697
ไม่กลับใจ
“ลุงหวางบอกว่าอยากไปเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ? ทำไมไม่ไปล่ะครับ? ในนี้ก็มีห้องน้ำนะ” มู่อวี้เฉิงนั่งเอนหลังบนเก้าอี้เฝ้าดูลุงหวางที่ยืนอยู่กับที่
หากมองจากอีกมุมหนึ่งจะเห็นได้ชัดว่าออร่าของมู่อวี้เฉิงไม่ได้ด้อยไปกว่าลุงหวางเลย
“ตอนนี้เหลือแค่พวกเราสองคนแล้ว หยุดเสแสร้งสักที ไหนบอกฉันมาสิว่าแกรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” แม้ว่าลุงหวางจะถูกจับได้แต่เขาก็ยังคงสงบ
เขายังสามารถเจรจาเงื่อนไขกับมู่อวี้เฉิงได้
เขาเองก็เจ็บใจเช่นกัน แต่ตอนนี้ไม่มีหนทางอื่นแล้ว สิ่งเดียวที่จะทำให้พรรคพวกของเขารอดพ้นจากภัยพิบัติได้คือการพูดโน้มน้าวมู่อวี้เฉิง
เขาเชื่อว่ามู่อวี้เฉิงจะเห็นแก่ผลประโยชน์มหาศาลและไม่ปฏิเสธเขา
“ตั้งแต่วันแรกที่เฉินจิ่วจิ่วเข้ามาที่นี่ ลุงหวาง ลุงพาคนที่ไม่รู้จักเข้ามาแล้วตีหน้าเศร้าแบบนั้น คิดว่าจะมีคนเชื่อจริง ๆ เหรอ? ลุงหวาง ผมไม่ใช่คนโง่นะ คนอื่นก็ไม่ได้โง่ ลุงคิดว่าผมหลอกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?” เมื่อหวนนึกถึงการแสดงที่ยอดแย่ของเฉินจิ่วจิ่ว มู่อวี้เฉิงก็อยากจะหัวเราะ
“ในเมื่อรู้แล้ว ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูด จะปล่อยฉันไปได้หรือยัง?” ตอนนี้ลุงหวางยังคงมีสีหน้าสงบมาก
มู่อวี้เฉิงยินดีจะพูดคุยกับเขาเพียงลำพัง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าเขายังมีโอกาสกลับลำ
“ลุงหวาง ลุงคิดว่าไม่มีสังเกตเห็นเรื่องที่ลุงทำเหรอ? ผมเห็นมาตั้งนานแล้วแต่แค่ไม่เคยพูดต่อหน้า ลุงใช้ตราประทับของผมและศุลกากรของมู่กรุ๊ปไปช่วยขนส่งสินค้าของลุง ขนส่งยาเสพติด ลุงรอให้เรื่องมันแดงขึ้นแล้วจะโยนความผิดมาให้ผม จากนั้นค่อยขึ้นมาบริหารมู่กรุ๊ปแทน ลุงหวาง วางแผนได้ดีเลยนี่ แต่น่าเสียดายที่ลุงเลือกคนผิดไปหน่อย เฉินจิ่วจิ่วก็เหมือนลุงนั่นแหละ หลงผิดเหมือนพวกลุง คิดว่าหลอกทุกคนได้สำเร็จ คิดแบบนี้ใช่มั้ยล่ะลุงหวาง?” น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงสงบมาก
หากลุงหวางได้ตราประทับตัวจริงไป เขาจะกลายเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้
ด้วยวิธีการนี้ไม่ได้มีเพียงแค่มู่กรุ๊ปเท่านั้นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังรวมถึงสมาชิกในครอบครัวของเขา ลิ่นอวี๋เหยียนกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลุงหวางใช้อภิสิทธิ์ส่วนตัวส่งของไปยังต่างประเทศ
แต่เนื่องจากลุงหวางเป็นผู้อาวุโสเก่าแก่ของทางบริษัท
ตราบใดที่ลุงหวางอยู่ในขอบเขต มู่อวี้เฉิงก็จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
แต่น่าเสียดายที่ลุงหวางเริ่มไม่รู้จักพอและหันไปทำธุรกิจขนส่งยาเสพติด
หลังจากได้รับผลประโยชน์อย่างล้นหลามในครั้งแรกและครั้งที่สอง เขาก็เริ่มหันมาทำทางด้านนี้จริงจังมากขึ้น
เขาทำตัวอุกอาจมากขึ้นเรื่อย ๆ และตกเป็นเป้าหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจมานานแล้ว
มู่อวี้เฉิงวางแผนอยู่เบื้องหลังเป็นเวลานานก่อนจะลงมือในวันนี้
เมื่อเห็นว่าลุงหวางเงียบ มู่อวี้เฉิงก็หันกลับมาเปิดสมุดบันทึก “ลุงหวางดูนี่ ดูสิว่ามันคุ้น ๆ มั้ย?”
ลุงหวางยังคงทำหน้านิ่งแม้ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน เขาไม่เคยคิดจะร้องขอความเมตตาจากมู่อวี้เฉิง
จิตใจของเขาแข็งแกร่งกว่าพวกตระกูลมู่มาก
ลุงหวางยังคงมีท่าทีสบาย ๆ แต่เมื่อเขาเห็นเนื้อหาในสมุดบันทึกของมู่อวี้เฉิง ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างและพยายามก้าวออกไปคว้ามัน
มู่อวี้เฉิงปิดสมุดบันทึกทันทีและเอาไปวางไว้อีกด้านหนึ่ง “ลุงหวาง คิดจะกำจัดหลักฐานเหรอ? คิดว่าสิ่งที่ลุงทำลงไปมันจะลบออกได้ง่าย ๆ หรือไง?”
เนื้อหาในสมุดบันทึกเป็นหลักฐานอาชญากรรมที่ลุงหวางกระทำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
แฟลชไดรฟ์ที่เขามอบให้เฉินจิ่วจิ่วมีอุปกรณ์พิเศษฝังอยู่ ซึ่งมันจะบุกรุกเข้าไปในโทรศัพท์มือถือของลุงหวาง
ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับลุงหวางจึงถูกเปิดเผยต่อหน้า มู่อวี้เฉิง
“มู่อวี้เฉิง แกทำแบบนี้ไปจะได้ประโยชน์อะไร? แกก็รู้ว่าฉันสร้างเงินได้เป็นกอบเป็นกำจากธุรกิจนี้ ทำไมเราสองคนไม่หันมาทำเงินด้วยกันล่ะ?” ตอนนี้ลุงหวางพยายามจะพูดโน้มน้าวมู่อวี้เฉิง
มู่อวี้เฉิงขดริมฝีปากแล้วพูดว่า “ผมเกรงว่ามันจะสายไปแล้วน่ะลุงหวาง คนของลุงใช้ตราประทับปลอม และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็อยู่ที่นั่นด้วย เกรงว่าในไม่ช้าพวกเขาคงจะให้การว่าลุงหวางบงการเรื่องทั้งหมด”
สีหน้าของลุงหวางเปลี่ยนไปทันที “ฉันทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่พ่อแกมาตั้งนาน พ่อแกยังต้องไว้หน้าฉันเลย แล้วแกมีสิทธิ์อะไรมาทำกับฉันแบบนี้?”
ลุงหวางรู้ว่าเรื่องนี้จบเห่แล้วและไม่มีประโยชน์ที่จะพูดอะไรอีก
แต่เขาก็ยังไม่เต็มใจที่จะพ่ายแพ้ให้กับมู่อวี้เฉิง
เห็นได้ชัดว่าเขาวางแผนอย่างรอบคอบ แล้วมันผิดพลาดไปได้อย่างไร?
ใช่แล้ว นังนั่น นังสารเลวเฉินจิ่วจิ่วจะต้องร่วมมือกับ มู่อวี้เฉิงทรยศหักหลังเขาแน่ ๆ
“มู่อวี้เฉิง แกใช้คนของฉันใช่มั้ย? แกร่วมมือกับ นังเฉินจิ่วจิ่วผลักไสไล่ส่งฉันสินะ?” ลุงหวางถาม
เขาจะไม่ปล่อยคนที่หักหลังเขาและทำให้เขาสูญเสียทุกอย่างไป
“ลุงหวาง ผมไม่รู้จะเรียกลุงว่าไร้เดียงสาหรือโง่ดี ลุงคิดว่าคนอย่างเฉินจิ่วจิ่วมีปัญญาทำเรื่องพวกนี้เหรอ? หาคนที่ฉลาดกว่านี้มาหน่อยไม่ได้หรือไง” เมื่อหวนนึกถึงเฉินจิ่วจิ่ว มู่อวี้เฉิงก็แสดงท่าทางรังเกียจทันที
ทุกวันนี้เขาร่วมแสดงกับเฉินจิ่วจิ่วมามากพอแล้ว
และเขาไม่มีเวลาไปเจอถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยซ้ำ
เรื่องต่าง ๆ ยุ่งเหยิงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเขาไม่มีเวลาไปหาเธอที่คอนโดมีเนียม
เขาไม่ได้เจอถงเหมี่ยวเหมี่ยวมานานแล้ว ไม่รู้ว่าเธอจะเป็นอย่างไรบ้าง
โชคดีที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้อภัยเขา และไม่ประชดประชันเขาอีก
ไม่อย่างนั้นเขาก็สามารถรับประกันได้เลยว่าชะตากรรมของลุงหวางจะเลวร้ายกว่าตอนนี้มาก
“แกมีเหตุผลอะไรถึงผลักไสไล่ส่งฉันแบบนี้? อีกอย่างถ้าไม่ใช่เพราะฉัน แกคิดว่าพ่อแกจะได้นั่งบริหารมู่กรุ๊ปและอยู่รอดปลอดภัยในมู่กรุ๊ปมาได้นานหลายปีเหรอ?” ลุงหวางทำหน้าเคียดแค้น เห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้เขายังไม่ได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามการใช้ตราประทับปลอมที่ศุลกากรสามารถนำไปสู่การติดคุกได้
ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนเงินที่ต้องสงสัยของลุงหวางยังมีจำนวนมาก
มันน่าจะมากกว่าแค่ติดคุก
เดิมทีมู่อวี้เฉิงเห็นแก่หน้าของมู่หงจวิ้นจึงไม่อยากจะโต้เถียงกับลุงหวางมากนัก
เขาให้โอกาสลุงหวางแล้ว
แต่ลุงหวางพูดล้ำเส้นเขาก่อนเอง
“ลุงหวาง ไม่ว่ายังไงชื่อของบริษัทนี้ก็ขึ้นต้นด้วยมู่ ไม่ใช่หวางสักหน่อย ผมหวังว่าลุงจะได้สติสักที ไม่มีใครช่วยลุงได้หรอก” มู่อวี้เฉิงทำสีหน้าเย็นชา
แม้ว่าจะเลยเถิดมาถึงจุดนี้แล้ว แต่ลุงหวางก็ยังปฏิเสธที่จะกลับใจ
หากเป็นเช่นนี้ระหว่างพวกเขาก็ไม่มีอะไรจะต้องพูดอีก
“แกคิดว่าเฉดหัวฉันทิ้งแล้วคนในบริษัทจะยังทำงานให้แกเหรอ? แกรู้มั้ยว่าพนักงานส่วนใหญ่ในบริษัทเป็นคนของฉันทั้งนั้น” สิ่งที่ลุงหวางภาคภูมิใจมากที่สุดคือเขาสามารถดึงดูดพวกหัวกะทิในมู่กรุ๊ปมาเป็นพรรคพวกเดียวกันได้
และคนของเขาจะแข่งขันกับมู่อวี้เฉิงเหมือนกัน
“ลุงหวาง ลุงก็รู้ว่าทุกคนเป็นคนฉลาด ระหว่างคนชั่วที่ไม่มีอำนาจกับผู้นำที่มีอนาคต ลุงคิดว่าพวกเขาจะเลือกใคร? ส่วนคนที่ไม่จงรักภักดีกับบริษัทน่ะ ไม่สำคัญอะไรหรอก มู่กรุ๊ปไม่เคยขาดคนเก่งอยู่แล้ว” มู่อวี้เฉิงพูดแล้วมองดูปฏิกิริยาของลุงหวาง อย่างขบขัน
ท้ายที่สุด ใบหน้าของลุงหวางค่อย ๆ ซีดเผือดลง
มู่อวี้เฉิงมีเวลามากพอที่จะมองดูสีหน้าหวาดผวาของเขา
มาตระหนักถึงความร้ายแรงเอาตอนนี้ก็สายไปแล้วไหม